<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสทช. ถกโอเปอเรเตอร์ล้อมคอกปัญหา SMS หลอกลวง สั่งบล็อกทันที เริ่มวันนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2564 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยใน 22 ก.ย. ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เชิญโอเปอเรเตอร์ทุกราย ได้แก่ AIS TRUE DTAC NT และ 3BB ร่วมประชุมหารือผ่านระบบออนไลน์เรื่อง การแก้ไขปัญหา SMS หลอกลวง โดยกำชับให้เร่งตรวจสอบและกำกับดูแลกันเองอย่างเคร่งครัดในลักษณะ Self Regulation โดยในวันพรุ่งนี้ให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายทำการบล็อก SMS ที่มีเนื้อหาชัดเจนว่าเป็นการ หลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ หรือลามกอนาจาร ทันที และให้มีมาตรการเพิ่มเติมร่วมกันระหว่างโอเปอเรเตอร์ โดยจะมีการแชร์ข้อมูล SMS หลอกลวงระหว่างกัน และกำหนดเป็น Blacklist เพื่อให้ทุกค่ายดำเนินการบล็อก SMS ดังกล่าวจากผู้ส่งรายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ให้บริการขายต่อ SMS กับ ผู้ให้บริการด้านเนื้อหา (Content Provider) หากสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจากโอเปอเรเตอร์ว่าบริษัทของท่านเป็นผู้ส่ง SMS ที่มีลักษณะเนื้อหาเป็นการหลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ หรือลามกอนาจาร สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาลงโทษทางปกครอง ตั้งแต่ เตือน ปรับ พักใช้ใบอนุญาต กับบริษัทของท่านโดยโทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ และจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทของท่านควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรรัตน์ กล่าวว่า หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. จะนำข้อมูลเกี่ยวกับ SMS หลอกลวง ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้ส่ง SMS เนื้อหา ตัวอย่างข้อความ SMS หลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ สินเชื่อออนไลน์ หรือเนื้อหาที่มีลักษณะลามกอนาจาร เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช. www.nbtc.go.th เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบชื่อผู้ส่ง SMS ข้อความที่น่าสงสัย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง จาก SMS ลักษณะดังกล่าวจนอาจถูกแฮก หรือขโมยข้อมูล หรือสูญเสียทรัพย์ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน กสทช. ได้ย้ำให้ค่ายมือถือทุกค่ายเร่งตรวจสอบและจัดการไม่ให้มีข้อความ SMS ส่งไปยังประชาชนที่เป็นลักษณะหลอกลวงให้สูญเสียทรัพย์ หรือเว็บพนันออนไลน์ และสินเชื่อออนไลน์ ซึ่งคาดว่าแนวทางการดำเนินการที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำนั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชนได้&amp;rdquo; นายไตรรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117599</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS หลอกลวง, กสทช., บล็อก SMS หลอกลวง, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139f9119f73a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสผนึกกสทช.จัดแพคอินเทอร์เน็ตลดค่าใช้จ่ายประชาชนช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 2564 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ได้แก่ เอไอเอส ทรู ดีแทค เอ็นที ได้สนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) โดยการสนับสนุนการใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; โดยไม่คิดค่าดาต้าเมื่อประชาชนใช้แอปพลิเคชันหมอชนะ

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กำชับมาเกี่ยวกับการสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาล โดยสำนักงานฯ ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ ผู้ให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (เน็ตบ้าน) หารือมาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด&amp;ndash;19 ระบาดรอบใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน ได้ข้อสรุปดังนี้
1.กรณีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) หรือเน็ตบ้าน ผู้ประกอบการฯ สนับสนุนให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) โดยปรับเพิ่มความเร็วขึ้นไม่ต่ำกว่า 100/100 Mbps สำหรับผู้ใช้บริการที่ใช้บริการในโครงข่ายไฟเบอร์ และเพิ่มความเร็วให้เต็มขีดความสามารถของอุปกรณ์นั้นๆ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ เช่น xDSL

2.กรณีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) ปัจจุบันผู้ประกอบการได้มีการออกแพ็คเกจเสริมในการสนับสนุนการ Work From Home อยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม จึงมีความร่วมมือในการออกแพ็คเกจเสริมพิเศษ ในราคา 79 บาทต่อเดือน (ไม่รวม VAT) ใช้งานได้ 30 วัน ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน (Unlimited Data) ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 10 Mbps เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน Work From Home ต่าง ๆ เช่น Microsoft Teams 365, ZOOM (ค่าบริการไม่รวมค่า license ในการใช้งานแอปพลิเคชัน)

นอกจากนั้น สำนักงาน กสทช. ได้กำชับให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายดูแลคุณภาพสัญญาณให้มีประสิทธิภาพในช่วงที่ประชาชนทำงานที่บ้าน (Work from Home) โดยเฉพาะเรื่องโครงข่ายในการรองรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ของรัฐบาล และเตรียมระบบรองรับ OTP ในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ของโครงการด้วย สำหรับโรงพยาบาลภาคสนาม สำนักงานฯ ก็ได้ขอความร่วมมือให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายสนับสนุนการติดตั้ง Internet WiFi และสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เตรียมรองรับการปฏิบัติงานของทีมบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้บริการ ณ โรงพยาบาลภาคสนามที่จังหวัดสมุทรสาครเรียบร้อยแล้ว

&amp;ldquo;สำนักงาน กสทช. พร้อมสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาล และกำกับดูแลให้การติดต่อสื่อสารของคนไทยใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นายไตรรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89467</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กสทช., ดีอีเอส, ฟรีอินเทอร์เน็ต, หมอชนะ, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc22c96d870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นรับผิดระบบรางเสีย ชงโยกคลื่น450แทน900</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โอเปอเรเตอร์&amp;quot; ถอย เงื่อนไขประมูลคลื่น 900 MHz เหตุมีความเสี่ยงหากระบบรางเสียต้องร่วมรับผิดด้วย &amp;quot;ดีแทค&amp;quot; ชง 3 เงื่อนไขให้รัฐบาลพิจารณา &amp;nbsp;จี้โยกคลื่นระบบรางไปใช้คลื่น 450 MHz แทนคลื่น 900 &amp;nbsp;MHz ที่เป็นคลื่นโทรคมนาคม อ้างจีนใช้คลื่นนี้แล้วดีกว่าเดิม แถมคลื่นว่าง พร้อมอ้อน กสทช.เยียวยาลูกค้ากว่า 4 แสนเบอร์ที่ยังใช้งานบนคลื่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ &amp;nbsp;บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยถึงกรณีการไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และไม่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) รายใดที่เข้าร่วมคลื่นดังกล่าวว่า เป็นเพราะกังวลกับเรื่องเงื่อนไขการประมูลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุเพิ่มให้ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดที่จะสร้างขึ้นต่อไปในอนาคตแต่เพียงผู้เดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับเงื่อนไขของ กสทช.ดังกล่าว ทางโอเปอเรเตอร์มองว่าเงื่อนไขนี้มีความเสี่ยงกับผู้ประมูลอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องการเพิ่มต้นทุนของผู้ประมูลเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีปัญหาในแนวทางปฏิบัติที่ยากมาก เพราะผู้ชนะจะต้องเข้าไปติดตั้งตัวกรองสัญญาณบนอุปกรณ์ของคู่แข่ง หรือบนโครงข่ายรถไฟฟ้า ซึ่งมันมีความยุ่งยากในการทำงาน และเรื่องสุดท้ายที่มีความเสี่ยงมากที่สุดก็คือกรณีระบบเดินรถเกิดขัดข้อง หรือมีอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ว่าจะมีเตรียมการดีแค่ไหน มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในส่วนนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูงเกินไป และหาก กสทช.ไม่ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขดังกล่าว ก็เชื่อว่าจะไม่มีโอเปอเรเตอร์กล้าเข้าร่วมประมูล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองฯ ซีอีโอดีแทคกล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ทางดีแทคมีข้อเสนอแนะที่อยากจะให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กสทช. และสมาคมโทรคมนาคม มาร่วมหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการนำคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz มาใช้งานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเสนอแบ่งออกเป็น 3 ข้อ คือ 1.เสนอให้เปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณระบบราง ย้ายการใช้คลื่นความถี่จาก 900 MHz ไปอยู่ในย่านคลื่นความถี่ 450 MHz บนเทคโนโลยี LTE-R ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ขณะนี้ทางจีนได้นำมาใช้บริหารการเดินรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ดีกว่าใช้เทคโนโลยี GSM-R ซึ่งคลื่นความถี่ย่าน 450-470 MHz ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ครอบครองคลื่นความถี่ดังกล่าวอยู่ &amp;nbsp;ได้คืนกลับมาที่ กสทช.แล้ว ทำให้คลื่นตัวนี้ว่าง และพร้อมใช้งานได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ให้รถไฟใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เหมือนเดิม แต่กระจายความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแต่ละราย ที่จะต้องติดตั้งระบบป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่เอง โดยเงินที่จะสร้างการต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (filter) ฟิลเตอร์ อาจจะใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) หรือเงินที่ได้จากการประมูลแทน และ 3.หากต้องการใช้คลื่นย่าน 900 MHz ควรจะย้ายคลื่นความถี่ย่านดังกล่าวไปอยู่ปลายสุดของช่วงคลื่นความถี่ โดยไม่ให้ช่วงคลื่นความถี่ติดกับผู้ให้บริการรายใดมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีการปรับแก้ไขเงื่อนไขการประมูลคลื่น 900 MHz ดีแทคมีความสนใจที่จะประมูลคลื่น 900 MHz ถ้าไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากดีแทคสนใจคลื่นความถี่ต่ำอยู่แล้ว &amp;quot; นายราจีฟกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราจีฟกล่าวอีกว่า ส่วนการเยียวยาคลื่น 850 MHz ดีแทคหวังว่า กสทช.จะให้ใช้เยียวยาในคลื่นดังกล่าวต่อไป เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยปัจจุบันดีแทคมีลูกค้าที่ใช้บริการคลื่น 850 MHz ที่อยู่ในสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่จะสิ้นสัญญาในวันที่ 15 ก.ย.61 นี้ จำนวน 4 แสนเลขหมาย และมีจำนวนสถานีฐานจำนวน 13,000 แห่ง โดยในสัปดาห์หน้า ดีแทคจะส่งหนังสือให้ กสทช.ขอให้มีการทบทวนมติการเยียวยาที่บอร์ดเคยมีมติว่าจะเยียวยาเฉพาะผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลเท่านั้น &amp;nbsp;โดยทางดีแทคยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น ดังนั้นอยากให้ กสทช.เห็นใจและทบทวนมติดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก กสทช.ยังยืนยันที่จะไม่ทบทวนมติ และจะไม่ออกมาตรการเยียวยามาให้ ทางดีแทคก็จะพยายามหาทางดูแลลูกค้าให้สามารถใช้งานได้ตามปกติต่อไป โดยเรามีแผน 2 แผน 3 ไว้รองรับอยู่แล้ว หาก กสทช.ไม่อนุมัติเยียวยา เราก็มองเรื่องการโรมมิงซิมไปใช้บริการของโอเปอเรเตอร์รายอื่นแทน&amp;quot; นายราจีฟทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15096</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด, ราจีฟ บาวา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4f56a5390.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.ถก3 ค่ายมือถือแก้ปัญหา SMS ดูดเงินประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสทช.เรียก 3ค่ายมือถือมาเคลียร์ปัญหา SMS คิดเงินลูกค้า สั่งวางมาตรการป้องกัน เปิดช่องทางกด*137 &amp;nbsp;เพื่อยกเลิกบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) 3 ราย ได้แก่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) , บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค , และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าชี้แจงกรณีที่มีข่าวเอสเอ็มเอสดูดเงินประชาชนผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากในปี 2560 มีประชาชนร้องเรียนมายังสำนักงาน กสทช.ว่ามีข้อความ เอสเอ็มเอส คิดเงินโดยไม่สมัครใจ ประมาณ 772 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.76 แสนบาท แบ่งเป็น เอไอเอส จำนวน 264 เรื่อง ดีแทค จำนวน 301 เรื่อง และ ทรู จำนวน 236 เรื่อง และปี 2561 ตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 เม.ย. จำนวน 292 เรื่อง แบ่งเป็น เอไอเอส จำนวน 80 เรื่อง ดีแทค จำนวน 111 เรื่อง และ ทรู จำนวน 121 เรื่อง คิดเป็นมูลค่า 5.8 หมื่นบาท ซึ่งได้มีการดำเนินการยุติเรื่องไปแล้วประมาณ 94% โดยการที่โอเปอเรเตอร์ยินดีคืนเงินให้กับผู้บริโภค เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคืนเงินให้ผู้บริโภคเป็นเพียงการแก้ปัญหาหลังจากเกิดการร้องเรียนเข้ามาแล้ว ดังนั้นจึงขอให้โอเปอเรเตอร์ส่ง เอสเอ็มเอส &amp;nbsp;2 ครั้ง &amp;nbsp;หลังจากลูกค้าสมัครบริการเข้ามาว่าหากต้องการยกเลิกให้กด *137 โทรออก เพื่อยืนยันว่าผู้บริโภคสมัครใจสมัครบริการด้วยตนเอง &amp;nbsp; โดยให้เริ่มดำเนินการภายในเวลา 7 วัน หรือตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นทางออกในการคุ้มครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช.จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการคำแนะนำการคิดค่าบริการเนื้อหา (Advice of Charge : AoC) หากได้ข้อสรุปจะมีการออกมาเป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตผู้ประกอบการโทรคมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7267</URL_LINK>
                <HASHTAG>3ค่ายมือถือ, SMS, กสทช., ข้อความ, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ดีแทค, ทรูมูฟ, เอไอเอส, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5a996ac3e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
