<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039; ขออภัย &#039;บิ๊กป้อม&#039; ทำพรรคร่วมรัฐบาลไม่สบายใจ ยันเชื่อมั่นในหลักการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.64 - น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;จากบรรยากาศทางการเมืองหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเดียร์และเพื่อน ส.ส. ดาวฤกษ์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจในพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;เดียร์และเพื่อน ส.ส. ต้องขออภัย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บริหารพรรค และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปฏิบัติตามจิตวิญญาณความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เดียร์ยังเชื่อมั่นในการแสดงออก จากการพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผล ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใต้ความเป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93851</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พรรคพลังประชารัฐ, มาดามเดียร์, วทันยา วงษ์โอภาสี, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e689ef75ab25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ณัฏฐพล’มั่นใจ ‘ข้อมูล’แน่นปึ้ก แจงศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เกาเหลาซักฟอก! &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; ลั่นไม่มีปัญหาหาก ส.ส.พลังประชารัฐโหวตสวน ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถตอบคำถามได้ หรือไม่มีความสามารถในการบริหาร เผยมีความขัดแย้งส่วนตัวมากกว่าเรื่องงาน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ปัดล็อบบี้เล่นกันเอง แค่ป้องกันตัวเองจากฝ่ายค้านก็หนักอยู่แล้ว ก้าวไกลหยาม &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ไม่มีราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการเตรียมข้อมูลเพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ได้เตรียมข้อมูลเพื่อรับมือการซักฟอกของฝ่ายค้านในหลายประเด็น เช่น การแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ การดึงคนของตนเข้ามาอยู่ใน ศธ. เป็นต้น ซึ่งตนไม่กังวล เพราะเป็นเรื่องปกติที่จะต้องได้รับการตรวจสอบการทำงานจากฝ่ายค้านอยู่แล้ว และจากที่เตรียมข้อมูลไว้ คิดว่าสามารถตอบฝ่ายค้านได้ทุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บางคนเตรียมล็อบบี้ ส.ส.ของพรรคกว่า 30 คน ให้โหวตสวนรัฐมนตรีในพรรคบางคนที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนไม่รู้ว่า ส.ส.ทั้ง 30 คนนั้น คือใคร ไม่มีปัญหาอะไร แต่ขอให้ดูข้อมูลการอภิปราย และดูการตอบข้อซักถาม ก่อนที่จะตัดสินใจไม่โหวตให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่มีปัญหา หากจะไม่โหวตให้ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถตอบคำถามได้ หรือไม่มีความสามารถในการบริหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการกล่าวต่อว่า ส่วนการอภิปรายครั้งนี้จะถูกเล่นแรงหรือไม่ ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคือการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายค้าน ส่วนข้อมูลการทำงานในพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องไปดูว่าคนที่คิดว่าตนทำงานไม่เหมาะสม มาจากสาเหตุอะไร มาจากการทำงานหรือเป็นเหตุผลส่วนตัว ซึ่งตนมั่นใจว่าถ้ามีข้อขัดแย้งคงเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าเรื่องของการทำงาน และตนหวังว่าขณะนี้ภายในพรรค พปชร.ยังมีความเป็นเอกภาพกันอยู่ เพราะตนไม่รู้ว่าแต่ละคนคิดเห็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. ก็ย้ำให้ผมเตรียมข้อมูลให้ดีที่สุด และถือเป็นโอกาสที่ดีในการชี้แจงการทำงานของ ศธ.ให้ประชาชนเข้าใจ เพราะหลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ศธ.กำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งขณะนี้ ศธ.กำลังเตรียมแผนบรูณาการพัฒนาประเทศผ่านระบบการศึกษา ซึ่งการศึกษานั้นถือเป็นงานที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล&amp;rdquo; นายณัฏฐพล กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือกับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เพื่อเตรียมข้อมูลรับมืออภิปรายหรือยัง รมว.ศึกษาธิการตอบว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียด แต่ตนดูแล้วว่าเป้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นมุ่งมาที่ตนเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการพาดพิงการทำงานของรัฐมนตรีช่วย ศธ.ทั้ง 2 เชื่อว่าทั้ง 2 คนพร้อมที่จะตอบคำถามอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนโยงว่าที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาจากการเสนอนางทยา ทีปสุวรรณ ลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายณัฏฐพลกล่าวว่า มองว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเรื่องนี้ตนได้เรียนให้หัวหน้าพรรค พปชร.ทราบแล้ว ประกอบกับนางทยาก็ไปคุยกับหัวหน้าพรรค พปชร.โดยตรง จึงไม่เป็นเรื่องที่จะมากังวลหรือมาเกี่ยวข้องกับการทำงานของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงกัลยาให้สัมภาษณ์ว่า หากงานในส่วนที่รับผิดชอบถูกพาดพิง ก็พร้อมช่วยเสริมนายณัฏฐพลในการชี้แจง เพื่อช่วยอธิบายข้อเท็จจริงในเรื่องที่ทราบ และไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ โดยจะรับฟังการอภิปรายโดยตลอดพร้อมคณะรัฐมนตรี ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตอนนี้สภาก็ต้องเว้นระยะห่างที่นั่ง จะต้องสับเปลี่ยนกันขึ้นไปนั่งฟังในช่วงที่มีการอภิปรายในส่วนของกระทรวงศึกษาฯ ดังนั้น ครม.ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายครั้งนี้ไหวใช่หรือไม่ คุณหญิงกัลยา ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกฝ่ายค้านกล่าวหาคือ เป็นผู้มีอิทธิพล, เกี่ยวข้องแต่งตั้งภรรยาดำรงตำแหน่งทางการเมืองและหุ้นของภรรยาเป็นสัมปทานของรัฐหรือไม่ โดยตนได้เตรียมข้อมูลและจะชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว ส่วนคะแนนการโหวตสุดท้ายจะได้มากหรือน้อยอย่างไร ตนจะทำให้ดีที่สุด และยอมรับผลคะแนนออกมาได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีรัฐมนตรีบางคนไปล็อบบี้ ส.ส.พปชร.โหวตสวนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธว่า ไม่ทราบ คิดว่าอาจเป็นเรื่องที่รู้สึกและคิดกันไปเอง เพราะแค่การชี้แจงของตัวเองและป้องกันตัวเองก็หนักอยู่แล้ว แต่ในทางกลับกลับกัน ตนมีแต่ช่วยเหลือและประสาน ส.ส.ของพรรคให้ช่วยสนับสนุนรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และในช่วงก่อนหน้าก็ได้พูดคุยกับนายณัฏฐพล โดยนายณัฏฐพลให้ตนช่วยอธิบายความไม่เข้าใจต่างๆ แก่ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยญัตติอภิปรายของฝ่ายค้านนั้น เปิดเผยว่า หากการอภิปรายพาดพิงถึงสถาบันก็คงจะทักท้วงพรรคร่วมฝ่ายค้านขอให้ยุติไม่ดำเนินการ ส่วนจะเป็นอย่างไรก็ต้องสุดแล้วแต่การประชุม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคร่วมฝ่ายค้านจะพิจารณาอย่างไรก็ต้องไปดูตอนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของผมจะพิจารณาภายหลังจบการอภิปรายว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ถ้าทักท้วงและฝ่ายค้านยังคงฝ่าฝืน เรื่องนี้ก็ถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่ แต่จะถึงโดยวิธีใดเท่านั้นเอง&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลนัดสัมมนาซ้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ว่าคงพอกันทีกับการนำเพาเวอร์พอยต์และรูปรัฐมนตรีมาพีอาร์ตัวเอง เพราะไม่มีประโยชน์ และประชาชนต้องการฟังเนื้อหาที่เป็นเหตุเป็นผล ฝ่ายค้านต้องการถามกรณีที่รัฐมนตรีต้องสงสัยว่าด้อยประสิทธิภาพ หรือพัวพันกับผลประโยชน์อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้รัฐมนตรีชี้แจงแบบไม่ใช้แท็กติกที่มาไล่เวลาและนำประเด็นการอภิปรายที่สำคัญกับรัฐมนตรีคนสำคัญไปอยู่ช่วงเที่ยงคืน ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาลควรติวเข้มทีมประท้วงด้วย อย่ามาประท้วงเรื่องไร้สาระจนประชาชนรุมโห่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเชิญอาจารย์วิษณุไปติวเข้ม ก็ไม่รู้เป็นการติวเข้มให้ใช้ข้อยกเว้นอะไรอีกหรือไม่ เพราะอาจารย์วิษณุเป็นบิดาแห่งการยกเว้นของประเทศไทย แต่ยืนยันว่างานนี้โดนหมดทุกคนไม่มีข้อยกเว้นแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ต่อให้เอานายวิษณุมาก็ยกเว้นไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ดังนั้นปีนี้ไม่มียกเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า สวาปาล์มภาคสอง 10 ปีที่แล้ว ผมลงไปตรวจสอบน้ำมันปาล์มขวดที่หายไปจากท้องตลาด ร้านทั่วไปไม่มีวางขาย หากใครต้องการซื้อ ท่านต้องซื้อน้ำมันปาล์มปี๊บในตลาดมืดที่ราคาสูงกว่าปกติถึง 2-3 เท่า เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้เจาะลึกไปถึงต้นตอ อธิบายง่ายๆ ได้ว่าคลังน้ำมันปาล์มของประเทศที่ต้องสำรองเอาไว้เผื่อฉุกเฉินมีปริมาณต่ำกว่าขีดแดง โดยไม่มีใครส่งสัญญาณเตือนว่าระดับน้ำมันอยู่ในสภาพวิกฤติ เปิดทางให้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีน้ำมันปาล์มเถื่อนเก็บอยู่ในคลังของตัวเอง สามารถปล่อยของขายในตลาดมืดด้วยราคาสูงลิ่ว กินส่วนต่าง 2 เด้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจรอเวลาถึง 5 อาทิตย์ จึงค่อยตัดสินใจนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ คนกลุ่มนี้จึงปล่อยของเถื่อนขายในตลาดมืดได้อย่างสะดวกโยธิน อิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า เงินสะพัดเป็นพันล้าน แต่ชาวบ้านเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน เพราะร้านค้าไม่มีน้ำมันปาล์มขวดขายเลยทั้งประเทศ จนค่าครองชีพช่วงนั้นสูงขึ้นจากผลของเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สวาปาล์ม&amp;rdquo; ครั้งนั้นเกิดแล้วก็จบไป แม้ว่ากระบวนการตรวจสอบต้นน้ำของฝ่ายค้านได้ถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็เงียบหาย เหมือนกับอีกหลายเรื่องที่ไม่เคยมีคำตอบ ทิ้งไว้แต่ความเสียหายเชิงประจักษ์ที่คนธรรมดาทั่วไปก็รู้ว่ามันมีคนโกงแต่จับมือใครดมไม่ได้ซักที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเชื่อว่าเหตุนี้นี่เอง คนโกงจึงกล้าโกงอีก เพราะยิ่งโกงยิ่งรวย ยิ่งโกงยิ่งมีอำนาจ และยิ่งโกงยิ่งเห็นจุดอ่อนของสังคมที่ &amp;ldquo;ความดี&amp;rdquo; กลายเป็นเพียงแค่ &amp;ldquo;นามธรรม&amp;rdquo;? ที่กินไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ปี 2564 ผมจึงเห็นคนกลุ่มเดิมที่รวยขึ้น แข็งแรงขึ้น คอนเนกชั่นสูงขึ้น กล้าพอที่จะ #ฟอกน้ำมันเถื่อนให้บริสุทธิ์ เพราะคิดว่าทุกคนยอมหรี่ตาให้โชคดีที่ท่านคิดผิด และถ้าผมคิดถูก เราคงต้องเจอกันอีกในสวาปาล์มภาค 2 อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่ 2 ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ หลังรัฐสภามีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญว่า รัฐสภา จะยังคงเดินหน้าในการพิจารณาต่อไป และหลังการพิจารณาในวาระที่ 2 เสร็จสิ้น รัฐบาลจะเสนอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาต่อในวาระที่ 3 ช่วงกลางเดือน มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องการวินิจฉัย แต่ไม่มีคำสั่งหรือมาตรการใดๆ มายังรัฐสภา รัฐสภาก็จะยังคงเดินหน้าพิจารณาต่อในวาระที่ 2 และ 3 และหากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่สามารถยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ รัฐบาลก็จะเดินหน้าเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราต่อไป ซึ่งวิธีนี้เราจะไม่ต้องเสียงบประมาณในการจัดการออกเสียงประชามติกว่า 3,000 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้งส่วนตัวมากกว่าเรื่องงาน, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พลังประชารัฐ, ศึกซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เกาเหลาซักฟอก, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_6026973924e21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้อท่า!เพื่อไทย ลำบากใจลงโทษส.ส.โหวตสวนพรรค เผยคิดหนัก ไม่กล้าขับ กลัวเสียงหาย เข้าทางฝ่ายตรงข้าม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63 - รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีส.ส.โหวตสวนมติพรรค ที่มีพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ แกนนำพรรคเป็นประธาน พิจารณาบทลงโทษ 3 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค เป็นเรื่องที่แกนนำพรรคต้องคิดหนักว่าจะใช้มาตรการอย่างไร เพื่อเป็นการปรามไม่ให้ส.ส.คนอื่นกล้าโหวตสวนมติพรรคอีก รวมถึงไม่ให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม เพราะถ้าใช้มาตรการขับออกจากพรรคก็จะเข้าทางรัฐบาลทันที เพราะส.ส.กลุ่มนี้สามารถย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลได้ทันที เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่เคยทำมาแล้วและพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะทำให้โมเมนตัมเสียงส.ส.พลิกเปลี่ยนทันที ตอนนี้รัฐบาลรอดพ้นจากภาวะเสียงปริ่มน้ำไปแล้ว ยิ่งถ้าพรรคเพื่อไทยขับออกอีก เสียงของรัฐบาลจะยิ่งเพิ่มพูนไปกันใหญ่ เกมต่อรองทางการเมืองจะเสียเปรียบมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสำหรับมาตรการตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครส.ส.ครั้งหน้า ก็ค่อนข้างเสี่ยงที่จะเสียส.ส.ในเขตนั้นๆไป เพราะส.ส.ที่ถูกตรวจสอบทั้ง 3 คนคือ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายขจิตร ชัยนิยม ส.ส.อุดรธานี และ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. ต่างก็เป็นส.ส.ที่มีความนิยมในพื้นที่ชัดเจน ไม่ใช่ส.ส.ที่พึ่งกระแสนิยมจากพรรคเพียงอย่างเดียว หากไม่ให้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยก็เท่ากับบังคับให้ไปลงสมัครในนามพรรคอื่น อาจทำให้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเพื่อไทยส่งลงแพ้ได้ เห็นได้จากผลคะแนนเลือกตั้งปี 54 ที่มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือคะแนน ส.ส. และคะแนนพรรค ทั้ง 3 คนมีคะแนนใกล้เคียงกับพรรค บางคนคะแนนส่วนตัวสูงกว่าคะแนนพรรคด้วย ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่แกนนำพรรคต้องคิดหนักเช่นกัน สำหรับผลการสอบสวนได้ข้อสรุปเบื้องต้นพบว่าในรายของนายพลภูมิแกนนำพรรคเข้าใจได้ถึงแนวทางดำเนินการที่มีบุญคุณต่อกันในบางเรื่อง ที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ที่หลุดจากป.ป.ช. เพราะคดีขาดอายุความ &amp;nbsp;ส่วนน.ส.พรพิมลเป็นเหตุผลเชิงคดีความเช่นกันแต่เป็นของในส่วนของสามี สำหรับนายขจิตค่อนข้างชัดเจนกว่าใคร แกนนำพรรคจึงคาดโทษขั้นเด็ดขาดเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54452</URL_LINK>
                <HASHTAG>งูเห่า, พรรคเพื่อไทย, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c05e54b8cbb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติอนค.เฉดหัว4ส.ส.งูเห่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมใหญ่พรรคอนาคตใหม่มีมติ 250 ต่อ 5 ขับ 4 ส.ส.งูเห่าออกจากพรรค ชง กก.บห.เคาะอังคารนี้ &amp;quot;สารวัตรต๊อก&amp;quot; โอดเสียใจที่สุดในชีวิต เชื่อเป็นเพราะโหวตสวน พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล รับจุดยืนบางเรื่องของพรรคก็ไม่ได้เห็นด้วย ปูดมีคนคิดแบบตนแต่ไม่กล้าพูด ยันไม่กังวลหาบ้านใหม่ รอง หน.เพื่อไทยฟันธง พปชร.ไม่แก้ รธน.ม.256 แต่แก้รายมาตรา หวั่น &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยุบสภาหนีหากแผนครองอำนาจ 10 ปีสิ้นสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วันที่ 16 ธันวาคม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ (16 ธ.ค.) มีวาระการพิจารณากรณี ส.ส.ลงมติไม่ตรงกับมติพรรค ซึ่งมี ส.ส. 4 คน ได้แก่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ &amp;nbsp;เขต 8, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี เขต 2, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1 และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติ 250 เสียงให้ขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และมีมติ 5 เสียงไม่ขับออกจากสมาชิกพรรค รวมถึงมีบัตรเสีย 6 ใบ โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.และที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 17 ธ.ค. โดยจะทราบผลทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 1 ใน 4 คนที่ถูกที่ประชุมพรรค อนค.มีมติขับให้พ้นพรรค กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องว่าที่ประชุมพรรคมีมติอะไรในเรื่องนี้ เพราะไม่ได้มีใครส่งข้อความหรือสัญญาณใดๆ มาที่ตนเลย อย่างไรก็ตามตนเคารพมติที่ออกมา จากนี้ก็คงต้องดำเนินการตามกฎหมาย นั่นคือหาต้นสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ก็ยอมรับว่ามีหลายพรรคที่คุยกันไว้บ้างแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ และตนจะยังคงขอมุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคมีมติอย่างนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.ฐนภัทรบอกว่า รู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต เชื่อว่าเรื่องนี้มาจากกรณีการโหวต พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ซึ่งตนในฐานะข้าราชการนั้นส่วนตัวรักและเทิดทูนสถาบันยิ่งชีวิต แม้จะมีคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องเพราะเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่ตนมองว่าเกี่ยวข้องโดยตรงเพราะเป็นพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรค อนค.คิดว่าตัดสินใจถูกมาตลอด เพราะเชื่อว่าพรรคจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศไทย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าการเปลี่ยนที่เกิดขึ้นนั้นจะเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุดยืนบางเรื่องของพรรคผมก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้อยากให้พรรคอนาคตใหม่พิจารณาด้วย เชื่อว่าคงมี ส.ส.คนอื่นไม่สบายใจเหมือนกับผม เพียงแต่เขาไม่กล้าพูด แต่ตัวผมต้องพูดออกไปเพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะขัดกับจุดยืนที่ผมเคยบอกไว้กับพี่น้องประชาชน หากผมไม่ทำตามก็จะผิดสัญญาที่ให้ไว้ เราเป็นนักการเมืองมาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เพราะคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้อยากให้พรรคคิดถึงตรงนี้ไว้ด้วย เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นที่อาจจะไม่เห็นด้วย ก็ขอให้กล้าแสดงออกมาบ้าง อย่าไปน้อมรับฟังอย่างเดียว เพราะความถูกต้องย่อมเป็นความถูกต้อง ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร&amp;quot; พ.ต.ท.ฐนภัทร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติดังกล่าวยังไม่มีผลตามกฎหมายเนื่องจากยังไม่ผ่านมติของ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคในวันที่จะมีการพิจารณาอีกครั้ง (17 ธ.ค.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่พรรคมีมติขับออกนั้น หลังจากนี้ทั้งหมดจะต้องหาพรรคอยู่ใหม่ภายใน 30 วัน โดยในมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า หาก ส.ส.คนใดพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคจากมติของพรรค ถ้ามิได้เข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายใน 30 วันให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.นับแต่วันที่พ้น 30 วันดังกล่าว ทั้งนี้จะยังไม่มีการคำนวณบัญชีรายชื่อใหม่ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อมด้วยเหตุทุจริต ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกรณีที่หลายคนมองว่า? 4?ส.ส.แบบแบ่งเขต อนค.ซึ่งถูกไล่ออกจากพรรค? จะมาอยู่กับพรรค? พปชร.เพื่อรักษาสมาชิกภาพ? ส.ส.นั้น เบื้องต้นมีรายงานว่า?จะไปสังกัดอยู่กับพรรคเล็ก? ไม่ได้มาอยู่พรรค พปชร.อย่างที่คาดการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า การนำเรื่องการตั้ง กมธ.ชุดนี้มาหารือในสภาถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเริ่มต้นกระบวนการแก้ปัญหาประเทศอย่างจริงจัง และทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันในการที่จะตั้ง กมธ.ครั้งนี้ แม้แต่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ได้เปรียบจากรัฐธรรมนูญยังมีการส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ หลังจากนี้เป็นเรื่องของการนำเสนอถึงหลักการและเหตุผลในการเสนอแก้ ส่วนที่พรรค พปชร.ระบุว่า รธน.2560 มีเนื้อหาใกล้เคียง รธน.2540 เป็นการยกตัวอย่างที่ไม่มีเหตุผลรองรับและไม่มีความใกล้เคียงกันเลย เนื้อหาต่างกันมากระหว่างปี 40 กับปี 60 ดังนั้นการนำเสนอของพรรค พปชร.จึงมีนัยแอบแฝง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรค พท.เชื่อว่า พรรค พปชร.จะเสนอให้แก้ไข รธน.เป็นรายมาตรา โดยไม่แก้มาตรา &amp;nbsp;256 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการแก้ไข รธน.รวมไปถึงวิธีการทั้งหมด หากมีการแก้ไขมาตรานี้ก็จะเปิดโอกาสให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาได้ ดังนั้นพรรค พปชร.จะไม่ยอมให้มีการแก้ไขมาตรานี้อย่างแน่นอน ในส่วนของ กมธ.หากรัฐบาลมีความจริงใจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรที่จะส่งคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมใน กมธ. ไม่ใช่ส่ง 18 มงกุฎตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ความคิดเห็นไว้ รวมทั้งคนที่จะเข้ามาเป็นประธาน กมธ.ต้องเป็นคนที่ได้รับความเชื่อถือ มีความตั้งใจ รวมทั้งมีความเป็นกลาง หากจะเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน มานั่งในตำแหน่งนี้ รัฐบาลจะทำลายความน่าเชื่อถือของ กมธ.ชุดนี้ลงอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวั่นใจว่าในระหว่างมีการพิจารณาแก้ไข รธน. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกรงว่าแผนครองอำนาจ 10 ปีจะสิ้นสุดหรือมีปัญหา ทำให้ต้องหลุดจากอำนาจไป และอาจมีการยุบสภาเพื่อยุติการทำงานของ กมธ. เพราะเมื่อผู้มีอำนาจอยากอยู่ในอำนาจไปอีกยาว ดังนั้นหากคิดจะทำอะไรให้เห็นหัวประชาชนบ้าง&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลโพลเรื่องปัญหาสภาล่มทำให้ประชาชนเบื่อและเกิดความเสื่อมศรัทธา พร้อมเรียกร้องให้ยุบสภาว่า เป็นเสียงสะท้อนความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในขณะนี้จริงๆ แต่ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่กล้ายุบสภาตามเสียงเรียกร้องของประชาชน นี่คือผลไม้พิษที่เกิดจากรัฐธรรมนูญยาพิษที่ คสช.สั่งให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ร่างตามใบสั่งของทหารในขณะนั้น สภาจะไม่ล่มเด็ดขาดถ้า ส.ส.รัฐบาลมีจิตสำนึกและรับผิดชอบในหน้าที่ &amp;nbsp;อย่าได้ไปโทษฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพวกคุณเป็นฝ่ายค้าน คุณก็ทำเหมือนเช่นที่ฝ่ายค้านทำทุกวันนี้ การไม่เข้าประชุมในสิ่งที่ไม่เห็นด้วย หรือการวอล์กเอาต์เป็นสิทธิของพรรคการเมืองทั่วโลก พล.อ.ประยุทธ์กำลังเผชิญกับวิบากกรรมในค่ายกลรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจเพียงคนเดียว เป็นการวาดอำนาจในอากาศให้ตัวเองทั้งประเทศทำตาม&amp;quot; นายวัชระกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52621</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดยืนบางเรื่องของพรรคก็ไม่ได้เห็นด้วย, พรรคอนาคตใหม่, มติขับออกจากพรรค, ส.ส.งูเห่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df795ff938ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039; ซัดรัฐบาลเสนอกล้วย ส.ส.ฝ่ายค้าน ทำการเมืองถอยหลังเหมือนปี 2518</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากการติดตามความเคลื่อนไหวการเตรียมของฝ่ายรัฐบาลก่อนการพิจารณาญัตติดังกล่าว ทราบว่าเขาพยายามระดม ส.ส.ทั้งหมดเพื่อเปิดประชุมโดยเงื่อนไขต้องมีองค์ประชุมให้ครบ 249 เสียงเพื่อเปิดประชุมโหวตล้มมติตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ ม.44 ที่แพ้ไปก่อนหน้านี้ให้ได้ และต้องหาหนทางพลิกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ 6 เสียงที่โหวตสวนทางของรัฐบาล ซึ่งตนเองได้รับรายงานจาก ส.ส.หลายคนของพรรคที่ถูกทาบทามจากบุคคลสำคัญของรัฐบาลที่เสนอผลประโยชน์บางอย่างเพื่อให้สนับสนุนรัฐบาลแก้ไขข้อขัดข้องที่รัฐบาลมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังได้ยินข่าวปล่อยว่า หากสภาฯล้มในครั้งนี้อาจมีการยุบสภาฯ ดังนั้นเมื่อผลออกมาตามที่เห็นกันก็ไม่คิดว่าการเมืองไทยจะเดินมาถึงจุดที่มีความเสื่อมได้รวดเร็วขนาดนี้ ตนไม่เคยเชื่อว่าการเมืองวันนี้ผู้มีอำนาจเลือกใช้วิธีข่มขู่พรรคตัวหรือพรรคร่วมเพื่อควบคุมลูกน้องหรือทีมงานให้เกิดความเกรงกลัวจนต้องทำตามผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เพราะหากเป็นเช่นนี้จริงๆมันก็เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่าผู้มีอำนาจของบ้านเมืองในตอนนี้ไม่ได้ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างที่พยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอด เพราะตนดูอย่างไรก็แล้วแต่ก็เห็นภาพการต่อรองกดดันข่มขู่เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอกล้วย เพื่อจูงใจให้กับส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ย่อมไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นอย่างที่กล่าวอ้างแต่เป็นการนำการเมืองไทยถอยหลังไปเหมือนปี 2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทย 3 เสียงที่แสดงตนเป็นองค์ประชุม น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคจะปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกไม่ได้ ส่วนตัวเห็นว่าพรรคต้องกำหนดมาตรการในการดำเนินการกับบุคคลที่สวนมติพรรค พรรคเพื่อไทยมีระเบียบข้อบังคับและวิธีการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บุคคลดังกล่าวได้ชี้แจงกับพรรคเสียก่อน ส่วนจะมีมาตรการอย่างไรเมื่อได้ข้อยุติจะรายงานผ่านสื่อให้ประชาชนทราบเพราะคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอยู่ในขณะนี้ต่างรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของสมาชิกที่สวนมติพรรคในครั้งนี้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51842</URL_LINK>
                <HASHTAG>งูเห่า, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ประชุมสภา, ล้มมติตั้งกมธ., องค์ประชุม, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ส.ส.อนาคตใหม่แถลงยันไม่ใช่งูเห่า  ลั่นโหวตสวนมติพรรคยึดความต้องการของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย. 62 - เมื่อเวลา 12.05 น. ที่รัฐบาล นางสาวศรีนวล บุญลือ ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ นางสาว กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส. จังหวัดชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จังหวัด จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงยืนยันถึงความบริสุทธิ์ ว่าทั้ง 3 คน ไม่ใช่งูเห่าสีส้ม
&amp;nbsp;
โดยนางสาวศรีนวล ยืนยันว่า ทั้ง 3 คนด้วยสัจจะของลูกผู้หญิงคนเชียงใหม่ ว่า ตนไม่เคยคิดทรยศประชาชน หรือพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ตนเองงดออกเสียง กรณีโหวต พรก.อัตรากำลังฯ ของกองทัพไทย กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม เพื่อไปรักษาพระองค์ท่าน ดังนั้น หากตนโหวตเห็นด้วยก็เกรงใจพรรค ถ้าออกเสียงไม่เห็นด้วยก็อาจทำงานร่วมกับทุกฝ่ายไม่ได้ ดังนั้นจึงงดออกเสียง เพื่อให้สามารถทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันที่ 20 ที่ผ่านมา กรณี พรก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.คุ้มครองสถาบันครอบครัว ตนเห็นว่าเป็นกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ที่เข้าไปคุ้มครอง เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ยากไร้ ซึ่งกฏหมายจะเข้าไปช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้ เช่นเดียวกับการคุ้มครอง ลูกหลานของพ่อแม่พี่น้องที่ไปโรงเรียนหรือทำงานนอกบ้าน เมื่อมีกฎหมายตัวนี้ออกมาจะช่วยคุ้มครองพวกเขาเหล่านี้ ดังนั้นตนจึงเห็นด้วยเพื่อต้องการกฎหมายฉบับบนี้เพื่อคุ้มครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันว่าไม่ได้ขายตัว และไม่ได้รับเงินจากพรรคไหนมาทั้งสิ้น และขอท้าสาบานด้วยว่า ที่ทุกท่านได้วิจารณ์ผ่านโซเชียลมิเดียโจมตี พวกเราทั้ง 3 คน วันนี้ขอยืนยันต่อไปว่า ไม่ได้รับเงินแม้แต่สลึงเดียว และขอฝากไปยังประชาชนทุกคนว่า โลกโซเชียล มีเดีย โจมรีคนที่อยากทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งการโจมตีในครั้งนี้ ทำให้เสียเกียรติ และศักดิ์ศรีในการทำงานเพื่อประชาชน และขอฝากไปด้วยว่า คนจะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวทำ สูงจะต่ำ อยู่ที่ทำตัว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กรรมและเวรทำแทนกันไม่ได้ แล้วแต่ตัวเราทำเอง ทำกรรมใดไว้แต่ละคนต้องรับกรรมนั้นไป&amp;rdquo;นางสาว ศรีนวลระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่โดนต่อว่าเรื่องเป็นงูเห่าโดนจากทั้งข้างนอกและในพรรค เลยหรือไม่ นางสาวศรีนวล กล่าวว่า อันนี้ก็ต้องลองดูกันเอง &amp;nbsp;ขอให้ลองไปตรวจสอบดู แต่ขอยืนยันว่าพวกเราทั้ง 3 คนไม่อยากมีเรื่องกับใคร ขอให้ฟ้าดินลงโทษเอง ก็แล้วกัน
&amp;nbsp;
ถามว่า แล้วแบบนี้จะยืนยันได้อย่างไรว่าการโหวตครั้งต่อไปจะไม่ขัดมติพรรคอีก พ.ต.ท.ฐนภัทร กล่าวว่า เราทำงานภายใต้ความต้องการของพี่น้องประชาชน เราไม่อยากทำงานในแบบที่ว่า ความเห็นเราไม่เห็นด้วยแล้วต้องทำตามมติพรรค ซึ่งประชาชนในพื้นที่เราก็เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโหวตครั้งต่อไป หากรัฐบาลทำดีเราก็สนับสนุน อย่างเรื่องที่เกี่ยวกับ ม.44 ผมก็ยืนยันว่าเห็นด้วย แต่ก็ต้องเรียนว่า หลังจากที่โหวตสวน พ.ร.ก.อัตรากำลังฯ แล้วนั้น เราได้คุยกับพรรคแล้ว แต่เรื่องการลงมติต่างๆ ในแต่ละครั้งนั้น ต้องเรียนว่าไม่ได้คุยกับเลย และผมยินดีจะรับหากพรรคมีบทลงโทษ&amp;rdquo;พ.ต.ท.ฐนภัทร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวินนาถ ตาคีย์, งูเห่าการเมือง, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา, พรรคอนาคตใหม่, วศรีนวล บุญลือ, อนค., โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf700d96573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ชี้รัฐบาลแพ้โหวตเพราะสปิริต ส.ส. ทั้งที่พรรคร่วมคุยกันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลแพ้โหวตในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ว่า เป็นเรื่องของสปิริตของส.ส. ถือเป็นเรื่องของสภา ส่วนต้องกำชับลูกพรรคให้เข้าร่วมประชุมสภาทุกครั้งหรือไม่นั้น เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มีรัฐมนตรีหลายคนติดภารกิจจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุม ส่วนการโหวตก็เป็นเรื่องของสปิริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีพรรคร่วมโหวตสวนทางกับรัฐบาล จนทำให้ต้องแพ้โหวต พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องของสปิริตไง จะให้ทำอย่างไร ซึ่งมีการพูดคุยกันก่อนโหวตแล้ว&amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องแก้ เพราะเป็นเรื่องสปิริตของส.ส. และยืนยันไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของบุคคล อีกทั้งไม่มีความกังวลถึงการโหวตในครั้งต่อไป เพราะในส่วนของพรรคการเมืองพูดคุยกันเรียบร้อยดี&amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าก่อนการโหวตมีการพูดคุยเข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เข้าใจ และสื่อก็อย่าถามอะไรมาก&amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่สภาขอตั้งกรรมาธิการ เพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศ ม.44 สะท้อนถึงอะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้แสดงความจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ส.ว.ปฏิบัติตาม ว่า ตนสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาทำไม ซึ่งสนับสนุนให้มีการพูดจากัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51315</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคร่วมรัฐบาล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รัฐบาลแพ้โหวต, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fd568a0433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
