<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพ‘งูเห่า’เต็มสภา! ‘ปชป.’โอดกลั้นใจยกมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; งูเห่าโผล่อีก! 3 ส.ส.เสรีรวมไทย-2 เสียงเพื่อไทยโหวตไว้วางใจ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; 5 ส.ส.เศรษฐกิจใหม่งดออกเสียง &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; 17เสียง ปชป.ไม่ไว้วางใจ รมช.เกษตรฯ แต่จำใจโหวตตามมติพรรค บี้นายกฯ นำไปทบทวน ปธ.วิปรัฐบาลดี๊ด๊าเตรียมแค่ 269 เพิ่มมาเอง &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง กกต.ฟัน ส.ส.ขายตัว เอาผิดถึงขั้นยุบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการออกเสียงในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;ซึ่งปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;พรหมเผ่า&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจน้อยที่สุดใน 6 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยได้เสียงไว้วางใจ 269&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;และงดออกเสียง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบการลงญัตติของสำนักรายงานการประชุมและชวเลข&amp;nbsp;พบว่าเสียงของ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส กลับมีมติงดออกเสียง&amp;nbsp;ได้แก่ นายนิยม&amp;nbsp;วิวรรธนดิฐกุล&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายภาสกร&amp;nbsp;เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายมนูญ&amp;nbsp;สิวาภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายสุภดิช&amp;nbsp;อากาศฤกษ์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และนางมารศรี&amp;nbsp;ขจรเรืองโรจน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เสียงที่งดออกเสียง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;ประธานสภาฯ&amp;nbsp;และนายสุชาติ&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;รองประธานสภาฯ&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปกติของการทำหน้าที่ในสภา&amp;nbsp;ทั้งนี้ พบว่า&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสได้ลงคะแนนเป็นไว้วางใจให้กับตนเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เสียงลงมติของ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด 277 เสียง&amp;nbsp;ซึ่งมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมถึง 5&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;พบว่าเสียงที่สนับสนุนให้กับ พล.อ.ประวิตรนั้น มาจากเสียงของ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;จากพรรคเสรีรวมไทย 3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น.ส.นภาพร&amp;nbsp;เพ็ชร์จินดา&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายวัชรา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วังขนาย&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายอำไพ&amp;nbsp;กองมณี&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และมาจากพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น.ส.พรพิมล&amp;nbsp;ธรรมสาร&amp;nbsp;ส.ส.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายพลภูมิ&amp;nbsp;วิภัติภูมิประเทศ&amp;nbsp;ส.ส.กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการออกเสียงของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น&amp;nbsp;ไม่พบการลงมติใดๆ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;ขณะที่การออกเสียงของ น.ส.นภาพร&amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ก่อนปิดสมัยประชุมว่า การออกเสียงของตนเองในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์นั้น&amp;nbsp;ได้ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;แต่เกิดข้อผิดพลาดเพราะคะแนนไม่ขึ้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในการชี้แจงดังกล่าวไม่ระบุข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับรัฐมนตรีคนอื่น&amp;nbsp;ทั้งนี้ ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รัฐมนตรีที่เหลือ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองาม รองนายกฯ,&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย,&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;และนายดอน&amp;nbsp;ปรมัตถ์วินัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น น.ส.นภาพรยืนตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้ออกเสียงไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเสียงไว้วางใจรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่มียอดลงคะแนนเกินกว่าจำนวน ส.ส.ที่สังกัดพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เสียงนั้น&amp;nbsp;จากการตรวจสอบการลงคะแนน&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เป็น ส.ส.ของพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;คือนายอนุมัติ&amp;nbsp;ซูสารอ&amp;nbsp;ส.ส.ปัตตานี,&amp;nbsp;ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คนนั้นเปิดตัวว่าสังกัดพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.นายวิรัช พันธุมะผล&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายฐิตินันท์&amp;nbsp;แสงนาค&amp;nbsp;ส.ส.ขอนแก่น 3.นายกฤติเดช&amp;nbsp;สันติวชิระกุล&amp;nbsp;ส.ส.แพร่, 4.นายกิตติชัย&amp;nbsp;เรืองสวัสดิ์&amp;nbsp;ส.ส.ฉะเชิงเทรา, 5.ร.ต.ต.มณฑล&amp;nbsp;โพธิ์คาย&amp;nbsp;ส.ส.กทม. 6.นายอนาวิล&amp;nbsp;รัตนสถาพร&amp;nbsp;ส.ส.ปทุมธานี 7.นายเอกการ&amp;nbsp;ซื่อทรงธรรม&amp;nbsp;ส.ส.แพร่ 8.นายโชติพิพัฒน์&amp;nbsp;เตชะโสภณมณี&amp;nbsp;ส.ส.กทม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;9.นายสำลี&amp;nbsp;รักสุทธี&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;ส่วนอีก 1 คน คือนายสมัคร ป้องวงษ์&amp;nbsp;ส.ส.สมุทรสาคร&amp;nbsp;แต่ยังไม่ทราบว่าย้ายไปสังกัดพรรคใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการออกเสียงของนายศุภชัย&amp;nbsp;โพธิ์สุ&amp;nbsp;ส.ส.นครพนม&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานสภาฯ&amp;nbsp;คนที่สอง&amp;nbsp;ได้ออกเสียงไว้วางใจให้กับรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขณะที่นายชวนและนายสุชาตินั้นใช้สิทธิงดออกเสียง ส่วนคะแนนไว้วางใจและไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่แตกต่างกันแล้ว ยังพบว่ามี ส.ส.แสดงตนเป็นองค์ประชุมไม่เท่ากันด้วย
งูเห่าพท. 2 เสรีรวมไทย 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่โหวตไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ด้วยคะแนนที่มากกว่าที่เราเตรียมการไว้ ส่วนคะแนนของ พล.อ.ประวิตร ที่มากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นนั้น เพิ่มขึ้นมาจากพรรคเพื่อไทย 2 เสียง และพรรคเสรีรวมไทย 3 เสียง ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ถือว่าอยู่ในระนาบเดียวกัน ส่วนคนที่คะแนนเกิดอุบัติเหตุต้องขออภัย หลังจากนี้จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ให้คะแนนอยู่ในระนาบเดียวกันให้ได้มากที่สุด การลงมติครั้งนี้ถือเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย คะแนนเสมอกันไม่มีอะไรบิดเบี้ยว แต่แปลกใจที่ผู้เสนอไม่ไว้วางใจไม่อยู่ร่วมโหวตด้วย ยืนยันรัฐบาลสามารถยืนด้วยขาตัวเองได้ อย่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งเราโหวตเฉพาะเสียงรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คะแนนเสียงที่เตรียมการไว้คือเท่าไร? นายวิรัช กล่าวว่า 269 เสียง และคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็มาเต็มเปรี๊ยะ ส่วนคะแนนที่เพิ่มมานั้นไม่ทราบจริงๆ ว่าเพราะอะไร และคะแนนที่เพิ่มเราไม่สามารถควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า นายสาทิตย์? วงศ์หนองเตย? ส.ส.ตรัง? พร้อมด้วยนายเทพ?ไท? เสนพงศ์? ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายอันวาร์? สาและ? ส.ส.ปัตตานี? และนายพนิช วิกิตเศรษฐ์? ส.ส.บัญชีรายชื่อ? พรรคประชาธิปัตย์? ร่วมกันแถลงก่อนโหวตญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?โดยนายสาทิตย์ กล่าว?ว่า? เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ประชุมหารือถึงการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี &amp;nbsp;โดยที่ประชุมของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า?มีจำนวน? 5? คนที่เราไม่ติดใจ แต่มีการถกกันมากในกรณีของ? ร.อ.ธรรมนัส? ซึ่ง ส.ส.จำนวนมากในพรรคเห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคดีที่ประเทศออสเตรเลีย ทั้งคุณวุฒิการศึกษา และประเด็นอื่น รวมถึงมีการหยิบยกประเด็นอื่นๆ กันขึ้นมา เพื่อหารือว่าจะลงมติกันอย่างไร? จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ต้องใช้วิธีลงมติกัน ถือเป็นครั้งแรกที่ต้องใช้วิธีนี้ ผลปรากฏว่า?เห็นควรลงมติไว้วางใจ 24 เสียง และลงมติไม่ไว้วางใจ 17 เสียง ถือเป็นเสียงไม่ไว้วางใจที่มีค่อนข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกผม 4 คนอยู่ใน 17 เสียง ที่เห็นว่ายังไม่ควรไว้วางใจ? ร.อ.ธรรมนัส แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องทำตามมติพรรค ส่วนที่ต้องออกมาแถลงข่าวเพื่อต้องการส่งสัญญาณถึงนายกฯ และคณะรัฐมนตรีว่า การได้เสียงไว้วางใจจะนับเฉพาะในสภาไม่ได้ ควรจะฟังเสียงประชาชนภายนอกด้วย จึงขอเรียกร้องไปยังผู้นำรัฐบาลจะต้องหยิบประเด็นนี้ไปทบทวน หยิบประเด็นนี้ไปคำนึงถึงอย่างสำคัญและเอาจริงเอาจัง? เพื่อความมั่นคงของรัฐบาลที่ต้องขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของประชาชนทั่วประเทศ&amp;quot; นายสาทิตย์ระบุ
ภท.เฉ่ง 2 ส.ส.ลูกเสี่ยตือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยแจ้งว่า ในช่วงเช้าก่อนลงมติอภิปรายฯ พรรคภูมิใจไทยได้มีการประชุม ส.ส.เป็นการภายใน โดยให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็น ซึ่งมี ส.ส.บางคนไม่พอใจการชี้แจงของรัฐมนตรีบางคนที่ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ แต่แกนนำพรรคระบุว่าพรรคจำเป็นต้องโหวตสนับสนุน เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเรื่องวินัยของพรรคสำคัญที่สุด ดังนั้นจึงส่งผลให้ ส.ส.ทั้ง 61 คนโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่กรณีนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ไม่ลงคะแนนเสียงลงมติขอปิดการอภิปรายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคคเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ได้สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำพรรคถึงขั้นมีการตำหนิและไปพูดคุยกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งเป็นบิดาว่าบุตรชายควรคำนึงถึงวินัยของพรรคมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนรุ่นใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง? (กกต.) นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำหลักฐานคลิปเสียงการเจรจาชักชวนอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เข้าร่วมพรรคการเมือง มายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขัดมาตรา 30 และมาตรา 31&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยพรรคการเมือง&amp;nbsp;ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดเสนอให้ หรือรับ&amp;nbsp;ให้ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงโดยอ้อมเพื่อจูงใจ ให้บุคคลสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การซื้อขายตัว ส.ส.กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำได้&amp;nbsp;และเป็นเรื่องที่น่าอับอาย เพราะนักการเมืองควรเป็นบุคคลตัวอย่างของประเทศ&amp;nbsp;แต่กลับมีพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับโสเภณีการเมือง เอาเงินมาเป็นที่ตั้ง ซึ่งคลิปเสียงที่ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่นำมาเผยแพร่&amp;nbsp;จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวแล้ว ซึ่งมาตรา 92 (3) ในกฎหมายเดียวกัน ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทำลายล้าง เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองที่กระทำการดังกล่าวได้ และ ส.ส.ที่มีพฤติกรรมขายตัว กฎหมายก็กำหนดโทษไว้ในมาตรา 109 ว่าอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ควรให้เกิดขึ้นในระบบการเมืองไทย กกต.จึงควรสอบสวนวินิจฉัย ถ้าพบว่าเป็นความผิด&amp;nbsp;ก็ควรเสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง และยื่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้เอาผิด ส.ส.ที่ขายตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58463</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, โหวตตามมติพรรค, โหวตไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e5919d836108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านสาวไส้เละ! กัดฟันปัด‘คุณขอมา’/โหวต‘6รมต.’ฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาเสียงข้างมากลงมติโหวตไว้วางใจ 6 รมต. ฮือฮา &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คะแนนสูงสุด 277 &amp;quot;บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน-บิ๊กป๊อก&amp;quot; เท่ากัน &amp;nbsp;272 &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; รั้งท้าย 269 พท.-อนค.แต่งชุดดำเข้าสภาก่อนที่ พท.จะวอล์กเอาต์ แต่ อนค.เข้าโหวตไม่ไว้วางใจ ด้านนายกฯ สบายใจหลังผ่านศึกซักฟอก ยันไม่ปรับ ครม.หรือดึง พท.บางส่วนเข้าร่วม &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ปัดไม่มีฮั้ว ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทยเรียงหน้าแจงไม่มีรายการคุณขอมา ยอมรับเสียใจที่ประเมินเวลาพลาด พร้อมขอโทษ อนค. ขอนัดกินข้าวเคลียร์ใจ 4 มี.ค.นี้ แต่ &amp;quot;เสี่ยไก่&amp;quot; แฉกลับเพื่อนแอบไปคุยกับทหาร สะพัด! เรียก &amp;quot;พี่หนวด&amp;quot; อบรมเหตุทำพท.-อนค.เกิดปัญหา ด้านแกนนำ อนค.ลั่นพรรคใหญ่ต้องให้เกียรติกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ปฏิเสธที่จะตอบคำถามในทุกประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกันระหว่างพรรคเพื่อไทย(พท.) และรัฐบาลเพื่อไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ ไม่ทราบ&amp;rdquo; เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ ก่อนแหวกวงล้อมสื่อมวลชนเข้าลิฟต์เพื่อไปขึ้นห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสั้นๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี เมื่อถามว่าพอใจหรือไม่ที่ไม่ถูกอภิปรายว่า &amp;ldquo;ก็อภิปรายอยู่ ไม่ถูกอภิปรายอะไร โธ่&amp;rdquo; เมื่อถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตรได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงความมั่นใจในเสียงโหวตของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดย พล.อ.อนุพงษ์มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นไปยังห้องประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ กรณีที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไม่อภิปรายสรุปญัตติว่า เคยตักเตือนเรื่องการบริหารเวลาไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาตอนปลาย แต่สุดท้ายก็ดำเนินการอภิปรายยุติลงได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมลงมติวันนี้ก็เป็นสิทธิของ ส.ส. และการที่ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงมติในวันนี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ทราบกรณีที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทยฮั้วกับรัฐบาลจึงไม่ได้อภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ขอตำหนิการกระทำของกลุ่มการเมืองที่เรียกตัวเองว่าพรรคที่ถูกยุบ ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของรัฐสภา แม้แต่กฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังแยกไม่ได้ว่าอะไรควร-ไม่ควร ที่ผ่านมาไม่เคยปิดกั้นการแถลงข่าว แต่ก็มีระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาซึ่งวิญญูชนทั้งหลายอ่านแล้วเข้าใจว่าอะไรควรหรือไม่ควรปฏิบัติ เนื่องจากเมื่อคืนเวลาประมาณ 19.00 น. ส.ส.ในกลุ่มนี้มาแถลงข่าวกันหลายคน โดยคนที่ไม่มีโอกาสอภิปรายในสภา แต่กลับมาอภิปรายข้างนอก ซึ่งไม่สมควร ทั้งที่เมื่อวานเจ้าหน้าที่สภาเข้ามาขอร้องแล้ว แต่ก็ไม่ฟัง ใช้เวลา 19.20-21.15 น. ซึ่งไม่เกรงใจใครและพาดพิงถึงผู้อื่น ถือเป็นการผิดระเบียบการรักษามารยาท และการใช้ภาพและเสียงภาพยนตร์ คือการเฟซบุ๊กไลฟ์ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวยืนยันว่า ไม่มีดีลการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ พล.อ.ประวิตร เป็นการคาดการณ์ไปเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 09.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนายชวนได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้อภิปรายปรึกษาหารือเป็นการทั่วไป&amp;nbsp;
อนค-พท.แต่งชุดดำไว้ทุกข์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอใช้สิทธิไม่ร่วมสังฆกรรม และไม่ขอเข้าร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการดำเนินการโดยมิชอบภายหลังผู้เสนอญัตติของฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปญัตติตามข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งถือว่าการอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้สิทธิในการให้ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปไว้เแล้ว ถ้าไม่ใช้สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้ามาร่วมหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงนายกฯ สิ่งที่เปราะบางของประเทศ คือการไม่รักษากติกามารยาทบ้านเมือง มีความเป็นห่วงว่าแม้ว่าเราจะยังไม่มีพรรคอยู่ แต่เรารักษากติกาบ้านเมือง อยากให้รัฐบาลใส่ใจการแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา และอยากฝากให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้อำนาจบริหารประเทศภายหลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ พรรคผมไม่เคยเล่นการเมืองแบบปาหี่ครับ&amp;quot; นายคารมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.อดีตพรรค อนค.หลายคนได้พร้อมใจกันแต่งกายในชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ โดยนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า ขอแต่งกายชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับการประชุมสภาฯ ที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด การลงมติครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามลำดับ ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 49 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 277 ต่อ 50 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับความไว้วางใจ 269 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียงจำนวน 7 คน&amp;nbsp;
นายกฯ สบายใจผ่านศึกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังที่ประชุมสภาโหวตลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภา และการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้ทำตามข้อบังคับ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ ตนต้องขอขอบคุณทุกคนและประชาชนที่ให้กำลังใจกับรัฐบาล ตนจะทำทุกอย่างให้กับทุกคน วันนี้ก็ได้สบายใจไปอีกอย่างหนึ่ง เพราะได้ผ่านพ้นตรงนี้ จะได้ไปทำงานด้านอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายงานที่รออยู่ และนี่คือความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องทำงานและเตรียมการในด้านงบประมาณ ซึ่งได้มีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไป จะลงไปสู่กลุ่มต่างๆ ให้ครบทุกกลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่พูดกันในสภาที่ระบุว่าตนได้ไปรับปากกับประเทศต่างๆ นั้นไม่จริง เป็นเพียงการไปรับข้อมูลต่างๆ และต้องนำมาพิจารณาภายในประเทศ ซึ่งมีหลายขั้นตอนในทุกๆเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้าการลงทุน เพราะโลกไร้พรมแดนแล้ว ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในเรื่องของสินค้าประเทศที่มีการจำกัด ของเราก็มีการห้ามบางอย่าง ยืนยันว่ารัฐบาลคิดในทุกแง่ทุกมุม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ฟังเฉพาะกลุ่มที่เชียร์หรือรัก ยิ่งว่าก็ยิ่งต้องดูว่ามีปัญหาอะไรจะต้องแก้ปัญหาให้เขาด้วย เราต้องพิจารณาตัวเองว่าอะไรยังบกพร่องอยู่หรือยังมีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้าเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล สิ่งที่จำเป็นต้องร่วมมือและช่วยกันวันนี้คือ การทำตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่เข้ามาและเจอหน้ากันนั้น เป็นการเชิญมาร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ใช่ไปบอกก่อนว่าเราจะทำอะไร ดังนั้นอย่าคิดว่าอะไรก็เอื้อประโยชน์กันทั้งหมด ประเทศไทยอย่างไร คนไทยก็ต้องลงทุนร่วมกัน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นขอร้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง เราทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริตทุกประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ผมก็คงไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ต้องเริ่มจากที่ตัวเองก่อน รัฐบาลไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเผชิญกับความขัดแย้งมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากศักยภาพที่มีอยู่ และขอขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ช่วยกันกับผม ถ้าไม่อยากช่วยผมก็ขอให้ช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชนของเรา&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ภายหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า &amp;quot;ไม่มีการปรับ&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้โผ ครม.เตรียมพร้อมไว้แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ยังไม่ถึงเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะมาร่วมด้วย หากเป็นเช่นนั้นต้องเกลี่ยสัดส่วน ครม.ใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;เอาข่าวมาจากไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่สภาลงมติไว้วางใจมากถึง 277 เสียง รู้สึกสบายใจหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของสภาเขา
พปชร.เย้ยฝ่ายค้านสอบตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามกรณี ส.ส.อดีตพรรค อนค.จะนำข้อมูลอภิปรายนอกสภา ถึงการดำเนินมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวจะลงรายละเอียดในเว็บไซต์ให้อ่าน ซึ่งไม่มีการเชื่อมโยงกับตน ก็เห็นอยู่แล้วว่าอยู่มาตั้ง 15 ปี ส่วนข้อมูลในการอภิปรายจะถูกนำไปใช้พูดนอกสภาก็ไม่เป็นไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการวอร์รูมนอกสภาของ พปชร. ที่ได้ติดตามการอภิปรายมาโดยตลอด 4 วัน ขอสรุปยุทธการอรุณรุ่งของฝ่ายค้านว่า สอบตก กลายเป็นอรุณร่วง อรุณรุ่งริ่ง เป็นการแสดงออกแบบท้าทาย เสียดสี ดรามา ท้ายิง ไม่สมเกียรติ ไม่เป็นตัวอย่างแก่เยาวชน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปราย ทั้งยังบริหารเวลาผิดพลาด ทะเลาะกันเองในทั้งฝ่ายค้านทั้งสมาชิกอดีตอนาคตใหม่ ไม่พอใจพรรคเพื่อไทยจนกระทั่งอภิปรายไม่ได้ เป็นความผิดพลาดของฝ่ายค้านเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ขอเรียกร้องนายศรัณย์วุฒิ &amp;nbsp;ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ว่าให้ไปตรวจสอบว่าใครที่มีความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีช่วยท่านหนึ่งแล้วพานักธุรกิจไปโกงเงินธนาคารอิสลาม 2 หมื่นล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โดยมี 5 พรรคหารือ และมีตัวแทนกลุ่มอนาคตใหม่เข้าไปตอนท้ายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ทำงานกันเต็มที่ และตั้งใจให้อภิปรายครบทุกคน การอภิปรายเป็นที่น่าพอใจ แม้วันแรกจะไม่พอใจเท่าไร และวางไว้ว่าวันสุดท้ายจะเป็นทีเด็ด แต่เสียดายว่าไปไม่ถึง ขอโทษตัวเองว่าประเมินรัฐบาลผิดพลาด และวันนี้เราเสียใจ ขอโทษประชาชนที่ทำหน้าที่ได้ไม่ครบ เพราะรัฐบาลไม่เอื้ออำนวยให้ทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่วอล์กเอาต์และประกาศไม่ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากในอดีตไม่มีการใช้เสียงข้างมากมาละเมิดสิทธิ์เสียงข้างน้อยตามหลักประชาธิปไตย พล.อ.อนุพงษ์ยังไม่ถูกอภิปรายเลย ดังนั้นจึงถือว่ายังไม่สิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ หมายความว่าญัตติยังไม่สิ้นสุด และหลังปิดการอภิปรายก่อนลงมติต้องมีการอภิปรายสรุป แต่เพื่อไทยยืนยันว่าไม่ใช้สิทธิ์ แต่เป็นมาตรการตอบโต้ของเสียงข้างน้อยที่ดีที่สุด และก็เป็นมติที่ไม่สมบูรณ์ และอันนี้ต้องสู้กันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า วันนี้ตนและเพื่อน ส.ส. จึงใส่ชุดดำมาเพื่อต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ส่วนกลุ่มอนาคตใหม่ที่เข้าร่วมก็ถือเป็นสิทธิ์ตามเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการลงคะแนน เราไม่มีกิจที่จะไปทำลายทำร้ายพวกเดียวกันเอง เรื่องลงคะแนนกับเรื่องความขัดแย้งถูกจับมาโยงให้เป็นเรื่องเดียวกัน ท้ายที่สุด นพ.ชลน่านกล่าวว่า &amp;quot;คำสั่งที่มีอำนาจสั่งสภาได้ ซึ่งเป็นของผู้ใหญ่ฝั่งรัฐบาล&amp;quot;
พท.-อนค.นัดเคลียร์ใจ 4 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่ตั้งข้อสังเกตมีรายการ &amp;lsquo;คุณขอมา&amp;rsquo; นายสุทินกล่าวว่า ถ้าตอบไปก็จะไม่เชื่อ ให้ดูการทำงานดีกว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้ามีแล้วจะคุ้มอะไร จะได้อะไร เสียดายแต่นายรังสิมันต์ ที่ยังไม่ได้อภิปราย ถ้าได้อภิปรายคนสุดท้ายก็จะครบ ตอนนี้จะต้องระวังไอโอ เสี้ยมให้ฝ่ายค้านแตกกัน ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดทานข้าวกัน ไม่ถือว่าประสานรอยร้าว แต่เป็นการปรับความเข้าใจในระยะสั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ทรยศต่อฝ่ายค้านและประชาธิปไตย และไม่หักหลัง เข้าใจถึงคนที่เตรียมตัวมา แต่ไม่ได้อภิปราย เพราะตนก็เป็นคนหนึ่งที่เตรียมมา แล้วไม่ได้อภิปรายเช่นกัน ยอมรับว่าต้องมีการเคลียร์ใจกับกลุ่มอดีตพรรคอนาคตใหม่ ตนทำงานกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค อนค. ในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ แต่ยังติดต่อนายปิยบุตรไม่ได้ ก็ได้ส่งไลน์ไปแล้วว่า ถ้าว่างให้ติดต่อกลับ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะมีกรณีคุณขอมา ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เพราะก็มีการใส่ชื่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี รวม 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนอกสภาเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ ประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ได้เห็นถึงความพยายามในการชิงรวบรัดตัดสิทธิ์ การอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ใช้พวกมากลากไป ทำตัวเป็นเผด็จการรัฐสภา ปิดกั้นกลไกและกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา จึงเป็นสิทธิ์โดยชอบของผู้ที่ยังไม่ได้อภิปราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ต้องขอโทษทีมอนาคตใหม่อย่างจริงใจ เราเสียใจและเข้าใจความรู้สึกของน้องๆ ทุกท่าน ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อการอภิปรายครั้งนี้ เรายอมรับความผิดพลาดเรื่องการไม่สามารถบริหารเวลาอภิปรายของสมาชิกบางท่าน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นโจทย์ที่ฝ่ายรัฐบาลบีบเรา ด้วยการใช้เสียงข้างมาก เพื่อไม่ให้อภิปรายต่อ ยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่เราจะไปช่วย #เผด็จการ บุคลากรของเราร่วมกันต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนานโดยไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาตลอด คนเพื่อไทยขอยืนยันว่าศัตรูของเราคือ #ระบอบเผด็จการ และจะทำทุกอย่างเพื่อถนอมน้ำใจของกันและกันไว้ให้ดีที่สุด เพื่อรวมพลังกันต่อสู้ให้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าจงใจอภิปรายยืดเยื้อเพื่อให้หมดเวลาอภิปราย พล.อ.ประวิตร ผมไม่โกรธที่เพื่อนกล่าวหาเราแบบนั้น เพียงอยากเตือนสติว่าพรรคเพื่อไทยยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการมาก่อนจะมีพรรค อนค. และเป็นพรรคที่ถูกรังแกจากเผด็จการมากที่สุด ยอมรับว่าคนของพรรคมีส่วนผิดที่คุมเวลาไม่ได้ แต่คนของเพื่อไทยก็เสียสิทธิอภิปรายหลายคนเช่นกัน การจัดลำดับอภิปราย พล.อ.ประวิตรเป็นคนสุดท้าย ก็เป็นมติของพรรคร่วม ดังนั้นข้อกล่าวหาว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อไม่อภิปรายใครจึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย วิธีการแบบนี้ผมไม่คุ้น เพราะไม่เคยระแวงหรือกล่าวหาเพื่อนโดยไม่มีหลักฐาน แม้จะมีข่าวว่าเพื่อนแอบไปคุยกับทหารมาก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านเกิดปัญหาอุปสรรคต่อเนื่องทุกวัน ทั้งการจัดสรรเวลา สลับสับเปลี่ยนคิวผู้ที่จะอภิปรายแต่ละช่วงเวลา ถูกแทรกแซงจากคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่กลับมีอำนาจตัดสินใจ สั่งการ ในส่วนของการวางคนไม่ถูกกับงาน ไม่รักษาเวลาอภิปรายก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา วันแรก แกนนำพรรค ส.ส.ในพรรคหลายคน ต่างผิดหวังกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ส.ส.เพื่อไทย หลายคนได้รับโทรศัพท์ต่อว่า จากชาวบ้าน ผู้สนับสนุนพรรค ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรม สิ่งที่ทำให้นายยุทธพงศ์อภิปรายผิดฟอร์มว่ามีเหตุผลปัจจัยอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่&amp;nbsp;
ซัด อนค.ไม่เข้าใจการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เดิมได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง แต่ได้ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ทำให้เวลารวมของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีปัญหา เกิดความระหองระแหงใจกับพรรคอนาคตใหม่ เพราะผู้อภิปรายหลายคนที่เตรียมข้อมูลมาอดอภิปรายเพราะเวลาไม่พอ แม้ขณะอภิปราย แกนนำพรรคจะส่งโน้ตเตือนเป็นระยะๆ ว่าเวลาหมดแล้ว ให้รีบสรุปโดยเร็ว แต่ก็ถูกนายศรัณย์วุฒิขยำทิ้ง และยังกล่าวในที่ประชุมว่าได้รับเวลาอภิปรายอย่างไม่จำกัด ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ แกนนำพรรคจะเรียกนายศรัณย์วุฒิเข้าไปพูดคุย ตักเตือนชี้ให้เห็นผลถึงการกระทำที่สร้างผลกระทบส่งมาถึงพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยหลังการอภิปรายนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เมื่อเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันแล้วควรที่จะพูดคุยกันก่อนออกมาให้ความเห็นอะไร มองว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เข้าใจการเมือง ต้องการจะได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะทางการเมืองนั้นไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ เมื่อร่วมมือกันแล้วก็ต้องเอาพรรคพวกไว้ก่อน เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเป็นฝ่ายค้านด้วยกันต่อไป ไม่ใช่จะยืนตามแนวทางที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนค.ยืนยันว่า เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สื่อถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ถึงแม้กระบวนการไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจะไม่ครบทุกคน แต่ต้องขอบคุณประชาชนที่ส่งข้อความให้กำลังใจ และขอให้กลับไปลงมติในสภา วันนี้ทุกคนจึงตั้งใจที่จะมาโหวต โดยคิดว่าที่ผ่านมาทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้เป็นเสียงข้างน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น ใน 5 ชั่วโมงสุดท้ายของวันที่ 27 ก.พ. ถ้ารัฐบาลแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายฯ โดยไม่ยึดกติกาที่จัดสรรไว้อย่างเดียว บรรยากาศจะดีกว่านี้ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกแบบนี้ ทำให้เสียงข้างมากกุมสภา จนไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ ประเด็นต่อมา ส.ส.ที่ทำหน้าที่อภิปรายฯ ถูกข่มขู่ รวมทั้งกรณีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค อนค. ที่ใช้สิทธิ์ของประชาชนอภิปรายนอกสภาเรื่อง 1MDB แต่กลับถูกรัฐข่มขู่ ส่วนการทำงานฝ่ายค้านต้องเดินร่วมกันต่อไป แต่ขอร้องพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคเพื่อไทยต้องให้เกียรติกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การใช้พื้นที่แถลงข่าวไม่ได้เกิดความเสียหายวุ่นวาย แต่กลับเป็นสิ่งดีให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาของการอภิปราย เนื่องจากเวลาหมด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน แต่เห็นว่าเมื่อมีคนไม่ถูกอภิปราย ก็ยิ่งต้องไปลงมติไม่ไว้วางใจ และประชาชนก็คาดหวังแม้จะอภิปรายรัฐมนตรีได้ไม่ครบทุกคน แต่ก็มีการอภิปรายนอกสภาเพื่อส่งไปยังประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ที่ได้คะแนนจากการลงมติไว้วางใจสูงที่สุด เพราะตนอาจเปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกได้ ส่วนตัวไม่กลัวการถูกฟ้อง เพราะเคยถูกจำคุกมาแล้ว ยอมรับว่าในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ได้มีการนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอบคุณ และคงใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ประเมินเวลาพลาด, วิปรัฐบาล, ศึกซักฟอก, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, โหวตตามมติพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e5919afd5d82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
