<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณยื่นปปช.แล้ว! สอบ&#039;206ส.ส.-2ส.ว.&#039;ฝ่ามติศาลโหวตแก้รธน.วาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีกลุ่ม ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 208 คนให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่าหากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 17 มี.ค.64ที่ผ่านมาที่ประชุมร่วมของรัฐสภากลับมีการลงมติต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีเสียงเห็นชอบให้แก้ไข 208 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง งดออกเสียง 94 เสียง ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง ซึ่งผู้ที่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สามดังกล่าว น่าจะขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ลงวันที่ 11 มี.ค.64 ที่ระบุว่า &amp;ldquo;...การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงต้องอยู่ในเงื่อนไขที่มีความผูกพันกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 15 เพียงบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติให้จัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับ... หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ตาม ม.211 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น รัฐสภาจึงไม่อาจลงมติในวาระที่สามของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ได้ ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของสมาชิกรัฐสภาที่เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวในวาะสามทั้ง ส.ส. 206 คน และ ส.ว. 2 คนนั้น เป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่ อย่างไร หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติฯ ขอให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษ ตามครรลองของกฎหมายต่อไป
นอกจากนั้น มีสมาชิกรัฐสภาที่เป็นพรรคการเมืองอีกไม่น้อยกว่า 8 พรรคการเมืองที่ให้ความเห็นชอบในวาระสามดังกล่าวด้วย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ม.92(2) มีโทษถึงขั้นอาจถูกยุบพรรคได้ จึงขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาไต่สวนและมีความเห็นในเรื่องดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96859</URL_LINK>
                <HASHTAG>206ส.ส., 2ส.ว., ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ, แก้รธน., โหวตวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60581d615e4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;รับอาจเลื่อนโหวตแก้รธน.วาระ3 หวั่นส.ว.ตกเป็นจำเลยสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และรองประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) วันนี้ (15 มี.ค. )จะพิจารณาว่าการโหวตร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 3 จะดำเนินการอย่างไร หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรทนูญฉบับใหม่ แต่ต้องทำประชามติก่อนและหลังยกร่างรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มี ส.ส. เตรียมเสนอญัตติให้เลื่อนการโหวตวาระ 3 ออกไปก่อนนั้น นายพรเพชร กล่าวว่า ทำได้ และเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยในที่ประชุมรัฐสภา แต่ส่วนตัวไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งหากมองคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน ในเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องทำประชามติก่อนและหลัง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นและกำลังถกเถียงในขณะนี้คือ มีร่างแก้ไขมาตรา 256 ค้างอยู่ในที่ประชุมรัฐสภา เตรียมโหวตวาระ 3 วันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นปัญหาถกเถียงกันมากว่าจะไปต่อโดยยึดร่างรัฐธรรมที่มีการแก้ไขและไปเชื่อมโยงกับการทำประชามติ&amp;nbsp; หรือร่างดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะมีเนื้อหาบางอย่างไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในวันที่17 มี.ค. จะเกิดการถกเถียงในที่ประชุมรัฐสภาเป็นอย่างมาก รวมไปถึงประเด็นว่าจะลงมติวาระ 3 หรือไม่ด้วย เพราะได้รับข้อมูลมาทั้ง 2 ฝ่าย และมีความเป็นไปได้ที่อาจเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้ ขณะที่ยังมีความเห็นบางส่วนให้เสนอญัตติซ้อนเพื่อจะลงมติว่าจะให้ลงมติวาระ 3 หรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่าท้ายที่สุดจะออกมาในทิศทางใด&amp;rdquo;นายพรเพชร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวุฒิสภา ยอมรับว่า การโหวตวาระ 3 มีผลทางการเมืองพอสมควร&amp;nbsp; หากที่ประชุมเห็นชอบวาระ 3 และนำไปสู่การบังคับใช้ เชื่อมั่นว่าจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าออกไปอีก แต่หากไม่เห็นชอบโดยเสียง ส.ว. ไม่ถึง 84 เสียง จะทำให้ ส.ว.ตกเป็นจำเลยของสังคมทันที หากเลือกทางนึ้ ส.ว. จะต้องชี้แจงต่อสังคม ซึ่งส่วนตัวไม่ขอออกความเห็น ว่าจะเลือกทางไหนเพราะเกรงจะเป็นการชี้นำ และอาจมีมากกว่า 2 ทาง แต่ไม่จำเป็นต้องหารือกับประธานรัฐสภา เพราะได้บรรจุในระเบียบวาระแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญเพราะการวินิจฉัยยุติแล้ว แต่ขึ้นอยู่ที่รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไรกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเอาชนะคะคานกัน และมันต้องเกิดปัญหาอย่างที่ผมบอกแน่นอน หลบปัญหา 2 เรื่องนี้ไม่ได้ และที่ผมพูดว่าเป็นปัญหาทางการเมืองก็เพราะว่าการเมืองเอามาใช้ กล่าวหาว่าหากลงแบบนี้ก็ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่เคารพหลักการร่างรัฐธรรมนูญอะไรต่างๆนานา แต่อย่าลืมว่าวุฒิสภา มีความคิดเป็นอิสระไปบังคับเขาไม่ได้ จึงเชื่อว่าจะไม่มีมติออกมาว่า ส.ว. จะทำอย่างไร แต่ที่ประชุมวิปจะพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้พ้นวิกฤติประเทศชาติ&amp;rdquo;นายพรเพชร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะโหวตคว่ำร่าง หรือไม่ร่วมประชุม พรเพชร กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน และไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น เพราะเป็นสมาชิกก็ต้องเข้าร่วมประชุม จะเห็นอย่างไรก็ตามต้องแสดงความกล้าหาญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96098</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา, ศาลรธน., แก้รธน., โหวตวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ee2e5ca541.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายปมร้อน! ศาลรธน.ถกด่วนเร่งทำคำวินิจฉัยกลาง ก่อนโหวตวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมด่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 15 มีนาคมนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อร่วมหารือเป็นกรณีพิเศษ ในการจัดทำคำวินิจฉัยกลางในคำร้องคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ที่ออกมาเมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า เบื้องต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันนอกรอบหลายคน ยอมรับว่าแปลกใจ และคาดไม่ถึงที่หลังมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว มีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้ง ส.ส.-ส.ว. -นักวิชาการ นักกฎหมาย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มติศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วยความเห็นที่แตกต่างกันมาก ทำให้ เบื้องต้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุยกันว่า จะทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้เร็วที่สุด ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อนำไปเผยแพร่โดยเร่งด่วน โดยหากเป็นไปได้ จะพยายามเร่งทำออกมาให้ทันก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 17 มีนาคมนี้ ที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม เพื่อจะได้พอเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาได้ศึกษาก่อนการพิจารณาดำเนินการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังมติของศาลรัฐธรรมนูญออกมา แล้วมีเสียงวิจารณ์กันมาก ตุลาการหลายคนก็คาดไม่ถึง เพราะคิดว่า มติดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่เมื่อยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่ของบุคคลหลายฝ่าย&amp;nbsp; การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันจันทร์นี้ ที่ประชุมก็จะนำคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนโดยเฉพาะเสียงข้างมาก 8 เสียงมาวางแนวเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมา ซึ่งยอมรับว่า ใน 8 เสียงเอง ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดกันอยู่ แต่วงประชุมเราจะคุยกันให้สะเด็ดน้ำ แล้วเร่งเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาโดยเร็ว&amp;quot; ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่ง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้นี้ ยังกล่าวอีกว่า คำวินิจฉัยกลางที่จะออกมา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ ที่จะไม่มีการระบุว่า การทำประชามติ ต้องทำในช่วงก่อนรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก หรือให้ทำหลังรัฐสภาผ่านวาระสามไปแล้วถึงค่อยไปทำประชามติ เพราะการวินิจฉัยคำร้องคดีดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นญัตติตามที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันมาเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยตอบไปว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน ดังนั้น เบื้องต้นคำวินิจฉัยกลางที่จะออกมาจะไม่ระบุชัดเจนว่า การทำประชามติให้ทำตอนก่อนพิจารณาวระแรกหรือหลังรัฐสภาผ่านวาระสาม แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ไม่มีปัญหาข้อถกเถียงกัน ก็มีความเป็นไปได้ ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจจะพยายามเขียนคำวินิจฉัยกลางออกมาเพื่อให้รู้เป็นแนวว่า การทำประชามติควรทำช่วงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องเข้าใจก่อนว่า ญัตติที่รัฐสภาส่งมา เขาส่งมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ หลังรัฐสภาผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกไปแล้ว เข้าสู่การพิจารณาวาระสองในชั้นกรรมาธิการไปแล้ว ตอนที่ตุลาการเก้าคนคุยกัน เราเลยไม่ได้คุยกันในเรื่องกรอบเวลาเลยว่าต้องลงประชามติตอนไหน ก่อนวาระแรกหรือหลังผ่านวาระสาม ดังนั้น จะไปให้คำวินิจฉัยกลาง เขียนลงรายละเอียดแบบนั้น เบื้องต้นน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ต้องอมรับว่า กระบวนการที่รัฐสภาทำตอนนี้ ว่าไปแล้วมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำสองขยัก คือ แก้มาตรา 256 ด้วย และให้ทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ซึ่งหากจะนำร่างที่รัฐสภาทำอยู่ไปถามหลังผ่านวาระสาม มันคือการทำไปก่อนแล้ว ถึงค่อยไปถามประชาชนทีหลัง พูดกันตรงๆ เหมือน ศรีธนญชัย เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; แต่เป็นการแก้มาตรา 256 เพื่อให้ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ใช่การแก้เล็กน้อยแต่มันคือการร่างใหม่เลย ยกตัวอย่าง ไปเขียนไว้หมดแล้วว่า ส.ส.ร.ให้มาจากไหน คือไปทำเสร็จมาก่อนแล้ว ค่อยไปถามประชาชนทีหลัง แบบนี้มันใช่การแก้ไขรายมาตราหรือไม่ เพราะมันคือการแก้เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ &amp;quot;แหล่งข่าวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนดังกล่าว ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96073</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยกลาง, รัฐสภา, ศาลรธน., แก้รธน., โหวตวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60386c3dec7c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
