<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติสงครามราคา โอเปกพลัสตกลงลดกำลังผลิตน้ำมัน 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยุติสงครามกดราคาน้ำมัน กลุ่มโอเปกภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียและกลุ่มพันธมิตรที่รัสเซียเป็นแกนนำทำความตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ยอมลดกำลังการผลิตน้ำมันลงวันละ 9.7 ล้านบาร์เรล เพื่อพยุงราคาน้ำมันที่ตกต่ำตั้งแต่ต้นปีด้วยผลพวงจากวิกฤติโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐทะยานขึ้น 7.7% อยู่ที่ 24.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้น 5.0% อยู่ที่ 33.08 ดอลลาร์/บาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงที่กลุ่มนี้ ซึ่งเรียกรวมว่าโอเปกพลัส เห็นพ้องกันได้ผ่านการประชุมทางไกลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากฝ่ายโอเปกและฝ่ายรัสเซียประนีประนอมกันได้ และกำหนดตัวเลขการลดกำลังการผลิตน้ำมันไว้ที่วันละ 9.7 ล้านบาร์เรลในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีพลังงานโรซิโอ นาห์เล ของเม็กซิโก ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ที่ตัวเลข 10 ล้านบาร์เรล/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเจรจาของกลุ่มโอเปกพลัสยืดเยื้อมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว หลังจากเม็กซิโก ซึ่งกังวลว่าแผนการลดกำลังการผลิตนี้จะกระทบต่อแผนการกอบกู้บริษัทน้ำมันแห่งชาติ เปเม็กซ์ ที่หนี้สินรุงรัง คัดค้านข้อตกลงก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ และทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมหมัด บาร์คินโด เลขาธิการองค์การกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) จากกรุงเวียนนา กล่าวว่า ข้อตกลงลดกำลังการผลิตครั้งนี้เป็นข้อตกลง &amp;quot;ประวัติศาสตร์&amp;quot; ซึ่งเป็นการลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุด โดยวางแผนไว้นาน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงนี้ กลุ่มโอเปกพลัสจะลดกำลังการผลิตลงอย่างฮวบฮาบทันทีในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน แล้วจากนั้นจะเป็นการลดกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไปจนถึงเดือนเมษายน 2565 บาร์คินโดกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงนี้จะกรุยทางสำหรับความเป็นพันธมิตระดับโลกด้วยการมีส่วนร่วมของกลุ่มจี 20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายอับดูลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับรัฐมนตรีจากรัสเซียและแอลจีเรีย ยืนยันเช่นกันว่า การหารือบรรลุฉันทมติกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความยินดีกับข้อตกลงที่เป็นผลดีต่อทุกฝ่ายนี้ ซึ่งจะทำให้การผลิตน้ำมันกลับสู่ระดับที่สอดคล้องกับความมั่นคงในตลาดการเงินและพลังงานโลก และจะ &amp;quot;ช่วยรักษาการจ้างงานด้านพลังงานนับแสนตำแหน่งในสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังขอบคุณประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขาได้สนทนาทางโทรศัพท์ด้วยทั้งคู่ก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่งฮวบมาตั้งแต่ต้นปีนี้ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงราว 1 ใน 3 ภายหลังรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้มาตรการล็อกดาวน์จำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเป็นสินค้าส่งออกประสบปัญหางบประมาณตึงตัว อุตสาหกรรมน้ำมันจากชั้นหินดินดานของสหรัฐ (เชลออยล์) ซึ่งใช้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งกว่านั้น รัสเซียและซาอุดีอาระเบียยังทำสงครามราคาน้ำมันกันไม่ลดละ ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งของตนในตลาด และตัดราคาเชลออยล์ของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, รัสเซีย, ลดกำลังการผลิตน้ำมัน, โควิด-19, โอเปก, โอเปกพลัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e94059a4e50b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาตาร์แจ้งถอนตัวจากโอเปก ม.ค.ปีหน้า หันทุ่มเทผลิตก๊าซธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลกาตาร์แจ้งขอถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปกเดือนมกราคมปีหน้า ยืนยันไม่เกี่ยวข้อพิพาทกับซาอุดีอาระเบียและกลุ่มอาหรับ แต่อ้างจะทุ่มเทกับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่กาตาร์เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซาอัด เชริดา อัลคาบี รัฐมนตรีกิจการพลังงานของกาตาร์ แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอัด เชริดา อัลคาบี รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ของกาตาร์ แถลงที่กรุงโดฮาเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 ว่ารัฐบาลของเขาได้แจ้งต่อองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) แล้วเมื่อเช้าวันเดียวกันว่า กาตาร์ตัดสินใจจะยกเลิกความสมาชิกของโอเปกในเดือนมกราคม 2562 แต่เขาจะยังคงเข้าร่วมการประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ และจะปฏิบัติตามพันธะผูกพันของโอเปกไปจนกว่าจะพ้นสมาชิกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเป็นสมาชิกโอเปกมานาน 57 ปี แต่กาตาร์ส่งออกน้ำมันปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่มโอเปก หรือแค่วันละประมาณ 600,000 บาร์เรล โดยเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 17 ของโลก เอเอฟพีอ้างข้อมูลจากซีไอเอเวิลด์แฟกต์บุ๊กว่า ประเทศขนาดเล็กแห่งนี้มีน้ำมันสำรองแค่ราว 2% ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก ในขณะที่ซาอุดีอาระเบีย ยักษ์ใหญ่ของโอเปก ผลิตน้ำมันดิบได้วันละ 11 ล้านบาร์เรล มากเป็นอันดับ 1 ของโลกและเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลคาบีกล่าวว่า การตัดสินใจถอนตัวของกาตาร์ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือการโดนซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอาหรับปิดกั้น แต่เป็นเหตุผลด้านเทคนิคและยุทธศาสตร์ โดยกาตาร์วางแผนจะพัฒนาอุตสาหกรรมก๊าซ และขยายการผลิตแอลเอ็นจีจากวันละ 4.8 ล้านตัน เป็น 6.5 ล้านตันภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าเพิ่มการผลิตแอลเอ็นจีให้ได้ปีละ 110 ล้านตัน ภายในปี 2567 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ปีละ 77 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ร่วมด้วยชาติพันธมิตรในโลกอาหรับทั้งบาห์เรนและอียิปต์ ร่วมกันใช้มาตรการบอยคอตกาตาร์มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 โดยกล่าวหากาตาร์ว่าสนับสนุนลัทธิก่อการร้าย แต่กาตาร์ตอบโต้คำกล่าวหานี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าการประชุมสัปดาห์นี้ โอเปกและชาติพันธมิตร ซึ่งรวมถึงรัสเซีย จะเห็นชอบกับการลดกำลังผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันซึ่งร่วงลงเกือบ 30% นับแต่เดือนตุลาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาตาร์, ก๊าซธรรมชาติเหลว, ซาอัด อัลคาบี, ซาอุดีอาระเบีย, ถอนตัว, องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน, แอลเอ็นจี, โอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181203/image_mid_5c053324338c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
