<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยน‘บิ๊กตู่’รื้อโผครม. พปชร.ฮึดขอกระทรวงหลักปชป.-ภท.ยํ้าต้องยึดดีลเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยิ้มแก้มปริ ขอบคุณเสียงโหวตให้นั่งนายกฯ สมัย 2 ย้ำได้คะแนนเสียงจาก ส.ส.เกินครึ่งก่อนให้ ส.ว.หนุน วิษณุเปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่ คาดไม่ลากยาวจบก่อนสิ้นเดือน มิ.ย. &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยัวะพ่อฟ้าบอกปล้นอะไร ไผ่ วันพอยท์ ซ้ำแค่เป็น &amp;ldquo;หมาก&amp;rdquo; ทำนึกว่าเป็นขุน สะพัด! รื้อโควตาใหม่หลังเห็นบทเรียน &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ทำหน้าที่ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ส่อไม่ไปต่อหากกระทรวงหลักหลุดมือ &amp;ldquo;ปชป.-ภท.&amp;rdquo; ย้ำต้องยึดดีลแรก พปชร.ต้องแก้ปัญหาเอง &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; เตรียมดัน &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; ขึ้นแท่นผู้นำฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ยังคงมีความต่อเนื่องหลังจากมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผลการโหวตในช่วงค่ำได้มีมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้คะแนน 500 เสียง ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. 251 เสียง และ ส.ว. 249 เสียง เกินกึ่งหนึ่งจากสมาชิกทั้งรัฐสภา และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ 244 เสียง และงดออกเสียง 3 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุม ส.ว.เมื่อช่วงเช้า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวก่อนเข้าสู่วาระประชุมว่า ขอบคุณสมาชิก ส.ว.ทั้ง 250 &amp;nbsp;คน ที่ทำหน้าที่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.อย่างพร้อมเพรียง แม้การประชุมจะใช้ระยะเวลายาวนาน&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางเข้ามายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาดูความพร้อมสถานที่ในวันรับสนองพระบรมราชโองการ โดยคาดว่าจะใช้ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นสถานที่จัดพิธี และอาจใช้ห้องสีม่วงเป็นสถานที่กล่าวกับประชาชนหลังเสร็จสิ้นพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ตั้งแต่เวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ยังเดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบฯ ตามปกติ โดยขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด และเมื่อเวลา 10.30 น. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รับทราบผลการเลือกนายกฯ ของสมาชิกรัฐสภา โดยได้ขอบคุณประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และสมาชิกทั้ง 2 สภาที่ให้การสนับสนุน และทำให้การประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวมทั้งขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าคะแนนเสียงที่มากกว่านั้นได้มาจาก ส.ส.ก่อน แล้วค่อยรวมกับเสียงของ ส.ว.เป็น 500 คะแนน ซึ่งก็เป็นไปตามกติกาเดิม พร้อมทั้งยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังได้ขอบคุณ ส.ส.บางส่วน แม้ไม่สนับสนุน แต่ก็ได้ทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชนเต็มที่ โดยจากนี้ไปอยากให้ทุกคนร่วมมือกันทำงานด้วยเจตนารมณ์ที่คำนึงถึงประเทศชาติและประชาชน ซึ่งยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอการแก้ไข รวมทั้งนำบทเรียนในอดีตมาเป็นแนวทางในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกภักดีบดินทร์ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 2562 ครั้งที่ 1/2562 ซึ่งระหว่างเดินนายกฯ ได้หยุดทักทายสื่อมวลชนและช่างภาพอย่างอารมณ์ดี มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมยกมือไหว้และกล่าวว่า &amp;quot;ขอบคุณทุกคนนะครับ&amp;quot; จากนั้นนายกฯ ได้เรียกขอเอกสารจากทีมงานนำมาโชว์ให้สื่อดู และกล่าวอีกว่า &amp;quot;ขอบคุณทุกคนนะครับ เดี๋ยวเอากระดาษนี้ไป นายกฯ พูดตามนี้ ขอไปประชุมก่อน ทุกอย่างก็เหมือนเดิมนั่นแหละ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ป้อม&amp;rdquo;ยัวะปล้นบ้าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเอกสารที่นายกฯ ได้ยื่นให้สื่อดูนั้น เป็นข้อความที่นายกฯ ขอบคุณทั้งสองสภา ซึ่ง พล.ท.วีรชนได้ชี้แจง และหลังเสร็จสิ้นการประชุมในเวลา 16.05 น.ได้ปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับการพิจารณาการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยได้แต่ยิ้มหวานให้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงบรรยากาศการโหวตเลือกนายกฯ ว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ซึ่งก็ต้องว่ากันไป ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ถูกพาดพิงนั้น เป็นเรื่องปกติของการเมือง อย่าไปสนใจเรื่องการเมืองกันให้มาก อยากให้สนใจเรื่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการสกัดกั้นยาเสพติดมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภูมิใจแทน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ที่ได้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่เจอ พล.อ.ประยุทธ์ และยังไม่ได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายธนาธรออกมาระบุว่าถูกปล้นชัยชนะ และเปรียบเป็นสภา &amp;nbsp;500 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าลองไปถามนายธนาธร เพราะไม่ได้เป็นคนพูด และไม่มองอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า แต่นายธนาธรเปรียบสภา 500 เหมือนโจร 500 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คุณคิดไปเอง ก็ได้ 500 เสียงพอดี ปล้นบ้าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายในรัฐสภาว่าหากมีทหารมาเยี่ยมที่บ้านจะยิงใส่ เพราะมีปืนถูกกฎหมาย พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยิงไปเลย แล้วทำไมเขาถึงไม่ยิง ถามว่าตอนนี้มีใครไป ก็พูดไปเองทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังได้พาดพิงถึงเรื่องนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มันจบไปแล้ว จะเอาอะไรอีก เรื่องนาฬิกาจะทำอย่างไรได้ เพราะฉันยืมเขามา
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเสียง ส.ว.เทเสียงโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นหน้าที่ของเขา ไม่ว่าใครจะติฉินนินทาว่าร้ายอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนด ตรงกันข้ามที่เขาไม่โหวต เขาอาจจะผิดก็ได้ และที่พูดกันว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
นายวิษณุยังกล่าวถึงไทม์ไลน์การทูลเกล้าฯ ถวายเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่า สภาจะเป็นผู้นำรายชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งเร็วที่สุดน่าจะเป็นวันที่ 6 มิ.ย. จากนั้นก็สุดแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกลับลงมาเมื่อไหร่ และเมื่อมีโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ จะดำเนินการเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ สุดแล้วแต่เห็นสมควร ซึ่งคงต้องหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ หลังจากนั้นจะส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เลขาธิการ ครม.นำรายชื่อทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้ เราน่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ประมาณปลายเดือนนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทั่วไปไม่ควรยาวนาน วันนี้เพิ่งวันที่ 6 มิ.ย. เหลืออีกตั้ง 24 วันก็น่าทำได้ แต่สิ่งที่ควรต้องทำไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลคงทราบแล้ว แต่หากต้องให้เกิดความรอบคอบ คือในระหว่างที่จะจัดตั้ง ครม. ซึ่งจะมาจากพรรคใด และใครไปอยู่ที่ไหนก็ตาม สิ่งที่ควรทำไปพร้อมๆ กันคือการยกร่างนโยบาย เพราะเมื่อไปถึงวันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว หลังจากนั้นต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน ดังนั้นควรใช้เวลาช่วงนี้ ซึ่งยังไม่ได้นับหนึ่งมายกร่างนโยบายไว้ก่อน เตรียมไว้ และพอจัดตั้ง ครม.เสร็จ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็เอานโยบายที่จัดทำเสร็จแล้วมาปรับปรุงอีกไม่มากนัก แล้วเสนอ จากนั้นก็สามารถเดินหน้าเรื่อง 15 วันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถเข้าไปร่วมร่างนโยบายต่างๆ ได้เลยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า หากเป็นการเตรียมการก็ทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้งดงามก็ควรรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งลงมาก่อน แต่การเตรียมการในช่วงนี้ สามารถทำได้ ซึ่งตอนนี้นายกฯ มีอำนาจเต็มจะดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;
ถามถึงการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังครับๆ และเมื่อถามว่ามองเสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรจากนี้ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เราก็เห็นกันอยู่แล้ว คุณก็รู้เท่ากับตนเอง
พ่อฟ้าแค่หมากไม่ใช่ขุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊กของนายธนาธรได้โพสต์ในหัวข้อ &amp;ldquo;นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น&amp;rdquo; โดยย้ำว่า วันนี้เราไม่ได้พ่ายแพ้ เพียงแต่ชัยชนะของเราถูกปล้นไป เพราะกติกาที่ไม่เป็นธรรม แต่พวกเราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าท้ายที่สุดชัยชนะจะเป็นของประชาชน เผด็จการไม่สามารถต้านทานสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไป ซึ่งการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ทำให้ประชาชนเป็นสักขีพยานแล้วว่าพวกเขาจะต้องใช้ต้นทุนสูง และต้องทำตัวทุเรศทุรังขนาดไหนในการสืบทอดอำนาจ และในทางกลับกันครั้งนี้ พวกเราได้ต่อสู้อย่างจริงจังแค่ไหนเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ที่รักความเป็นธรรมและอยากเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น โปรดอย่าสิ้นหวัง นี่ไม่ใช่เวลาของการสิ้นหวัง เพราะเราจะยังเดินหน้ามุ่งทำงานการเมืองสร้างสรรค์อย่างแข็งขันต่อไป ไม่เช่นนั้นลูกหลานของเราก็จะเติบโตมาในสังคมที่ไม่เป็นธรรม ไม่มีสิทธิเสรีภาพเช่นที่เป็นอยู่นี้ ดังนั้นจงอย่าส่งต่อสังคมเช่นนี้ให้ลูกหลานของเรา และสุดท้ายนี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น เราจะสู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; เฟซบุ๊กนายธนาธรโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพอยท์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงวาทกรรมการปล้นชัยชนะของคุณธนาธร ว่าไม่มีใครปล้นหรอก เพราะถ้าวันนี้ เสียงฝั่งฝ่ายค้านปัจจุบันชนะจะไม่มีการส่งชื่อคุณธนาธรแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยจะส่งคนของเขามา &amp;nbsp;คุณธนาธรจึงเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ไม่ใช่ขุน วันนี้ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยไม่ได้ชอบสิ่งนี้เท่าไหร่ เพราะคุณธนาธรคือคู่แข่งโดยตรงของพวกเขา เพราะฐานเสียงเดียวกัน ไม่มีใครเอาลูกเค้ามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเค้ามาอม แล้วไม่หวังอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และอดีตเลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงกรณีนายธนาธรระบุถูกปล้นประชาธิปไตยว่า ไม่ทราบหมายความว่าอย่างไร ปล้นตอนไหน ถ้าเกิดคนกล่าวหานายธนาธรว่าที่ได้มาเยอะแยะทำอะไรมา อย่างนี้ไม่ได้หรอก การเมืองต้องไม่มากล่าวหากันเลื่อนลอย ว่าไปตามกฎเกณฑ์กติกา เลือกนายกฯ เปิดเผยชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรค พท. กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯ ว่ารู้สึกแปลกใจมากที่สุด ตั้งแต่ทำงานร่วมกับ ส.ว.มาหลายสมัย เพิ่งเห็น ส.ว.ทั้ง 250 คนลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ครบทุกคนชนิดไม่มีแตกแถวแม้แต่เสียงเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาสูง ซึ่งสิ่งที่สังคมคลางแคลงใจ และอาจคิดว่า ส.ว.ต้องเป็นกลางนั้น เชื่อว่าประชาชนวันนี้เข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า เก้าอี้นายกฯ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ช่วงชิงเอามาจนได้สะท้อนความบิดเบี้ยวทางการเมือง ซึ่งเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร จัดเป็นชัยชนะที่ไม่ขาวสะอาดและขาดความสง่างาม ต่อให้ได้คะแนน 500 เสียง ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นนายกฯ ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งคือ คะแนนเสียงจาก ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และคะแนนอีกครึ่งหนึ่งก็ได้มาจากบรรดา ส.ส.ปัดเศษ ซึ่งไม่ใช่ผู้แทนที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนให้
ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การเลือกนายกฯ เป็นไปตามกติกาที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญประชาชนต้องยอมรับในกติกาในรัฐธรรมนูญด้วย ทำให้กลไกนั้นเดินต่อไป ส่วนที่ว่าเดินต่อไปแล้วจะเกิดปัญหาอะไรก็ต้องไปแก้กันในสภา ซึ่งการเลือกนายกฯ ทุกฝ่ายได้แสดงบทบาทของทุกฝ่ายได้เต็มที่แล้ว ถือเป็นจุดเริ่มให้การเมืองไทยและระบบ สิ่งสำคัญคือการทำให้ประเทศกลับสู่ระบบปกติ
โยน&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ชี้ขาดโควตา
&amp;ldquo;วันนี้สังคมไทยต้องอดทนกับสิ่งเหล่านี้ แม้ไม่พอใจในกติกา แต่กติกานี้ก็ผ่านกระบวนการ ดังนั้นคิดว่าต้องเดินต่อ และการจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงข้างมาก เมื่อมีนายกฯ แล้วสัดส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการต่อรองอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญอยากเห็นว่าการต่อรองเพื่อการทำงานให้บ้านเมืองได้ดีขึ้น&amp;rdquo; นายวุฒิสารกล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลได้กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจบการโหวตนายกฯ โดยเฉพาะการจัดสรร ครม. โควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งในดีลแรกที่ ปชป.ได้กระทรวงพาณิชย์, เกษตรฯ และการพัฒนาสังคมฯ ส่วน ภท.ได้คมนาคม, สาธารณสุข และท่องเที่ยวฯ นั้น แกนนำพรรคยังยืนยันเงื่อนไขเดิม ใช้ระบบพรรคการเมือง โดยผู้บริหารพรรคจะเป็นผู้เจรจาพูดคุย แล้วเอาเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และจะมีการแถลงความชัดเจนจากนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากคุยกันไม่ลงตัว และ 2 พรรคยังยืนยันคำเดิมที่จะยึดดีลแรก พรรคจะโยนสิทธิ์ขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาความเหมาะสมด้วยตัวเอง เพราะได้เรียนรู้จากการสูญเสียเก้าอี้ประธานสภาฯ ให้กับ ปชป. ที่ทำให้การประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯ ถูกถล่มอย่างหนัก หากยังเสียโควตากระทรวงสำคัญๆ อย่างพาณิชย์, คมนาคม และเกษตรฯ อีก จะทำให้การทำงานของรัฐบาลลำบาก&amp;rdquo;
มีรายงานข่าวอีกว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยังมองว่าหากโควตายังเป็นแบบนี้ ไม่เหลือกระทรวงเกรดเอไว้เลย อาจทำงานไม่ได้ และปัญหาเรื่องสุขภาพอาจเป็นเหตุผลทำให้นายสมคิดตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในสมัยที่ 2 ต่อก็ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;แกนนำ พปชร.จะหารือกันในวันที่ 7 มิ.ย. ซึ่งมองว่ายังมีเวลาในการพูดคุยกับพรรคร่วมถึงโควตา ที่ขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่ลงตัว โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุต้องเป็นของพรรคหลัก ส่วนเก้าอี้ไหนที่ลงตัวแล้วอาจส่งให้นายกฯ พิจารณาไปก่อน โดยได้วางไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกินวันที่ 13 มิ.ย.&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว พปชร.จะดึงกระทรวงเกษตรฯ กลับมา ว่าการกำหนดกระทรวงหรือจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่ กก.บห. โดยพรรคได้มอบให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการ โดยหากไม่ได้กระทรวงตามที่ได้ไปหาเสียงไว้ ก็ถือเป็นความเสียหายในภาพรวม แต่ส่วนตัวคงไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็ต้องยอมรับว่ามีทั้งคนผิดหวังและสมหวัง ก็ว่ากันไป ซึ่งเพิ่งเริ่มนับหนึ่ง และไม่มีการรับปากกัน เพิ่งจะเริ่มต้น และนายกฯ จะเป็นผู้พิจารณาท้ายสุด&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ตอบถึงกรณีอาจไม่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;
ปชป.-ภท.ยันยึดดีลเดิม
นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรค พปชร.ยอมรับว่า การจัดโควตารัฐมนตรีใหม่มีโอกาสเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นแนวทางหนึ่ง ขึ้นอยู่กับ กก.บห. ถ้าพรรคร่วมคุยกันไม่จบ คิดว่าสุดท้ายคงต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเคาะรายชื่อ เพราะถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรค ปชป.คิดว่าเป็นประเด็นรองๆ เพราะการแก้ปัญหาประเทศให้ประชาชนอยู่ดีกินดีน่าจะต้องมาก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ต้องถาม พปชร. เพราะเขาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจเป็นเรื่องภายในของพรรคเขาก็ได้ แต่พรรคขอเรียนว่ามีข้อยุติแล้ว ดังนั้นคงเป็นไปตามนั้น ซึ่งยังเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามที่ได้คุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. มองเรื่องนี้ว่า ต้องถามไปยังพรรค พปชร.ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าจริงจะไม่เป็นธรรมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นที่โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนถือคติว่า อ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้าแล้วยังไงไม่ฝังก็เผา อยากให้แกนนำ พปชร.ทบทวนเรื่องนี้ ให้ข้อตกลงเป็นข้อตกลง สัญญาเป็นสัญญา หากบิดพลิ้ว บิดเบือน เปลี่ยนแปลง และยึดคืนจะไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ รวมทั้งจะทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินด้วยความยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวพร้อมหัวเราะในเรื่องนี้ว่า ดีจะได้ขอเพิ่ม แต่วันนี้ยังไม่มีใครพูดเป็นอย่างอื่น เพราะเราได้พูดไปแล้ว ว่าต้องการเข้าไปทำงานเพื่อเดินหน้าในนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน เราจะพยายามเข้าไปทำงานในด้านที่เรามีฝีมือ ทั้งนี้ จากวันที่ตกลงกันกับพรรค พปชร.จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
&amp;ldquo;จะยอมถ้าทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ แต่การเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยนได้ทั้งสองฝั่ง เพราะทุกอย่างมีสองด้าน เชื่อว่าพรรค พปชร.จะไม่เอากรณีนายสิริพงศ์มาเป็นข้อต่อรอง และเชื่อว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่การต่อรอง เราต้องการทำให้บ้านเมืองเดินหน้า โดยทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย ใครทำไม่ดีก็ไปว่ากันในสภา เช่นเดียวกับใครขี้โกงก็ลากไส้กันในสภา เพราะเวทีเปิดแล้ว&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 10 พรรคการเมืองนั้น ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 10 พรรคมามอบให้กับนายสรศักดิ์ โดยมีมติมอบให้นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ เป็นผู้ประสานงานของกลุ่ม 10 พรรคการเมือง เพื่อให้การทำงานร่วมกันในรัฐสภามีความเป็นเอกภาพ
พร้อมเป็นผู้นำฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า 7 พรรคจะหารือในอาทิตย์ถัดไป เพื่อสรุปสิ่งที่เกิดขึ้น และดูว่าจะร่วมมือทำงานต่อไปอย่างไร เพราะต้องเป็นฝ่ายค้านในสภา โดยเฉพาะในกรณีผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งหัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ ส่วนกระแสข่าวที่มีชื่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพรรคนั้น นายสมพงษ์เป็นผู้มีอาวุโส มีความเหมาะสมหลายประการ มีศักยภาพสามารถประสานงานกับส่วนต่างๆ ได้ แต่สุดท้ายท้ายต้องหารือกันอีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้นก็ต้องมีการประชุมสามัญประจำปีภายในพรรคเพื่อตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ต่อไป อย่างช้าไม่เกินเดือน ก.ค.หรือ ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคได้วางตัวบุคคลในตำแหน่งต่างๆ ไว้พร้อมแล้ว ทั้งบุคคลที่จะร่วมยกร่างข้อบังคับการประชุมสภา รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน ทันทีที่สภามีกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน พรรคจะประชุมเพื่อเลือก กก.บห.และหัวหน้าพรรคทันที ส่วนที่มีข่าวจะนั่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ กก.บห. แต่ก็มีความพร้อม เพราะเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว เป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวถึงการทำงานต่อไปว่า จะมีความเป็นเอกภาพเหมือนกับโหวตเลือกนายกฯ โดยได้ย้ำตั้งแต่ต้น เป็นคนรักษาคำพูด คำไหนคำนั้น จุดยืนทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ การเป็นบุคคลสาธารณะและมาทำงานการเมือง ต้องตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าคิดอะไรอยู่.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นายกรัฐมนตรี, พปชร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ่อฟ้า, ยึดดีลแรก, รื้อโควตาใหม่, หนังสือพิมพ์, โหวตนายกฯ, ไผ่ วันพอยท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf920b4095b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’นายกฯสมัย2 ส.ส.-ส.ว.เทคะแนนชนะ‘ธนาธร’/ฝ่ายแค้นลากยาว12ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; นอนมา ที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติโหวตเลือก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกฯ หลังถกเดือดกว่า 10 ชม. &amp;quot;พท.-อนค.&amp;quot; รุมจวก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เป็นเจ้าหน้าที่รัฐขัด รธน.ล้มล้างการปกครองเหมือนเอาคนเผาวัดมาเป็นเจ้าอาวาส ขู่ ส.ว.โหวตประยุทธ์ถือว่าผิดสมบูรณ์โดนจองกฐินแน่ ส.ส.พปชร.เด็กเก่า พท. เย้ยเพื่อแม้วทำไมไม่ส่ง &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ชิงนายกฯ &amp;quot;ส.ว.วันชัย&amp;quot; เชียร์ลุงตู่มาจาก ปชช.ไม่ได้เอาปืนจี้หัวไม่ซุกหุ้น ด้าน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; แถลงนอกสภาเพ้อเป็นนายกฯ แห่งความจริง ขณะที่โผ ครม.ยังไม่นิ่ง แกนนำ พปชร.เตรียมเกลี่ยกระทรวงใหม่หลังปิดโหวตนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 5 มิถุนายน มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม มีความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ภายหลังเสร็จสิ้นการเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้ม พร้อมเอามือทาบที่หัวใจ ก่อนชี้นิ้วไปยังห้องเปิดงาน พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ค้ามนุษย์ แก้ปัญหาค้ามนุษย์อยู่ที่ใจ&amp;quot; ก่อนจะเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลเวลา 11.10 น. โดยได้เก็บตัวเงียบอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้าตลอดทั้งวัน ไม่มีภารกิจหรือวาระงานอย่างเป็นทางการ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ติดตามชมการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภา ท่ามกลางสื่อมวลชนปักหลักเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และได้กลับบ้านพักในเวลา 16.40 น. โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ แต่หันมาโบกมือให้กับสื่อมวลชนที่มาเฝ้าติดตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในการโหวตเลือกนายกฯ ว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ตนคงไม่ห่วงอะไร คิดว่าคงไม่มีความวุ่นวาย ส่วนที่มีการเสนอชื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชิงตำแหน่งนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์นั้น เมื่อเสนอมาแล้วก็ว่าไปตามนั้น เป็นเรื่องของสภา ส่วนที่จะอภิปรายถึงคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ และที่มาของ ส.ว.ที่ไม่มีความชอบธรรมในการโหวตนายกฯ ก็เป็นเรื่องของสภา ไม่ต้องห่วง ยืนยันว่าไม่มีม็อบต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ หากได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ อีกสมัย แต่จากการประเมินข่าวมีเพียงบางกลุ่มไม่น่าห่วงอะไร และไม่ใช่คนรุ่นใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.20 น. ที่อาคารตรงข้ามหอประชุมบริษัท ทีโอทีฯ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมทางการเมือง, นายธนวัฒน์ วงค์ไชย นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมกลุ่ม Startup People ยื่นหนังสือเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) งดออกเสียงในการเลือกนายกฯ โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้รับหนังสือเรียกร้อง โดยนายสิรวิชญ์กล่าวว่า ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของ คสช. แต่กลับมีสิทธิ์เลือกนายกฯ เท่ากับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เราจึงต้องการให้ ส.ว.งดออกเสียงโหวตนายกฯ และเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ทั้งการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย และ ส.ว.ที่แต่งตั้งมานั้น ไม่เป็นกลางทางการเมืองการที่ ส.ว.มีสิทธิ์เลือกนายกฯ ถือว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า จะนำข้อเสนอที่ได้ยื่นมานั้นนำไปประกอบการอธิปรายในสภา ซึ่งทางพรรคได้เตรียมไว้แล้ว และจะหารือกับประธานสภาฯ เพื่อเปิดพื้นที่ในการรับรองเรื่องที่ประชาชนได้ร้องเรียนต่อไป
ทำหน้าที่สุจริตเที่ยงธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุมรัฐสภา 7 พรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตยได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการประสานงานวิป 7 พรรคร่วม เกี่ยวกับการอภิปรายก่อนการโหวตนายกฯ และการเสนอชื่อผู้ที่ 7 พรรคร่วมจะเสนอชิงนายกฯ ระหว่างการประชุมหารือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ได้เดินเข้าห้องประชุมวิป 7 พรรคร่วมเพื่อขอบคุณทั้ง 7 พรรคที่มีมติส่งชื่อตัวเองชิงตำแหน่งนายกฯ โดยนายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ผมมาขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผม วันนี้เป็นการต่อสู้กับระบอบ คสช. ผมขอขอบคุณทุกท่านมากๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ตามข้อตกลงของทุกพรรคการเมืองที่ลงมติเลือกนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเวลา 09.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเริ่มการประชุม นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งผู้รักษาการประธานองคมนตรี , พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน และรองประธานสภาฯ, พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภา จากนั้น ประธานสภาฯ ได้แจ้งเรื่องรับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 เรื่อง คือ ผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และผลการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนให้ ส.ส. 3 คนที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตนได้ปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ประกอบด้วย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ขณะที่นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม พรรค อนค. ได้ลาการประชุมเนื่องจากป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ประธานสภาฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อสมาชิกทุกคนที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจ จึงอยากให้เพื่อนสมาชิกได้ตระหนักถึงความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และสามารถใช้เสียงข้างมากในการตั้งฝ่ายบริหารได้ ขอให้เพื่อนสมาชิกมีความมั่นใจ และในฐานะประธานสภาฯ ต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ ขอร้องให้ทุกคนยึดข้อบังคับในการประชุม สภานี้เป็นสภาสำหรับอภิปราย ก็จะเปิดโอกาสให้ได้พูดเรื่องความทุก์ยากของประชาชน และให้โอกาสอภิปรายเต็มที่ ขอเพียงทุกคนยึดการอภิปรายตามข้อบังคับ อย่าแย่งกันพูด ให้ประธานอนุญาตก่อนค่อยพูด เพื่อที่จะไม่ถูกตำหนิ เพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น เพราะถ้าภาพเป็นลบหนึ่งคน สภาก็จะลบทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ทุกคนกลับไปอ่านพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 พ.ค.62 เรื่องการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ที่ทุกคนต้องยึดมั่นให้การทำหน้าที่เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม&amp;quot; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;ประยุทธ์-ธนาธร&amp;quot;ชิงนายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงการยื่นญัตติของ ส.ส. เพื่อให้ที่ประชุมสภาตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าญัตติดังกล่าวได้ยื่น และมี ส.ส.ลงลายมือชื่อรับรองอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบอำนาจตามญัตติดังกล่าว เลขาธิการสภาฯ ระบุว่าไม่อยู่ในอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรที่จะดำเนินการได้ ซึ่งตนให้ความเห็นชอบตามที่เลขาธิการสภาฯ เสนอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะผู้เสนอญัตติดังกล่าว อภิปรายยืนยันสิทธิของสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องตรวจสอบบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. อภิปรายว่า บุคคลที่พรรค พปชร.เสนอให้เป็นนายกฯ นั้น ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติจากกกต. รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ดังนั้นสภาไม่จำเป็นต้องตรวจสอบคุณสมบัติดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากให้ ส.ส.อภิปรายตามประเด็นดังกล่าวครบแล้ว นายชวนได้กล่าวปิดประชุมสภาเมื่อเวลา 10.00 น. และจะเริ่มการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกฯ ในเวลา 11.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 11.00 น. เป็นการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภา โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค อนค. เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม.อนาคตใหม่ ลุกขึ้นเสนอญัตติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อสมควรเป็นนายกฯ ทั้ง 2 คนได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ลุกขึ้นคัดค้านญัตติดังกล่าวทันที ก่อนที่ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พปชร. ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติสวน โดยขอให้ดำเนินการลงมติเลือกนายกฯ ตามระเบียบวาระ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการแสดงวิสัยทัศน์มาก่อน อีกทั้งรัฐธรรมนูญและระเบียบข้อบังคับก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายชวนต้องขอมติต่อที่ประชุมเพื่อหาทางออก แต่เนื่องจากต้องใช้วิธีการขานชื่อรายคน จึงอาจกระทบเวลาการประชุม เพราะไม่มีเครื่องนับคะแนน ทำให้นายจิรวัฒน์ขอถอนญัตติดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ซึ่งนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี เพื่อไทย ได้อภิปรายคุณสมบัตินายกฯ ว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นนายกฯ มาตรา 160 (4) (5) และ (6) ระบุว่าบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และกำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ ต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ และต้องไม่เป็นพนักงานของรัฐอื่น ฉะนั้นถ้ามีการรับรองชื่อคนที่ขาดคุณสมบัติจะต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ หากดูโดยทั่วไปถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน เพราะได้รับเงินเดือนประจำ
เย้ยพท.ไม่ส่ง&amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ อภิปรายว่า ในปี 35 ตนประทับใจพรรคประชาธิปัตย์ในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจเผด็จการ รวมถึงพรรคการเมืองอื่นในขณะนี้ด้วย ดังนั้นในโอกาสนี้จึงขอเรียกร้องให้ท่านหยุดยั้ง ร่วมแรงยุติการสืบทอดอำนาจ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์พฤกษา 35 &amp;nbsp;ขอให้ทุกท่านหยุดยั้งในการสืบทอดอำนาจในครั้งนี้ โดยการไม่เลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีก ขณะที่ส.ว.ได้รับแต่งตั้งแล้ว ถือว่าเป็นอิสระแล้ว จึงเป็นโอกาสทองที่ไม่โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายการประชุมเริ่มดุเดือด เมื่อ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรค พปชร. และอดีต ส.ส.พรรค พท. อภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พร้อมกับหันไปถามพรรค พท.ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่เคยประกาศว่าจะเป็นนายกฯ หายไปไหน ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ส่งมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่กลับไปส่งนายธนาธร ซึ่งหากรัฐสภาเลือกนายธนาธรเป็นนายกฯ จะมีความวุ่นวาย เนื่องจากมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ หากได้รับเลือกจะไม่สามารถเข้าสภาเพื่อทำหน้าที่ได้ จะกลายเป็นนายกฯ นอกสภาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ได้ใช้สิทธิพาดพิงว่า ตนได้เสนอทั้งในที่ประชุมพรรค พท.และทางสื่อมวลชนว่า คุณหญิงสุดารัตน์มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ มีความรู้ความสามารถมากกว่าคนที่พรรค พปชร.เสนอเป็นนายกฯ เสียอีก แต่พรรคไม่ส่ง ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม และนายคารม พลพรกลาง ส.ส.พรรค อนค. ยังได้ประท้วงการอภิปรายของพ.ต.ท.ไวพจน์ ที่พาดพิงนายธนาธร โดยขอให้ พ.ต.ท.ไวพจน์ถอนคำพูดดังกล่าว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเท่านั้น ยังไม่มีคำตัดสิน ซึ่ง พ.ต.ท.ไวพจน์ก็ยอมถอนคำพูดทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์มีลักษณะต้องห้ามหลายข้อ โดยเฉพาะมาตรฐานจริยธรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าคณะยึดอำนาจ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างการปกครอง เป็นกบฏ โทษถึงขั้นประหารชีวิต ถ้ายังเอา พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯ อีก จะไม่ต่างอะไรจากเอาคนที่เคยเผาวัดมานั่งเป็นเจ้าอาวาส อีกทั้งยังขาดคุณสมบัติเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหา รวมถึง ส.ว.ด้วย ที่วันนี้เรายังไม่รู้เลยว่ากรรมการสรรหา ส.ว.เป็นใคร พวกตนจะขอจองกฐินเพื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังอภิปรายถึงความไม่เหมาะสมของพล.อ.ประยุทธ์ ต่อการดำรงตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไม่ยึดมั่นในนิติรัฐ กรณีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปิดการทำเหมืองแร่ทองอัครา บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ จ.พิจิตร ทั้งที่บริษัทต่างชาติเจ้าของสัมปทานเหมืองทองปฏิบัติตามเงื่อนไขและกติกาของสากลบริษัทดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาล เชื่อว่ารัฐบาลไทยจะแพ้คดี และต้องชดใช้ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่คนไทยต้องร่วมกันชดใช้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ฐานะผู้ใช้มาตรา 44 จะไม่มีส่วนรับผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. อภิปรายกรณีนายสุทินพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ว่า ไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะการให้ข้อมูลว่ารัฐบาลจะต้องจ่ายค่าเสียหายจากการถูกฟ้องร้อง 4 หมื่นล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงถูกฟ้องร้องเพียง 3,000 ล้าน สิ่งที่นายสุทินบอกว่ารัฐบาลจะแพ้คดี 100 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีโอกาสชนะ เพราะจากการตรวจสอบจากกระทรวงอุตสาหกรรม พบว่าบริษัทดังกล่าวทำผิดเงื่อนไข คือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทไม่สามารถดูแลความเรียบร้อย และทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ จึงเป็นเหตุให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องสั่งปิดเหมืองแร่ดังกล่าวไป
&amp;quot;ปรีชา&amp;quot;ทำหน้าที่แก้ตัวแทนลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงเวลา 16.00 น. นายชวนทำหน้าที่ประธานการประชุม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. อภิปรายว่า ความสุจริตของรัฐบาลประยุทธ์ตลอด 5 ปี สร้างภาพลวงตาว่าโปร่งใส แต่ปากว่าตาขยิบ ขาดการตรวจสอบหลายประเด็น อาทิ เรื่องนาฬิากาหรู อุทยานราชภักดิ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ยังสนิทสนมกับกลุ่มนายทุนใหญ่ของประเทศบางกลุ่มเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ลุกขึ้นอภิปรายยกเหตุผลปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ โดยเท้าความถึงสาเหตุที่จำเป็นต้องเข้ามายึดอำนาจ ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. ได้ลุกขึ้นอภิปรายสวนนายคำนูณว่า หากมองว่าถ้าการกระทำการยึดอำนาจ มีคุณูปการต่อประเทศ ตนก็อยากจะถามว่าใครสมคบกับ พล.อ.ประยุทธ์ในการยึดอำนาจ จนกระทั่งนายชวนต้องตัดบทให้จบประเด็นนี้ก่อนที่จะบานปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพปชร. อภิปรายว่า การกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจนั้น หากเป็นจริงก็คงไม่มีการเลือกตั้ง คงเป็นนายกฯ ต่อไปเลย ส่วนกรณีที่บางพรรคการเมืองตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่ามีการซื้องูเห่าราคา 120 ล้านบาทนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะวันนี้ไม่มีงูเห่า มีแต่เด็กเลี้ยงแกะ ทำให้นายคารม พลพรกลาง &amp;nbsp;และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ลุกขึ้นประท้วง และขอให้ถอนคำพูด แต่นางปารีณาไม่ยอมถอน โดยระบุว่าไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่เห็นมีคนกินปูนร้อนท้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า หากมี ส.ว.คนใดยกมือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์แม้แต่คนเดียว ถือว่าความผิดสมบูรณ์ ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่มีอำนาจถอดถอน ส.ว.ได้ แต่สังคมจะจองกฐิน โดยจะรวบรวมรายชื่อเพื่อดำเนินการตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายโจมตีรัฐบาลหลายเรื่อง อาทิ กรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน การขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก การตั้งบริษัทในค่ายในทหารของลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ และยังระบุว่าได้รับการเสนอเงิน 300 ล้านบาท พร้อมตำแหน่งรองนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แลกกับการนำ 10 ส.ส.เสรีรวมไทยไปร่วมรัฐบาล เมื่อปฏิเสธก็ยังตามตื๊อ พยายามเสนอเพิ่มเงินให้เป็นเท่าไรก็ได้ พฤติการณ์เหล่านี้อย่าว่าแต่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ แม้แต่เป็นยามที่บ้าน ตนก็ไม่เอา เพราะกลัวคนมาด่าเต็มไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. ขอใช้สิทธิถูกพาดพิงว่า สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พักอาศัยอยู่ในค่ายทหาร เพราะไม่มีบ้านพักอยู่ภายนอก เมื่อลูกชายตั้งบริษัทตามกฎหมายที่ระบุว่าต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อลูกชายอาศัยอยู่กับตน จึงจำเป็นต้องใช้ที่อยู่บ้านพักในค่ายทหาร แต่ไม่ได้มีส่วนสนับสนุนใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นถึงคิวสมาชิกในส่วน ส.ว.ลุกขึ้นอภิปรายโดยเฉพาะประเด็นที่มา ส.ว. ซึ่งนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุว่า ส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะเเนนผ่านประชามติ เพียงเเต่ต่างกันตรงที่มากับ ส.ส. โดย ส.ว.มาจากการสรรหา&amp;nbsp;
ส.ว.ลากตั้งปะทะเด็กหิ้วกระเป๋า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคารม พลพรกลาง อภิปรายตอบโต้ว่า คณะกรรมการสรรหา ส.ว.นั้น ไม่ใช่ คสช.หรือ และตนรู้ว่านายวันชัยเคยลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนาเมื่อปี 2544 เเต่ประชาชนไม่เลือก ทำให้นายวันชัยอภิปรายว่า ความเป็นประชาธิปไตยจะต้องหัดฟังคนอื่นบ้าง ตนรู้กำพืดนายคารมดี ตั้งเเต่หิ้วกระเป๋าตามใคร นายคารมจึงสวนว่า แบบนี้หรือจะบอกว่าเป็นผู้ใหญ่อย่างไร ท่านเห็นตนถือกระเป๋าให้ใครหรือไม่ สุดท้ายนายพรเพชรทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นต้องเตะเบรกไกล่เกลี่ยจนจบประเด็นก่อนจะบานปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวันชัยจึงอภิปรายยืนยันว่า ส.ว.มาจากประชาชนและตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องบอกว่าดีกว่าเเคนดิเดตอีกคนหนึ่ง เพราะ 1.มาจากประชาชนมากที่สุด เมื่อรวมตัวเลขที่พรรคการเมืองจะยกมือสนับสนุน 2.ขณะนี้ไม่ได้เอาปืน ไม่ได้เอาทหารมาจี้หัว เหมือนการรัฐประหาร 3.ถ้าพูดเรื่องจริยธรรม ไม่มีคดีค้างอยู่ในโรงในศาล แต่อีกคนมีคดีค้างอยู่ และ 4.พล.อ.ประยุทธ์มาจาก รธน. ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงมีประสบการณ์เหนือกว่า สร้างบ้านเเปงเมือง ไม่มีประวัติความไม่น่าไว้วางใจในความสุจริต ไม่ซุกหุ้น จึงบอกได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ดีกว่าแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายสวนทันทีว่า ความไม่ไว้วางใจใหญ่หลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการเป็นหัวหน้ารัฐประหาร และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มีเพราะพล.อ.ประยุทธ์ ฉีกรัฐธรรมนูญ 50 ดังนั้นจึงเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะคิดได้เองว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปรายว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศช่วยให้ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้น และตัวเลขหนี้สาธารณะลดลง เหนือกว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับปัญหาการทุจริต แม้รัฐบาลนี้จะมีปัญหาทุจริต แต่ยับยั้งได้ หลายโครงการรู้ว่าทุจริต แต่ยกเลิกไม่ทำ ถือเป็นบทพิสูจน์ 5ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีข้อดีและมีข้อเสียพอกัน จึงไม่รู้ว่าจะเลือกใคร เพราะรักพี่ก็เสียดายน้อง แต่ส่วนตัวถ้าเลือกได้อยากเลือกให้เป็นนายกฯ ทั้งสองคน โดยแบ่งกันคนละสองปี เพราะในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าเหมาะสมกว่า แต่อีก 5-10 ปีข้างหน้า นายธนาธรถือว่ามีความพร้อมมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 20.30 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ขึ้นอภิปรายเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะมีการโหวตนายกฯ ว่า ตามประเพณี ตนเป็นผู้ได้รับฉันทานุมัติสรุปการอภิปรายในหลายประเด็น ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ เป็นเรื่องคุณสมบัติหลายท่านไม่ชัดเจน ในเรื่องของเสียงที่อ้างว่าได้จากประชาชน 8.4 ล้าน เป็นเสียงของพลังประชารัฐ ก่อนหน้า 3.9 ล้านจากประชาธิปัตย์ ก็บอกว่าไม่เอาพลังประชารัฐรวมถึงภูมิใจไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายจิรายุยังได้ยกตัวอย่างการทำผิดจริยธรรมในหลายครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหากจะตอบว่ายังไม่ได้รับรายงาน ก็สามารถทำได้ ในเรื่องคุณสมบัติของว่าที่นายกฯ ถูกต้องตาม รธน. หรือไม่นั้น มีการสอบถามไปยัง กกต. แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐสภาต้องวินิจฉัยกันเอง แต่ในเรื่องของคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นว่าที่นายกฯ พูดไปก็ไลฟ์บอย เหมือนเป็นการเปิดถ้วยแทง ถ้าเกิดมี ส.ว. 2 เสียง ไม่โหวตประยุทธ์ ตนจะไปกราบเท้าให้ดู การเป็นผู้นำ ต้องมีจริยธรรม ผมรู้สึกเสียเวลากับ 5 ปีที่ผ่านมา พวกเราทั้งหลายก็ยอม ไม่อยากคิดว่าจัดตั้งหรือไม่ เข้ามาแรกๆ ก็บอกว่า เข้ามาแก้ไขความขัดแย้ง และขอเวลาอีกไม่นาน&amp;nbsp;
รัฐสภาโหวต &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุอภิปรายอีกว่า ประเด็นที่ไม่ยกมือให้ พล.อ.ประยุทธ์ อาทิ บางทีก็ร่าง รธน. โดยเงื่อนไขที่อยากอยู่ยาว ที่จริงการอภิปรายในวันนี้ก็อยากให้ยิน ส.ว.อภิปรายถึงนายธนาธรบ้างว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับการเป็นนายกฯ อย่างไร สุดท้าย รัฐสภามีผู้เสนอให้อภิปรายลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ รัฐสภาจึงมีอำนาจวินิจฉัย โดยขอให้ประธานโปรดวินิจฉัยว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อคือนายธนาธรและ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีคุณสมบัติหรือไม่ก่อน ตราบใดที่ยังไม่ได้วินิจฉัย เท่ากับว่าปล่อยผ่านลงมติ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานวินิจฉัย และปล่อยให้ประเทศอยู่ภายใต้การบริหารของว่าที่นายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งต่อมา นายชวนไม่พิจารณาข้อโต้แย้ง กรณีคุณสมบัติว่าที่นายกฯ ที่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมแจ้งให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรีต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทั่งเวลา 21.40 น. จบการอภิปรายวาระต่อไปเป็นพิจารณาความเห็นชอบของ 2 สภาร่วมกันเป็นการเปิดเผย และเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่ของทั้งสองสภา รวมทั้งสิ้น 747 คน ประกอบดวย ส.ส.จำนวน 497 คน ส่วน ส.ว.จำนวน 250 คน ผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างการประชุมรัฐสภา &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน้าห้องประชุม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ ว่า ปัญหาหลายอย่างทับถมมายาวนาน และเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์แน่นแฟ้น เราต้องประเมินปัญหาอย่างเป็นระบบ หลายปัญหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจตจำนงของผู้นำ แต่ขาดความกล้าหาญในการเสนอและบังคับใช้อย่างจริงจัง (เช่น การปฏิรูปภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่ไม่บังคับใช้) เราต้องกล้าชนกับความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา หลายปัญหาหมักหมมมานานหลายสิบปี แต่ผู้เดือดร้อนเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่มีปากมีเสียง (เช่น การจัดการป่า ที่ดินทำกิน สวัสดิการสังคม) การขจัดความเหลื่อมล้ำจะต้องไม่ใช่แค่การปรับตัวเลข เปลี่ยนสถิติแต่ต้องยืนยันความเท่าเทียมของสิทธิและโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอีกด้านหนึ่ง เราต้องวางเป้าหมายในการสร้างประเทศไทยที่เท่าทันโลก ขีดเส้นมาตรฐานบริการของรัฐและยกระดับเศรษฐกิจของไทยใหม่ให้เท่าทันสากล เป็นประเทศไทยที่ทะยานไปอย่างเต็มศักยภาพ ไม่น้อยหน้าใครในเวทีโลกจะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถส่งต่อประเทศไทยที่อยู่ในโลกที่หนึ่ง ให้กับลูกหลานของเราได้ ประเทศไทยที่คนมีสิทธิเสรีภาพ มีความเป็นธรรม และไม่มีรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านระบอบรัฐสภา ใช้กลไกที่ยึดโยงกับประชาชน มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล ยึดมั่นในระบบนิติรัฐ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ควบคู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคงสถาพร แม้จะยากจะนานเพียงใดต้องยืนยันเส้นทางนี้ ไม่มีทางลัด การด่วนรัฐประหาร ล้มกระดาน บิดเบือนเสียงของประชาชน มีแต่จะพาประเทศไทยเข้าสู่ทางตัน ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง และจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า&amp;quot; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล นำโดยพรรค พปชร. หลังจากแกนนำพรรคไปเจรจาพูดคุยกับพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาล โดย พปชร.ยืนยันเงื่อนไขที่จะนำข้อเสนอของพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ทั้งเรื่องนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล ตัวบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมไปถึงการจัดสรรโควตารัฐมนตรีตามที่พรรคการยื่นข้อเสนอมา โดยจะนำข้อเสนอเหล่านี้ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้พิจารณาในรายละเอียดให้เกิดความเหมาะสม และอาจต้องมีการเกลี่ยกระทรวงใหม่อีกครั้ง เพื่อขอคืนกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม หลังจากผู้ประสานเจรจาในรอบแรกเสนอให้กับพรรคร่วมจนแกนนำกลุ่มต่างๆ ภายในพรรคไม่พอใจ และเปลี่ยนผู้เจรจาให้มาเป็นแกนนำที่มาจากสายการเมืองในพรรคโดยตรงเพื่อป้องกันข้อครหาคนนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมในพรรค ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากกลุ่มสามมิตรที่พยายามจะขอคืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือต่อรองให้พิจารณากระทรวงอื่นที่มีความสำคัญ เช่น กระทรวงคมนาคม เพื่อให้มีตัวแทนของกลุ่มเข้าไปบริหารแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การจัดสรรเก้าอี้ยังไม่ลงตัว แม้จะมีการเสนอข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรค ปชป.และพรรค ภท. จะได้ตำแหน่งรองนายกฯ รมว. 3 ตำแหน่ง และ รมช. 4 ตำแหน่ง แต่ทั้งหมดยังต้องมาพิจารณากันใหม่ โดยจะดูผลคะแนนที่แต่ละพรรคลงมติโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มาประกอบการพิจารณาด้วย จึงเป็นการล้มเจรจาในรอบแรก โดยผู้ที่มีอำนาจบางคนมาเป็นบุคคลภายในพรรคดำเนินการแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ขณะเดียวมีความพยายามของแกนนำ ปชป.และ ภท.วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่นอกพรรค เพื่อขอให้ยืนดีลเดิมในรอบแรก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37789</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมร่วมรัฐสภา, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นายกฯสมัย2, ประชุมร่วมรัฐสภา, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงมติโหวตเลือกนายกฯ, ลุงตู่นอนมา, หนังสือพิมพ์, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7dce46ed40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมสด!สมาชิกรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;5 มิ.ย.62 - ถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภา, เลือกนายกรัฐมนตรี, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf72ed851521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่ยก&#039;จิกไม่ปล่อย!ประวัติศาสตร์จะจารึกว่าปชป.โหวตให้คนนอกพรรคเป็นนายกฯ งามหน้าจริงๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62- นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์แถลงการณ์ถึงพรรคผ่านเฟซบุ๊กKanjanee Valyasevi ว่าประวัติศาสตร์จะจารึกว่าปชป.ไปโหวตให้คนนอกพรรคเป็นนายกฯ *งามหน้าจริงๆ*&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนี วัลยะเสวี, งามหน้า, แม่ยกประชาธิปัตย์, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcef7fea005.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้มเปื่อยคนอีสาน กาพท.ได้‘ธนาธร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;พท.&amp;quot; เคลียร์ใจ ส.ส.พรรค หนุน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ชิงเก้าอี้นายกฯ &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; อ้างกติกาทำไปไม่ถึงเป้า ยันไม่ได้หลอกชาวบ้าน &amp;quot;ยุทธพงศ์&amp;quot; พ้อผิดสัญญาทำกลับอีสานไม่ได้ ป่วนแน่! &amp;quot;ชูศักดิ์&amp;quot; ตั้งทีมอภิปรายยาว &amp;quot;พ่อฟ้า&amp;quot; ลั่นพร้อมสู้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอโอกาสโชว์วิสัยทัศน์ในสภา สะกิด &amp;quot;ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย&amp;quot; เปลี่ยนใจยังทัน &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; เตือนใครงูเห่าหมดอนาคตการเมือง แถมบาปติดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 10.15 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความพร้อมของ 7 พรรคการเมืองในการเสนอชื่อบุคคลเข้าร่วมโหวตชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันนี้พรรคเพื่อไทยมีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคและคณะกรรมการชุดต่างๆ และจะหารือถึงผู้ที่มีความเหมาะสมของ 7 พรรคการเมืองที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่ทั้งสองสภาจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 5 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวว่า จากการหารือของ 7 พรรคการเมืองเมื่อครั้งที่แล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ยังมั่นใจได้ข้อตกลงที่จะให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่เป็นผู้หารือว่าจะส่งใครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากการประชุมเมื่อได้ข้อยุติแล้ว ในช่วงบ่ายจะนำข้อหารือไปแจ้งต่อพรรคอนาคตใหม่ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย พรรคไม่ได้ส่งรายชื่อ เนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ได้ประกาศว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ และคุณหญิงเองคงจะไม่ยอมตระบัดสัตย์ที่เคยให้ไว้ต่อสาธารณะด้วย&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ส.ส.อีสานพรรค พท.หลายคนต่างมีความเห็นอยากให้พรรคเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เลขาฯพรรค พท.กล่าวว่า พรรครับฟังความคิดเห็น ส.ส.ทุกคนจากการที่ ส.ส.ไปพบปะชาวบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่า และเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจ ในการประชุมของพรรคในช่วงเช้าจะมีการพูดคุยถึง 2 เรื่อง คือปัญหาความต้องการของประชาชนที่ได้สะท้อนมาอยากให้พรรคเพื่อไทยแก้ปัญหา และเรื่องความร่วมมือของ 7 พรรคการเมืองที่จะไปร่วมต่อสู้กันในสภา &amp;nbsp;เราจะหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชน เพื่อจะปฏิเสธกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีความเหมาะสมหรือไม่ และมีอุปสรรคทางข้อกฎหมายประการใดหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทั้ง 7 พรรคการเมือง ผู้นำ หัวหน้าแต่ละพรรค ล้วนมีคุณสมบัติครบถ้วน มีความพร้อมเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย 3 คน แม้ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เหมาะสม เพียงแต่ติดข้อกฎหมาย ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ได้ เพราะมี ส.ส.ไม่ถึง 25 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายธนาธรต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังถือว่ามีคุณสมบัติ สามารถเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ จากนี้ไปทุกพรคต้องไปทำความเข้าใจ กฎกติกาที่เป็นแบบนี้ จะเลือกผู้นำเฉพาะหน้า ไปสู้กันในสภาอย่างไร&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค พท. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ร่วมประชุมกับ ส.ส.จากทุกภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
ส่ง&amp;#39;ธนาธร&amp;#39;ชิงนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เริ่มการประชุมนายภูมิธรรม ได้แจ้งผลหารือที่ได้ไปร่วมคุยกับ 7 พรรคการเมือง ถึงการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ตอนหนึ่งระบุว่า พรรคมอบหมายให้หัวหน้าพรรค ตน และคุณหญิงสุดารัตน์ ร่วมหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องดึงเจตนารมณ์ที่ประชาชนมอบผ่านส.ส. มาว่าเขาคิดอย่างไร อยากเห็นประเทศเดินไปทางไหน ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึง 7 พรรคการเมือง ที่เราต้องร่วมมือกันที่อยากให้ประเทศหลุดพ้นกับสภาพที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หลุดพ้นการสืบทอดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรค พท.ในฐานะพรรคการเมืองใหญ่ในฝ่ายประชาธิปไตย จะผลักดันเจตนารมณ์ประชาชนให้เป็นจริง ช่วงเช้าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ผู้แทนวิปชั่วคราวที่จะทำหน้าที่ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่คุยกัน ได้คำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันทั้งหมดที่เราจะต้องมาร่วมมือกัน กับการที่ผู้อำนาจเดิม มีความพยายามยึดครองอำนาจต่อไป&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าวในที่ประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ได้ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมทันทีว่า มี 4 เหตุผลที่จะนำเรียนต่อทางพรรคเหตุใดเราต้องสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายยุทธพงศ์กำลังจะแจกแจงเหตุผลที่ต้องสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. ปรากฏว่า พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวขึ้นมาทันทีว่า &amp;quot;เดี๋ยวครับท่านยุทธพงศ์ อย่าเพิ่งพูดครับ ขอให้สื่อมวลชนได้ออกจากห้องประชุมไปก่อน&amp;quot; จากนั้นสื่อมือชนก็ถูกเชิญออกจากห้อง และที่ประชุมก็หารือกันต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.10 น. นายภูมิธรรมแถลงผลการประชุม ส.ส.ของพรรคว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยใน 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1.การทำหน้าที่ในสภาเพื่อโหวตนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย. และ 2.การตัดสินใจส่งบุคคลชิงนายกฯ หรือไม่ แม้พรรค พท.จะได้ ส.ส.เป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากกติกาที่พิกลพิการ เราจึงจำเป็นที่จะต้องประสานกับพรรคต่างๆ ซึ่งพรรคได้ตั้งเป้าหมายไว้ คือไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ แก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และกฎกติกาต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจึงมีมติว่าในการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย. พรรค พท.จะไม่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ แข่งในสภา และจะสนับสนุนแนวทางของทั้ง 7 พรรคที่เปิดโอกาสให้นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แข่งขันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรายังรักษาสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะไม่เป็นเงื่อนไข โดยไม่ขอรับตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น เพื่อทำให้แนวร่วมที่จับร่วมมือกันได้หาทางคลี่คลายกฎกติกา รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา เป็นอุปสรรคของประเทศ&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การที่พรรคไม่เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯจะตอบชาวบ้านอย่างไร เลขาฯ พรรค พท.กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ที่ประชุมถกเถียงกันมาก แต่คิดว่าชาวบ้านเข้าใจ เพราะประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ยังทำหน้าที่อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ส.ส.อีสานต้องการให้พรรคส่งคุณหญิงสุดารัตน์ลงแข่งขันในนามพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมมีเสียงแตกเป็นหลายส่วน แต่เมื่อพิจารณาแล้วเราต้องหวงแหนความร่วมมือกันของทั้ง 7 พรรคเอาไว้ เพื่อแก้ไขปัญหาในอนาคต ทุกคนก็เห็นพ้องตรงกันจะต้องเดินไปตามมติของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะถูกมองว่าเลือกเพื่อไทย แต่ได้ธนาธรหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อันนี้ตนไม่ได้พูด คุณพูดเอง ไม่ได้พูดว่าเลือกเราได้ใคร แต่เราต้องฝ่าวิกฤติและรัฐธรรมนูญที่พิกลพิการ การร่วมมือของพวกเรา เพื่อร่วมฟันฝ่า ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากนี้ส่วนตัวมองว่าคนจะมาเป็นผู้นำ ก่อนจะโหวตควรแสดงวิสัยทัศน์ ควรบอกประชาชนว่าจะจากนี้จะทำอะไรให้กับสังคมด้วยวิธีการอย่างไร
พ่อฟ้าขอโชว์วิสัยทัศน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรค พท.เตรียมประเด็นเสนอญัตติอภิปรายนายกฯ หลายประเด็น อาทิ คุณสมบัติต้องห้ามนายกฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 หรือไม่ กรณี พล.อ.ประยุทธ์คัดเลือก ส.ว. 250 คน แล้วมาเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งดูแล้วไม่เป็นกลางทางการเมืองจะเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนการอภิปรายจะวุ่นวายหรือไม่ อยู่ที่การควบคุมของประธานสภาฯ และอยู่ที่ว่าจะมีการเปิดให้อภิปรายอย่างกว้างขวางหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยเตรียมไว้มีมากคาดว่ากระบวนการเลือกนายกฯ จะจบในวันที่ 5 มิ.ย.หรือไม่ ปธ.คณะทำงานฝ่ายกฎหมายฯ กล่าวว่า ดูแล้วประเด็นที่จะอภิปรายมีอย่างกว้างขวาง ไม่มั่นใจว่าจะจบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคไม่เสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ ตนคงจะตอบคำถามคนอีสานไม่ได้ เพราะตอนหาเสียงเลือกตั้ง บอกคนอีสานมาตลอดว่าจะเอาคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของไทย ถ้าไม่เอาคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นชิงนายกรัฐมนตรี คงกลับบ้านที่อีสานไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงว่า วันที่ 5 มิ.ย.เป็นวันสำคัญของประเทศไทยในการชี้ทิศทางของประเทศจะเดินทางไปในทิศทางใด จะอยู่กับระบอบ คสช. หรือจะเลือกนำประเทศไทยกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง ซึ่ง ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่จะเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ในโอกาสนี้ผมขอขอบคุณพรรคเพื่อไทย พรรคที่ได้รับเสียงจากประชาชน ทำให้มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด แสดงสปิริตที่น่ายกย่อง ไม่ผูกมัดกับผลประโยชน์ ซึ่งนี่เป็นการแสดงออกทางการเมืองที่น่านับถือ ผมขอขอบคุณ ส.ส.เพื่อไทยทุกท่านที่ให้โอกาสให้เรา รวมทั้งพรรคการเมืองและ ส.ส.ที่ร่วมลงนามสัตยาบันต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.ทั้ง 7 พรรค ผมซาบซึ้งใจและจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค อนค.กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ตนจะได้รับเสนอชื่อเป็นแดนดิเดตนายกฯ ยังไม่สายเกินไปที่ทั้ง 2 พรรคจะตัดสินใจให้ถูกต้อง และเลือกเดินไปกับประชาชน หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. นี่คือวินาที ประวัติศาสตร์ ที่ชี้ขาดอนาคตของประเทศ ทั้ง 2 พรรคจะมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมอยากเชิญชวนทั้ง 2 พรรคให้ตัดสินแบบที่ตนเองได้หาเสียงและสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน เราพร้อมทำงานกับทั้ง 2 พรรค พร้อมยืดหยุ่นในการพูดคุยต่อรอง เพราะเราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศ คือการนำประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งก้าวแรกที่จะทำแบบนั้นได้ คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค อนค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ตนพร้อมจะแสดงวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเชื่อว่าสมาชิกสภาและพี่น้องประชาชนมีทั้งสิทธิและความชอบธรรมที่จะได้รับฟังผู้ที่เสนอตัวเองเป็นายกฯ ว่าคนที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นคนต่อไป มีวิสัยทัศน์อย่างไร หากสภามีมติ อนุมัติตนจะรออยู่ที่สภา ไม่ว่าคุณประยุทธ์จะมาหรือไม่ก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าให้ใครมาหลอกว่าเลือกนายกฯ แล้วจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ปัญหาเศรษฐกิจแก้ไม่ได้ภายใต้เผด็จการ การเมืองที่ดีจะนำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ดี&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
ใครงูเห่าบาปติดตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหลังจากที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ แล้วจะถูกอำนาจพิเศษทางการเมืองเข้าแทรกแซง นายธนาธรกล่าวว่า ไม่กังวล และมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง รวมถึงพร้อมชี้แจงทุกคดีและข้อร้องเรียน นอกจากนั้นยังพร้อมให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของตนในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ และขอยืนยันคดีของตนนั้นเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ไม่ใช่คุณสมบัติของการเป็นแคนดิเดตนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค อนค. กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาโต๊ะกลม &amp;quot;ข้อเสนอการเลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกำหนดวาระการเมืองที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;quot; จัดขึ้นโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และเครือข่ายประชาสังคมว่า สิ่งที่กังวลคือสุดท้ายการเลือกนายกฯ กลายเป็นหวยล็อกไปแล้ว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากในอดีต โดยเริ่มที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มี ส.ว.แต่งตั้งเพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ ที่พิเศษกว่าเดิมคือรัฐธรรมนูญ 60 &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นล้มล้างสิ่งที่พฤษภา 35 ทำไว้คือนายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง ตรงนี้ใครกล้าพูดเต็มปากได้ว่านายกฯ มาจากการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวันก่อนมีคนพูดว่าถ้า พปชร.ไม่ได้ภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์เข้ามาก็จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย มีนายกฯ มาจาก ส.ว.ลากตั้ง หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วไปไม่ไหวก็จะไม่ยุบสภา แต่จะให้ ส.ว.เลือกตั้ง เลือกนายกฯ คนเดิมเข้ามาใหม่จนครบวาระ การพูดเช่นนี้มีความมั่นหน้ามาก อยากถามว่าเห็นหัวประชาชนหรือไม่ จึงเหลือแค่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยเป็นพรรคเทพในเหตุการณ์พฤษภา 35 และพรรคภูมิใจไทยที่จะทำให้หวยล็อกกลายเป็นหวยพลิกล็อก ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ประชาชนก็จะโกรธแค้น ไม่มีทางออก เพราะเลือกตั้งไม่มีความหมาย ระบบรัฐสภาจะตกต่ำลง ประชาชนก็ต้องลงสู่ท้องถนน ซึ่งการเมืองเดินขบวนบนท้องถนนก็เป็นหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรค พ.ช. กล่าวว่า ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ อยากให้สังคมช่วยกันจับตาดูว่า ส.ส.คนใดหรือพรรคการเมืองไหนที่ได้รับเลือกจากประชาชนเข้าไปเป็นตัวแทน แล้วทรยศหักหลังเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์อยู่เหนือความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งปรากฏการณ์งูเห่าในยุค 4.0 นี้ ไม่ว่าจะเป็นงูเห่าเดี่ยว งูเห่าคู่ งูเห่ายกก๊วน หรืองูเห่ายกพรรคก็ตาม ถ้าเกิดขึ้นจริง ล้วนถือเป็นการตระบัดสัตย์ต่ออุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนที่เลือกเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเตือนระวังอนาคตทางการเมืองจะจบไม่สวย จะมีตราบาปติดตัว บันทึกลงประวัติศาสตร์การเมืองไทย ลูก หลาน เหลน โหลน จะสามารถค้นกูเกิลและพบตราบาปนี้ไปตลอดกาล&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค พ.ช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาพท.ได้‘ธนาธร’, พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6871341385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.โหวตประยุทธ์ มติ61:16ร่วมพปชร./มาร์คกล่อมไม่อยู่/บิ๊กตู่จ่อนายกสมัย2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; หวังได้รัฐบาลเสียงข้างมากบริหารประเทศ แนะมองโลกในแง่ดีวันโหวตนายกฯ เตือนผู้ทรงเกียรติอย่าทำเหมือนอดีต อภิปรายไม่ไว้วางใจไว้โอกาสหน้า &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; จัด 20 ส.ส.ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ พร้อมประสาน 15 ส.ว.ร่วมทีมตอบโต้ เชื่อฝ่ายตรงข้ามลากยาวเกินเที่ยงคืนแน่ กำชับลูกพรรคอย่าห่างห้องประชุม &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; ชื่นมื่นจับมือ 5 พรรคเล็กร่วมรัฐนาวา จ่อแถลงใหญ่หลังวันยกมือหนุนบิ๊กตู่ &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; ถกเดือด 5 ชั่วโมงก่อนมีมติ 61 เสียงต่อ 16 ร่วมรัฐบาลแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ได้มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้ในวันอังคารที่ 4 มิ.ย. มีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเช้าก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ย้อนถามสื่อมวลชนหลังจากถูกกระเซ้าว่ายินดีด้วยที่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จว่า ใครตั้ง และเมื่อสื่อตอบว่า ทีมของพวกท่านนั่นแหละ พล.อ.ประยุทธ์ก็ตอบสั้นๆ ว่า เหรอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวสั้นๆ หลังถูกถามว่าตัดสินใจที่จะร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ต่อในรัฐบาลชุดหน้าหรือไม่ ว่าไม่รู้ ไม่รู้เรื่องเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหลังประชุม ครม.เสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามกรณีมองกันว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังไม่ตอบรับร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปก่อน ว่าอย่าเพิ่งไปมองว่าอะไรจะเกิดขึ้นเลย เพราะวันนี้ยังไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น ต้องรอดูหลังวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งจะเป็นวันโหวตเลือกนายกฯ เรื่องนี้เป็นวิถีทางทางการเมือง ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว การจัดตั้งรัฐบาลจะโดยเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยก็ไม่รู้ แต่ทุกคนก็มุ่งหวังว่าให้เกิดเสียงข้างมาก ส่วนจะมากหรือน้อยเพียงใดก็ขอให้เคารพเสียงของประชาชนที่เลือกมาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหลังโหวตเลือกนายกฯ จำเป็นต้องตั้งรัฐบาลทันทีเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คำตอบทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว ว่าทุกคนอยากให้ตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพราะฉะนั้นทุกคนที่อยู่ในกลไกการจัดตั้ง ครม.ก็ต้องหาทางออกให้ได้ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง ซึ่งไม่ใช่รัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลของประเทศ เพราะฉะนั้นจึงต้องหาทางออกกันให้ได้ ทุกคนต่างก็มุ่งหวังเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น และประชาชนก็ยังรอความหวังจากรัฐบาลนี้อยู่
&amp;ldquo;วันนี้ผมไม่อยากให้มองเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองอย่างเดียว เราต้องมองเรื่องของการมีเสถียรภาพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมสิ่งแวดล้อม และการกระจายรายได้ เราไปมองเรื่องการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ การเมืองเป็นแต่เพียงกลไกหนึ่ง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงถึงการไม่ไปแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ว่าได้ตอบไปแล้ว ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่โดยพยายามทำให้ดีที่สุด แก้ไขปัญหาต่างๆ มากมาย ซึ่งวิสัยทัศน์ของตนเองคือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายในหลักการสามัญ คือมองอนาคตไปข้างหน้า และวันนี้ได้วางยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทไว้อีก&amp;nbsp;
โหวตไม่ใช่อภิปรายไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า หลายคนอยากจะถามว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น ก็ขอให้มองในทางที่ดี อย่าไปมองในทางที่ไม่ดี เชื่อในวุฒิภาวะของบรรดา ส.ส.และ ส.ว. สมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย รวมถึงขีดความสามารถประสบการณ์ของประธานรัฐสภาทั้งสองท่าน น่าจะทำให้การประชุมในวาระการเลือกนายกฯ ดำเนินการต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวก็อยากให้พูดกันเฉพาะวาระที่กำหนดไว้ในการประชุม ไม่ใช่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันนั้นไว้โอกาสต่อไปแล้วกัน ไม่ใช่เวลาขณะนี้ ผมคิดว่าวันนี้คนไทยทุกคน มุ่งหวัง คาดหวัง และรอเฝ้าฟังการประชุมร่วมรัฐสภาของพวกเราในวันพรุ่งนี้ ผมอยากให้ทุกคนได้มั่นใจในบรรดานักการเมือง ส.ส.ต่างๆ ที่ได้คัดเลือกจากประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ผู้ทรงเกียรติ และทุกคนทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศในระยะเวลากว่า 10 ปี ทุกคนต้องนำมาเป็นบทเรียนว่าทำอย่างไรไม่เกิดขึ้นอีก ทำอย่างไรให้ประชาชนไม่เบื่อหน่าย ทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่น ถ้ายังเป็นแบบเดิมๆ ประเทศไทยจะเสียโอกาสอีกมากมาย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า เราควรเริ่มจากการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่แสดงให้ประชาชนมั่นใจว่าเขาเลือกมาแล้วไม่ผิด โอเคนะ ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่งหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สรุปว่าไม่อยากให้อภิปรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินออกจากโพเดียมและหุบยิ้มทันที เมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาใกล้กัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น และนายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยได้นำสมาชิกในเครือข่าย 15 คน สวมเสื้อยืดโปโลสีเหลือง ด้านหน้าและด้านหลังสกรีนภาพ พล.อ.ประยุทธ์เป็นรูปการ์ตูนสวมชุดชาวนา พร้อมข้อความว่า &amp;quot;ชาวนาประชารัฐ กองหนุนลุงตู่&amp;quot; เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน เพื่อให้กำลังใจและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกฯ ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงประเด็นการเลือกนายกฯ อาจมีการนำประเด็น ส.ว.มาอภิปรายกังวลว่าเป็นปัญหาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า จะเป็นปัญหาอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องของประธานรัฐสภาในการควบคุม เชื่อมั่นจะดูแลได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งใจอภิปรายในหลายประเด็น คิดว่าจะได้นายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.เลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ เป็นเหตุการณ์ข้างหน้า และเมื่อถามย้ำว่าคิดว่าการเลือกนายกฯ จะจบในวันเดียวหรือไม่ เพราะการจัดตั้งรัฐบาลรออยู่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ถ้าได้เร็วก็ดี
&amp;ldquo;ป้อม&amp;rdquo;ลั่นไม่ใช่มือประสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า มองอย่างไรกับข่าวการจัดตั้งรัฐบาลของพรรค พปชร.ที่ยังไม่ลงตัว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ใช่นักการเมือง และไม่มีใครมาขอให้ช่วยประสาน เขาประสานกันเอง การเมืองก็ทำกันไป ส่วนตนเองไม่ใช่ เพราะอยู่บ้าน เมื่อถามอีกว่า รู้สึกอย่างไรที่มีชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้ประสานงานจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นข่าวที่สื่อเขียนเอง จะไปทำอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์ เมื่อถามว่าจะอยู่ช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่รู้ เมื่อถามอีกว่ายังไม่ได้เก็บของใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวทีเล่นทีจริงพร้อมกับหัวเราะว่า เก็บตั้งนานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ต้องไปปรากฏตัวในวันโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ ว่าในรัฐธรรมนูญและข้อบังคับไม่ได้พูดเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ห้าม อย่างที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ระบุว่าอยู่ที่สมาชิกที่จะเสนอขึ้นมาและมีมติ แต่คนที่เป็นคนนอกและคนที่ถูกเสนอชื่อ จะเป็นใครก็ได้อยู่แล้วในประเทศไทย ฉะนั้นลองนึกภาพว่า ถ้าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นคนอื่น และพรรคเสนอคนอื่น คนเหล่านั้นจะเดินทางไปสภาแล้วไปยืนแสดงวิสัยทัศน์ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีสมาชิกเสนอว่าขออภิปรายก่อนโหวตเลือกนายกฯ นายวิษณุกล่าวว่า ตามข้อบังคับ เขามีสิทธิขอหารือ ซึ่งถ้าประธานอนุญาตก็ทำได้ และเมื่อถามว่าหากมีการพุ่งเป้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากหัวหน้า คสช.ก่อน ประเด็นเหล่านี้หารือหรืออภิปรายได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หารือได้ แต่จะได้ผลอย่างไร ไม่ทราบ ใครจะเสนออะไรก็เสนอไป แต่สุดท้ายจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ แม้จะบีบเป็นมติออกมา ก็เชื่อประธานจะไม่ขอมติ ซึ่งคงไม่สามารถไปบังคับกันได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าผู้มีรายชื่ออยู่ใน คสช.อยู่ต่อไป จนกระทั่ง ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณรับหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค พปชร.ได้มีการประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมในการโหวตนายกฯ โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือ 7 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรค พท.ที่คาดว่าจะหยิบยกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัตินายกฯ จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ และเรื่องขอให้แคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละฝ่ายมาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งประเด็นนี้ ฝ่ายพรรค พปชร.เตรียมเสนอญัตติให้ประธานรัฐสภาจัดสรรเวลาให้แต่ละฝ่ายอภิปรายข้อดีข้อเสียแทนแคนดิเดตนายกฯ พร้อมปล่อยเวลาให้ฝ่าย พท.อภิปรายประเด็นต่างๆ เต็มที่ แต่จะไม่ยอมให้แคนดิเดตนายกฯ แต่ละฝ่ายมาโชว์วิสัยทัศน์ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้บังคับ และที่ผ่านมาไม่เคยให้ผู้ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ มาแสดงวิสัยทัศน์ก่อน และหากฝ่ายเพื่อไทย (พท.) จะเสนอญัตติเพื่อให้นายธนาธรเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ พรรค พปชร.คัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว จึงถือว่าเป็นบุคคลภายนอกไม่มีสิทธิ์อภิปรายในรัฐสภาได้ ซึ่งประเด็นนี้อาจต้องตัดสินด้วยการลงมติ
จัดองครักษ์พิทักษ์&amp;#39;ลุงตู่&amp;#39;
&amp;ldquo;พปชร.ยังได้วางตัว ส.ส.ของพรรคตอบโต้และชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกขึ้นมา ขณะเดียวกันจะมีบุคคลที่คอยตัดบทฝ่ายตรงข้ามหากอภิปรายนอกประเด็นประมาณ 20 คน อาทิ นายวีระกร คำประกอบ, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายวิเชียร ชวลิต, นางทัศนียา รัตนเศรษฐ และนางปารีณา ไกรคุปต์ รวมถึง ส.ส.กทม. ให้ขึ้นอภิปรายแจ้งเกิดในสภาด้วย ทั้งนี้ ยังได้ประสานกับ ส.ว. 15 คน ที่จะมีส่วนอภิปรายด้วย&amp;rdquo; รายงานระบุ
รายงานแจ้งอีกว่า ที่ประชุม พปชร.ยังเชื่อว่าบรรยากาศโหวตนายกฯ จะแตกต่างจากการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่านายชวนจะเข้มงวดในกฎระเบียบและข้อบังคับ แต่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะพยายามยื้อเวลาไม่ให้โหวตนายกฯ เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งคาดกันไว้จะไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืนของวันที่ 5 มิ.ย. และหากไม่เสร็จสิ้นก็มีโอกาสที่ประธานรัฐสภาจะนัดประชุมในวันถัดไป โดยที่ประชุมพรรคได้เน้นย้ำว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยงคืน ส.ส.ทุกคนต้องอยู่ในห้องประชุมและบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น เพื่อให้พร้อมตลอดเวลาหากลงมติ
และในเวลา 12.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กลุ่มสามมิตร นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายอนุชา นาคาศัย ได้นัด ส.ส.กว่า 30 คน ร่วมรับประทานอาหารและหารือต่อการทำหน้าที่ของ ส.ส. โดยเฉพาะการโหวตเลือกนายกฯ โดยหลังหารือกว่า 1 ชั่วโมง นายสุริยะกล่าวว่า ได้มาทานข้าวหารือกันเพื่อหารือแนวทางการช่วยงานพรรค พปชร. โดยเฉพาะวันโหวตนายกฯ เราจึงมาปรึกษาหารือกันว่าจะกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และหากมีกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามอภิปรายไม่เห็นด้วย เราจะชี้แจงในทุกประเด็น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้ที่เรานัดหารือกัน ไม่ได้มีเจตนาเพื่อไปต่อรองตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาแม้ว่าผมจะเป็นหนึ่งในแกนนำ แต่ไม่เคยออกมาพูดขอตำแหน่งใดๆ สำคัญที่สุดคือพรรคเองต้องมีกระทรวงที่ตอบสนองกับนโยบายการหาเสียง หากพรรคไม่เก็บกระทรวงสำคัญๆ ไว้เลย การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ของเราจะไม่มีที่ยืน แต่เรามั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นนายกฯอีกครั้ง ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นายสุริยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ที่ห้องรัตนโกสินทร์ โรงแรมเดอะสุโกศล แกนนำพรรค พปชร. นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. และตัวแทนพรรคเล็กอีก 5 พรรค ซึ่งประกอบด้วยพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.), พรรคชาติพัฒนา (ชพน.), พรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.), พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคประชาชนปฏิรูป ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังพบปะพูดคุยในการเชิญเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
แถลงใหญ่หลังโหวตนายกฯ
เมื่อถามว่า การแถลงวันนี้ถือว่าปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลหรือยัง นายอุตตมกล่าวว่า เป็นการมาแสดงตัวเพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ไม่ใช่ปิดดีลอะไร และต้องให้เกียรติในการดำเนินการของพรรคต่างๆ เพราะเป้าหมายของเราคือจัดตั้งรัฐบาลให้หรือเสถียรภาพ เพื่อมีโอกาสทำงานให้ประชาชน ทุกคนมาด้วยความตั้งใจ ส่วนเรื่องการจัดสรรตำแหน่งอะไรเป็นปกติทางการเมือง และสามารถพูดคุยให้ลงตัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า สัญญาณการโหวตเลือกเรื่องนายกฯ ของพรรค ปชป.และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นอย่างไรบ้าง นายอุตตมตอบว่า ต้องให้ทั้งสองพรรคดำเนินการภายในให้เสร็จ อย่าเพิ่งไปพูดก่อน ต้องทำไปตามกระบวนการ เราให้เกียรติทุกพรรค ส่วนเรื่องความมั่นใจในการเลือกนายกฯ จะใช้เสียง ส.ส.เกิน 250 เสียงหรือไม่นั้นว่าเป็นเป้าหมายของพรรค แต่อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการและรัฐธรรมนูญ อย่าไปคาดการณ์ว่าเสียงจะได้เท่าไหร่ &amp;nbsp;และยังไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดว่าจะทำงานเสียงข้างน้อย เราต้องให้ ส.ส.ได้ทำหน้าที่ก่อนในสภาก่อน และมั่นใจว่าการโหวตนายกฯ จะเป็นไปอย่างราบรื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ภายหลังการโหวตเลือกนายกฯ พรรค พปชร.และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรค ปชป.นั้น เมื่อเวลา 13.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จากนั้นเวลา 14.00 น. จะมีการประชุมร่วม กก.บห.และ ส.ส. โดยบรรยากาศก่อนประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ถ้าพรรคเข้าร่วมรัฐบาล โดยกล่าวทีเล่นทีจริงว่า จะออกไปไหนล่ะจ๊ะ &amp;nbsp;
นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.ที่สนับสนุนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อลงแข่งหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวก่อนการประชุม ว่ามั่นใจ ส.ส.เกินครึ่งของพรรคต้องการเข้าร่วมรัฐบาล โดยขณะนี้มีเสียง ส.ส.ในกลุ่ม 27-30 คน พร้อมโหวตเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าพรรคมีมติเป็นอย่างไร ส.ส.ในกลุ่มอย่างน้อย 27 เสียงยืนยันจะเข้าร่วมรัฐบาล เพราะพรรคมีการประสานงานกับพรรค พปชร. จนนายชวนได้รับตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งหากไม่ร่วมรัฐบาลพรรคได้รับความเสียหายทั้งทางการเมืองและในสายตาประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมร่วม กก.บห. และ ส.ส.ของพรรค นายธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ และ ส.ส.พะเยา พรรค พปชร. &amp;nbsp;โดยได้นั่งดื่มกาแฟกับเจ๊ก้อยที่ร้าน Blue Cloud ภายในพรรค ปชป.ร่วมครึ่งชั่วโมง ซึ่งนายธรรมนัสกล่าวว่า มาธุระใกล้แถวนี้จึงมาหาพี่สาว และแวะดื่มกาแฟ เพราะกาแฟที่พรรค ปชป.อร่อยกว่าพรรค พปชร.&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า มาสังเกตการณ์การประชุมร่วมพรรค ปชป.หรือไม่ นายธรรมนัสกล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของพรรค ปชป. แต่มาเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเมือง
ทั้งนี้ การประชุม กก.บห.พรรค ปชป.เพื่อพิจารณาจุดยืนทางการเมือง เริ่มขึ้นในเวลา 13.00 น. โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้ชี้แจงกับที่ประชุมถึงโควตารัฐมนตรีว่าได้ 1 รองนายกฯ 3 รัฐมนตรีว่าการ ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรฯ, พาณิชย์ และการพัฒนาสังคมฯ รวมถึง 4 รัฐมนตรีช่วย คือ มหาดไทย, คมนาคม, ศึกษาธิการ และสาธารณสุข จากนั้นได้ให้ ส.ส.เข้าประชุมร่วมกับ กก.บห. เพื่อลงมติว่าจะร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.หรือไม่ โดยใช้เวลาอภิปรายนานเกือบ 5 ชั่วโมง เริ่มจากนายเฉลิมชัยสรุปสถานการณ์ให้ที่ประชุมฟัง ก่อนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค จะกล่าวเปิดเวทีรับฟังความเห็น ส.ส. โดยระบุว่า พปชร.ตอบรับว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภาเพื่อเปิดช่องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมีการกำหนดระยะเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ด้วย ส่วนนโยบายพรรคก็รับปากแล้วว่าจะบรรจุนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติของพรรคในนโยบายรัฐบาลด้วย โดเฉพาะการประกันรายได้สินค้าเกษตร แต่ทั้งนี้ข้อตกลงทั้งหมดไม่รวมถึงกรณีหากมีการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลที่พรรคพร้อมถอนตัวทันทีหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น
61 เสียงหนุนร่วม พปชร.
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความกังวลว่า ถ้ามีการทุจริตในรัฐบาล ปชป.จะทันเกมหรือไม่ และชี้ให้เห็นว่าพรรคควรยึดอุดมการณ์ต่อสู้ทั้งการทุจริตและการสืบทอดอำนาจให้พรรคมีที่ยืนของตัวเอง ไม่ใช่ไปยืนฝ่าย พปชร.หรือฝ่ายทักษิณคือเพื่อไทย ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตของพรรคในวันหน้า พร้อมเสนอให้พรรคทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ ไม่ร่วมรัฐบาล ยึดมั่นอุดมการณ์พรรคและรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เป็นการยืนบนหลักการซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคในการทำหน้าที่ตรวจสอบ
โดยนายอภิสิทธิ์ได้ใช้เวลาในการอภิปรายในประเด็นนี้กว่า 1 ชั่วโมง
ขณะที่นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แสดงความเห็นแย้งกับนายอภิสิทธิ์ โดยระบุว่า อารมณ์สังคมต้องการให้เลือกข้าง ไม่ซ้ายก็ขวา และสาเหตุที่พรรคแพ้เป็นเพราะคำประกาศของนายอภิสิทธิ์ที่ไม่ประกาศไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงเหตุการณ์ที่ฮ่องกง ปชป.จึงต้องเลือกข้าง ยืนตรงกลางไม่ได้แล้ว เพราะไม่ว่าจะเลือกฝั่งไหนก็โดนตำหนิ&amp;nbsp;
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ได้ลุกขึ้นปกป้องนายอภิสิทธิ์ โดยขอให้พรรครักษาเกียรติภูมิของอดีตหัวหน้าพรรคที่เปรียบเสมือนแม่ทัพ แม้ทำศึกพ่ายแพ้ แต่ก็ต้องรักษาแม่ทัพไว้ เพราะคำพูดของแม่ทัพเปรียบเหมือนคำพูดของพรรค หากไม่มีการปกป้องผู้นำเป็นเช่นนี้ ใครจะเชื่อคำพูดของหัวหน้าพรรค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ลุกขึ้นอภิปรายว่าขอให้ ส.ส.ลงมติโดยอิสระ ไม่ต้องคำนึงถึงตนเอง&amp;nbsp;
จากนั้น นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เสนอความเห็นเป็นขั้วที่สาม ไม่ร่วมรัฐบาลกับ พปชร. เพราะคู่แข่งที่แท้จริงของ ปชป.คือพรรค พปชร. ที่แกนนำใช้ทุกวิถีทางเช่นเดียวกับที่ระบอบทักษิณเคยใช้ แต่รุนแรงมากกว่า หาก ปชป.เลือกยืนข้าง พปชร. เท่ากับติดปีกให้&amp;nbsp;
นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนให้พรรคฟรีโหวตเลือกนายกฯ&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่ม กปปส.แทบไม่แสดงความเห็น มีเพียงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรังและ น.ส.กุลธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี ที่ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนการร่วมรัฐบาล และเสนอให้พรรคฟรีโหวตในการเลือกนายกฯ ซึ่งนายจุรินทร์ทักท้วงว่า การลงมติในครั้งนี้เป็นการลงมติว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ถ้าร่วม รัฐบาลต้องโหวตเลือกนายกฯ ด้วย และขอให้ทุกคนยึดมติพรรค และเสนอให้ที่ประชุมลงมติในทางลับด้วยการเขียนว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม หรืองดออกเสียง หลังอภิปรายกันเกือบ 5 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าที่ประชุมที่มีองค์ประชุมใน 81 คน แต่ในวันนี้มี 80 คน เนื่องจากนายชวนไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยผลลงคะแนนปรากฏว่ามีผู้ต้องการร่วมรัฐบาล 61 ต่อ 16 งดออกเสียง 2 บัตรเสีย 1 &amp;nbsp;
จากนั้นมีการประชุม ส.ส.เพื่อทำความเข้าใจและนัดหมายในการประชุมเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และ ส.ส. ร่วมกันแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า เงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอไว้ 3 ข้อได้รับการตอบรับ คือ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาล รวมถึงการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นที่เป็นปัญหา และการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องสุจริต ซึ่งหากผิดเงื่อนไข พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถทบทวนการร่วมรัฐบาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันการร่วมรัฐบาลได้นำเงื่อนไข จุดยืนอดีตหัวหน้าพรรคที่เคยประกาศไว้ในการหาเสียง ถูกวิพากษ์วิจารณ์มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง แต่สุดท้ายพรรคต้องยึดประโยชน์ของประเทศ เหนือประโยชน์ของพรรค และให้สภาพการเมืองในขณะนี้ หลุดพ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งการมีรัฐบาลจะเป็นการปิดสวิตช์โดยเร็วจากการสืบทอดอำนาจ คสช.&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว และว่า เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติร่วมกับพรรคพลังประชารัฐที่มีเสียงมากที่สุด และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะสนับสนุนมติพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายเทพไท เสนพงศ์ และ ส.ส.ในกลุ่ม ไม่ได้เข้าร่วมการแถลงข่าว แต่นายจุรินทร์ยืนยันว่า ส.ส.ต้องทำตามมติพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ปฏิเสธตอบคำถามการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิ.ย.ว่าจะทำตามมติพรรคหรือไม่ รวมถึงท่าทีทางการเมืองของตนเอง โดยระบุสั้นว่า &amp;quot;เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ทราบแล้วครับ&amp;quot; ก่อนเดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีกลุ่มแฟนคลับมอบของให้กำลังใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37668</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำชับลูกพรรคอย่าห่างห้องประชุม, จัดองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่, ประชาธิปัตย์โหวตประยุทธ์, มติ61:16ร่วมพปชร., หนังสือพิมพ์, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf686fb84876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;หน้านิ่ง!บอกพรุ่งนี้รู้อนาคตการเมือง   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ปฏิเสธตอบคำถามการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ว่าจะทำตามมติพรรคหรือไม่ รวมถึงท่าทีทางการเมืองของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุสั้นว่า &amp;quot;เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ทราบแล้วครับ&amp;quot; ก่อนเดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันที ด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีกลุ่มแฟนคลับมอบของให้กำลังใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37655</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf67abc0caef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
