<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นเพิ่มสอบ&#039;ธนาธร&#039;พิรุธโอนหุ้นวี-ลัค มีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต.กรณียื่นร้องให้สอบสวนและวินิจฉัยเพื่อส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีคุณสมบัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หลังพบข้อพิรุธว่าการโอนหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย อาจเป็นการอำพรางนิติกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายศรีสุวรรณ ยังเข้าให้ปากคำต่อ กกต.กรณีที่เคยยื่นคำร้องให้ตรวจสอบการแถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้ Blind Trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล โดยอ้างว่าไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำมาก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงมีนักการเมืองมากกว่า 20 คน โอนหุ้นไปให้กองทุนบริหารจัดการ ซึ่งการแถลงข่าวของนายธนาธร เป็นการสร้างภาพหลอกลวง จงใจบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตามที่นายธนาธร ได้โพสต์ข้อความแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2562 &amp;nbsp;กรณีข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้นของตนในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยอ้างว่าตนได้โอนหุ้นดังกล่าวทั้งหมดให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดา) โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้รับโอนลงวันที่ 8 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;มีพยานลงลายมือชื่อรับรอง 2 คน &amp;nbsp;โดยผู้โอน ผู้รับโอน กับพยานทั้ง 2 คน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี) ในวันเดียวกันนี้ นางสมพรได้ชำระเงินค่าหุ้นให้แก่นายธนาธรด้วยเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) ฉบับลงวันที่ 8 ม.ค. 2562 สั่งจ่ายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเงินจำนวน 6,750,000 บาทแล้วนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กรณีดังกล่าว ยังไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมดว่าจะเป็นแถลงที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งเรื่องดังกล่าว เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะยังมีข้อพิรุธและข้อสงสัยอีกมากมายที่สมาคมฯ ต้องนำข้อมูลไปร้องเรียนเพิ่มเติมให้ กกต. ไต่สวน สอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อาทิ ข้ออ้างว่ามีการจ่ายเช็คชำระเงินค่าหุ้นให้นายธนาธรและภรรยาแล้วนั้น ได้มีการนำเช็คไปขึ้นเงินจริงหรือไม่ ในบัญชีธนาคารของนางสมพร มีการถ่ายโอนเงินตามเช็คเข้าบัญชีของนายธนาธรและบัญชีภรรยาจริงหรือไม่ มีสเตรทเมนท์มายืนยันหรือไม่ เพราะการเขียนเช็คนั้นจะเขียนขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์นิติกรรมการเคลื่อนไหวทางบัญชีของทั้ง 3 คน ว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ยังมีประเด็นที่นายธนาธรอ้างว่า นางสมพรได้โอนหุ้นต่อไปให้หลาน 2 คน ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. 2562 แล้ว &amp;nbsp;แต่เหตุใดหลานทั้ง 2 คนจึงโอนหุ้นกลับมาให้กับนางสมพรอีกในวันที่ 21 มี.ค. 2562 จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการชำระเงินกันจริงหรือไม่ มีสเตรทเมนท์ยืนยันระหว่างนางสมพรกับหลานหรือไม่ และหลานทั้ง 2 มีอำนาจทำนิติกรรมได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างตัวละคร ให้เป็นข้อมูลหรือพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ เพื่ออำพรางนิติกรรมของตนเอง หรือใช้เป็นข้ออ้างแก้ต่างกรณีถูกจับพิรุธในการประชุมกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 ว่า เหตุใดยังคงมีกรรมการจำนวน 10 คนมาประชุมกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาก กกต.ตรวจสอบพบว่าการกระทำของนายธนาธรเข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ประกอบมาตรา 42(3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เพราะกฎหมายห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน หรือสื่อสิ่งพิมพ์ หากขาดคุณสมบัติดังกล่าวนายธนาธรจะไม่สามารถเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 ของพรรคอนาคตใหม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33046</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธรโอนหุ้น, ศรีสุวรรณ จรรยา, โอนหุ้นสื่อให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca708822d42d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆกับ &#039;คำนูณ&#039; คลี่ปมหุ้นสื่อมวลชนของ &#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.62 - นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kamnoon Sidhisamarn &amp;nbsp;โดยมี เนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นสื่อมวลชนของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ !
___________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมที รัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ไว้ในมาตรา 48 หมวดสิทธิเสรีภาพ ต่อท้ายมาตราว่าด้วยคลื่นความถี่ และย้ำอีกทีไว้ในมาตรา 265 - 268 ว่าด้วยการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ห้ามทั้งส.ส., ส.ว. และรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่าถ้ามีหุ้นดังกล่าวอยู่ก็ให้จัดการเสียให้เรียบร้อยก่อนเมื่อจะดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนมาสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโทษของการกระทำต้องห้ามนั้น ถ้ายังคงมีหุ้นกิจการดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะโดยเหตุใด ถือเป็นเหตุที่จะทำให้ขาดจากสมาชิกภาพและพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 106, 119 และ 182 ทั้งนี้โดยกระบวนการที่จะไปจบที่การวินิึจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ยกระดับขึ้นไปอีกในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือห้ามตั้งแต่ขั้นตอนสมัครรับเลือกตั้ง !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) ลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งก็ถูกโยงไปเป็นลักษณะต้องห้ามของการเป็นส.ว.และรัฐมนตรีด้วยตามมาตรา 108 และ 160&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพ.ร.ป.เลือกตั้งฯนำมาเขียนรับไว้ในมาตรา 42 (3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้แตกต่างจากเดิมชัดเจน คือห้ามถือหุ้นฯตั้งแต่ก่อนสมัครรับเลือกตั้งเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนวันไปยื่นใบสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น โทษของการกระทำการอันมีลักษณะต้องห้ามประการนี้ยังไม่ใช่แค่ขาดสมาชิกภาพและพ้นจากตำแหน่งเหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้ารู้อยู่แล้วยังคงกระทำไป มีโทษหนักทั้งทางอาญาและทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญญัติอยู่ในพ.ร.ป.เลือกตั้งฯมาตรา 151&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จำคุก 1 - 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ปรับ 20,000 - 200,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจกล่าวโดยสรุปคือเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 สำนักข่าวอิสรารายงานว่าเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 มีการแจ้งวันเปลี่ยนแปลงทะเบียนผู้ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดียอันเป็นกิจการผลิตนิตยสารที่เขากับภรรยาเคยถืออยู่จำนวนหนึ่งไปให้มารดาของเขาต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้งส.ส. 6 กุมภาพันธ์ 2562 จึงตั้งคำถามว่าจะเข้าลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.isranews.org/isranews&amp;hellip;/74945-report00-74945.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ชี้แจงในวันรุ่งขึ้นโดยมีเอกสารประกอบว่าความจริงแล้วเขาขายหุ้นให้มารดาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ก่อนวันสมัครรับเลือกตั้งประมาณ 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือกำลังบอกว่าโอนหุ้นก่อนสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. แต่บริษัทแจ้งต่อนายทะเบียนฯหลังวันสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้ไปร้องเรียนต่อก.ก.ต.ให้สอบสวนเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม 2562 สำนักข่าวอิสราได้เผยแพร่เอกสารลงวันที่ 22 มีนาคม 2562 ที่บริษัทวี-ลัคมีเดียแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 มีนัยให้เข้าใจได้ว่าวันที่ 19 มีนาคม 2562 มีการประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 10 คน ซึ่งน่าจะรวมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและภรรยาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือถ้าทั้งสองโอนหุ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 แล้วจะมาเข้าร่วมประชุมในวันที่ 19 มีนาคม 2562 อีกทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.isranews.org/isranews/75047-report00-75047.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เจ้าตัวชี้แจงว่าตนและภรรยาไม่ได้ร่วมประชุมในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ส่วนทำไมมีเอกสารแจ้งไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯเช่นนั้นไม่ทราบ และเปิดประเด็นใหม่ว่าสาเหตุที่ขายหุ้นให้มารดาเพราะบริษัทกำลังจะเลิกกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาคือ ในกรณีสมัครรับเลือกตั้งโดยปราศจาก &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยึดวันที่บริษัทฯแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ - วันที่ 21 มีนาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่อ้าง - วันที่ 8 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อกฎหมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีนี้คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 1129 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 1129 อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่งตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนเช่นนี้จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นตามวรรคสามนี้ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าโดยตัวบทแล้วหมายถึงการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นหมายถึงสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่ตั้งอยู่ ณ บริษัทเท่านั้น ไม่ใช่ต้องไปแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะไปแจ้งต่อนายทะเบียนฯปีละ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต้อีกฝ่ายเห็นว่าสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัท คนภายนอกจะรู้ได้อย่างไรหากไม่แจ้งต่อนายทะเบียนฯที่กระทรวงพาณิชย์ เอกสารโอนหุ้นทำกันโดยลงวันที่ใดก็ได้ คนภายนอกจะรู้ได้อย่างไรว่าโอนจริงตามวันที่ในเอกสารหรือทำขึ้นย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; เป็น &amp;#39;ก.ก.ต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่จะสกรีนบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามออกไปจากการอาสามาเป็นผู้แทนประชาชน !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ก.ต.จะรู้ได้อย่างไรว่าหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังถือหุ้นปัญหาอยู่หรือไม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะเอกสารที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจะได้แนบสำเนาตราสารโอนหุ้นวันที่ 8 มกราคม 2562 ต่อก.ก.ต.เสียในวันสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ก็น่าจะจบปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ไม่ได้ยื่น เพราะก.ก.ต.ไม่ได้กำหนดให้ยื่น โดยใช้วิธีเพียงให้ผู้สมัครทุกคนลงนามรับรองคุณสมบัติโดยรวมของตนเองไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 นี้ให้เทียบเคียงหลายคดี
_______________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการสอบสวนจะเริ่มต้นจากก.ก.ต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าก.ก.ต.เห็นว่าเข้าข่ายขัดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องจะไปจบที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#หุ้นสื่อมวลชนของธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32560</URL_LINK>
                <HASHTAG>จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, หุ้นธนาธร, เจ้าของสื่อ, โอนหุ้นสื่อให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1d9c5ef506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล่นเกม‘ธนาธร’ตกม้า! ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ยังคุมสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปล่อยให้เป็นข่าวตกม้าตายเพราะขาดคุณสมบัติ โอนหุ้นสื่อให้แม่หลังสมัคร ส.ส.ตลอดทั้งวัน ตกเย็น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; &amp;nbsp;โชว์ตราสารโอนหุ้น ยันโอนตั้งแต่ 8 ม.ค. 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัคร ส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรารายงานข่าวเรื่อง &amp;quot;ธนาธร-เมีย&amp;quot; โอน บ.วี-ลัค มีเดีย 900,000 หุ้น ให้แม่ก่อนเลือกตั้ง 3 วัน&amp;quot; โดยมีเนื้อหาระบุว่า ภายหลังจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562 ถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินประมาณ 5 พันล้านบาท ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง โดยจะใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินที่เป็นหุ้นไปให้ Trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล โดยจะให้บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด เป็นผู้ดูแลทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทรัพย์สินอื่น บ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่าวิธีนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสารนั้น ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา w ww.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทำหนังสือถึงนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นชุดใหม่ ลงวันที่ 21 มี.ค.2562 ไม่มีรายชื่อ นายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า นายธนาธรและนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โอนหุ้นที่ถือครองรวมกัน 900,000 หุ้น มูลค่า 9 ล้านบาท ไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ วันที่ 30 เม.ย.2561 นายธนาธรถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น (15%), นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 225,000 หุ้น (5%) วันที่ 21 มี.ค.2562 ได้โอนหุ้น 900,000 หุ้นไปให้นางสมพรดังข้างต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนายธนาธรและนางรวิพรรณแล้ว ในวันดังกล่าวมีบุคคลอีก 3 คน คือ นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์, นายอรัญ วงศ์งามนิจ และนางกมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเดิมถือครองคนละ 225,000 หุ้น ได้โอนหุ้นให้นางสมพรในวันเดียวกันด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประกาศใช้แนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยวิธี Blind Trust เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มี.ค.2562 จำนวน 3 วัน และก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 จำนวน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 10 ม.ค.2551 ทุนล่าสุด 45 ล้านบาท ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร ที่ตั้งอาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เลขที่ 1768 หมู่ที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
ลักษณะต้องห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันที่ 21 มี.ค.2562 จำนวน 5 คน 1.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,250,000 หุ้น 2.น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 3.น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 4.นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น และ 5.นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ 225,000 หุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคระบุเพียงว่า ขณะนี้ทางนายธนาธรและทางพรรคอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า หากเป็นไปตามข่าวถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าถือจริงและโอนก่อนสมัคร ส.ส.หรือไม่ เพราะในวันที่ยื่นสมัคร ส.ส.ต่อ กกต. และในวันที่ กกต.ประกาศรับรองว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัคร นายธนาธรจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ทุกวงเล็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และไม่ทราบว่า กกต.รู้เรื่องนี้หรือยัง ซึ่งจะต้องไปเช็กกับตลาดหลักทรัพย์(ตลท.) ว่าแจ้งขายหุ้น โอนหุ้นเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นหรือโอนหุ้นจะต้องทำก่อนที่จะสมัครเป็นส.ส. จะมาโอนช่วง 3 วันก่อนหน้านี้ไม่ได้ ช่วงที่ กกต.เปิดรับสมัครจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เมื่อพบภายหลังว่าขัดก็จะต้องตัดชื่อออก เพราะหมดสิทธิ์&amp;rdquo; อดีต กรธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชายกล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องพิจารณาคือ เจตนาหรือไม่ หากรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังมาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ก็จะผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 ด้วย อีกทั้งยังมีโทษทางอาญา ตามมาตรา 151 ความว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์รับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 1 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng โดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศราได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 19 นาฬิกาเศษ ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร จำนวน 675,000 หุ้น (15%) และได้โอนหุ้นดังกล่าวไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
แนะ กกต.ร้องศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง นายธนาธรก็ต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) ซึ่งบัญญัติว่า &amp;quot;เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายธนาธรต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงไม่มีสิทธิยื่นสมัครรับเลือกตั้ง การยื่นสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562 จึงเป็นการยื่นสมัครที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งโดยด่วน เพราะนายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และหากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ด้วย หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต้องห้ามมิให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้งกรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นี้ ศาลฎีกาได้เคยมีคำสั่งไว้ ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ร.ป.เลือกตั้ง พ.ศ.2561 มาตรา 151 บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนดยี่สิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่า การที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิรับเลือกตั้ง แต่ยังไปสมัครรับเลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,200 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธินายธนาธรแล้ว ต้องดำเนินการสอบสวนและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องนายธนาธรต่อศาลที่มีอำนาจพิจารฌาพิพากษาคดีอาญา เพื่อพิจารณาพิพากษาโดยเร็วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้ไปตรวจสอบหลักฐานที่สำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็สามารถทราบได้ว่าข้อเท็จจริงที่สำนักข่าวอิศราเป็นความจริงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นความจริง กระบวนการดำเนินการทางกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่และคลั่งไคล้นายธนาธรประดุจเทพเจ้าผู้มาปลดเปลื้องประเทศไทยให้พ้นจากความด้อยพัฒนาไปสู่ความศิวิไลซ์ ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาล ทั้งการเพิกถอนสิทธินายธนาธรในสมัครรับเลือกตั้ง และการลงโทษนายธนาธรในทางอาญา รวมทั้งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;แจงโอน8ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าน้องฟ้าทั้งตัวจริงและตัวปลอมคงจะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเศร้าโศกเสียใจมากมายจนถึงกับทำลายชีวิตอันมีค่าของตนเอง หรือพากันสมัครยอมติดคุกแทนหากศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายธนาธร เพราะทางเรือนจำยินยอมให้กระทำไม่ได้&amp;quot; นายชูชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า หากข้อมูลของสำนักข่าวอิศราถูกต้อง นายธนาธรอาจขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. กฎหมายให้โอนหุ้นสื่อทั้งหมดก่อนวันที่ 8 ก.พ.62 แต่นายธนาธรเพิ่งมาโอนหุ้นในวันที่ 18 มี.ค.นี้เอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เผยว่า ถ้านายธนาธรโอนหุ้นให้แม่ในวันที่ 21 มีนาคม 62 ซึ่งหลังวันรับสมัคร&amp;nbsp;
ก็อาจถูกเพิกถอนการรับสมัครรับเลือกตั้ง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมพยายามอ่านดูตามข่าว แต่ไม่ชัดเจนว่าวันที่ 21 มีนาคมเป็นวันอะไร คือหนึ่ง ถ้าเป็นวันโอนหุ้น ก็อาจถูกเพิกถอนการรับสมัครได้ สอง ถ้าโอนหุ้นกันมาก่อนรับสมัครและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 21 มีนาคม ก็ไม่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งจะต้องดูจากตราสารการโอนหุ้น เพราะการขาดจากฐานะผู้ถือหุ้นจะมีผลเมื่อลงนามในตราสารโอนหุ้นและการโอนหุ้นเมื่อใดนั้น ต้องดูจากตราสารการโอนหุ้น เพราะกฎหมายบังคับให้การโอนหุ้นต้องทำเป็นหนังสือตาม ปพพ.1129 วรรค 2&amp;quot; นายไพศาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า การที่นายธนาธรและภรรยามีหุ้นอยู่ในธุรกิจสิ่งพิมพ์หรือสื่อมวลชนดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าอาจเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;rdquo; ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำสั่งในลักษณะนี้ไว้แล้ว ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562 และ 1228/2562 ลงวันที่ 7 มี.ค.2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำคำร้องพร้อมพยานหลักฐานไปร้องต่อ กกต. เพื่อไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย และเสนอต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งจากผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตใหม่ต่อไป โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 25 มี.ค.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ชั้น 1 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังตกเป็นข่าวตลอดทั้งวัน ต่อมาในช่วงเย็นนายธนาธรโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพเอกสารตราสารโอนหุ้น ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวอิศราเรื่องนายธนาธรถือหุ้นสื่อก่อนโอนให้มารดาและภรรยาภายหลัง ซึ่งอาจจะขัดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญว่า &amp;quot;จากกรณีที่ผมถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นวี-ลัค อาจขาดคุณสมบัติการลงเลือกตั้ง ผมขอชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน ผมและภรรยาได้โอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นทุกท่านจึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีปัญหาทางกฎหมายในเรื่องนี้ ขอให้มั่นใจว่าคะแนนที่ท่านกาให้กับพรรคอนาคตใหม่จะไม่สูญเปล่า แต่ทุกคะแนนเสียงจะเป็นการโหวตเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมสื่อ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์, โชว์ตราสารโอนหุ้น, โอนหุ้นสื่อให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190323/image_big_5c961bf6504f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
