<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ยกประเด็นสำคัญกรณีหุ้นต้องห้ามของ&#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kamnoon Sidhisamarn &amp;nbsp;โดยมี เนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกฎหมายมหาชนจะยึดถือเกณฑ์ตามกฎหมายเอกชนเพียงใด - ประเด็นสำคัญกรณีหุ้นต้องห้ามของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
_________________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้คิดใคร่ครวญประกอบการติดตามข่าวมาต่อเนื่อง ประเด็นข้อกฎหมายหลักที่ต้องพิจารณาในกรณีหุ้นบริษัทวี-ลัคมีเดียของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ก.ต.จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยึดวันที่บริษัทฯส่งแบบ &amp;#39;บอจ. 5&amp;#39; ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือ วันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่ฝ่ายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจกล่าวอ้าง คือ วันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง 2561 มาตรา 42 (3) แล้ว มีข้อกฎหมายสำคัญที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีนี้คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 1129 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 1129 อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่งตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนเช่นนี้จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และฝ่ายสนับสนุน ยึดถือเวลาตามข้อ 2 โดยมีประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสามนี้เป็นฐานสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหมายตามมาตรา 1129 วรรคสามนี้คือเมื่อมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องส่งแบบ บอจ. 5 แจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะแจ้งปีละ 1 ครั้งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัทนี่แหละคือปมปัญหาเมื่อนำมาใช้กับกรณีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะโดยทั่วไปแล้วบุคคลภายนอกย่อมยากจะรู้ได้ว่าในระหว่างปีมีการโอนหุ้นกันกี่ครั้ง และเอกสารการโอนหุ้นในแต่ละครั้งก็ยากที่จะรู้ได้แน่นอนว่าเป็นจริงตามวันที่ในเอกสารหรืออาจจะมีการทำขึ้นย้อนหลังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะกฎหมายแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีหลักคิดผุดขึ้นมาว่ามาตรา 1129 วรรคสามคือเหตุผลของกฎหมายแพ่ง ซึ่งเป็น &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มีวัตถุประสงค์ในการวางกฎเกณฑ์ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่ามีความเท่าเทียมกัน ทำมาค้าขายกัน ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวังตนเองกันตามสมควร รัฐไม่ควรวางกฎเกณฑ์ที่อาจจะสร้างภาระให้แต่ละฝ่ายมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือจะเอากฎเกณฑ์ตาม &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มาใช้กับ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้แค่ไหน เพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ในระดับรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่วางกฎเกณฑ์ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ของบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่ากฎเกณฑ์ &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; นั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณฑ์ทาง &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้ทั้งหมด หากแต่สามารถนำมาใช้ได้เฉพาะบางประการที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อการทำหน้าที่ขององค์กรที่ทำหน้าที่ในทางมหาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายทั้ง 2 ลักษณะแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายมหาชนมุ่งคุ้มครองมหาชนที่ประกอบด้วยบุคคลมีระดับความรู้ความสามารถและสถานะแตกต่างกัน รัฐจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองบุคคลส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสกว่า ซึ่งแตกต่างโดยพื้นฐานกับกฎหมายเอกชนที่รัฐเพียงวางกฎเกณฑ์สำหรับการทำมาหากิจของบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่าเท่าเทียมกัน รัฐไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากเกินความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาสู่กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีนี้ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; ตามประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสาม เป็นองค์กรอิสระนาม &amp;#39;ก.ก.ต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่สำคัญยิ่งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในการกลั่นกรองบุคคลที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ออกไปจากการเข้าสู่อำนาจรัฐ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้ยังมีโทษค่อนข้างแรง !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ก.ก.ต.จะรู้ได้อย่างไรว่าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจยังคงถือหุ้นที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; อยู่หรือไม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อเอกสารแบบ บอจ. 5 ที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันเวลาตามข้อ 1 วันที่ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ก.ก.ต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นตามข้อ 2 ที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดการโต้แย้งแตกแขนงไปอีกหลายประเด็นว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 วรรคสาม จึงไม่น่าจะนำมาหักล้างกับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 42 (3) ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เชื่อว่าก.ก.ต.น่าจะต้องยึดถือระยะเวลาตามข้อ 1 ตามเอกสารที่ปรากฎต่อราชการเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือยึดตามแบบ บอจ. 5 ที่ปรากฎเป็นครั้งแรกต่อทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;_________
ทั้งหมดนี้ พยายามพูดตามความเข้าใจด้วยภาษาชาวบ้านที่พอเรียนพอรู้กฎหมายอยู่บ้างเท่านั้น ที่ลองตั้งประเด็นขึ้นมาเพราะเห็นว่าน่าสนใจในทางวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อยุติ จะอยู่ที่ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ ก.ก.ต.ในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณีในท้ายที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คำนูณ สิทธิสมาน, ธนาธรถือหุ้นสื่อ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทวีลัค มีเดีย, พรรคอนาคตใหม่, อนค., โอนเงินให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
