<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพย.เผยต้องหาสารพันธุกรรมเชื้อดื้อยาใน&quot;ส้ม&quot; ที่ฉีดยาปฎิชีวนะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr:youtube.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19พ.ย.61-กพย.เผยหน่วยวิจัย &amp;nbsp;การใช้ยาปฎิชีวนะในส้ม ดูแค่ผลส้มไม่พอ ต้องสำรวจการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ทั้งดินและน้ำอีกด้วย เพื่อให้ทราบข้อมูลการตกค้างของยาปฏิชีวนะ เชื้อดื้อยา และการตกค้างของสารพันธุกรรมดื้อยาอีกด้วย เผยจีนเคยมีประสบการณ์ พบเชื้อดื้อยาในหมู ข้ามสายพันธุ์ครั้งแรกของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีพบสวนส้มในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางมีการนำยาปฏิชีวนะอะม็อกซีซิลลินฉีดเข้าต้นส้มเพื่อรักษาโรคกรีนนิ่งในต้นส้ม โดยกลุ่มติดตามปัญหาชายแดน และศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.)มีความกังวลว่าผู้บริโภคผลส้มจะได้รับยามือสองและเกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาเกิดขึ้น และล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ดำเนินการตรวจสอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระจายยาปฏิชีวนะที่จัดเป็นยาอันตรายที่ต้องควบคุม ให้กับเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ประเทศไทยมีนโยบายที่ดีว่าจะต้องการควบคุม ป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งในคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมเป็นสุขภาพหนึ่งเดียว(One Health) ทางฝั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีความเข้มงวดขึ้น อย่างน้อยประกาศเรื่องการห้ามใช้ยาปฏิชีวนะในการเร่งการเจริญเติบโตที่จากเดิมมีการใช้กันมาก แต่ประเด็นคือเมื่อพูดถึงเกษตรไม่ใช่แค่ปศุสัตว์อย่างเดียว ยังมีประมงและพืชด้วย ฝั่งประมงมีการหารือกันว่าจริงๆมีข้อห้ามในการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่แล้ว แต่ความเป็นจริงยังไม่ชัดว่าระบบการเฝ้าระวังเป็นอย่างไร จึงจะต้องวางระบบการเฝ้าระวังการใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น หนึ่งในกลไกที่จะใช้ได้ผล คือ การให้ประชาชนเข้ามาร่วมเป็นกลไกในการเฝ้าระวังด้วย เพื่อสะท้อนกลับมาว่าผลกระทบต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ภญ.ดร.นิยดากล่าวว่า &amp;nbsp; สำหรับข้อมูลการใช้ยาปฏิชีวนะในพืชนั้นมีหน่วยวิจัยอีกจำนวนหนึ่งที่เข้าไปสำรวจไม่เฉพาะแค่ผลส้ม แต่รวมถึงผลกระทบในน้ำและดินของพื้นที่โดยรอบสวนด้วย &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นจึงเร่งกระตุ้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ต้องมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังในเรื่องนี้ ซึ่งก็มีการตื่นตัวและเริ่มวางแผนที่จะมีการสำรวจ &amp;nbsp;โดยการสำรวจจะทำให้ทราบข้อมูลการตกค้างของยาปฏิชีวนะ การตกค้างของเชื้อดื้อยา การตกค้างของสารพันธุกรรมดื้อยา &amp;nbsp;ซึ่งมีงานวิจัยจำนวนมากในประเทศจีนพบว่าการนำเลี้ยงในฟาร์มหมู นำไปสู่สารพันธุกรรมดื้อยาที่รุนแรง และเป็นชนิดข้ามสายพันธุ์ได้เป็นครั้งแรกของโลก &amp;nbsp;จึงมีการทุ่มให้ความสำคัญกับการป้องกันในสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะในภาคเกษตรนั้น มีการถกเถียงกันเยอะมากว่าถ้าไม่ใช้เลยจะดีที่สุด &amp;nbsp;แต่ในภาคเกษตรก็บอกว่ามันยากและจะเสียหาย สิ่งที่ยุโรปสรุปแล้ว คือ จะลดการใช้ให้มากที่สุด และบางแห่งจะเริ่มนำไปสู่การไม่ใช้ ขณะที่สหรัฐอเมริกายังผ่อนแรนเรื่องนี้อยู่มาก &amp;nbsp; มีเพียงแคลิฟอร์เนียที่จะเข้มในเรื่องนี้ โดยประกาศว่าจะไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในปศุสัตว์ แต่ก็ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น &amp;nbsp;อีกทั้ง เท่าที่ทราบภาคเกษตร เช่น แอปเปิ้ลในสหรัฐฯก็มีการใช้ยาปฏิชีวนะค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น ในประเทศไทยมีมาตรการตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนนำเข้ามาขายในประเทศหรือไม่ เหมือนกับที่สหภาพยุโรปมีการตรวจสอบสินค้าส่งออกจากไทยว่าจะต้องไม่เจอสิ่งต้องห้ามตามข้อกำหนด นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องดำเนินการ รวมกับการสุ่มตรวจพืชผักที่ปลูกในประเทศเองก็จะต้องเพิ่มการตรวจการตกค้างยาปฏิชีวนะด้วยไม่เฉพาะเพียงแค่การตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือสารพิษอื่นๆที่ทำอยู่แล้วเท่านั้น และต้องเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า &amp;nbsp;ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่สมเหตุสมผลในภาคเกษตร ปศุสัตว์ หรือประมงนั้น กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับทราบปัญหาและเข้าใจผลเสียหายที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะอาจจะส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาตั้งแต่ปี 2560 &amp;nbsp;ซึ่งทราบว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการพยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้และหาวิธีการ แนวทางที่จะแนะนำให้เกษตรกร เพื่อควบคุมการกระจายยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในส่วนของภาคประมงที่กรมประมงระบุ &amp;nbsp;โดยหลักการแล้วจะไม่ได้มีการแนะนำให้ผู้เลี้ยงใช้ แต่แอบมีการลักลอบใช้ &amp;nbsp;ซึ่งอาจเกิดจากการเข้าใจที่ไม่ถูกต้องจึงจะมีหการเข้าไปหาข้อมูลและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ภายใต้แผนปฏิบัติการเรื่องการจัดการเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภาคเกษตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สุรโชค กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาของประเทศไทยมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ รวมถึงกระทรวงเกษตรฯด้วย โดยมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดจาการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;ในยุทธศาสตร์ที่ 4 เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องการป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยาและควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในภาคการเกษตรและสัตว์เลี้ยง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯเป็นผู้รับผิดชอบหลักในยุทธศาสตร์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22246</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กพย, นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี, ใช้ยาอะม็อกน็อกซิลกับสวนส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf21d67da0cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยอง!เกษตรกรสวนส้มใช้&quot;ยาปฏิชีวนะอะม็อกซีซิลลิน&quot;ฉีดเข้าต้น แก้โรคกรีนนิ่ง หวั่นเกิดเชือดื้อยาในคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr:pantip.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16พ.ย.61- ปัญหากรณีพบสวนส้มทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางมีการนำยาปฏิชีวนะอะม็อกซีซิลลิน ฉีดเข้าต้นส้มเพื่อรักษาโรคกรีนนิ่งในต้นส้ม และมีการใช้ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง และมีแนวโน้มที่จะใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยกลุ่มติดตามปัญหาชายแดน ทำให้ ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.)มีความกังวลว่าผู้บริโภคผลส้มจะได้รับยามือสองและเกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาเกิดขึ้น พร้อมขอให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เร่งตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะการสืบหาเส้นทางการจำหน่ายยากลุ่มนี้ให้กับเกษตรกร เพราะจัดเป็นยาอันตรายต้องนำส่งโดยเภสัชกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำเนินการตรวจสอบแล้ว อีกทั้ง ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ในพื้นที่ที่มีสวนส้มและพบปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะนี้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย เนื่องจากปัญหาเชื้อดื้อเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ต้องร่วมกันแก้ไข อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาดังกล่าวมีการดำเนินการที่เรียกว่าสุขภาพหนึ่งเดียว(One Health)ที่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน รวมถึงมีการทำแผนความร่วมมือแก้ปัญหากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย.ได้ดำเนินการ 2 ส่วน ได้แก่ 1.ให้สสจ.ในพื้นที่ที่มีสวนส้มตรวจสอบการกระจายยาปฏิชีวนะอะม็อกซีซิลลินไปยังเกษตรกรชาวสวนส้ม เนื่องจากยาปฏิชีวนะจัดเป็นยาอันตราย ต้องจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น และ2.อย.จะกำชับไปยังผู้ผลิต ให้กระจายยาแก่ร้านขายยาเท่านั้น ไม่สามารถขายให้เกษตรกรได้ โดยหากตรวจพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย &amp;nbsp;แม้โทษในเรื่องการขายยาไม่เหมาะสม ไม่ตรงตามข้อกฎหนดจะมีโทษไม่มาก แต่จะเป็นการส่งเสริมการใช้ยาที่เข้าใจไม่ถูกต้องแก่เกษตรกรและนำไปสู่การใช้ยาปฏิชีวนะอื่นๆที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อดื้อยาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22116</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กพย, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, เชื้อดื้อยาปฎิชีวนะ, ใช้ยาอะม็อกน็อกซิลกับสวนส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee995c1e954.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
