<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คำนูณ&#039;ตีความคำวินิจฉัย&#039;ต้อง&#039;ทำประชามติก่อนเริ่มต้นกระบวนการจัดทำรธน.ใหม่ทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

12 มี.ค.64 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการอ่านเฉพาะคำแถลงสรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 11 มีนาคม 2564 เพียงย่อหน้าเดียว
ผมสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ศาลยืนยันหลักการเกี่ยวกับ &amp;lsquo;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&amp;rsquo; อีกครั้งว่าเป็นอำนาจสูงสุด เหนือกว่าอำนาจรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ศาลวางเกณฑ์ทั่วไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจนและหนักแน่นขึ้นกว่าคำวินิจฉัยที่ 18-22/2555 จากคำแนะนำว่า &amp;lsquo;ควร&amp;rsquo; จัดทำประชามติก่อน มาเป็นหลักการว่า &amp;lsquo;ต้อง&amp;rsquo; ถามและได้คำตอบอนุญาตโดยตรงจากประชาชนในฐานะผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติเสียก่อน เพราะตามข้อ 1 อำนาจการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอำนาจของประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจของรัฐสภา และต้องทำประชามติรวม 2 ครั้ง ครั้งแรก &amp;lsquo;ก่อน&amp;rsquo; จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งย่อมหมายความว่าก่อนเริ่มต้นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด และการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เพิ่มหมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในวาระ 1 และ 2 ของรัฐสภาแม้จะยังไม่ใช่การเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตรงแต่ย่อมต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย โดยศาลระบุแม้ในคำวินิจฉัยย่อนี้ว่าต้องถามในการลงประชามติเป็นการเฉพาะว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่ 2 &amp;lsquo;หลัง&amp;rsquo; จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สำเร็จ ถามว่าประชาชนเห็นชอบกับการนำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้แทนฉบับเดิมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดง่าย ๆ คือ &amp;lsquo;ต้อง&amp;rsquo; ทำประชามติทั้ง &amp;lsquo;ก่อน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;หลัง&amp;rsquo; กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประเด็นที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันมากที่สุดก็คือ ในคำวินิจฉัยย่อไม่ได้พูดถึงการทำประชามติหลังร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เพื่อให้เกิดหมวดใหม่กำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านวาระ 3 อาจจะเพราะเป็นเรื่องทั่วไป 1 ใน 6 ประเด็นที่ต้องทำประชามติอยู่แน่นอนแล้วตามบังคับรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) ศาลไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง หรือจะเพราะไม่ใช่คำถามจากรัฐสภา หรือจะเพราะเหตุอื่นใด จึงทำให้มีผู้ตีความว่าการทำประชามติตามมาตรา 256 (8) นี้หมายถึงการทำประชามติครั้งแรกในหลักการเฉพาะในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลวางไว้ในขัอ 2 ผมเห็นว่าการตีความเช่นนี้จะถูกต้องก็ต่อเมื่อศาลได้กล่าวระบุไว้ชัดเจนในคำวินิจฉัยกลางทึ่จะเผยแพร่ต่อไปเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ศาลน่าจะได้กำหนดเกณฑ์ในการตั้งคำถามประชามติให้ชัดเจนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการเฉพาะที่ศาลได้วางในข้อ 2 ตัวอย่างเช่น อาจกำหนดให้ตั้งคำถามในการลงประชามติเป็น 2 คำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ 1 - ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ 2 - ท่านเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านรัฐสภามานี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แนวทางนี้จะสอดคล้องกับความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ไม่ขัดกับหลักการในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ศาลวางไว้ในข้อ 2 และเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน แต่ถ้าศาลไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในคำวินิจฉัยกลาง ผมเห็นว่ารัฐสภาจะถือว่าการลงประชามติหลังผ่านวาระ 3 ตาม 256 (8) หมายถึงการลงประชามติครั้งแรกตามหลักการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศาลวางหลักการเฉพาะไว้แล้วหาได้ไม่ เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) เป็นการนำบททั่วไป (การลงประชามติในกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น) มาใช้แทนบทเฉพาะ (การถามประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่) และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ไม่ใช่อำนาจของรัฐสภาที่จะวินิจฉัย โดยเฉพาะการวินิจฉัยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยู่นอกเหนืออำนาจของรัฐสภาโดยลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สรุปเบื้องต้นในความเห็นส่วนตัวผมหลังอ่านคำวินิจฉัยย่อ หากคำวินิจฉัยกลางไม่ได้เขียนประเด็นในข้อ 3 ไว้ให้ชัดเจน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงต้องผ่านการทำประชามติ 3 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ก่อนเริ่มดำเนินการเสนอหรือพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) หลังร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวผ่านวาระ 3 และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ตามความเห็นที่ลำดับมา ผมจึงเห็นว่าการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่ผ่านมาในวาระ 1 และ 2 ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังไม่ควรลงมติวาระที่ 3 ตามที่กำหนดไว้ก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเดินหน้าลงมติวาระ 3 จะเสี่ยงต่อการจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเชื่อว่าจะมีบุคคลภายนอกยื่นคำร้องต่อศาลอีกแน่ โดยใช้ช่องทางตามมาตรา 49 อีกครั้ง และครั้งใหม่นี้ข้อเท็จจริงจะแตกต่างออกไปจากครั้งก่อนที่ศาลยกคำร้องไปแล้ว เพราะเป็นการกระทำที่ศาลมีคำวินิจฉัยวางหลักเกณฑ์การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ส.ส.และส.ว.ยังสามารถเข้าชื่อกันยื่นคำร้องต่อศาลตาม 256(9) ได้ว่าการลงมติวาระที่ 3 ขัดมาตรา 255 เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหากยังไม่ได้รับอนุญาตจากประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ส่วนจะดำเนินการต่อไปอย่างไรในรายละเอียด เป็นเรื่องที่รัฐสภาจะต้องปรึกษาหารือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. รัฐสภาจะต้องเร่งดำเนินการผ่านร่างกฎหมายประชามติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญจะเผยแพร่ออกมาโดยเร็ว และตอบคำถามได้ครบถ้วนกระบวนความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95821</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f451f24b9b3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;มั่นใจร่างแก้ไขรธน.สอดคล้องศาลแล้ว แนะรอคำวินิจฉัยสมบูรณ์​ หวั่นสว.ใช้อ้างคว่ำทั้งฉบับ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเพิ่มเติม กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนรู้สึกดีใจที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณา ตามที่สมาชิกร้องได้ขอ โดยยืนยันให้รัฐสภามีหน้าที่ และอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่มีความขัดแย้งในเชิงอำนาจระหว่างสถาบันนิติบัญตัติและตุลาการขึ้น โดยศาลชี้ให้รัฐสภาทำได้ แต่อำนาจเด็ดขาดในการสถาปนาอยู่ที่ประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกมธ.ในการพิจารณาที่ผ่านมา โดยคำวินิจฉัยนี้ทำให้เกิดการผ่อนคลาย กับสมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่ยังมีความกังวลว่า รัฐธรรมนูญจะขัดธรรมนูญหรือไม่ เพราะเมื่อศาลชี้แล้ว รัฐสภาก็สามารถทำได้ โดยสิ้นข้อสงสัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร กล่าวว่า แต่สิ่งที่ตนยังมีความกังวลจากคำวินิจฉัยนี้อยู่ที่ความเห็นในการตีความคำวินิจฉัยของฝ่ายต่างๆในทางการเมืองที่ออกมาไม่เหมือนกัน สมาชิกบางส่วนเห็นว่า ร่างที่ยกร่างถูกต้องสอดคล้องกับคำวินิจฉัยแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า ทุกอย่างที่ทำมาเป็นโมฆะ ต้องเริ่มต้นใหม่โดยกลับไปถามประชาชนก่อน แต่ส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่า ร่างของรัฐสภา ที่กำลังรอโหวตวาระสามนั้น สอดคล้องและเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เป็นการการแก้ไขเพียงมาตราเดียว โดยมีการแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรก เปลี่ยนมาใช้เสียงของรัฐสภา ในวาระ 1 และ 3 เป็น 3 ใน 5 ของรัฐสภาแทนที่บัญญัติไว้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม และตอนที่สอง เป็นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 โดยให้ส.ส.ร.เป็นผู้ดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เท่ากับว่า มีการเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญโดยให้ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนเป็นผู้กำหนดได้ตามที่เห็นสมควร ยกเว้นหมวด 1หมวด 2 อันเป็นการทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นของประชาชน โดยหลังจากมีมติในวาระสามของร่างฉบับที่กำลังพิจารณานี้แล้ว ให้ทำประชามติสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ กับการจัดทำใหม่ทั้งฉบับโดยใช้ส.ส.ร. เท่ากับเป็นไปตามที่ข้อวินิจฉัยแรกที่ให้ถามประชาชนของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งหากยังมีความกังวลว่า ไม่ครบอาจจะใช้เพิ่มเติมคำถามในการทำประชามติเข้าไปในช่วงนี้ก็สามารถทำได้ ต่อจากนั้นเมื่อมีการเลือกส.ส.ร. และยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่แล้วเสร็จให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าพิจารณารัฐสภาโดยไม่มีการลงมติ จากนั้นให้ประชาชนลงประชามติว่าเห็นชอบกับร่างฉบับใหม่นั้นหรือไม่ ถือเป็นการสอบถามประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ตามคำวินิจฉัย&amp;quot; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีที่ซีกส.ว.เสนอให้มีการย้อนกลับไปทำประชามติ เริ่มต้นใหม่อีกครั้งนั้น นายนิกร กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาในชั้นกมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการมาก่อนแล้วว่า การทำประชามติก่อนที่จะมีการยกร่างแก้ไขนั้น กระทำไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฏหมายที่จะทำ การใช้มาตรา 166 เป็นของรัฐบาล เกี่ยวกับนโยบายใดๆของฝ่ายบริหารไม่ใช้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่การตั้งคำถามก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะไม่มีประเด็นครงถ้วนที่จะถาม และนอกจากนั้นจะถือเป็นการทำประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้น่ารอพิจารณารวมที่สมบูรณ์ และคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล เพื่อจะได้ทราบว่า ศาลชี้ตามแนวทางปฏิบัติว่าอย่างไร เพราะผมเกรงว่า เรื่องนี้มีนัยยะที่มีอันตรายอยู่เช่นกัน เพราะถ้ายังคลุมเครือก็จะเป็นอันตราย เพราะถ้าหากว่า เข้าพิจารณาในวาระสาม อาจมีการยกเป็นข้ออ้างว่า ยังความไม่ชัดเจนในการทำประชามติแล้วงดออกเสียง ซึ่งจะทำให้ได้เสียงจากส.ว.ไม่ครบ 1 ใน 3หรือ 84 เสียงส.ว. ตามบทบัญัตติเดิมของรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่างนี้ต้องตกไปในทันที จึงสมควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง&amp;quot;นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, นายนิกร จำนง, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08e1ba8a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039;เตือนม็อบลงถนนอีกรอบหากแก้รธน.โดนล้มกระดาน จี้ศาลเร่งออกคำวินิจฉัยกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 - นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ &amp;ldquo;ไอลอว์&amp;quot;ที่เคยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแต่ถูกรัฐสภาโหวตคว่ำในวาระแรกกล่าวกับ&amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot;ถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า จากเอกสารข่าวของศาลรัฐธรรมนูญ มองว่ารัฐสภาสามารถเดินหน้าโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แต่ต้องทำประชามติ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8)ก็เขียนไว้อยู่แล้วหลังรัฐสภาให้ความเห็นชอบวาระสาม ก็ต้องส่งไปทำประชามติ ซึ่งหลังจากนี้ต้องจับตาดูการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์หน้า 17-18 มีนาคมว่า สมาชิกรัฐสภาจะมีท่าทีอย่างไรในการโหวตวาระสาม ที่ก็คงมีคนพยายามจะบอกต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าไม่ควรโหวต และคงมีอีกกลุ่มหนึ่งที่จะลงมติไม่ให้ผ่านวาระสาม ซึ่งผลจะออกมาอย่างไร จะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ควรให้เหตุผลมา แต่ไม่เห็นเหตุผลที่จะมีการบอกว่าไม่ต้องโหวตวาระสาม หากใครจะมีท่าทีเช่นนี้ควรต้องอธิบายเหตุผลออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จริงๆ ก็ควรที่ศาลรัฐธรรมนูญจะออกคำวินิจฉัยกลางออกมาเลยตอนนี้ เพราะมีประเด็นถกเถียงกันก็ควรทำให้เคลียร์ ควรมีรายละเอียดต่างๆ ให้เคลียร์ถึงเหตุผลที่ออกมา &amp;quot;ผจก.ไอลอว์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงท่าทีของสว.ที่อาจใช้เหตุผลว่าคำวินิจฉัยไม่ชัดเจน เลยอาจนำเหตุผลนี้มาอ้างในการไม่ออกเสียงเห็นชอบเห็นชอบ เพราะเกรงจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง จนทำเสียงสว.ไม่ถึง 84 เสียงทำให้ร่างตกในวาระสาม นายยิ่งชีพ กล่าวว่า จากการแก้ไขรธน.ตอนนี้ที่จะให้มีสมาชิกสภาร่างรธน.มาร่างรธน.ฉบับใหม่ ยังไง ก็คงไม่มีส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จะเขียนรธน.ให้สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่ต่อ ทำให้สว.อยู่ไม่ครบวาระห้าปี ก็เป็นเรื่องที่รู้สึกได้อยู่แล้วว่า สว.ก็คงไม่อยากให้ร่างแก้ไขรธน.ผ่านวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากสุดท้ายการแก้ไขรธน.ถูกล้มกระดานทั้งหมด ไม่มีการแก้ไขรธน.เพื่อร่างรธน.ฉบับใหม่&amp;nbsp; ที่เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของม็อบก่อนหน้านี้ จะมีปฏิกิริยาออกมาอย่างไร นายยิ่งชีพ กล่าวว่า คงมีปฏิกิริยาตามมาแน่นอน&amp;nbsp; เพราะก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง&amp;nbsp; มีข้อเรียกร้องหลักสามข้อ คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากนายกฯ สอง แก้ไขรธน. สามปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งข้อหนึ่งกับข้อสาม ยังไม่มีกลไกที่ทำให้เกิดได้ แต่เรื่องการแก้ไขรธน.เพื่อเปิดทางให้มีรธน.ฉบับใหม่ ระบบพอเดินไปได้ รัฐสภายังรับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;แต่หากมีการคว่ำในวาระสาม โดยรัฐสภา ที่อาจคว่ำโดยสว. ก็แสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ปิดประตูตายทั้งสามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ผมไม่รู้คนจะโกรธหรือไม่ แต่คนคงรู้สึกสิ้นหวัง แล้วพอคนสิ้นหวัง ก็อาจทำให้เขาทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนได้ ถ้าแบบดีหน่อย คนไม่เคยลงถนน ก็จะลงถนน และหากแย่หน่อย คนที่เคยลงถนนอยู่แล้ว เขาอาจจะโกรธมากขึ้น แล้วทำอะไรมากกว่านั้น&amp;quot;นายยิ่งชีพ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95803</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ทำประชามติ, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ร่างรธน.ฉบับไอลอว์, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ac8fe147a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
