<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รูดม่านคดีแพรวา 27เหยื่อรับค่าชดใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายเหยื่อแพรวาเข้ารับเงินเยียวยาแทนผู้เสียหายทั้ง 27 คน เป็นอันยุติคดีความ แม่ ดร.เป็ดเผยทำบุญเลี้ยงพระ 100 รูปวันที่ 1 ธ.ค.ศกนี้ เงินที่ได้จะนำไปใช้หนี้ เก็บไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลและทำศพตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นางอิสรีย์ยา ยืดยาวคง ทนายความประจำสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทนาย มธ.) เดินทางมาตรวจสอบสำนวนคดีและยอดเงินเยียวยา ภายหลังจากครอบครัว น.ส.อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา นำเงินมาวางศาลแพ่งเพื่อชดใช้ให้กับผู้เสียหายจำนวน 27 ราย ตามคำพิพากษาศาลฎีกา จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับเงินเกินไป 5 แสนบาท จึงได้มีการปรับแก้ให้ถูกต้อง ยอดสุทธิที่จ่ายให้โจทก์ทั้งสิ้น 42,536,571.63 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง กล่าวว่า วันนี้ทนายโจทก์เดินทางมารับเงินเยียวยาแทนผู้เสียหายทั้ง 27 คน ตนก็จะเซ็นอนุมัติ หากผู้เสียหายที่ใช้บัญชีธนาคารกรุงไทย เงินก็จะโอนเข้าภายในวันที่ 9 ส.ค.นี้ ส่วนผู้ที่ใช้ธนาคารอื่นๆ นั้น จะต้องโอนจากธนาคารกรุงไทยไปให้อีกต่อหนึ่ง ซึ่งจะได้รับเงินภายในวันอังคารหน้า (13 ส.ค.) หลังผู้เสียหายได้รับเงินแล้ว ก็ถือว่าคดีความสิ้นสุดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางอิสรีย์ยากล่าวว่า วันนี้ตนมาทำเอกสารเกี่ยวกับการโอนเงินให้ผู้เสียหายทั้งหมด ซึ่งก็ต้องขอบคุณอธิบดีศาลแพ่งและสื่อมวลชนทุกท่าน เราดำเนินการช่วยเหลือทุกคนมาตลอด ผู้เสียหายทุกคนบอกว่าขอให้เป็นไปตามคำพิพากษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโจทก์ทั้งหมดได้รับเงินเยียวยาแล้ว จำเลยที่วางเงินเกินไป 5 แสนบาท สามารถมารับคืนได้ภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 71 ปี แม่ของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ ดร.เป็ด นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. 1 ในผู้เสียชีวิต 9 ศพ ซึ่งยังคงนั่งร้อยพวงมาลัยขายอยู่ในแผงขายพื้นที่ของตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี กล่าวว่า ที่เคยบอกเมื่อได้เงินมาจะทำบุญเลี้ยงพระ 100 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ลูกนั้น กำหนดเอาไว้ว่าจะเป็นวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เพราะต้องรอให้ออกพรรษาไปก่อน นอกจากนี้เงินส่วนหนึ่งจะนำไปใช้หนี้ อีกส่วนเก็บไว้รักษาตัวเอง และเก็บไว้สำหรับทำศพตัวเองอีกด้วย ทั้งนี้ ถึงจะได้เงินก็คงต้องมานั่งร้อยพวงมาลัยขายเหมือนเดิม และอยากฝากขอบคุณทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าวจนทำให้มีวันนี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล เช้าเที่ยง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา, อิสรีย์ยา ยืดยาวคง, โอภาส อนันตสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c1cabed0f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เปิดใช้เครื่องอ่านบัตรประชาชน 21 พ.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.61 - ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้นำเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบเอนกประสงค์ (Smart Card Reader) มาใช้ในการให้บริการประชาชนแทนการเรียกสำเนาเอกสารแล้ว โดยประสานความร่วมมือและจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทำให้ประชาชนสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียวในการติดต่อขอรับบริการที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ แสดงตนด้วยการเสียบบัตรเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของข้อมูลและมาขอรับบริการจริง ป้องกันการสวมสิทธิและป้องกันการไม่สุจริต เป็นจำนวน 50 เครื่อง โดยได้ดำเนินการติดตั้งที่เคาน์เตอร์บริการงานต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ งานรับฟ้อง งานการเงิน งานหมาย งานรับคำคู่ความ งานเก็บสำนวน งานอุทธรณ์ฎีกา งานบริหารทั่วไป ศูนย์จัดการมรดก ศูนย์นัดความ ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ และติดตั้งในห้องพิจารณาคดีครบทุกบัลลังก์ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความถูกต้องและยืนยันตัวบุคคลจากบัตรประชาชนด้วยระบบเทคโนโลยี ทั้งนี้ สามารถให้บริการด้วยเครื่องอ่านบัตรประชาชนได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป นับว่าเป็นศาลแรกที่นำร่องในการใช้เครื่องอ่านบัตรประชาชนดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9467</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลแพ่ง, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, โอภาส อนันตสมบูรณ์, ไทยแลนด์4.0</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe7a349c43f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เปิดบริการยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 61 -ที่ห้องประชุมเนติศร ชั้น 10 อาคารศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form &amp;amp; e-Filing) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคู่ความในการบันทึกข้อมูลและยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ด้วยตนเองผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องเดินทางไปศาลในวันยื่นคำร้องขอ&amp;nbsp;สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้นำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบงานศาล เช่น การยื่นฟ้องคดีแพ่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-filing ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จึงพัฒนาโปรแกรมการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการเข้าใช้งาน&amp;nbsp;เริ่มจากเข้าไปที่เว็บไซต์ http://civilbsc.e-service.coj.go.th/e-form แล้วลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งาน ด้วยการกรอกข้อมูลผู้ร้องขอ, ข้อมูลและรายการทรัพย์สินของเจ้ามรดกหรือผู้ตาย รวมทั้งข้อมูลรายชื่อของทายาท จากนั้นข้อมูลดังกล่าวนี้จะไปปรากฏในเอกสารคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;และเมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ดาวน์โหลดเอกสารเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และเข้าสู่ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมศาล ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ โดยการสั่งพิมพ์ใบแจ้งการชำระเงิน จำนวน 2 รายการ ที่มีบาร์โค้ดปรากฏอยู่ในใบแจ้งดังกล่าว นำไปชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหรือเคาน์เตอร์ธนาคารภายใน 3 วัน แล้วส่งหลักฐานการชำระเงินกลับเข้าสู่ระบบ พร้อมทั้งสามารถเลือกกำหนดวันนัดไต่สวนได้ด้วยตนเอง จนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่มีการยืนยันการฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คู่ความสามารถตรวจสอบหมายเลขคดีดำและข้อมูลคดีของตนเองหลังจากชำระค่าธรรมเนียมศาลเรียบร้อยแล้วได้อีกด้วย จึงนับได้ว่าบริการดังกล่าวเป็นรูปโฉมใหม่ของการอำนวยความยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศาลก็สามารถใช้ข้อมูลที่คู่ความบันทึกไว้ได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ ลดภาระการพิมพ์เอกสาร ลดปริมาณการใช้กระดาษ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สอดคล้องกับนโยบายของนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา และบริบทของสังคมไทยยุคไทยแลนด์ 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วันนี้นอกจากพิธีเปิดบริการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้แล้ว นายสราวุธ เบญจกุล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ นโยบายสำนักงานศาลยุติธรรมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8345</URL_LINK>
                <HASHTAG>รยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดก, ศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อิเล็กทรอนิกส์, โอภาส อนันตสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9735a15cab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
