<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 06:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการวิจารณ์ภาษาแถลงข่าวของ &#039;โฆษกศบค.-หมอทวีศิลป์&#039; สะท้อนการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 &amp;nbsp;เม.ย. 63 - นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอ ทหาร และเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักทฤษฎีด้านอำนาจคนหนึ่งเสนอว่าสถาบันเบ็ดเสร็จจำพวกคุก โรงพยาบาลบ้า และค่ายทหาร ต่างมีวิถีอำนาจหลักเหมือนกันคือวินัย ภายใต้สถาบันเหล่านี้ ผู้คุม จิตแพทย์ และนายทหาร จะใช้อำนาจในการปรับเปลี่ยนนักโทษ คนบ้า และพลทหารให้มีความเชื่องเชื่อและใช้ประโยชน์ได้ โดยอาศัยแหล่งอ้างอิงการใช้อำนาจต่างกันออกไป เช่น จิตแพทย์อาศัยอำนาจจากวิชาจิตเวชศาสตร์ในการบำบัดรักษาคนบ้า ขณะที่นายทหารอาศัยอำนาจจากสายบังคับบัญชาในการฝึกฝนพลทหาร พวกเขาจึงคุ้นเคยกับการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จภายในสถาบันของตนเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมไทยพิเศษตรงที่สนับสนุนให้บุคคลเหล่าใช้อำนาจเบ็ดเสร็จด้านนอกสถาบันเพราะเป็นสังคมที่นิยมอำนาจ นอกจากจะเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องและยำเกรงในสภาวะปกติ เมื่อเกิดวิกฤติการณ์ขึ้นมาพวกเขามักจะถูกเรียกร้องให้เข้ามาแก้ไขโดยใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือ เราจึงเห็นการใช้คำเรียกพวกเขาสลับหรือแทนที่กันได้ในการระบาดของไวรัสครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกบุคลากรทางการแพทย์ว่า &amp;ldquo;นักรบชุดขาว&amp;rdquo; &amp;ldquo;อัศวินเสื้อกาวน์&amp;rdquo; การเรียกการรักษาพยาบาลว่า &amp;ldquo;สู้ศึก&amp;rdquo; หรือการเรียกอุปกรณ์ทางการแพทย์ว่า &amp;ldquo;อาวุธ&amp;rdquo; การเปรียบเปรยเหล่านี้แม้จะต้องการสร้างความฮึกเหิม ยกย่อง และให้กำลังใจ แต่ก็สะท้อนให้เห็นลักษณะอำนาจนิยมของสังคมไทยที่ต้องการให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการคลี่คลายปัญหาเหมือนกับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทำนองเดียวกัน การที่โฆษก ศบค. มักเปรียบเปรยการรับมือสถานการณ์การระบาดของไวรัสกับการทำศึกสงคราม อย่างการเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดว่า &amp;ldquo;พ่อเมือง&amp;rdquo; เรียกการระบาดว่า &amp;quot;ตีค่าย&amp;quot; และเรียกการตรวจพบผู้ติดเชื้อในแต่ละจังหวัดว่า &amp;ldquo;ป้อมแตก&amp;rdquo; จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการสร้างสีสันและความเป็นกันเองในการแถลงข่าว หากแต่เป็นการเลือกใช้คำศัพท์หรือสำนวนที่เข้าถึงหรือโดนใจคนในสังคมที่ต้องการเห็นการใช้อำนาจเด็ดขาดในยามวิกฤติ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าเพราะความที่เป็นจิตแพทย์ เขาจึงคุ้นเคยและเห็นความคล้ายคลึงของการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จภายในโรงพยาบาลบ้าและค่ายทหาร และไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจหากสังคมหรือสื่อจะใช้ศัพท์แสงทางการศึกสงครามมาเรียกปฏิบัติการทางการแพทย์แทน ไม่นับรวมความใกล้ชิดรัฐบาลด้วยเหตุผลทางการเมืองที่ทำให้ระยะหลังเขาแสดงบทบาทเป็นโฆษกส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีอดีตทหารรวมถึงรัฐบาลมากเข้าไปทุกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่ากันว่าวิกฤติเผยให้เห็นธาตุแท้ของสังคม การระบาดของไวรัสครั้งนี้ก็เผยให้เห็นธาตุแท้ของสังคมไทยอีกครั้งโดยเฉพาะในด้านอำนาจนิยม แต่ที่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาก็คือว่ามันได้ดึงเอาอำนาจเบ็ดเสร็จของแพทย์ที่ปกติจะจำกัดอยู่ในสถาบันให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับอำนาจเบ็ดเสร็จของทหารในบริบทของ &amp;ldquo;การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;rdquo; ซึ่งหากเราไม่ตระหนักหรือว่าไม่ระมัดระวังพอ เราก็จะกลายเป็น &amp;ldquo;ผู้ป่วย&amp;rdquo; ที่ไม่มีวันหายและตกอยู่ภายใต้การบงการของอำนาจเบ็ดเสร็จเหล่านี้ไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62749</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, อนุสรณ์ อุณโณ, โอควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefc0f467d01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
