<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น” เยี่ยม รร.วัดรางบัว ตรวจความพร้อม มาตรการป้องกันโควิด  รับเปิดเรียนวันแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.พ.64- เมื่อเวลา 7.25 น. ที่โรงเรียนวัดรางบัว - นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนดังกล่าว โดยโรงเรียนวัดรางบัว เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียน 354 คน ถือเป็นโรงเรียนขนาดกลาง โดยมีนายธีระยุทธ ศรีปิยะรัตนกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดรางบัวให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า ภาพรวมการเปิดเรียนวันที่ 1 กุภาพันธ์โรงเรียนทุกแห่ง มีการคุมเข้มมาตรการป้องการโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งตนมั่นใจว่าทุกโรงเรียนมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการมาตรการอยู่แล้วจากประสบการณ์การรับมือการระบาดของโควิดในรอบแรก ส่วน 4 จังหวัดเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการนั้น เรายังใช้มาตรการสลับวันเรียนและจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 25 คนต่อห้อง จัดห้องเรียนเว้นระยะห่างทางสังคม ตรวจวัดไข้ และจัดบริการเจลล้างมือทุกจุดภายในสถานศึกษา ซึ่งขอให้โรงเรียนยึดมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ปกครองบางส่วนที่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์หากยังไม่อยากให้บุตรหลานมาเรียนก็ให้โรงเรียนบริหารจัดการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์หรือให้ใบงานทำจากที่บ้านแทน ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตนี้ ตนขอให้ครูทุกคนอดทน เพราะครูจะต้องรับภาระการสอนอย่างหนัก แต่ขอให้เราร่วมมือกัน เพื่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียน เนื่องจากโรงเรียนหยุดได้แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับประเด็นที่เด็กนักเรียนคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่โรงเรียนอยู่ในพื้นที่ กทม. โดยบ้านของเด็กห่างจากโรงเรียนเพียงไม่กี่กิโลเมตรนั้น เรื่องนี้อยู่ที่โรงเรียนเป็นผู้บริหารจัดการ เพราะมาตรการจะกำหนดพื้นที่แบ่งโซนสีควบคุมไว้อยู่แล้ว ว่า มีพื้นที่ไหนบ้าง ซึ่งคนคิดว่าโรงเรียนจะยึดความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ว่า มีเสียงสะท้อนเรื่องการเรียนออนไลน์ของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่ เนื่องจากมีกรณีผู้เรียนระดับอุดมศึกษาเรียนออนไลน์แล้ว เกิดความเครียดจนนำไปสู่การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า ศธ.มีเสียงสะท้อนเรื่องการเรียนออนไลน์ใน 2 รูปแบบ คือ เป็นการเรียนรู้มากขึ้น กับ ต้องการมาเรียนในห้องเรียนกับครูผู้สอนมากกว่า ซึ่งตนจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการเรียนออนไลน์มาประมวลผลในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ เพราะโลกการเรียนในอนาคตจำเป็นต้องจัดการเรียนในรูปแบบผสมผสาน อีกทั้งโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะต้องเพิ่มทักษะการเรียนรู้ให้เด็กอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธีระยุทธ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำนักเรียนในเรื่องการรักษาระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงการเดินทางระหว่างเปลี่ยนคาบเรียนจะต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งนี้ทางโรงเรียนของเราไม่จำเป็นต้องมีการจัดกลุ่มนักเรียน เพื่อเรียนสลับวัน เนื่องจากโรงเรียนวัดรางบัวมีนกเรียนประมาณ 20 กว่าคนต่อห้องเรียน พร้อมกันนี้ ตนยังได้สั่งการให้มีการลดเวลาเรียนในแต่ละคาบให้เหลือ 50 นาทีต่อคาบ เพื่อไม่ให้กลุ่มนักเรียนต้องใช้เวลาอยู่ในชั้นเรียนนานเกินไป รวมถึงมีข้อสั่งการให้งดกิจกรรมลูกเสือ กีฬาสี และการจัดค่ายกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นตนคิดว่าผู้ปกครองน่าจะมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานการณ์โควิด-19 ของโรงเรียนได้ ส่วนการเรียนออนไลน์ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนสามารถจัดได้อย่างเป็นระบบ แต่ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากนักเรียนส่วนใหญ่ ว่า มีความต้องเรียนในรูปแบบชั้นเรียนมากกว่า โดยทางโรงเรียนวัดรางบัวจะมีการสอบกลางภาคในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, โรงเรียนวัดรางบัว, โึควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017951b17662.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.ประกาศปิดรร.และสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับ 28 จังหวัดด้วยเหตุพิเศษ 4-31 ม.ค.64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

2ธ.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ เนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในหลายพื้นที่ในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียน นักศึกษา ที่จะได้รัลผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว อีกทั้งเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและลดโอกาสการแพร่ระบาดใหม่ของโรค COVID-19 จึงให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กำหนดใน 28 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร และระนอง ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 ถึง วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี ศบค.ประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มเติม ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจสั่งการให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษเพิ่มเติมทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษดังกล่าว ให้ส่วนราชการต้นสังกัด กำหนดแนวทางจัดการเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ เช่น การสื่อสารแบบทางไกล หรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ สถานศึกษาอาจจัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงาน หรือมอบงานตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88610</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., #โควิด-19, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปิดโรงเรียน, โึควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff059949425d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.สั่งทุกจังหวัดเปิดศูนย์ EOC โควิด   เครียมพร้อม รับมือสถานการณ์ ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5ธ.ค.63- &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมทางไกลศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ว่า โรคโควิด 19 ยังมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ไทยเราต้องเตรียมความพร้อมรับมือ ซึ่งขณะนี้เราพบผู้ป่วยโควิด 19 ที่ลักลอบข้ามพรมแดนธรรมชาติจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่สามารถนำเข้ารับการกักตัว ดูแลรักษา ติดตามผู้สัมผัสได้ครบ &amp;nbsp;พร้อมกำชับให้เข้มข้นมาตรการป้องกันควบคุมโรคพื้นที่ชายแดนรวมทั้งให้กรมควบคุมโรควิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อป้องกันโอกาสการนำเชื้อเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคโควิด 19 &amp;nbsp;พร้อมปฎิบัติตามข้อสั่งการ ดังนี้ 1.ติดตามและประเมินสถานการณ์ภายในจังหวัด 2.เตรียมความพร้อมโรงพยาบาล เวชภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และบุคลากรด้านการรักษาพยาบาล 3.เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคปอดบวมและผู้ป่วยในคลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI) ตามเกณฑ์ของกองระบาดวิทยาอย่างเคร่งครัด 4.ส่ง อสม.เคาะประตูบ้านแจ้งข่าวประชาชนและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชนพร้อมขอความร่วมมือ 5.เปิดสายด่วน (Call Center)ให้กลุ่มเสี่ยงรายงานตัว 6.แนะนำมาตรการต่างๆ ต่อประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด รวมทั้งกำกับให้สถานประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานบันเทิง ต้องให้ความรู้และให้กำลังใจ เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคได้ตามมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้กำลังใจทั้งประชาชนและบุคลากร อย่าประมาท การ์ดอย่าตก ส่วนกลางพร้อมสนับสนุนการทำงานทุกๆด้านให้แก่จังหวัด เราได้สำรองเวชภัณฑ์ เช่น หน้ากากอนามัย ชุด PPE ยา ฯลฯ ไว้สนับสนุนพื้นที่ หากสำรวจแล้วมีไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนที่กองสาธารณสุขฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86047</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., ศูนย์ EOC, โึควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201205/image_big_5fcb5a868b654.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
