<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบางกลอยยันไม่ย้ายกลับมาลงมา ขอพื้นที่ทำกิน 36 ครอบครัว ส่งตัวแทนเจรจา 25 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) มีการเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน ใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน โดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภา ได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะ พาชาวบ้านกลับออกจากป่า เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไร นายนอแอ๊ะ ยืนยันว่า จะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง&amp;nbsp;แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาพื้นที่บางกลอยล่างโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประเสริฐ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่าพวกเขามีสิทธิที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ครอบครัว ต้องการทำไร่หมุนเวียนครอบครัวละ 15 ไร่ และต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัด แนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่า ถ้าทำตามความต้องการ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ครอบครัวจริง จะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า&amp;nbsp;5,400&amp;nbsp;ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้อง ขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่น ด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้ โดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายประเสริฐ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า เขาไม่ได้ทำกินบนหมู่บ้านบางกลอย แต่ลงไปทำงานรับจ้างก่อสร้างตามจังหวัดต่างๆ แต่หลังจากประสบปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;ระบาด รอบแรก จึงกลับมาที่บางกลอย และพบว่าครอบครัวมีเพียงฝ่ายแม่เท่านั้น ที่มีที่ดินปลูกบ้าน แต่ไม่มีที่ดินทำกิน พวกเขาจึงปรึกษากับอีกหลายครอบครัว เพื่อกลับขึ้นมาทำกินบนพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ถามว่า ถ้าชาวบ้านคนอื่นในจังหวัดเพชรบุรี ต้องการขึ้นมาทำกินเหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ ทำได้หรือไม่ เพราะยังมีชาวบ้านในจังหวัดเพชรบุรี หลายคนหลายครอบครัว ที่ต้องการที่ดินทำกิน นายประเสริฐ บอกว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทั้งสองฝ่ายพูดคุยแลกเปลี่ยนกันราว 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;น.ส.เนตรนภา ได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่าง ในวันพฤหัสที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;ซึ่งฝ่ายอุทยานฯจะส่งตัวแทน มาเจรจากับฝ่ายชาวบ้าน เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆพร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบน จะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่า จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก&amp;nbsp;38&amp;nbsp;คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน เป็น&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คน โดยการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯทราบว่าทั้งหมด&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คนจะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงฯ ที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล กล่าวอีกว่า ระหว่างช่วงสุญญากาศคือก่อนวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.เจ้าหน้าที่ จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่า และล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิด ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจ ที่ผืนป่าที่กำลังจะเป็นมรดกโลก ต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรก มีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ ยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่า โดยเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ชาวบ้านบางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035f985f2410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวก ทส.ฉีกข้อตกลง ชาวบ้านไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข จี้สอบเบื้องหลังยุทธการจับชาวบางกลอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.64 - ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่รัฐประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กองร้อย ตชด.144 ทหาร ฉก.ทัพพระยาเสือ ทหารรบพิเศษที่ 1 แก่งกระจาน กองกำกับการ 5 บก.ปทส. กองร้อยน้ำหวาน อช.แก่งกระจาน กองการบิน ทส. หน่วยฯ พญาเสือ สำนักป้องกันฯ กรมอุทยานฯ ได้สนธิกำลังเปิด &amp;ldquo;ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับกุมชาวบ้านบางกลอยจำนวน 7 คนที่อพยพกลับถิ่นฐานเดิมในหมู่บ้านบางกลอยใจแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ ดอกลำไย หนึ่งในคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอยู่ระหว่างลงพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง กล่าวว่า จริงๆแล้วชาวบ้านบางกลอยยังอยู่ในเงื่อนไขของการตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาลว่า ในช่วงของการค้นหาข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ภายใน 45 วัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จ ก็ได้มียุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า สิ่งที่อุทยานฯนำมาเป็นอ้างคือชาวบ้านทำผิดเงื่อนไข 2 ข้อคือเรื่องขยายพื้นที่ไร่หมุนเวียนและมีการเผาไร่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในข้อตกลง แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือชาวบ้านก็ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขใดๆ ข้อมูลที่อุทยานฯนำมาแถลงโดยที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส. กล่าวหาว่าขยายพื้นที่นั้น จริงๆแล้วข้อตกลงที่ทำร่วมกันทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งก่อนหน้าที่ชาวบ้านจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล ได้ถางไร่แปลงสุดท้ายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ แต่อุทยานฯอ้างว่าถางใหม่เพราะเอาข้อมูลที่เคยถ่ายภาพไว้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม มาเปรียบเทียบกับข้อมูลเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ส่วนเรื่องการเผาไร่นั้นก็เป็นกระบวนการหนึ่งของการทำไร่หมุนเวียน เท่าที่ดูแปลงที่เผาเป็นแปลงที่ถางมาเป็นเดือนเศษและมีไม้แห้งแล้ว ชาวบ้านต้องเผาเพราะหากฝนตกก็เผาไม่ได้และทำการปลูกข้าวไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีความพยายามเชื่อมโยงชาวบ้านบางกลอยว่ามีการกระทำความผิด 2-3 เรื่อง เช่นคดีมีการจับลูกตะกั่วได้ ทั้งๆที่คนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปเลย ที่สำคัญคือใครทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีเป็นรายไป มันไม่เกี่ยวกับชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปเลย เช่นเดียวกับคดีพบซากเก้ง ถึงตอนนี้พนักงานสอบสวนก็ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ และชาวบ้านบางกลอยต่างก็ยืนยันว่าพวกเขาไม่ทำผิดเช่นนั้นเด็ดขาดเพราะรู้ว่าถูกจับจ้องอยู่ หากทำเช่นนั้นก็เสียความชอบธรรม&amp;rdquo;นายประยงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า ปฎิบัติการยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรครั้งนี้ ได้มีผู้บริหารระดับสูงในพื้นที่แจ้งข่าวกับชาวบ้านให้กลับลงมาภายในเวลา 18.00 น.ของวันนี้ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เช้า 8.00 น.เป็นต้นมาได้มีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ขนกำลังเจ้าหน้าที่ไปยังบางกลอยบน สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่อุทยานฯพูดกับชาวบ้านนั้น ไม่สามารถเชื่อถือได้เลย ที่สำคัญเรื่องนี้ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของคณะทำงานฯเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯพูดกับชาวบ้านไว้เสียงดังฟังชัดว่า เขาไม่สนใจข้อตกลงที่ทำไว้แล้วเพราะเลยจุดนั้นมาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าอำนาจของฝ่ายบริหาร ทั้งรัฐมนตรี ทส.และอธิบดีกรมอุทยานฯ ไม่มีความหมายอะไรเลย ในปฎิบัติการที่บอกว่าใช้เจรจาแต่กลับขนเจ้าหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปจำนวนมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการข่มขู่คุกคามชาวบ้านอย่างมาก คณะทำงานที่มีทั้งผู้แทนสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แทนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร สิ่งที่พวกเรากำลังการศึกษากันอยู่จะมีความหมายหรือ ก็ในเมื่อแม้แต่ข้อตกลงที่รัฐมนตรีลงนามไว้แล้ว ยังไม่ได้รับความสนใจ เราคงต้องกลับไปเริ่มต้นเจรจากันใหม่ ขณะนี้ขบวนการภาคประชาชนทั้งพีมูฟ และกลุ่ม saveบางกลอย ต่างก็รู้สึกไม่เชื่อถือในวุฒิภาวะของรัฐมนตรี ทส.ในการบริหารกระทรวงและดูแลปัญหาของประชาชน&amp;rdquo; นายประยงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวถึงการที่เจ้าหน้าที่นำตัวชาวบ้านลงมาและจับกุมตั้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานโดยเข้าไปในเขตอุทยานฯไม่ได้รับอนุญาต ว่าการปฎิบัติการเช่นนี้ยิ่งก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน คือคณะทำงานฯ ทำหน้าที่ค้นหาปัญหาเต็มที่ หากต่อไปจัดทำเป็นข้อเสนอแล้วจะได้รับการตอบสนองอย่างจริงจังหรือไม่ ถ้าไม่ได้รับการสนองก็เป็นมวยล้ม ซึ่งขณะนี้ส่อว่าจะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้ยุติการอพยพชาวบ้านก่อนโดยเราได้ทำหนังสือถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งยุติการดำเนินการเพราะกระทบต่อการแก้ไขปัญหา และขอให้มีการสืบสวนสอบสวนเบื้องหน้าเบื้องหลังของยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า ข้อค้นพบที่มาลงพื้นที่ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้เห็นถึงขยะที่ซุกไว้ใต้พรมเยอะพอสมควร ทั้งเรื่องการสำรวจที่ดินทำกินและการปฎิบัติการอพยพชาวบ้านเมื่อปี 2554 ที่มีข้อมูลบางส่วนไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง แม้แต่การอพยพเมือปี 2539 ชาวบ้านก็ไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินตามสัญญา และเกินร้อยละ 50 เป็นที่ดินที่ทำกินไม่ได้เพราะความอุดมสมบูรณ์ต่ำ นอกจากนี้ยังพบว่าการอพยพปี 2554 ไม่ได้มีการจัดสรรพที่ดินให้ชาวบ้านที่กลับลงมาเลย ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องที่ลงมาปี 2539 ทำให้บ้านบางหลังอยู่กัน 2-3 ครอบครัวจนแน่นเหมือนสลัม ทุกครัวเรือนต้องซื้ออาหารกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อมูลที่อ้างว่าชาวบ้านมีรายได้ดี 3 แสนบาทต่อครัวต่อปี หรือตกเดือนละ 3 หมื่นบาทนั้น ข้อเท็จจริงคือชาวบ้านร้อยละ 80 อยู่ในโครงการสวัสดินการแห่งรัฐซึ่งต้องมีรายได้ไม่เกิน 3 พันบาทต่อเดือนแล้ว แล้วข้อมูลตัวเลขนี้มาจากไหน มีบางฝ่ายพยายามให้ข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์เพื่อปกปิดบาดแผล เช่น เรื่องการจัดที่ดินในอดีต บอกว่าจัดให้หมดแล้ว พอขอดูแปลงที่ดินเขาก็ไม่มีหลักฐาน&amp;rdquo; นายประยงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันในหลายพื้นที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมให้กำลังชาวบ้านบางกลอย ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานได้ร่วมกันเปิดยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรและจับกุมชาวบ้าน โดยการจุดเทียนและเปิดแฟลชโทรศัพท์ ทั้งที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนที่มาชุมนุมต่างวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯนอกจากนี้ที่บริเวณหน้าหอศิลป์ ยังได้มีการเผาหุ่นนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ประยงค์ ดอกลำไย, วราวุธ ศิลปอาชา, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033b090d3035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯแก่งกระจาน แจงตั้งด่านตรวจคัดกรองโควิด หลังชาวบางกลอยรวมตัวประท้วงวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ อช.แก่งกระจาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจับกุมนายตรีภพ ปราณดุก อายุ 35 ปี ชาวกระเหรี่ยง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรีจำนวน 1 ราย&amp;nbsp;พร้อมด้วยของกลาง&amp;nbsp;1.ดินประสิวบรรจุในถุงพลาสติก&amp;nbsp;จำนวน 5 ถุงๆละ 1 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ลูกตะกั่วลักษณะคล้ายเครื่องกระสุนปืนจำนวนมากน้ำหนักรวมกว่า 6 กิโลกรัม ที่บรรจุอยู่ภายในกระสอบปุ๋ยสีขาว&amp;nbsp;ซุกซ่อนปะปนมากับข้าวสารและอาหารแห้งบริเวณท้ายรถยนต์กระบะ&amp;nbsp;3.รถยนต์กระบะตอนครึ่ง สีเทา ยี่ห้อมิตซูบิชิ&amp;nbsp;ป้ายทะเบียน&amp;nbsp;&amp;ndash;บม 2931 เพชรบุรี จำนวน 1 คัน&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ตามปกติ&amp;nbsp;รวมทั้งตรวจคัดกรอง และให้ลงชื่อผู้ผ่านเข้า-ออกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด 19&amp;nbsp;ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.6 (เขามะเร็ว) ม.3 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้พบกับรถยนต์กระบะสีเทา 1 คันขับเข้ามา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบบุคคลจำนวน 5 คน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้บุคคลทั้งหมดลงจากรถ ลงมาคัดกรองและลงชื่อผู้ผ่านเข้า-ออกเขตอุทยานฯ ตามมาตรการป้องกันการป้องกันฯโควิด และสอบถามถึงสาเหตุของการผ่านเข้า&amp;ndash;ออกพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่ง 5 รายได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะนำข้าวสารและอาหารแห้งเข้าไปส่งที่ธนาคารข้าวภายในหมู่บ้านบางกลอย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp;พบด้านหลังรถกระบะบรรทุกข้าวสาร อาหารแห้ง และอุปกรณ์ต่างๆมาเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบ พบของกลางเป็นดินประสิวบรรจุในถุงพลาสติกจำนวน 5 กิโลกรัม&amp;nbsp;ลูกตะกั่วที่มีลักษณะที่คล้ายเครื่องกระสุนใช้กับอาวุธปืนแก๊ป หรืออาวุธปืนไทยประดิษฐ์น้ำหนักกว่า 6 กิโลกรัม ตามที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้ดำเนินการตรวจยึดได้พร้อมอาวุธปืนแก๊ป/อาวุธปืนไทยประดิษฐ์อยู่เป็นประจำ ซุกซ่อนปะปนมากับข้าวสารและอาหารแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกประวัติ นายตรีภพ ปราญดุ อายุ 35 ปีไว้ก่อนปล่อยตัวไป พร้อมตรวจยึดของกลาง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อตรวจสอบของกลางว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp;ถ้าเข้าข่ายผิดกฎหมายจะเรียกตัว นายตรีภพ มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก&amp;nbsp;ลูกตะกั่ว และดินปืนที่พร้อมใช้งานซากเก้ง สมบูรณ์อวัยวะส่วนต่างๆครบถ้วน น้ำหนัก 17 กก. มีร่องรอยรูที่เจาะทะลุด้วยกระสุนปืนบริเวณคอด้านขวา 1 นัด จำนวน 1 ตัว และอุปกรณ์การกระทำความผิดร่วม 7 รายการ&amp;nbsp;ขณะเดินลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่อุทยาน โดยผู้ต้องหาได้อาศัยความชำนาญเส้นทางในป่าวิ่งหลบหนีไปในความมืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเกิดเหตุการณ์มีชาวบ้านบางกลอยจำนวน 14 คนมารวมตัวกันที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.6 (เขามะเร็ว) ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp;พร้อมถือป้ายประท้วงขอให้เจ้าหน้าที่ยุติการสกัดการขนส่งเสบียง รวมถึงการตั้งจุดสกัดเดิม และที่จุดเพิ่มเติมขึ้นมาทั้งหมดในพื้นที่อุทยานฯ&amp;nbsp;โดยชาวบ้านอ้างบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกอย ใจแผ่นดิน ระหว่างตัวแทนรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม&amp;nbsp;ภาคีSAVEบางกลอย และชาวกะเหรี่ยงบางกลอย&amp;nbsp;ใน 6 ข้อเรียกร้องตามบันทึกข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ชี้แจงกับชาวบ้านว่า&amp;nbsp;บริเวณดังกล่าวเป็นด่านตรวจถาวรของอุทยานฯ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติ&amp;nbsp;เนื่องจากมีการประกาศปิดการท่องเที่ยวตามมาตรการป้องกันโรคโควิด&amp;nbsp;ที่บริเวณหน่วยมะเร็ว&amp;nbsp;จึงต้องมีการตรวจคัดกรองและลงชื่อผู้ผ่านเข้าออก พร้อมทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติ&amp;nbsp;พบว่าเป็นเหตุเข้าใจคลาดเคลื่อนโดยกลุ่มชาวบ้านยินดีและยินยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบ และแนวทางปฏิบัติของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อนแยกย้ายกันกับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93435</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602dfb6f558f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวบางกลอย&#039; ชวน &#039;ทราย&#039; ไปกินข้าวที่ใจแผ่นดิน ขอบคุณช่วยเหลือดูแลช่วงปักหลักหน้าทำเนียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก โพควา โปรดักชั่น โพสต์ข้อความว่า ชาวบ้านบางกลอยชวน ทราย เจริฐปุระ ไปกินข้าวที่ใจแผ่นดิน หลังจากได้ข้อสรุป รัฐบาลยอมเซ็นรับรองการแก้ปัญหากรณีบางกลอย ตามข้อเสนอของภาคี #saveบางกลอย ทุกคนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะแนวหน้าที่เดินทางไปเสนอข้อเรียกร้อง หน้าทำเนียบรัฐบาล หนึ่งในบุคคลที่มีส่วนช่วยเหลือพี่น้องบางกลอย และเครือข่ายกะเหรี่ยงที่ร่วมชุมชน ตลอด 3 วันคือ คุณทราย เจริญปุระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธัชพงศ์ แกดำ ได้มีการสื่อสารว่า ชัยชนะของชาวบ้านบางกลอยครั้งนี้ ต้องขอบคุณพี่ทราย อินทิรา เจริญปุระ&amp;nbsp;ที่ช่วยเหลือชาวบ้านบางกลอย ทั้งรถห้องน้ำ เต็นท์ พัดลม อาหาร เครื่องเสียง ไฟส่องสว่าง ถือเป็นกำลังสำคัญในครั้งนี้ เพราะความเข้าอกเข้าใจในความทุกข์ยากของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่พี่ทรายเคยรับบทเป็นชนเผ่าพื้นเมืองและการได้ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาชาวบ้านในหลายพื้นที่ นี่คือ หัวใจราษฎรจึงเข้าใจความเป็นราษฎรด้วยกัน คนเท่ากันชาติพันธุ์ก็คือคน พี่น้องชาวบ้านบางกลอย ฝากขอบคุณพี่ทรายและขอตอบแทนพี่ทรายด้วยการเชิญไปทานข้าวที่ใจแผ่นดิน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ทราย เจริญปุระ ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;เราจะไปให้ถึงใจแผ่นดินด้วยกัน&amp;quot; อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายบุคคล หลายองค์กร ที่ร่วมกันประสานพลังการเรียกร้อง เพื่อนำความเป็นธรรมสู่ชาติพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ทราย เจริญปุระ, อินทิรา เจริญปุระ, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023c71d9bd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
