<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลชนะโหวต-ไม่ปรับครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โหวตซักฟอกรัฐบาล นายกฯ กับ 5 รัฐมนตรีผ่านฉลุย แต่&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ได้รองบ๊วย เจ้าตัวลั่นหัวใจเท่ากำปั้น ไม่ได้สนใจจะมากจะน้อย&amp;nbsp; ผ่านก็จบ ยังไม่ถึงเวลาปรับ ครม. เผยจากนี้จะพบปะ ส.ส.พลังประชารัฐมากขึ้น &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ปลื้มได้เสียงโหวตมากสุด แสดงว่ารัฐบาลเป็นปึกแผ่น &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ยังหักเหลี่ยม &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; งดออกเสียง ให้เหตุผลชี้แจง จัดซื้อ &amp;quot;ซิโนแวค-ATK&amp;quot; ไม่ชัดเจน ขณะที่ก้าวไกลดองงูเห่าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 กันยายน 2564 พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางถึงรัฐสภาเข้าร่วมฟังประชุมสภาเพื่อลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสบายดีขึ้นหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า &amp;quot;ผมก็สบายดีทุกวัน ผมมั่นใจอยู่แล้ว&amp;nbsp; ก็สุดแล้วแต่ ส่วนคะแนนก็ต้องไปถามคนที่ยกมือ คนที่ลงคะแนนโน่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเคลียร์ใจกันทุกอย่างแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ผมจะต้องไปเคลียร์อะไรกับใคร ซึ่งเมื่อวาน (3 ก.ย.) ก็เป็นการพบปะหารือกันเหมือนที่ ส.ส.อื่นมาพบผมที่สภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังปฏิเสธเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่มีอะไร ยังไม่ใช่เวลา ถึงเวลาก็พูดเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้ความมั่นใจหรือไม่ว่าพรรคจะสนับสนุนนายกฯ ในการลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์แจงว่า พล.อ.ประวิตรไม่ใช่หัวหน้าพรรคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพี่ชายตน &amp;quot;ก็รักกันเหมือนเดิม ไม่เห็นต้องให้กำลังใจอะไรเลย เพราะให้กำลังใจกันทุกวันอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า เมื่อคืนนอนพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ นายกฯ กล่าวกระเซ้าสื่อมวลชนว่า &amp;quot;คนที่หน้าตาดี แต่พอมาเจอนักข่าวก็หน้าตาเป็นแบบนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถามถึงการพบกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่าไม่มีอะไรหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)&amp;nbsp; กล่าวก่อนการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งทุกคนยังเป็นไปตามแนวทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยังคงไม่ไว้วางใจ และยิ่งพบสถานการณ์บางเรื่องทำให้ไม่ไว้วางใจยิ่งกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำถามที่ว่าจะมีคนแตกแถวหรืองูเห่าหรือไม่ เราก็มั่นใจก็คงจะมีน้อย แต่ก็คงเป็นเจ้าเก่าซึ่งก็ประมาทไม่ได้ เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบ&amp;nbsp; แรงจูงใจหรือแรงเหวี่ยงมากกว่าเดิม มีเหตุจูงใจที่จะทำให้เขาหักเหมากกว่าทุกครั้ง ท่านก็คงทราบว่าหมายถึงอะไร ซึ่งเราจะทำให้ดีที่สุด&amp;nbsp; ใครที่จะเลือกแนวทางใด จะตัดสินใจทางการเมืองแบบใด สุดท้ายก็เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่เอกสิทธิ์นั้นเขาก็จะต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอฝากจากใจไปยัง ส.ส.ทุกคน โดยเฉพาะรัฐบาลให้ทุกคนรักษาศักดิ์ศรีสภา เพราะกว่าจะมีสภาบางครั้งมันไม่ง่าย พอมีสภาแล้วทำสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลก็จะทำให้สภาเสีย และอยากให้คิดว่าสภาเป็นศูนย์รวมของประชาชน ถ้าเราไม่รักษาศักดิ์ศรีและสมบัติของประชาชน ก็เท่ากับว่าเราบกพร่องมากๆ สภาก็จะไม่เหลือ และขอตำหนิคนที่ทำลายสภา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
ไว้วางใจนายกฯ รองบ๊วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน&amp;nbsp; หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาวาระสำคัญคือ การลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยปรากฏผลลงคะแนนดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; ได้รับคะแนนไว้วางใจ 264 ไม่ไว้วางใจ 208 งดออกเสียง 3 และไม่ออกเสียง 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; ไว้วางใจ 269 ไม่ไว้วางใจ 196 งดออกเสียง 11 และไม่ออกเสียง&amp;nbsp; 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ไว้วางใจ 263 ไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp; 201 งดออกเสียง 10 และไม่ออกเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ไว้วางใจ 269 ไม่ไว้วางใจ 195 งดออกเสียง 10 และไม่ออกเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไว้วางใจ 270&amp;nbsp; ไม่ไว้วางใจ 199 งดออกเสียง 8 และไม่ออกเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไว้วางใจ 267 ไม่ไว้วางใจ 202 งดออกเสียง 9&amp;nbsp; และไม่ออกเสียง 0 เสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากนั้นว่า พอใจกับผลคะแนน&amp;nbsp; จากนี้ก็จะทำงานต่อไป เมื่อถามถึงผลคะแนนที่ออกมารองบ๊วย พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;บ๊วยเหรอ&amp;quot; จากนั้นนักข่าวระบุย้ำว่ารองบ๊วย แต่นายกฯ ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้จะปรับตัวเข้าหา ส.ส.มากขึ้นหรือไม่&amp;nbsp; นายกฯ ตอบว่าจะให้ทำอย่างไร ตนก็จะพบปะพวกเขาหน่อย โดยต้องเริ่มจากเป็นครั้งคราว ซึ่งเขาก็อยากพบเราเท่านั้น ทั้งนี้ในเรื่องผลประโยชน์อะไร ตนไม่เคยทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เขาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จะมีการจัดกิจกรรมพบปะ ส.ส.ประจำเดือนหรือประจำสัปดาห์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องดูก่อนว่าจะพบปะกันได้หรือไม่อย่างไร เพราะตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ที่ได้คะแนนน้อยจะต้องมีการพูดคุยกันหลังจากนี้หรือไม่&amp;nbsp; นายกฯ ปฏิเสธว่า &amp;quot;ผมไม่ได้สนใจ จะมากจะน้อยแล้วมันผ่านไหมเล่า&amp;nbsp; ถ้าผ่านก็จบแล้ว&amp;quot; ส่วนการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรนั้นคุยกันทุกวันทุกคืนอยู่แล้ว &amp;quot;เมื่อกี้ก็นั่งคุยที่โต๊ะ คุยกันเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายเฉลิมชัยที่ได้คะแนนมากที่สุดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เผยว่า ได้เจอกันและได้แสดงความยินดีไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของภายในพรรค เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้ตนพบปะได้ทุกคน ถ้าใครอยากมาพบ แต่เขาจะกล้าหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งก็จะต้องหาเวลามาพูดคุยกันในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าสบายใจแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าจ้ะๆ &amp;quot;ผมไม่ใช่คนใจน้อย กติกาเขาว่าอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น&amp;quot;
&amp;#39;หัวใจผมเท่ากำปั้น&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า นายกฯ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่งน้อยใจหรือไม่ นายกฯ หันกลับมาชูกำปั้นขวาพร้อมตอบว่า &amp;quot;นายกฯ ใจเท่านี้ และจากนี้จะไปอยู่กับครอบครัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ก้าวขึ้นรถและได้ลดกระจกลง พร้อมชูกำปั้นขวาออกมานอกตัวรถ พร้อมระบุว่า &amp;ldquo;หัวใจผมเท่ากำปั้น ซึ่งกำปั้นนายกฯ มันใหญ่ ฉะนั้นหัวใจนายกฯ มันใหญ่อยู่แล้ว&amp;rdquo; พร้อมกับทุบไปที่อกข้างซ้าย 2 ครั้ง และกล่าวอีกว่า &amp;ldquo;กำปั้นนายกฯ มันใหญ่อยู่แล้ว ฉะนั้นหัวใจนายกฯ มันใหญ่อยู่แล้ว กำลังใจก็ดี&amp;rdquo; เมื่อถามอีกว่ายังเข้มแข็งใช่หรือไม่&amp;nbsp; นายกฯ ไม่ตอบเพียงแค่ชูกำปั้นแสดงความเข้มแข็งยืนยันกับผู้สื่อข่าว&amp;nbsp; ก่อนรถเคลื่อนออกจากรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวขอบคุณทุกเสียงทั้งผู้ที่ยกมือไว้วางใจและไม่ไว้วางใจ โดยจะนำสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายมาปรับปรุงแก้ไขในการทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีคะแนนไว้วางใจนายกฯ ได้น้อยจนเกือบเป็นลำดับสุดท้าย รองนายกฯ ตอบว่า ตนดูแต่คะแนนตัวเอง ซึ่งหลังลงมติก็ได้แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี ต่อจากนี้จะต้องทำงานต่อไป ซึ่งทุกคนคะแนนใกล้เคียงกัน และ ส.ส.ทุกคนก็มีเอกสิทธิ์ในการลงคะแนน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าไปคิดเรื่องคะแนนมากคะแนนน้อย เพราะถือว่าทุกคนก็ผ่าน&amp;nbsp; คะแนนที่ได้มาถือเป็นคะแนนจากประชาชนที่โหวตโดย ส.ส. จะทำงานให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามจะนำคำอภิปรายของฝ่ายค้านไปปรับปรุงการทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร ซึ่งงานที่ตนรับผิดชอบส่วนใหญ่เป็นเรื่องเทคนิค ก็จะพยายามให้แพทย์เป็นผู้ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการปรับ ครม.หลังการอภิปราย นายอนุทินกล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วม มาด้วยกัน ทำด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังได้รับคะแนนโหวตไว้วางใจสูงที่สุดว่า รู้สึกว่ารัฐบาลได้รับความไว้วางใจทั้งหมด ส่วนผลคะแนนที่ออกมาขอกลับไปตรวจสอบดูก่อน ซึ่งผลที่ออกมาแบบนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นปึกแผ่น และทุกคนผ่านการตรวจสอบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ชงให้เป็นนายกฯ เพราะได้คะแนนสูงสุดด้านความนิยม นายเฉลิมชัยกล่าวว่า &amp;ldquo;มีอย่างนั้นด้วยหรือ ฝากขอบคุณ แต่ไม่หรอกครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เสถียรภาพของรัฐบาลหลังจากนี้จะยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า จากคะแนนที่ออกมาวันนี้เป็นภาพที่ชัดเจนว่ารัฐบาลยังเป็นปึกแผ่น ยังเหนียวแน่นและยังเชื่อมั่นในตัวนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า พรรคก้าวไกลมีการเรียกร้องให้ยุบสภา รมว.เกษตรฯ ตอบว่าต้องดูสถานการณ์ทุกอย่างว่าเหมาะสม หรือสมควรหรือไม่ คิดว่า เรื่องนี้นายกฯ ท่านมีวิจารณญาณอยู่แล้ว&amp;nbsp; จึงไม่สามารถตอบได้ว่าจะยุบสภาหรือไม่ เพราะไม่ใช่อำนาจของตน แต่คิดว่าวันนี้ควรจะแก้ไขปัญหาประเทศไปก่อน ช่วยกันทำให้โควิดเบาลงให้ได้ ให้เข้าสู่สภาวการณ์ปกติ และสถานการณ์อื่นๆ ค่อยว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นรัฐมนตรีที่ถูกสอดไส้ ทั้งที่ตามจริง แล้วไม่สมควรโดนอภิปราย นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีโอกาสได้ชี้แจง เรื่องอะไรที่ยังคาใจอยู่ ถ้าเราไม่มีโอกาสได้ชี้แจงก็จะยังคาใจอยู่อย่างนั้น ถ้าได้ชี้แจงให้ชัดเจนแล้วก็จะเป็นคำตอบให้คนฟังได้คิดตามว่าอะไรถูกอะไรผิด
&amp;#39;มาดามเดียร์&amp;#39; หัก &amp;#39;อนุทิน&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงคะแนนเสียงที่ได้ในการโหวตลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมองว่าตนจะได้รับคะแนนเป็นลำดับสุดท้าย แต่เมื่อทราบผลการลงคะแนนแล้วกลับเป็นนายสุชาติ&amp;nbsp; ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้คะแนนไว้วางใจเป็นลำดับสุดท้าย ว่าไม่เกี่ยวกับคะแนนว่าใครมากใครน้อย คะแนนเสียงที่ได้ก็เป็นไปตามที่คาด พรรคร่วมรัฐบาลเชื่อว่าลงคะแนนไว้วางใจเกือบทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิกล่าวว่า สำหรับคะแนนของนายกรัฐมนตรีที่อยู่ลำดับรองบ๊วยนั้น ตนไม่ทราบ ขอกลับไปดูรายชื่อก่อนว่าเป็นอย่างไร และต้องถามไปยังวิปรัฐบาลให้ตรวจสอบรายชื่อและดูข้อมูลก่อน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หลักสำคัญในวันนี้คือสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน ผ่านความเห็นชอบให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เรื่องคะแนนมากน้อยไม่ใช่ประเด็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่หลายฝ่ายมองว่าตนเป็นรัฐมนตรีสมัยแรก และถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งแรก และสามารถได้คะแนนเสียงโหวตไว้วางใจมากนั้น เป็นการแสดงถึงการทำงานอย่างไรหรือไม่ ตนมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงรัฐบาลทำงานมาได้ดีถึงเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญสภาผู้แทนราษฎรก็ให้การยอมรับและให้ความไว้วางใจในการทำหน้าที่ต่อ ซึ่งเชื่อว่าตรงนี้จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนใน ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หรือมาดามเดียร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;เดียร์ วทันยา&amp;nbsp; วงษ์โอภาสี&amp;quot; กรณีที่โหวตงดออกเสียงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สืบเนื่องจากกรณีความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อซิโนแวค และความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อชุดตรวจโควิดแบบ ATK โดยให้เหตุผลว่า คำชี้แจงของนายอนุทินไม่ชัดเจน ไม่สามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ถูกอภิปรายเรื่องเขากระโดงนั้น ยังไม่มีข้อมูลใหม่ และขณะนี้คดีได้อยู่ภายใต้การตรวจสอบของ ป.ป.ช.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งพฤติกรรมเสเพลที่ถูกอภิปราย ก็ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความผิดได้อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังกับผลที่ออกมา เสียดายที่ระบบรัฐสภาไม่ได้ยึดโยงกับความเป็นจริงของประชาชน เสียดายโอกาสของ ส.ส.ในการถอดสลักที่เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหา ผลที่ออกมาถ้าดูตัวเลข นายกรัฐมนตรีได้รับความไว้วางใจได้เป็นอันดับรองบ๊วย ประกอบกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงอภิปราย สะท้อนว่าเกิดปัญหาในความชอบธรรมและความเป็นผู้นำ และคิดว่ามีโอกาสนำไปสู่การยุบสภาได้ในเร็ววันนี้ และนายกรัฐมนตรีควรพิจารณาตัวเอง เพราะทั้งหมดสะท้อนถึงความชอบธรรมในรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า ส่วนการทำงานต่อไปของพรรคหลังจากนี้จะเป็นการโรยเกลือ หลังกรีดบาดแผลในการอภิปรายไม่ไว้วาง คือ การยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบดำเนินการต่อไป และจะเดินหน้ารักษาผลประโยชน์ให้ประชาชน อย่างไรก็ตามแม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่คิดว่ามีประโยชน์ในการควบคุมสังคมได้ดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง การฉีดวัคซีนคืบหน้าไปมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเลิกซื้อวัคซีนซิโนแวค เนื่องจาก CEO&amp;nbsp; ของบริษัทผลิตซิโนแวคก็บอกว่าประสิทธิภาพอาจจะต้านกับเชื้อโควิดไม่ได้ แต่กำลังพัฒนาอยู่
เชิญงูเห่ากรอกใบลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวการจ่ายเงินให้ ส.ส.แลกโหวตไว้วางใจ ถ้าเป็นความจริงจะยิ่งตอกย้ำความไม่ลงรอยและความไม่เสถียรภาพของรัฐบาล&amp;nbsp; แม้ข้อมูลที่นำมาอภิปรายจะหนักแน่นแค่ไหน แต่ไม่สามารถโน้มน้าวเสียงของสภาได้ ก็คงต้องใช้เวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธายังกล่าวถึงการลงโทษงูเห่าว่า &amp;quot;พรรคจะไม่ให้ในสิ่งที่ต้องการ จะดองงูต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล&amp;nbsp; ขยายความในประเด็นดังกล่าวว่า พรรคได้เตรียมใบลาออกไว้สำหรับทุกท่านมาตั้งนานแล้ว เพียงแค่มารับแล้วลงชื่อก็จบแล้ว ถ้าจะให้พรรคส่งใบลาออกไปให้ทางไปรษณีย์ก็สามารถประสานงานมาที่ฝ่ายธุรการพรรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)&amp;nbsp; กล่าวว่า หลังจากได้ฟังการอภิปรายฝ่ายค้านตั้ง 4 วัน ไม่ได้เห็นหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์มีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบประการใดเลย จึงขอลงมติไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมตรีทำหน้าที่ต่อไป เพราะประชาชนเลือกตนเข้ามาเพราะต้องการ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตลอดการทำงานของท่านไม่เคยลดหยุดเลย มีแค่การลาป่วยไม่กี่วันเท่านั้น และที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยมีประวัติเรื่องการคดโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านฝีมือตก เอาข้อมูลเอกสารมาจากสื่อมวลชน รวมถึงเอาเฟกนิวส์เข้าสู่เวทีซักฟอก แถมบางคนยังกุเรื่องแจกเงิน พูดจาหยาบคาย หลังการอภิปรายครั้งนี้คงต้องมีคดีความติดตัวกันอีกเยอะ ขอให้ประชาชนดูการกระทำของคนพวกนี้ให้ดี และครั้งหน้าอย่าเอาเข้ามาทำหน้าที่แทนอีก&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสิระได้นำเหรียญพิมพ์นิยมรุ่น 2 ชื่อรุ่นเราไม่แพ้ มาห้อยคอเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยนายสิระระบุว่า จะไปขออนุญาต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะทำแจกจ่ายให้ประชาชนและสื่อมวลชน ก่อนหน้านี้นายสิระได้ทำเหรียญหลวงปู่ป้อมขึ้นมา ซึ่งครั้งนั้นได้เขียนชื่อ พล.อ.ประวิตรผิดเป็น &amp;ldquo;ประวิทย์&amp;rdquo; และได้มีการทุบบล็อกพิมพ์นิยมรุ่น 1&amp;nbsp; ทิ้งไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า 3 พรรคเล็ก ได้แก่ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคไทรักธรรม ได้ลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนทำเต็มที่แล้วจนสุดความสามารถ ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย ตนทำเต็มที่และจะสู้ต่อไป เพราะสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ลุงตู่กับตนยังเป็นศัตรูกันเหมือนเดิมในทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 3 พรรคที่โหวตไม่ไว้วางใจจะย้ายไปอยู่ฝ่ายค้านหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ต้องไปถามหัวหน้าพรรคเขาเองมีความคิดอย่างไร แต่เชื่อว่าทั้ง 3 พรรคมีหัวใจและจิตวิญญาณเป็นของประชาชน&amp;nbsp; ส่วนใครโหวตไว้วางใจนายกฯ เพราะเขามีหัวใจเป็น พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; และที่ 3 พรรคลงแบบนี้เพราะประชาชนเรียกร้อง ไม่มีผลประโยชน์อะไร ถ้าลงคะแนนไว้วางใจนายกฯ อาจจะทำให้เป็นเหตุครอบครัวแตกแยก โดนเผาบ้านแน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การที่นายกฯ ได้คะแนนเสียงน้อยกว่าพรรคร่วมเป็นการสะท้อนอะไรหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า เท่าที่ดูคะแนนของทั้ง&amp;nbsp; 6 คน นายกฯ อยู่อันดับ 5 ซึ่งคนที่ได้คะแนนสูงสุดคือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็สมควรจะได้เป็นนายกฯ ทั้งนี้ตนโหวตไม่ไว้วางใจ 5 คน แต่โหวตไว้วางใจ 1 คน คือนายเฉลิมชัย เพราะเป็นคนดี ทำงานดี และมีจิตใจดี ดีกว่านายกรัฐมนตรีปัจจุบัน นอกจากนี้เป็นการบ่งบอกว่า อิทธิพลของพี่น้องประชาชนมีผลต่อคะแนนเสียง ต่อหัวใจของผู้แทนราษฎร แม้จะมีบางสิ่งที่มาทำให้เกิดความกลัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115624</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลังประชารัฐ, ส.ส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, โหวตซักฟอกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6133775c3d26b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อมดดำ&#039;เตือนพรรคการเมืองคิดให้ดีก่อนเช็คบิลส.ส.แหกมติ ชี้รธน.ให้ผู้แทนฯมี&#039;เอกสิทธิ์-อิสระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณี ส.ส.ลงมติในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลไม่เป็นไปตามมติพรรค และแต่ละพรรคมีการตั้งกรรมการสอบสวนว่า ประเด็นนี้ไม่ควรมองในมิติเสถียรภาพของรัฐบาล ความเป็นเอกภาพของฝ่ายค้าน หรือมารยาททางการเมืองเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมองในมุมของหลักการ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อการทำหน้าที่ของ ส.ส.ด้วย โดยรัฐธรรมนูญ 2560 ได้บัญญัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระ และเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ไว้ในหลายส่วน อาทิ มาตรา 114 ที่ระบุว่า ส.ส.ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรา 124 ก็ระบุว่า ในที่ประชุมสภาฯ ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ตลอดจนข้อบังคับสภาฯ ข้อ 178 วรรคหนึ่ง ก็ได้กำหนดไว้สอดคล้องกัน คือ ทั้งในการอภิปราย หรือการลงมติ สมาชิกของพรรคการเมืองย่อมมีอิสระไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ เพื่อเป็นหลักประกันในการทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย ที่ต้องมีอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงมติใดๆของ ส.ส.แต่ละคนย่อมเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ผู้นั้นที่จะไม่อยู่ในอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับสภาฯ ได้บัญญัติรองรับไว้อย่างชัดเจนว่า ส.ส.ย่อมอยู่ภายใต้หลักของการทำหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปของการปกครองระบอบประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า การดำเนินการของพรรคการเมืองเพื่อสอบสวน ส.ส.ที่ไม่ลงมติตามมติพรรคนั้นสามารถกระทำได้ภายใต้ข้อบังคับของพรรคการเมืองนั้นๆ เพื่อแสวงหาเหตุผลที่ ส.ส.ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค และนำไปชี้แจงต่อประชาชน รวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในกรณีฝ่ายรัฐบาล อาจจะเป็นเพราะรัฐมนตรีผู้นั้นชี้แจงข้อกล่าวหาได้ไม่ชัดเจน ก็เป็นรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ต้องดำเนินการชี้แจงเพิ่มเติม ด้าน ส.ส.ฝ่ายค้านก็อาจมองรัฐมนตรีชี้แจงได้ชัดเจนดีแล้วจึงลงมติไว้วางใจให้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจะสอบสวนเพื่อนำไปสู่การลงโทษ ซึ่งข้อบังคับของแต่ละพรรคกำหนดโทษสูงสุดถึงขั้นขับออกจากพรรคนั้น ควรต้องพึงระวังว่าอาจจะขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เข้าข่ายการกระทำที่ไม่เป็นไปตามที่รัฐธรมนูญกำหนด หรือเป็นลักษณะที่ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองหรือไม่ ยกตัวอย่าง หากใช้เหตุผลว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจ แล้วมาสอบสวนหรือลงโทษ ส.ส.ที่สังกัดพรรคตัวเอง อาจเข้าข่ายคนนอกครอบงำ เป็นเหตุให้นำไปสู่การร้องขอให้ยุบพรรคการเมืองนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่อยู่ในระบบพรรคการเมืองมาตลอด และเข้าใจดีถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของพรรคการเมือง ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้ท้ายหรือสนับสนุนให้ ส.ส.แหกมติพรรค แต่ต้องไม่ลืมว่า มติพรรคไม่ได้มีสภาพบังคับตามกฎหมาย &amp;nbsp;เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อรักษาความเป็นเอกภาพของพรรค แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เช่นนี้พรรคต้นสังกัดก็ย่อมต้องให้เกียรติวิจารณญาณของ ส.ส.ด้วยเช่นกัน เพราะแม้ ส.ส.จะต้องสังกัดพรรคการเมือง และอยู่ภายใต้ข้อบังคับของพรรคการเมือง แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดจะอยู่เหนือรัฐธรรมนูญที่ให้อิสระไว้ได้ อีกทั้งการยึดติดให้ ส.ส.ต้องปฏิบัติตามมติพรรคอย่างเคร่งครัดก็อาจนำไปสู่ระบบใบสั่ง ทำให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่มีเสรีภาพในการออกเสียงอย่างเป็นอิสระ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่าการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจฯของ ส.ส.เป็นวิจารณญาณของผู้นั้นที่จะตัดสินใจได้โดยอิสระ แต่ในทางกลับกันหากการลงมติของ ส.ส.ผู้นั้นไม่เป็นไปตามมติพรรค เพียงเพื่อแลกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทนใดๆ หรือมีวาระส่วนตัวซ่อนเร้น ก็เป็นเรื่องที่ควรต้องถูกประณามและลงโทษในแง่จริยธรรมเช่นกัน หากชี้แจงไม่ได้หรือมีหลักฐานชัดเจน&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93938</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุชาติ ตันเจริญ, เอกสิทธิ์ส.ส., โหวตซักฟอกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60348595aad6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
