<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;เผย​กฤษฎีกาปรับปรุงร่างพรบ.ประชามติเสร็จแล้วแจงสมาชิกรัฐสภาโหวตวาระ3ไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 2564 &amp;nbsp;เมื่อเวลา​ 12.10 น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา​ 2019​ (โควิด-19) หรือศบศ.​ พล.อ. ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหมได้เรียกนายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรีขึ้นไปหารือที่ตึกภักดีบดินทร์​ เกี่ยวกับรัฐมนตรีที่รับตำแหน่งใหม่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายวิษณุ​ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาร่าง​ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติของคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปรับปรุงเนื้อหาร่างเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเวลา 13.30 น เมื่อวันที่ 25 มี.ค.และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง​ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติจะคุยกันในวันที่​ 1​ เม.ย.ดังนั้น​ วันที่​ 1​ หรือ​ 2​ เม.ย.​ น่าจะคุยกันเรียบร้อย​ และน่าจะประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ตามกรอบเวลาที่เขาวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีการร้องสมาชิกรัฐสภาจำนวน​ 208​ คนที่ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ​ 3 สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ไม่ทราบ​ เขาไปร้องกันแล้ว​ แต่ไม่ต้องกลัวเพื่อนเยอะ ถ้าถามว่าสุ่มเสี่ยงหรือไม่​ ส่วนตัวมองว่าไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97351</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ประชามติ, วิษณุ​ เครืองาม​, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d838ecb342.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณเอาแน่นัด 10 โมงยื่นคำร้องป.ป.ช.เอาผิดสมาชิกรัฐสภาเดินหน้าโหวตวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี เพื่อสอบเอาผิดสมาชิกรัฐสภา ที่ให้ความเห็นชอบ(ร่าง) รธน.วาระ 3 โดยไม่มีการให้ประชาชนทำประชามติเสียก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตาม รธน.ม.234(1) และ ม.235 ประกอบ พรป.ป.ป.ช.2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่น ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ จรรยา, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6053ecb339378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039;แนะควรเร่งแก้รธน.รายมาตรา ตอกฝ่ายค้านไม่ควรสร้างวาทกรรมปลุกปั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ไม่ผ่านในวาระ 3 ว่า ต้องเข้าใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ยุติ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยหลังจากนี้สามารถยื่นญัตติเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราในสมัยประชุมถัดไป ซึ่งพรรคพลังประชารัฐเองก็มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยจุดยืนที่ย้ำมาตลอดคือต้องแก้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 อันเป็นลักษณะสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อไม่ให้กระทบต่อสถาบันและความมั่นคงของชาติ จึงเห็นได้ว่าพรรคพลังประชารัฐพร้อมการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดอื่นๆ มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ถึงทางตัน และสามารถไปต่อแบบรายมาตรา ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หมวด 15 ที่บัญญัติให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ ดังนั้นฝ่ายค้านจึงไม่ควรที่จะสร้างวาทกรรม ชี้นิ้วปลุกปั่นบิดเบือนว่าพรรคพลังประชารัฐและ ส.ว. ร่วมกันคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะข้อเท็จจริงคือ &amp;quot;แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้&amp;quot; ในญัตตินี้ตามที่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดในหน้า 10-11 แล้วว่าญัตติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 มีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นการแก้ไขหลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมต้องการปกป้องคุ้มครองไว้ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมของประชาชนเสียงส่วนมากกว่า 16.8 ล้านเสียงที่มีมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย ดังนั้นหากต้องการจัดทำฉบับใหม่ต้องผ่านประชามติว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันไม่มีเจตนาเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่กล่าวหา ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามข้อบังคับ กฎหมาย และผลผูกพันของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลการลงมติก็สะท้อนว่าเสียงส่วนใหญ่เคารพคำวินิจฉัยของศาลที่ไม่ให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยที่ประชาชนยังไม่ได้ลงประชามติเห็นชอบ ดังนั้นก็กลับไปแก้ไขเป็นรายมาตรา เสนอแก้ไขในมาตราที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ นี่คือสิ่งที่ยังเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่สิ้นหวังหรือมัวโทษกันไปมา&amp;rdquo; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่งดออกเสียง 94 เสียงและไม่ประสงค์จะลงคะแนน 136 เสียงนั้น น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาที่ต่างก็มีคุณวุฒิ ประสบการณ์ และวิจารณญาณ ดังนั้นต้องเคารพสิทธิและข้อกฎหมายด้วย และหากย้อนไปดูให้ครบถ้วนในเฉพาะส่วนของ ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็มีไม่ออกเสียงกว่า 30 คน ดังนั้นหากพรรคฝ่ายค้านจะเพ่งโทษว่าพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว. ตั้งใจคว่ำร่างฯ นั้นไม่เป็นความจริง เพราะเชื่อว่าทุกพรรคการเมือง ส.ส. และ ส.ว. ต่างมองเห็นปัญหาในการโหวตวาระ 3 กันทั้งสิ้น น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_60542a9ae7b11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;ย้ำรธน.ควรแก้ไข ซัดพรรคแกนนำไม่มีความจริงใจ ขายผ้าเอาหน้ารอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; กล่าวถึงผลการลงมติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ในการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 17&amp;nbsp; มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ตนยืนยันว่า ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเพื่อเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการย้ำให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดเดิมที่มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีข้อบกพร่องหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวว่า ประเด็นที่สมควรแก้ไข เช่น สิทธิเสรีภาของประชาชนที่ยังมีข้อจำกัด การดำเนินการในการปราบปรามการทุจริตที่ไม่สมเหตุสมผล กระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส. ตามวิธีการในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็พบว่าได้บุคคลที่ขาดวุฒิภาวะ แต่กลับมีความใกล้ชิดผู้ที่มีอำนาจในพรรค สามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส.ได้ ทำให้ประชาชนเกิดความเอือมระอาถึงบุคคลประเภทนี้ว่า ทำงานไม่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมทั้งบางพรรค มีส.ส.คนเดียวเกือบ 20 พรรค เนื่องจากอานิสงส์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนเสียงเอาไว้ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า 10 พรรค และยังมีปัญหาเรื่อง ลิงกินกล้วย ให้ประชาชนกระแหนะกระแหนอยู่เสมอ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ประชาชนสงสัยในท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาลว่า ไม่มีความจริงใจที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก เหมือนกับสำนวนที่ว่าขายผ้าเอาหน้ารอด เช่น&amp;nbsp; บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อคราวการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา พอแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาลเริ่มมีการทวงถามประกอบกับมีมวลชนมากดดันเรื่องนี้มากๆ เข้า จึงไม่สามารถฝืนกระแสได้ จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ ซึ่งเรื่องดูเหมือนจะจบด้วยดี เพราะมีการพิจารณาไปถึงขั้นตอนที่จะลงมติในวาระ 3 แล้ว แต่ปรากฏว่า มี ส.ส. และ ส.ว. บางคน ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบ และทำให้มีคำวินิจฉัยที่สร้างความอิหลักอิเหลื่อให้กับสมาชิกว่า จะทำอย่างไรถึงจะถูกต้องตามกฎหมายและไม่เป็นปัญหาให้กับหลายๆฝ่ายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงปรากฏว่า มี ส.ส. บางพรรคหลายคนเลือกที่จะนั่งอยู่เฉยๆ ไม่กล้าออกเสียงเพื่อตัดสินใจในกรณีนี้&amp;nbsp; ดังนั้น ตนเคารพคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในเมื่อผลการลงมติออกมาเป็นแบบนี้ ก็ถือว่ากระบวนการทั้งหมด จำเป็นจะต้องมีการกลับไปถามประชาชนตั้งแต่แรกโดยทำประชามติว่า สมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา พอจะประมวลได้ว่า พรรคแกนนำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายของรัฐต่อสภา และยังยอมที่จะให้เกิดคำครหาว่า &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา&amp;rsquo; ติดตัวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยที่ไม่ยอมให้เกิดการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมลงมติให้ผ่านในวาระ 3 และคิดต่อไปว่า จะเอาร่างที่ผ่านการลงมติในวาระ 3 นี้ ไปให้ประชาชนทำประชามติก่อน&amp;nbsp; เพื่อยืนยันหลักการที่ว่า &amp;lsquo;ประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ&amp;rsquo; ซึ่งผลประชามติออกมาอย่างไร ตนก็พร้อมน้อมรับอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกัน ความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้น ถือเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมือง จะต้องทำให้ประชาชนเห็น ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมฯ เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมานั้น คนที่จะต้องตอบคำถามกับประชาชนก็คือคนที่แสดงท่าทีที่นอกเหนือจากการลงมติ เช่น&amp;nbsp; การอยู่เฉยๆ ในห้องเมื่อถึงคราวที่ถูกเรียกชื่อ&amp;rdquo; นายชัยชนะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96549</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ชัยชนะ เดชเดโช, พรรคร่วมรัฐบาล, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054014f006dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนแล้ว!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อยื่นปปช.เอาผิด206สส.-2สว.โหวตวาระ3ฝืนคำวินิจฉัยศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64 -ศรีสุวรรณ จรรยา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเตือนพวกท่านแล้ว!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จันทร์ที่ 22 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. ได้เวลายื่น ป.ป.ช.
เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 235
หมวดอำนาจของ ปปช. กำหนดไว้ว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;(1) ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา 226 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การพิจรณาพิพากษาของศาลฏีกาโดยอนุโลม
ในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฎิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นและจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 206 ส.ส.และ 2 ส.ว. กล้าที่จะโหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ทั้งๆที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่าต้องทำประชามติเสียก่อน เพราะประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกล้าฝ่าฝืนคำวินิจฉัย ก็ต้องกล้ารับผลแห่งการกระทำของตน...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96543</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6053ecb339378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถวิชช์&#039; เสนอแก้ไขมาตรา ม.272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีรัฐสภาลงมติวาระ 3 ล้มการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่า หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ต้องทำประชามติถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกถามว่าประชาชนต้องการยกร่างใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ ก่อนจะยื่นญัตติแก้ไขมาตรา 256 ในสมัยประชุมถัดไป และทำประชามติครั้งที่สอง หลังจากได้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ สรุปเสียเวลาเป็นปีๆ เสียเงินหลายพันล้านบาท และสุดท้ายรัฐบาลชุดนี้ก็จะครบวาระไป จึงขอเสนอทางออกว่า รัฐสภาควรแก้ไขรายมาตรา เฉพาะประเด็นที่ทำให้รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย คือแก้ไขบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ไม่ให้วุฒิสภาที่ คสช. แต่งตั้งร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวอีกว่า การแก้ไขเฉพาะ มาตรา 272 ไม่ต้องเปลืองงบ เปลืองเวลา เพราะไม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามมาตรา 256 อนุ 8 และน่าจะได้เสียงตอบรับจากทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ ส.ว. หลายคน อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน , นายวันชัย สอนศิริ , นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ก็เคยให้ความเห็นสนับสนุนให้แก้ไขลดอำนาจ ส.ว. ไม่ให้เลือกนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96457</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคกล้า, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, แก้รัฐธรรมนูญ, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d5de1c0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธ.วุฒิสภา เผย ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ลงคะแนนวาระ 3 เพราะเข้าใจคำวินิจฉัยศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - เวลา 08.00 น.ที่รัฐสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ3 ที่รัฐสภามีมติไม่เห็นชอบ ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร และการดำเนินการหมวด 15/1 ถือเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะต้องไปทำประชามติ ถามประชาชนแต่ขณะนี้ทุกอย่างผ่านขั้นตอนไปหมดแล้ว เดินหน้าต่อก็ไม่ได้ ดังนั้นญัตติของนายสมชาย แสวงการ และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ที่ขอให้ไม่ลงมติวาระ3 ถูกต้องแล้ว เพื่อป้องกันความผิดพลาด ส่วนญัตติของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง ก็เป็นความคิดของนายจุรินทร์ แต่เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณามาแล้ว หากส่งจะเป็นการวินิจฉัยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนญัตติของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 ก็เป็นไปตามระเบียบวาระอยู่แล้ว ดังนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าเมื่อมีปัญหามากก็ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา จึงได้เสนอญัตติให้กลับไปดำเนินการตามระเบียบวาระโหวตวาระ 3 และเมื่อโหวตแล้ว นายไพบูลย์ชนะ 3 ญัตติก่อนหน้านี้ก็ต้องตกไปตามข้อบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อโหวตวาระ 3 แล้ว สมาชิกคนใดที่ลงมติเห็นด้วยก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง หากมีคนฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้นจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณา จะเห็นได้ว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ลงมติไม่ประสงค์ขอลงคะแนน เพราะไม่อยากยุ่ง เนื่องจากรู้ว่าผิดและขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้แต่สมาชิกที่งดออกเสียง อาจจะไม่ผิด แต่หากมีการยื่นร้อง ป.ป.ช. สามารถเรียกสมาชิกที่งดออกเสียงไปเป็นพยานก็ได้&amp;quot;พล.อ.สิงห์ศึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่ส.ว. ไม่กล้าโหวตวาระ 3 เพราะเกรงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่กล้า แต่ ส.ว.ส่วนใหญ่เข้าใจในคำวินิจฉัย อย่าลืมว่า ส.ว. มีความเป็นกลางทางการเมือง ต้องยึดผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนและคิดถึงว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่เป็นแม่บทของกฎหมายและนิติบัญญัติ ซึ่งจะไปเดินหน้าต่อได้อย่างไร ส่วนใหญ่เขารู้ว่ามันไม่ถูกเพราะศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ถูกต้อง เมื่อรู้ว่าไม่ถูกตัองก็ต้องหยุดเดิน หรือไม่ทำก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอย่างอื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากนี้จะเดินหน้าอย่างไร พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ทุกเวลาโดยรัฐสภา คือแก้ไขเป็นรายมาตรา ตรงไหนสถานการณ์ไม่เหมาะสมอยากเสนอแก้ไขก็เสนอมาได้ตลอดเวลา แต่ถ้าจะรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ทำไม่ได้ และหากเสนอเป็นรายมาตราเข้ามา ถ้าจะแก้ได้ทันทีทันใด วันนี้หรือพรุ่งนี้ ส.ว. ก็พร้อมสนับสนุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96446</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, วุฒิสภา, แก้รายมาตรา, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052c59f57fb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
