<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวโอทอปซิตี้ วิถีใหม่ คุมเข้มโควิด-19 คัดกรอง ป้องกัน ปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอทอปซิตี้ &amp;nbsp;เริ่มคึกคัก ประชาชนให้ความสนใจหาซื้อของขวัญ รับช่วงเทศกาลปีใหม่ &amp;nbsp; อธิบดี พช คุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เต็มรูปแบบ &amp;nbsp;ชวนเที่ยววิถีใหม่ &amp;nbsp;โดยมีมาตรการป้องกันเต็มรูปแบบ &amp;nbsp;โดยคัดกรอง ป้องกัน ปลอดภัย &amp;nbsp;สร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp; ได้เปิดเผยถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยใช้มาตรการคัดกรอง มาตรการป้องกัน และมาตรการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบ โดยจัดให้มีจุดบริการ เจลแอลกอฮอลล์ &amp;nbsp;ถุงมือยาง แจกให้พี่น้องประชาชนผู้เข้าร่วมงานฟรี &amp;nbsp;สร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน ที่มาเข้าชมงาน&amp;ldquo;OTOP City 2020&amp;rdquo; ของขวัญปีใหม่ล้ำค่าถูกใจ &amp;nbsp;มั่นใจมีความปลอดภัยสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;OTOP City 2020&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 19-27 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงมีการใช้มาตรการสาธารณสุขและหลักเกณฑ์ ของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายในงานเราได้จัดให้เจ้าหน้าที่สวมใส่เฟสชิวด์และหน้ากากอนามัยทุกคน เพื่อทำการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้างาน ติดตั้งคิวอาร์โค้ดสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ แจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ แจกถุงมือ และติดตั้งพรมดักฝุ่นฆ่าเชื้อโรคทางเข้างานทุกจุด รวมถึงมีมาตรการเว้นระยะห่างรักษาความหนาแน่นของพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทำความสะอาดพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแลและถือป้ายเตือนให้ผู้เข้าร่วมงานทำตามมาตรการของสาธาณสุข เช่นสวมหน้ากากอนามัยตลอดงาน เว้นระยะห่าง ล้างมือรักษาความสะอาด เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เรามีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และใช้หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี ของศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทั่วทั้งบริเวณงานทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจในมาตรการดังกล่าวและเชิญชวนให้คนกรุงเทพฯและพื้นที่ใกล้เคียงมาเที่ยวงาน OTOP City 2020 แบบ New normal เลือกจับจ่ายใช้สอยสินค้า ซื้อของขวัญปีใหม่ มอบให้คนที่เรารักในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง OTOP ได้มีโอกาสสร้างรายได้ไปเลี้ยงดูครอบครัว สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งมั่นคงไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88017</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP City 2020, กรมการพัฒนาชุมชน  (พช.), โอทอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe60ac7b39a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ&#039;ช้อปช่วยชาติ&#039; ให้สิทธิแค่ ซื้อยางรถ-หนังสือ-โอทอป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังยัน 4 ธ.ค. นี้ ชง ครม. เคาะโครงการช้อปช่วยชาติ ตีกรอบแค่ 3 สินค้า &amp;ldquo;ยางรถยนต์-หนังสือ-โอทอป&amp;rdquo; ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ระบุโครงการไม่เปิดกว้าง เหตุไม่จำเป็นต้องกระตุ้นการบริโภค หลังพบสัญญาณขยายตัวดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการช้อปช่วยชาติให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ภายในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ โดยยืนยันว่าโครงการที่เตรียมดำเนินการในครั้งนี้จะไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากจะไม่มีการเปิดกว้างให้กับทุกชนิดสินค้า เพราะไม่มีความจำเป็นจะต้องกระตุ้นการบริโภค เนื่องจากมีการขยายตัวได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ได้แย่เหมือนที่ผ่านมา แต่การดำเนินการครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมกลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือจริง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดของโครงการ จะกำหนดชนิดสินค้าที่สามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ จำนวน 3 ประเภทสินค้า ได้แก่ 1. ยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากได้มีการสำรวจพบว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำยางพาราที่ผลิตได้ในประเทศถูกใช้เพื่อผลิตยางรถยนต์ โดยจะมีการระบุเป็นเงื่อนไขด้วยว่าบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องใช้ปริมาณน้ำยางพาราภายในประเทศเพื่อผลิตยางรถยนต์จำนวนเท่าไหร่ เพื่อผลิตยางรถยนต์จำนวนกี่เส้น โดยจะมีสติ๊กเกอร์ หรือคูปองกำกับชัดเจนเพื่อรองรับว่ายางรถยนต์ดังกล่าวเข้าโครงการช้อปช่วยชาติของรัฐบาล2. การซื้อหนังสือ ทั้งหนังสือที่เป็นสิ่งพิมพ์ และ e-Book เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น และ 3. สินค้าโอท้อป เพื่อเป็นการสนับสนุนชาวบ้านให้มีรายได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการช้อปช่วยชาติจะเริ่มตั้งแต่ 15 ธ.ค. 2561 &amp;ndash; 15 ม.ค. 2562 จะกำหนดให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากทั้ง 3 รายการสินค้าที่กำหนดมาหักลดหย่อนภาษีได้ วงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้อปช่วยชาติ, ยางรถยนต์, ลดหย่อนภาษี, หนังสือ, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, โอทอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180922/image_mid_5ba5a837d4dbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุงตู่ปลื้มยอดขายโอทอปทะลุ1.9แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พอใจภาพรวมตัวเลขรายได้การจำหน่าย สินค้าโอทอปทั่วประเทศปี 2561 ที่มีมูลค่าสูงถึง 190,000 ล้านบาท และคาดว่าในปีหน้าจะทะลุ 200,000 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยรัฐบาลมีแผนจะเร่งสร้างโอทอปเทรดเดอร์ เพื่อกระจายสินค้าโอทอปและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า แนวทางเสริมศักยภาพของโอทอปนั้นจะประกอบด้วย 1.เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการให้มากขึ้น 2.พัฒนาเทรดเดอร์ในพื้นที่คอยรวบรวมและกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตไปยังจุดขาย หรือจากจุดค้าส่งไปยังจุดค้าปลีก 3.ขยายฐานเครือข่ายผู้สนับสนุนการพัฒนาสินค้าโอทอป 4.จัดกลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาต่อยอดผลิตสินค้าโอทอปมูลค่าสูง 5.เพิ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์โอทอป 6.ขยายช่องทางการตลาด และ 7.ใช้สินค้าโอทอปเป็นสิ่งดึงดูดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอทอปเทรดเดอร์ โดยอาจพัฒนากลุ่มเยาวชนหรือผู้ว่างงานในชุมชนเป็นผู้รวบรวมและกระจายสินค้า ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้อย่างรอบด้าน เช่น การขนส่งและกระจายสินค้า การรักษาคุณภาพของสินค้าขณะขนส่ง เป็นต้น เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ ๆ ในห่วงโซ่ทางการค้าได้อีกด้วย&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นายกฯ ยังย้ำว่ การจะสร้างศูนย์โอทอป ร้านค้าชุมชน หรือตลาดประชารัฐ ให้มีความเข้มแข็ง จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยให้สมาชิกได้เสนอแนะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่า ชุมชนมีอะไรเป็นจุดแข็งหรือเป็นเอกลักษณ์ จะมุ่งเน้นการพัฒนาหรือเพิ่มมูลค่าของสินค้าชุมชนได้อย่างไร และจะระดมทรัพยากรหรือหาทุนจากที่ใด เป็นต้น ซึ่งหากทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงก็จะทำให้ชุมชนก้าวไปข้างหน้าได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18218</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., นายกรัฐมนตรี, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, โอทอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ ดันสินค้าโอทอปขายในทีวีช็อปปิ้งในญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo;ดันสินค้า โอทอปผลไม้ อัญมณีและเครื่องประดับเข้าไปจำหน่ายใน ทีวีช็อปปิ้งรายใหญ่ญี่ปุ่นพร้อมดึงเข้ามาลงทุนในไทยหวังเจาะตลาดเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
20 ก.ค. 61 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการร่วมคณะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงไทย-ญี่ปุ่น (HTJC) ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้โอกาสนี้ หารือกับบริษัท Jupiter Shop Channel ซึ่งเป็น TV Shopping ใหญ่สุดในญี่ปุ่น และที่ผ่านมา ได้มีการนำเข้าสินค้าไทยไปจำหน่าย เช่น หมอนผ้าไหม น้ำหอมอโรม่า กระเป๋าหนังปลากระเบน เครื่องประดับ และมะม่วง ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยสามารถทำยอดขายมะม่วงน้ำดอกไม้ได้ 30 ล้านบาทภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้าเกษตรไทย เช่น มะม่วง มังคุด ทุเรียน สับปะรด ตลอดจนผลิตภัณฑ์ OTOP &amp;nbsp;สินค้าไลฟ์สไตล์ อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคญี่ปุ่น และต้องการได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งผมได้มอบหมายให้นายวิเชียร ชวลิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแลและประสานงานกับ Jupiter ในไทยเพื่อคัดเลือกสินค้า OTOP คุณภาพสูงเข้าสู่การจำหน่ายผ่าน Shopping Channel รวมทั้งสินค้าในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ทั้งนี้ได้ขอให้ใช้ประโยชน์จากความตกลง JTEPA ซึ่งญี่ปุ่นได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยแล้วกว่า 88% ของจำนวนสินค้ากว่า 9,000 รายการ ในการนำสินค้าไทยเข้าไปจำหน่าย และยังได้เสนอให้บริษัทเพิ่มการลงทุนในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการหารือกับบริษัท Spice Road ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทยที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในญี่ปุ่นถึง 24 สาขา โดยมีจำนวน 6 ร้านที่ได้รับตรา Thai Select จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งบริษัทได้แจ้งว่ามีแผนที่จะขยายสาขาไปยังเมืองอื่นๆ ส่วนการประชุม HLJC ไทยได้แจ้งญี่ปุ่นถึงความสนใจในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) และความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีความคืบหน้าภายในปีนี้ ซึ่งญี่ปุ่นยินดีสนับสนุนไทยทั้งสองเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และยังได้ดึงดูดให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในอีอีซีอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ผลไม้, สนธิรัตน์, สมคิด, อัญมณี, เครื่องประดับ, โอทอป, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac471e09ee91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
