<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพรถไฟ ยื่นศาลปกครองรื้อคดีจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ รักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สหภาพรถไฟ&amp;nbsp; ยื่นศาลปกครองขอนำเรื่องรื้อคดีจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ เข้าที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดหลังศาล รธน.มีคำวินิจฉัย&amp;nbsp;ยิ่งช้าดอกเบี้ยยิ่งทำให้ประเทศเสียหาย หากต้องจ่ายให้ รฟท.ชำระไม่เป็นธรรม เพราะโครงการเป็นนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;22 มิ.ย.64 - ที่ศาลปกครองสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ขอให้เสนอคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้กับบริษัทโฮปเวลล์ ประเทศไทย จำกัด ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้พิจารณาคดีนี้ด้วยความรอบคอบ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 5 /2564 ลงวันที่&amp;nbsp; 17 มี.ค. 64&amp;nbsp; ว่ามติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดครั้งที่ 18/2555 ลงวันที่ 27 พ.ย. 56 เรื่องเกี่ยวกับระยะเวลา และการนับอายุความการฟ้องคดี ที่ศาลปกครองนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยคดีจ่ายค่าเสียหายโฮปเวลล์ขัดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสาวิทย์ กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย&amp;nbsp; ว่ากระบวนการพิจารณาคดีนี้ของศาลปกครองขัดรัฐธรรมนูญทำให้ประชาชนเริ่มมีความมั่นใจว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัทโฮปเวลล์ฯ&amp;nbsp; แต่ก็ยังมีข้อถกเถียง&amp;nbsp; ข้อกฎหมายที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ชัดเจน และยังมีความพยายามที่จะให้มีการจ่ายเงินให้กับบริษัทโฮปเวลล์ฯ ทั้งที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร&amp;nbsp; ทางสหภาพฯ จึงอยากให้ศาลปกครองได้ยกคดีนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เพราะก่อนหน้านี้ทั้ง รฟท.และกระทรวงคมนาคมก็ได้มีการยื่นขอรื้อคดีใหม่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;หากเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน มูลค่าความเสียหายก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากอัตราดอกเบี้ย ถ้าเรายังไม่มีการชำระ ตอนนี้ยอดรวมน่าจะเกือบ 3 หมื่นล้าน&amp;nbsp; เงินจำนวนนี้แน่นอนว่า รฟท.ไม่มีจ่าย&amp;nbsp; ก็ต้องเป็นการเอาเงินภาษีซึ่งเป็นของประชาชนทุกคนมาจ่าย&amp;nbsp; และในข้อเท็จจริงโครงการนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล ถ้าจำเป็นต้องแพ้คดีจะให้การรถไฟชำระฝ่ายเดียวก็ไม่เป็นธรรมกับ รฟท. ดังนั้นรัฐบาลแต่ละยุคสมัยควรต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ที่สำคัญเราเชื่อว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาแล้ว น่าจะเป็นแนวทางให้ส่วนต่างๆ ที่มีหน้าที่ เดินไปในทางที่เป็นการรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง เช่นเดียวกับคดีค่าโง่บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน&amp;nbsp; ที่สุดท้ายรัฐบาลไม่ต้องมีการจ่ายให้กับเอกชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสาวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107214</URL_LINK>
                <HASHTAG>สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.), สาวิทย์ แก้วหวาน, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d17afbd136b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนกฤตชี้ช่อง เคสโฮปเวลล์ ‘รบ.’ส่อเค้าเฮ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดร.ธนกฤต&amp;rdquo; ชี้ผลสะเทือนคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการรับเวลาที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดในกรณีโฮปเวลล์ จะเป็นการพลิกค่าโง่ครั้งใหญ่ อาจทำให้รัฐไม่ต้องจ่าย 2.5 หมื่นล้าน จี้ศาลปกครองเร่งพิจารณาคดีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อคดีโฮปเวลล์ ระบุว่า ผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อคดีโฮปเวลล์ ที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 ที่ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในปี 2551 ด้วยการจ่ายเงินให้แก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมดอกเบี้ย เป็นเงินรวมกันประมาณ 25,000 ล้านบาทนั้น มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดขัดรัฐธรรมนูญ จึงนับเวลาที่โฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ ตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค.2544 ไม่ได้ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองดังกล่าวเป็นระเบียบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงทำให้มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ดังนั้น การนับเวลาในการเสนอข้อพิพาทของโฮปเวลล์ต่ออนุญาโตตุลาการ จึงไม่สามารถเริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือวันที่ 9 มี.ค. ตามที่ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยไว้ในคดีนี้ได้ เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ดร.ธนกฤตระบุถึงการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการต้องทำภายใน 5 ปี นับจากวันรู้เหตุเสนอข้อพิพาทนั้น โฮปเวลล์เสนอข้อพิพาท 24 พ.ย.2547 เกิน 5 ปี หากนับจาก 30 ม.ค.2541 วันได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา ซึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 กำหนดให้การฟ้องคดี รวมทั้งการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการต้องกระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี เมื่อไม่สามารถนับเวลาในการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือวันที่ 9 มี.ค.2544 ได้ การที่โฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2547 อาจเป็นการเสนอข้อพิพาทที่เกินกำหนดเวลาตามกฎหมาย คือเกินกว่า 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศาลปกครองชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้ว่าโฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2547 เป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี นับจากวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 โดยถือเอาวันที่ 30 ม.ค.2541 ซึ่งเป็นวันที่โฮปเวลล์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา เป็นวันที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น และเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการเสนอข้อพิพาท ระยะเวลา 5 ปี จึงต้องเริ่มนับจากวันที่ 30 ม.ค.2541 และครบกำหนดในวันที่ 30 ม.ค.2546 เมื่อโฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการในวันที่ 24 พ.ย.2547 จึงเกินระยะเวลา 5 ปีที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 ดังกล่าว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนกฤตยังโพสต์ถึงหนทางสู่การพิจารณาคดีใหม่ว่า เรื่องเวลาในการเสนอข้อพิพาทของโฮปเวลล์ต่ออนุญาโตตุลาการนั้น ได้เสนอข้อพิพาทภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือไม่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เรื่องปัญหาเกี่ยวกับเวลาการฟ้องคดีปกครองขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงเป็นประเด็นที่อาจนำไปสู่การพิจารณาคดีใหม่ของศาลปกครองสูงสุดได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 75 วรรคหนึ่ง (4) โดยการยื่นคำขอให้พิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งใหม่ต้องทำภายใน 90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ได้ แต่ไม่เกิน 5 ปีนับแต่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาด และหากศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ หากยุติว่าโฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเกิน 5 ปี อนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจรับข้อพิพาท ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนและปฏิเสธบังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ รัฐไม่ต้องจ่ายเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าหากศาลปกครองอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ และนับระยะเวลาการเสนอข้อพิพาทของโฮปเวลล์ต่ออนุญาโตตุลาการ ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.2541 ซึ่งเป็นวันที่โฮปเวลล์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา และถือเป็นวันที่ข้อพิพาทเกิดขึ้น และเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการเสนอข้อพิพาทดังที่กล่าวไป หรือตั้งแต่วันอื่นใด อันจะทำให้การเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการในวันที่ 24 พ.ย.2547 เกินกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการเสนอข้อพิพาทตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51&amp;rdquo; ดร.ธนกฤตโพสต์ย้ำ
ดร.ธนกฤตโพสต์ต่อว่า หากข้อเท็จจริงยุติเช่นนี้ ศาลปกครองมีอำนาจที่จะวินิจฉัยว่าคณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจรับข้อพิพาทที่โฮปเวลล์ยื่นเสนอไว้เพื่อพิจารณาได้ และการยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมีคำพิพากษาให้เพิกถอนและปฏิเสธการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรค 3 (2) (ข) และมาตรา 44 ซึ่งจะทำให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ต้องจ่ายเงินให้แก่โฮปเวลล์ตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96829</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ, ค่าโง่โฮปเวลล์, พิจารณาคดีใหม่, ศาลปกครองสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6057611f906e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;พร้อมสู้ค่าโง่โฮปเวลล์ต่อลุ้นคำวินิจฉัยศาลปกครองกลางฉบับเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มี.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยมีมติที่ประชุมศาลปกครองสูงสุดคดีโฮปเวลล์ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้พยายามดำเนินการแก้ไขเรื่องโดยยึดหลักกฏหมายและข้อเท็จจริง โดยได้มีการตั้งคณะทำงานต่างๆขึ้นมาตรวจสอบและดูในเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา กระทรวงคมนาคมคงต้องรอคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งตามกระบวนการกระทรวงคมนาคมไม่ได้เป็นผู้ร้องกับศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงเราได้ยื่นเรื่องนี้พร้อมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ซึ่งทางผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาได้พิจารเรื่องนี้แล้วจึงนำไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาในเบื้องต้น เราต้องรอคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญต้องฟังคำวินิจฉัยกลาง และคำวินิจฉัยกลางตามกระบวนการจะต้องส่งไปผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาแล้วจึงกลับมายังกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เมื่อคำวินิจฉัยกลางส่งมาที่กระทรวงคมนาคม โดยคณะทำงานที่มีจึงจะได้ดูว่าคำวินิจฉัยกลางที่ออกมาว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอย่างไร กระทรวงคมนาคมจึงจะสามารถดำเนินต่อไปได้ เรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านบอกตลอดว่าอะไรที่ดำเนินการโดยตามหลักกฎหมายและถูกต้อง ต้องดำเนินการ อะไรที่มันไม่ถูกต้อง จะทำให้ถูกไม่ได้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็ทำเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะเราถือว่าเงินงบประมาณของรัฐบาลคือเงินของภาษีพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นการที่จะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะจ่ายหรือชำระค่าอะไรก็ตามต้องถูกต้องตามระเบียบกฏหมายและข้อเท็จจริง ถ้าอะไรไม่ถูกต้องกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการตามขั้นตอนในการที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องอายุความ ต้องรอคำวินิจฉัยกลาง เนื่องจากเมื่อมีคำตัดสินออกมาจะต้องรอว่าคำวินิจฉัยกลาง คือตัวองค์คณะของศาล จะมีรายละเอียดออกมาถึงจะเป็นข้อยุติว่าการตัดสินโดยหลักกฎหมายข้อใด ข้อเท็จจริง และมีผลคำวินิจฉัยอย่างไร ต้องดูในรายละเอียด วันนี้จะพูดอะไรออกไปโดยไม่เห็น มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี เบื้องต้นที่เห็นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ได้ยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน มี 2 ประเด็น คือ 1 &amp;nbsp;การดำเนินการเป็นไปตามหลักข้อกฎหมายที่มีหรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด &amp;nbsp;และ2 เรื่องอายุความ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอคำวินิจฉัยกลางตัดสินอย่างไร ทั้งนี้เมื่อเราได้คำวินิจฉัยกลางที่สมบูรณ์แล้ว จะดำเนินการต่อได้ โดยยึดหลักข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง และยึดผลประโยชน์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ทางกระทรวงจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางอาญาเพิ่มเติม โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวรายละเอียดเยอะต้องใช้เวลาพิจารณา เพราะที่ผ่านมาเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2532 ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนความผิดในการละเมิด อยู่ระหว่างการส่งรายชื่อคณะกรรมการฯ เพื่อแต่งตั้งสอบสวนหาความผิดดังกล่าวมาที่เราให้พิจารณา เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นอำนาจที่เราสามารถแต่งตั้งได้ หากเราเกี่ยวข้องจะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ต้องดูคุณสมบัติของคณะกรรมการด้วยว่ามีความรู้ความสามารถอย่างไรบ้าง&amp;quot; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, สู้คดี, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604acc8e050e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆ &#039;วิษณุ&#039; แจงปมร้อน &#039;โฮปเวลล์-คิงส์เกต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านระบุเป็นความผิดของรัฐบาลที่เอาผลประโยชน์ของชาติไปแลกเพื่อให้ บริษัท คิงส์เกต ถอนฟ้องรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการเจรจา จะพูดอะไรไปมากกว่านี้คงไม่ได้​ เพราะการเจรจายังไม่จบ ส่วนเหตุผลที่ต้องเจรจาเนื่องจากเรื่องนี้อนุญาโตตุลาการมีคำแนะนำตั้งแต่เดือน ก.พ. 2563 ว่าให้ทั้งสองฝ่ายไปเจรจา จากนั้น บริษัทคิงส์เกตได้ยื่นหนังสือมาขอเจรจาและการเจรจาเดินหน้าไปด้วยดี คำวินิจฉัยใดที่ออกมาว่าใครชนะใครแพ้จะต้องจ่ายเงินกี่บาท กี่พัน กี่หมื่น​ กี่แสน ที่ออกมาเป็นเฟกนิวส์ เพราะบาทเดียวยังไม่เสีย แต่ยอมรับว่าค่าทนายต่างคนต่างเสีย ส่วนผลเจรจาจะเป็นอย่างไรต้องมารายงานให้รัฐบาลทราบ และอนุญาโตตุลาการทราบ แต่เวลานี้ยังไม่มีการรายงาน เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะนำไปสู่การฟ้องร้องรัฐบาลที่ทำให้เกิดการเสียหายตามที่ฝ่ายค้านอ้างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่เกิดความเสียหาย เหมือนกรณี โฮปเวลล์ค่าโง่ทางด่วน ต้องขออธิบายซ้ำ​ เพราะอาจฟังไม่ทันหรือไม่เข้าใจ​ เพราะไม่มีกฎหมายในมือต้องอธิบายว่า ตามพ.ร.บ.การรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มี 2 มาตรา คือมาตรา9 มีอายุความ 1 ปี มาตรา 10 มีอายุความ 2 ปี ถ้าพูดถึงอายุความ 1 ปีก็ขาดไปแล้ว ถ้าอายุความ 2 ปีจะครบเดือนเม.ย.นี้ แต่ความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะกรณีละเมิดอาจเป็นการไล่เบี้ย สมมุติ เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำละเมิด แล้วคนฟ้องเจ้าหน้าที่ หรือฟ้องรัฐ รัฐก็จ่ายไปจากนั้นรัฐต้องไปไล่เบี้ยจากต้นเหตุ ตรงนี้ใช้มาตรา 9 มีอายุความ 1 ปีนับตั้งแต่ที่จ่ายเงิน แต่กรณีนี้ยังไม่ได้จ่ายแล้วจะไล่เบี้ยอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรา 10 ที่มีอายุความ 2 ปี หมายความถึงตัวเจ้าหน้าที่ทำละเมิดรัฐเอง เช่นคนของหลวงเอารถหลวงไปใช่ แล้วไปชน ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทำละเมิดต่อรัฐ รัฐต้องฟ้องเจ้าหน้าที่ซึ่งปัญหาโฮปเวลล์&amp;nbsp;อยู่ที่มาตรา 9 แต่รัฐยังไม่ได้จ่ายเงิน อายุความจึงยังไม่เริ่มนับที่ไปไล่เบี้ย แต่ยอมรับที่จ่ายช้าเป็นความเสียหาย เพราะศาลและอนุญาโตตัดสินแล้ว มีค่าดอกเบี้ยเดินวันละ 2 ล้านบาทในขณะที่เราคุยกันอยู่ แต่กระทรวงคมนาคมเห็นว่ายังไม่สมควรจ่ายและมีการตั้งกรรมการสอบเอาไว้ก่อนเพราะถึงเวลา อยากจะจ่ายเพื่อประหยัดดอกเบี้ยอายุความเดินทันทีถ้าไม่สอบสวนไว้ก่อนอาจไม่ทันเป็นเรื่องที่ถูกแล้วทั้งหมดมีเท่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ รัฐบาลเดินมาถูกทางและทำดีที่สุดแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถามก็ต้องตอบอย่างนั้น จะไปบอกว่าทำไม่ถูกได้อย่างไร เมื่อถามว่า​ การฟ้องร้องของกระทรวงคมนาคมอาจต้องยืดเวลาออกไป และจะมีความเสียหายทางดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็คิดว่าเผื่อจะชนะ ถ้าชนะก็ไม่ต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอก แต่เวลานี้อนุญาโตตุลาการตัดสินว่าผิด ศาลปกครองก็ตัดสินว่าผิด​ โดยหลักสมควรต้องจ่าย เมื่อกระทรวงคมนาคมคิดว่ามีช่องทางไปศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่ทราบต้องว่าไปเป็นเรื่องของเขา แต่ยอมรับว่าสุดท้ายแล้วไปกี่ศาลต่อกี่ศาลแล้วยังแพ้ดอกเบี้ยก็เดินไปตลอด แต่สมมติ​ไปถึงจุดหนึ่งเลิก​ ไม่มีคดีและรัฐพร้อมเจรจา​ ก็คงเจรจากันได้ &amp;nbsp;มาคุยกัน​ กำขี้ดีกว่ากำตดดีหรือไม่ เขาคุยกันได้ และทางบริษัทเขาก็แบะท่าว่าพร้อมจะคุย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93431</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ซักฟอก, บ้านพักหลวง, วิษณุ เครืองาม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602df0a8e3573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นเฮือกสุดท้าย!โคตรคดีโฮปเวลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2563 &amp;ndash; ในเวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำ ที่ 107/2552, 2038/2551, 1379/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 366-368/2557 ระหว่าง กระทรวงคมนาคม ที่ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ 2 ผู้ร้อง กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้คัดค้าน (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่) &amp;nbsp;ณ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 หมายเลขแดงที่ 64/2551 ลงวันที่ 30 กันยายน 2551 ที่ให้ผู้ร้องทั้งสองคืนเงินค่าตอบแทนที่ผู้คัดค้านชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการ พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่
ผู้คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องทั้งสองได้มีคำร้องยื่นต่อศาลปกครองกลางขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าศาลปกครองสูงสุดรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด และมีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประเด็นที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งเกี่ยวกับระยะเวลาการใช้สิทธิเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ การเลิกกันของสัญญาพิพาท และการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของผู้ร้องทั้งสองและผู้คัดค้านมีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิพากษาคดีและผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งเรื่องความสามารถของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญานั้น เป็นประเด็นที่ผู้ร้องมิเคยโต้แย้งมาก่อนทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด ซึ่งไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องทั้งสองไม่ทราบถึงเหตุนั้นในการพิจารณา จึงถือมิได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ และประการสุดท้าย การที่ผู้ร้องอ้างว่ามีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 143/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน &amp;ldquo;กรณีโฮปเวลล์&amp;rdquo; ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ซึ่งเอกสารฉบับดังกล่าวผู้ร้องก็มิได้แสดงต่อศาลแต่อย่างใด จึงมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา ผู้ร้องทั้งสองจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db65e2701f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 06:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮด์สปีด EEC : โฮปเวลล์ 2 ???</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62 - &amp;nbsp;นายแก้วสรร อติโพธิ เปิดแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;ไฮด์สปีด EEC : โฮปเวลล์ ๒ ???&amp;quot; ผ่าน&amp;nbsp;www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อตกลงตามร่างเอกสารแนบท้ายสัญญา เรื่องกำหนดส่งมอบพื้นที่นั้นอยู่นอกเหนือข้อกำหนดคัดเลือกเอกชน ร่างแนบท้ายนี้จะมีไม่ได้ ถ้าเปิดไว้จนให้สิทธิเอกชนฟ้องรัฐเรียกค่าเสียหายได้ คณะกรรมการคัดเลือกต้องรับผิดชอบ&amp;rdquo; ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการคมนาคม ๒๕ กันยา ๒๕๖๒ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ว่า กลุ่มกิจการร่วมค้า CP และพันธมิตร ( CPH ) &amp;nbsp;จะยอมลงนามในสัญญา ตามที่รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม ขีดเส้นตายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมลองฟังคำชี้แจงของฝ่าย CP ในทีวี TNN แล้ว &amp;nbsp; เขาบอกว่าเขาติดอยู่ ๑ เรื่องที่สำคัญจริงๆ &amp;nbsp; คือขอให้มีการส่งมอบพื้นที่ให้เขาทำงานได้เสร็จในกำหนด ๕ ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันมีความเสี่ยงอะไรมากมาย ถึงยังไม่ยอมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัญญานี้เป็นสัญญาร่วมลงทุนรัฐกับเอกชน ( PPP ) &amp;nbsp; ให้เอกชนลงทุนไปก่อนทั้งหมด ต้องสร้างให้เสร็จพร้อมให้บริการใน ๕ ปี เป็นเงินกว่า ๒ แสนล้าน &amp;nbsp; ขึ้นปีที่ ๖ เมื่อเสร็จโครงการแล้ว ฝ่ายรัฐถึงจะมาจ่ายเงินร่วมลงทุนในส่วนของตน ให้ CPH แสนล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเอกชนก็บริหารโครงการเดินรถเก็บรายได้ไป ๕๐ ปี ก็เป็นอันเสร็จสิ้นสัญญา&amp;nbsp;
สัญญาอย่างนี้เมื่อเริ่มนับ ๑ แล้ว &amp;nbsp;ถ้าการรถไฟส่งมอบพื้นที่ให้เขาไม่ได้ตามแผนเอกชนก็เจ๊งได้ &amp;nbsp; ทิ้งเป็นเสาค้างโด่เด่ ไปตลอดแนวจาก ดอนเมือง ไปสุวรรณภูมิ ยาวไปจนถึงอู่ตะเภาเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้ถึงมีการตกลงกันเป็นร่างแนบท้ายว่า &amp;nbsp; ลงนามแล้วก็ขอเวลาสำรวจและเจรจา ทำแผนรื้อย้ายผู้บุกรุก ( ๕๑๓ ราย)-เวนคืน( ๘๕๐ ไร่)-ย้ายเสาไฟแรงสูง-ท่อก๊าซรายทาง &amp;nbsp;ทำแผนจนเกิดเป็นแผนส่งมอบพื้นที่ และแผนก่อสร้างที่สอดคล้องกันก่อน พื้นที่ส่วนใดพอมีแผนลงตัวและส่งมอบได้แล้ว ก็เริ่มนับเวลา ๕ ปีได้ &amp;nbsp; ทยอยทำแผนและส่งมอบกันไปเป็นส่วนๆอย่างนี้ให้หมดสิ้นใน ๑ ปี นับแต่วันลงนามในสัญญา &amp;nbsp; โครงการส่วนต่างๆก็จะถูกก่อสร้าง และส่งมอบจนแล้วเสร็จได้ทั้งหมด ส่วนไหนจะช้าจะเร็วก็แล้วแต่สภาพปัญหาที่ยากง่ายต่างกันเป็นเฉพาะพื้นที่ไป &amp;nbsp; นี่คือข้อเจรจาที่ยุติกันในระดับผู้ปฏิบัติแล้ว &amp;nbsp;แต่ระดับรัฐมนตรีไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ใช่ไหมครับ &amp;nbsp;ที่รัฐมนตรีคมนาคมบอกว่าเป็นข้อตกลงนอกกรอบข้อกำหนดคัดเลือกเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ &amp;nbsp; รองนายกฯอนุทินสำทับเลยว่า ให้นับ ๑ ทันทีที่ลงนาม &amp;nbsp;กำหนดส่งมอบที่ดินทั้งหมดให้ ใน ๒ ปี &amp;nbsp;ถ้าเกิน ๒ ปี &amp;nbsp; ก็ขยายเวลาในสัญญาได้ &amp;nbsp;นี่ถ้าเงินไม่พอท่านรองฯ ท่านยังให้สัมภาษณ์เกทับไปอีกว่า ถ้ายังมีปัญหาท่านจะช่วยออกค่าทุบเสาโฮปเวลล์ ช่วงดอนเมือง-มักกะสัน ๒๐๐ ล้านบาท ให้ด้วยก็ได้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คราวบริษัทซีโนไทยของรองฯอนุทิน รับเหมาทำแอร์พอร์ตลิงค์สมัยรัฐบาลทักษิณ การรถไฟก็ส่งมอบพื้นที่ล่าช้าไป ๒ ปี &amp;nbsp;คราวซีโนไทยสร้างรัฐสภา &amp;nbsp; รัฐสภาก็ส่งมอบพื้นที่ล่าช้าไปปีครึ่ง ท่านรองฯท่านจึงคิดและคุ้นกับการขยายเวลา ต่อสัญญาอยู่แล้วแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเป็นโครงการที่รัฐลงทุนฝ่ายเดียว &amp;nbsp;ซีโนไทยรับเหมาก่อสร้างเท่านั้น &amp;nbsp;ช้าไปเท่าใดรัฐก็ล่าช้าเสียหายเป็นเงินจมเปล่า &amp;nbsp;ส่วนผู้รับเหมานอนเกาพุงสบายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสัญญาไฮด์สปีดอีอีซีกับ CPH นี้เป็นสัญญาร่วมลงทุนแถมยังให้เอกชนลงทุนไปทั้งหมดก่อนเสียด้วย &amp;nbsp;ซึ่งช้าติดขัดไปเท่าใดเขาก็เสียดอกเบี้ยเสียค่าเตรียมการไปมากมาย &amp;nbsp;ยิ่งถ้าส่งมอบที่ดินให้เขาเป็นฟันหลอก่อสร้างไม่ได้เต็มที่ จน ๕ ปีไม่เสร็จ เขาก็ถูกปรับอีกวันละ ๙ ล้านบาท เงินก้อนที่จะได้จากรัฐก็ล่าไปอีก.. ก็ชิบหายกันพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ากลุ่ม CPH ยอมลงนามตามรัฐบาล โอกาสชิบหายก็มีมากสิครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระดับมาตรฐานความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมว่าผู้บริหารซีพีกับ อิตาเลียนไทย เขาต้องคิดหนักมากๆทีเดียวในการตัดสินใจครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงถูกผิดอยู่ที่ตรงไหนครับนี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัญญาร่วมลงทุนเอกชนกับรัฐ &amp;nbsp; มันไม่ใช่สัญญาจ้างเหมานะครับ &amp;nbsp;แต่เป็นสัญญาร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จร่วมกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกำหนดที่ประกาศคัดเลือก ก็ไม่ใช่ TOR ที่ตกลงเจรจากันเพิ่มเติมไม่ได้ &amp;nbsp;มันเป็นคำเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอ ( Request for Proposal ) เท่านั้น ยังเปิดช่องให้เจรจาได้ในหลายเรื่อง &amp;nbsp; การเจรจาต้องระวังแต่เพียงว่า อย่าให้ฝ่ายที่ได้ที่สองคือฝ่ายซีโนไทยที่นอนรออยู่ เขาเสียเปรียบเท่านั้น
เฉพาะเรื่องหลักประกันความเสี่ยงในการส่งมอบที่ดินให้ต่อเนื่องนี้ &amp;nbsp;ผมว่าสามารถเจรจาให้ชัดเจนให้การรถไฟต้องรับผิดชอบในความเสี่ยง จนผูกมัดเป็นข้อตกลงแนบท้ายสัญญากันได้ครับว่า &amp;nbsp;รัฐจะรับจัดการความเสี่ยงส่วนนี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าทำไม่ได้จริงก็ต้องเสียค่าโง่ อย่างที่รัฐมนตรีศักดิ์สยามท่านเตือนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่าโง่สิครับ &amp;nbsp;วางแผนให้เป็นไปได้แล้วทุ่มเททำทุกวันให้สำเร็จตามแผนให้ได้ &amp;nbsp;ควรต้องยอมลงเงินชดใช้ชดเชยชาวบ้านเขาให้คุ้ม &amp;nbsp;หน้าไหนบุกรุกเข้ามาอีกก็จับส่งศาลติดคุกทันตาเห็นเลย &amp;nbsp;ทำจริงๆก็ทำได้นะครับ &amp;nbsp;มันอยู่ที่จะยอมรับไหมว่าเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงส่วนที่รัฐต้องรับผิดชอบ เพื่อความลุล่วงของงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะยุติกันได้อย่างไรครับ ฟังแล้วดูจะเถียงกันยังไงก็ได้ แล้วแต่ว่าใครจะถือหางใครเท่านั้นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความยุติธรรม&amp;rdquo;มันไม่ใช่รสนิยมนะครับคุณครับ..การตกลงแบ่งปันความเสี่ยงกันอย่างเป็นธรรมเช่นเป็นหุ้นส่วนกันนี้ กฎหมายร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนของไทย ปี ๒๕๖๒ ได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรา๖ การดําเนินการภายใต้พระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ของ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน &amp;nbsp;ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ความสอดคล้องกับแผนการจัดทําโครงการร่วมลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน &amp;nbsp;ซึ่งต้องมีการจัดสรรความเสี่ยงและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่เอกชนอย่างเป็นธรรมโดยคํานึงถึงความสําเร็จของโครงการร่วมลงทุน และความคุ้มค่าในการดําเนินโครงการร่วมลงทุน ....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ายอมตามเอกสารแนบท้ายชุดปัจจุบัน ที่ให้ CPH ลงนามไปก่อนแล้ว แล้วถึงเริ่มนับอายุสัญญาตามการส่งมอบที่ดินแต่ละส่วนภายใน ๑ ปีอย่างนี้ &amp;nbsp;โครงการก็ต้องช้าไปอีก ๑ ปี &amp;nbsp;แล้วอย่างนี้ไม่ถือว่าขัดต่อสาระสำคัญของข้อกำหนดหรือครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงจุดการขยายเวลาแล้วแยกกำหนดแล้วเสร็จเป็นส่วนๆอย่างนี้ ผมว่าฝ่ายรัฐบาลน่าจะถูกต้องนะครับว่าแยกไม่ได้และให้เวลา ๕ ปี ล่าช้าออกไปไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าไปแล้วเวลาเจรจาที่ผ่านมา ๔ เดือนเข้าแล้วนี่ &amp;nbsp;ถ้าร่วมมือกันพัฒนาแผน รื้อย้าย เวนคืน ส่งมอบ แล้วปรับเป็นแผนก่อสร้างจนลงตัวเป็นแผนแนบท้ายสัญญา ลงนามแล้วนับ ๑ ได้เลยนี่ &amp;nbsp; ก็ควรจะทำได้และน่าจะเสร็จพร้อมลงนามได้แล้วด้วย ในความเห็นผม ผมว่านี่คือทางออกที่เป็นไปได้และควรจะเป็นว่า &amp;nbsp;แผนส่งมอบต้องมีเป็นข้อตกลงแนบท้ายสัญญา แต่กำหนด ๕ ปีนั้นขยายไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริงการรถไฟน่าจะลงทุนทำแผนนี้ไว้ในมือตั้งแต่แรกเลยก็ไม่ทำ ทำงานระดับโลกด้วยความรับผิดชอบและฝีมือระดับ อบต.นี่ มันไปไม่ไหวหรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซ้ำด้วยอำนาจนิยมของรัฐมนตรีไทยอีก &amp;nbsp;โครงการนี้ ก็ตายแน่ๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้เห็นชัดว่า..ความคิดและวัฒนธรรมในบ้านเมืองคือตัวชี้ขาดความสำเร็จจริงๆครับ &amp;nbsp;แถมด้วยปัญหาประโยชน์ทับซ้อนอีกต่างหาก &amp;nbsp;
วิธีคิดวิธีทำที่ด้อยพัฒนาอย่างนี้..ผมว่าในที่สุดแล้วชาวไทยเราจะไม่ได้ระเบียงเศรษฐกิจอะไรหรอกครับ เราจะได้โฮปเวลล์ ๒ เป็น &amp;ldquo;ระเบียงเสารถไฟไฮด์สปีดภาคตะวันออก&amp;rdquo; เสียมากกว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46789</URL_LINK>
                <HASHTAG>EEC, แก้วสรร อติโพธิ, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อนุทิน”ใจป้ำควักเงินส่วนตัว200ล้านทุบเสาโฮปเวลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.
คมนาคมเปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงิน 2.2 แสนล้านบาทว่า การเจรจาสัญญาโครงการฯ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)และกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งจำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ยังมีประเด็นเรื่องการทุบเสาโฮปเวลล์เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้าง โดยต้องหาผู้รับผิดชอบว่า ใครต้องเป็นผู้ทุบเสาโฮปเวลล์ระหว่าง รฟท.และ CPH

สำหรับกรณีที่ เอกชนมีความกังวลในเรื่องการรื้อย้ายสาธารณูปโภคนั้น ใน RFP กำหนดไว้ชัดเจน และเอกชนจะต้องศึกษารายละเอียดก่อนที่จะยื่นประมาณ จึงไม่ทราบหรือไม่รู้ ไม่ได้รวมถึงกรณีค่ารื้อถอน เสาตอม่อโฮปเวลล์ ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ที่กำหนดเงื่อนไขว่าเป็นความรับผิดชอบของเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นข้อติดขัดที่กลุ่ม CPH ยังเจรจาไม่ยุติ และทำให้ยงลงนามสัญญาไม่ได้

&amp;ldquo;รองนายกฯอนุทิน กล่าวว่า กรณีค่ารื้อถอน เสาตอม่อโฮปเวลล์ ประมาณ 200 ล้านบาท หากเอกชนมีปัญหาติดขัด จนทำให้กระทบต่อการดำเนินโครงการ พร้อมที่จะใช้เงินส่วนตัวจ่ายค่ารื้อถอนเสาตอม่อโครงการโฮปเวลล์ให้ โดยถือว่าเป็นการออกให้เป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวได้เสนอต่อที่ประชุมให้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ทำตารางแยกเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารการคัดเลือกเอกชน หรือ REQUEST FOR PROPOSAL (RFP) แต่ละข้อ และทำข้อมูลความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ในแต่ละเรื่อง ให้ชัดเจน รวมถึงผลการเจรจาแต่ละข้อ ว่าได้มีข้อยุติแล้วอย่างไร การแยกหัวข้อใน RFP ทำออกเป็นตาราง เพื่อให้เห็นชัดเจน ว่าแต่ละเงื่อนไขเป็นอย่างไร ให้สรุปเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 26 ก.ย. นี้

อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกต ไปว่าต้องไม่มีอะไรที่นอกเหนือ จากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารการคัดเลือกเอกชน (RFP) และหากใครเขียนเพิ่มเติมไป ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะต้องไม่มีค่าโง่ และหากเลยกำหนดการยืนราคา วันที่ 7 พ.ย. 2562 แล้วยังไม่แล้วเสร็จ ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46643</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกุล, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89f28b51814.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
