<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ยาแรงคุม&#039;ระยอง&#039;หลังผลตรวจยืนยันติดโควิดจากบ่อนเพิ่มอีก 49 รายรวมเป็น 85 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวร่วมกับนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่ราชการจังหวัดระยอง และนพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณะสุข จ.ระยอง ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยนายสาธิต กล่าวว่า จากนี้ไปจังหวัดระยองจำเป็นต้องใช้ยาแรง ตามสถานการณ์ในปัจจุบัน ขอประชาขนอย่าตื่นตระหนกกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่สูงขึ้น เพราะมีการตรวจเชิงรุกที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ขอให้ไปตรวจหาเชื้อโควิดฟรี ที่จุดตรวจชั่วคราว ตลาดนัดเนินอุไร โดยกำหนดตรวจวันละ 400 คน จะเปิดไปโดยไม่มีกำหนดหรือตรวจจนกว่าจะครบและทางสาธารณสุขจะเปิดคอลเซ็นเตอร์ เพื่อรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน ต่อไปขอให้ฟังการแถลงโดยศูนย์โควิดระยองเป็นหลัก จะแถลงเวลา 13.00 น.ของทุกวัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาญนะ กล่าวว่า ตัวเลขที่แท้จริงของวันนี้เพิ่มอีก 49 ราย รวมเป็น 85 ราย ซึ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบ่อนการพนันทั้งหมด คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะมีการตรวจเชิงรุก จึงฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจได้ตามจุดที่เปิดให้หรือที่ รพ.ระยอง แต่ขอให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงรีบเข้ามาตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯระยองกล่าวว่า สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อเตรียมจะเผยแพร่จำนวน 10 ราย ในวันนี้และในอนาคตอาจจะต้องตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมา เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ขอย้ำอีกครั้งว่าระยองยังไม่ได้ล็อคดาวน์ ยังสามารถเดินทางเข้าออกได้ปกติไม่มีการกักตัว สถานที่ท่องเที่ยวยังคงท่องเที่ยวได้ เพราะกลุ่มผู้ติดเชื้ออยู่ในอำเภอเมืองระยอง อำเภออื่นๆยังไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุนทร ระบุว่า &amp;nbsp;ขณะนี้กำลังเร่งเรื่องไทม์ไลน์ของทุกราย เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกมาได้จำนวน 10 รายก่อน ขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน ขอให้รีบมาตรวจโดยเร็ว ส่วนเรื่องการรักษาขณะนี้ได้เตรียมโรงพยาบาล ไว้ทั้งหมด 3 แห่ง คือรพ.ระยอง รพ.แกลง รพ.เฉลิมพระเกียรติฯมาบตาพุด สำหรับอาการของผู้ป่วยก่อนหน้า ขณะนี้อาการยังไม่รุนแรง อยู่ในความดูแลของแพทย์ทุกราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระยอง, สาธิต ปิตุเตชะ, โควิด, ใช้ยาแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe854c1b76ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ชงรบ.ปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ลูกชาย ดร.ศุภชัย เสนอรัฐบาลปิดประเทศ หากไม่ใช้ยาแรงหยุดยั้งโควิด-19 จะกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคต ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอารมณ์ค้าง ยังสุมหัวประชุมขอเปิดสภาซักฟอกรัฐบาล แต่โฆษกพรรคก้าวไกลกระโดดขวาง ชี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ประชาชน ไวรัสใกล้ตัว ส.ส. พบผู้คนเพียบ สุ่มเสี่ยงเป็นจุดเริ่มต้นในการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤติด้านสาธารณสุข แต่หากไม่ใช้มาตรการเด็ดขาดหรือยาแรงที่จะหยุดยั้งก็อาจจะกลายเป็นวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจในอนาคตได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมสำหรับประเทศไทยที่จะเข้าสู่สถานการณ์การระบาดในระดับ 3 ควรจำกัดการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศ หรือการปิดประเทศ เนื่องจากหลายๆ หน่วยงาน รวมทั้งประชาชนเองก็เรียกร้องอยากให้ปิดประเทศ เช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศที่มีนโยบายปิดประเทศ เพื่อระงับยับยั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างมีระบบ ซึ่งอาจสร้างความสูญเสียระยะสั้น แต่ถือว่าเจ็บแต่จบ และสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คนไทยต้องได้รับการตรวจไวรัสโควิด-19 ฟรีทุกคน โดยเฉพาะทัพหน้าหรือผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น หมอ พยาบาล หรือบุคลากรด้านสาธารณสุข ควรมีประกันสุขภาพที่ดีเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งงบกลางกว่า 7 หมื่นล้านบาทของไทยมีเพียงพอให้กับทัพหน้าทั้งหลายให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถในยามวิกฤติครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนโยบายด้านการเงินและนโยบายด้านการคลังไปพร้อมกัน ซึ่งแบงก์ชาติมีการลดดอกเบี้ยให้อยู่ระดับต่ำสุดที่ประเทศไทยเคยทำ คือ 1% และยังสามารถลดได้อีก 0.5% และเสนอให้แบงก์ชาติเจรจากับขอความร่วมมือกับแบงก์พาณิชย์ให้ลดดอกเบี้ย หรือพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกให้กับ SMEs ต่างๆ อย่างน้อย 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ และเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ก็พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจต่างๆ ช่วยลดดอกเบี้ยเพื่อสร้างสภาพคล่องด้านการเงิน ให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังต้องลดภาษีให้นิติบุคคลลงอีก 5-10% ซึ่งเป็นการลดเพียงเฉพาะปีนี้เท่านั้น ทางด้านพลังงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ภาคประชาชน รัฐต้องลดหรือยกเว้นการนำเงินเข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราว เพื่อช่วยลดภาษีและราคาน้ำมัน ทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ อยากนำเสนอให้รัฐอัดยาแรงเพื่อนำพาคนไทยทุกคนผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน แบบเจ็บแต่จบ อาจใช้เวลา 3-5 สัปดาห์ ทุกๆ อย่างก็น่าจะผ่านไปได้แน่นอน&amp;rdquo; นายปริญญ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านฯ เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวีแถลงภายหลังการประชุมว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในวันนี้ รัฐบาลต้องไม่คิดแค่ว่าจะทำอะไร แต่ต้องคิดว่าควรไม่ทำอะไร หรือต้องไม่ทำอะไร รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชน อย่ามองว่าฝ่ายค้านหรือประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือศัตรู รัฐบาลต้องกล้าเปิดรับฟัง โดยอาจจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้ฝ่ายค้านและ ส.ว.ได้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะถือว่าเป็นความอยู่รอดของคนไทยทั้งชาติ&amp;nbsp;
ไปไกลถึง รธน.40
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; รัฐธรรมนูญปี 40 ระบุว่า ถ้ามีภัยจากโรคร้ายรัฐบาลจะต้องกระทำให้ทันต่อเหตุการณ์ และไม่ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นมีอะไรเลย หากรัฐบาลนำงบดำเนินการที่มีอยู่ถึง 1 ล้านล้านบาทมาใช้ประมาณ 20% ก็น่าจะสามารถช่วยดูแลประชาชนในส่วนนี้ได้&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการยึดอำนาจก็มีการใช้นโยบายที่เฉียบขาด หนักแน่นมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้รัฐบาลซึ่งควรจะใช้มาตรการที่เฉียบขาด หนักแน่น เพื่อรักษาความมั่นคงให้กับประชาชน แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้ จนทำให้ประชาชนเริ่มไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถจัดการปัญหาได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนรัฐบาลขึ้นแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า การเสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเป็นทางออกในการแก้ปัญหา ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้นำร่องไปแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่หยิบฉวยขึ้นมารับฟัง โดยช่วง 2 วันที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านแต่ละพรรคได้มีการหารือกัน ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความยากลำบาก เพราะต้องใช้เสียงถึง 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเสียงของฝ่ายค้านไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลว่าจะมองเห็นความสำคัญหรือไม่อย่างไร จากนี้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านจะมีการหารือร่วมกันในทุกวันพุธจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการกำหนดว่าเวทีซักฟอกนอกสภา ครั้งที่ 2 นั้น จะเป็นการอภิปรายภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;กระชากหน้ากากแก๊งอมหน้ากาก กระบวนการหากินบนความเป็นความตายของประชาชน&amp;rdquo; เนื่องจากว่าแม้จะมีการย้ายอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์แล้วก็ตาม แต่เรามองว่านั่นยังไม่ใช่คำตอบของปัญหา โดยจะมีการหารือถึงวันเวลา สถานที่ และวิทยากรที่จะมาร่วมอภิปรายต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเปิดประชุมดังกล่าวเชื่อว่าจะเป็นผลดีกับพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลด้วย เพราะตอนนี้เหมือนกระแสสังคมจะมุ่งไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมเพียงคนเดียว การเปิดสภาแสดงความคิดเห็นของ ส.ส. จะทำให้รู้ว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบรวมของรัฐบาล รัฐมนตรีจากพรรคร่วมทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยต้องเป็นผู้ร่วมแก้ปัญหาด้วย ไม่ใช่นายกฯ เพียงคนเดียว ดังนั้นจึงอยากฝากถึง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่าการเปิดสภาเป็นคุณกับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในช่วงนี้สถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล เราควรต้องรักษาระยะห่างและทำตามมาตรการต่างๆ การนำคนไปรวมในที่ที่อากาศปิดอย่างห้องประชุมรัฐสภา ยิ่งเป็นการแสดงตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ประชาชน วันนี้ไวรัสโควิดใกล้ตัวมาเรื่อยๆ มีคนดังติดเชื้อหลายคน ส.ส.เองที่มีกิจกรรมพบปะผู้คนหลากหลาย จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน หากมารวมตัวกัน ต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มข้นมาก ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดแพร่กระจายไปหลายพื้นที่ได้&amp;nbsp;
อาจจะไม่คุ้มที่จะเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้องประชุมจันทรามีขนาดค่อนข้างเล็ก เพราะเป็นห้องประชุมของ ส.ว. ทั้งนี้ หากเราจะเสี่ยงแล้วไม่ได้ประโยชน์อาจจะไม่คุ้มที่จะเสี่ยง เพราะไม่ได้เป็นเจตจำนงของรัฐบาลในการเปิดประชุมวิสามัญ แต่เป็นฝ่ายค้านที่ยื่นขอเปิดเอง&amp;quot; นายวิโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเปิดประชุมวิสามัญก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะ 1.ถ้ารัฐบาลขอเปิดโดยออกพระราชกฤษฎีกา หรือ 2.ประธานรัฐสภาเป็นคนกราบบังคมทูลฯ ขอเปิด นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องมีสมาชิกเข้าชื่อ 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภากว่า 700 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า การประชุมบางอย่างที่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ เพราะไม่มีช่องทางเปิดเอาไว้ มติ ครม. ก็ไม่สามารถมีช่องได้ เนื่องจากต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ การประชุมสมัยสามัญของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติพรรคการเมือง ม.43 ที่จะต้องมีการประชุม เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือนายทะเบียน ได้ทราบภายในเดือนเมษายนของแต่ละปี ดังนั้นจึงต้องจัดให้มีการประชุม ซึ่งได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบไปแล้วเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา และได้ประสานไปทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เพราะหากไม่จัดการประชุมก็จะถือว่าผิดพระราชบัญญัติพรรคการเมือง ถ้าจะประชุมแล้วไม่มีมาตรการรองรับก็จะผิดพระราชบัญญัติโรคติดต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ก็ยังคงประชุมไปตามปกติ โดยก่อนการประชุม 1-3 วัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำความสะอาดห้องประชุมเรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีสวมหน้ากากอนามัยเข้าประชุม และจัดที่นั่งให้มีระยะห่างกัน 1.5 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. รับผิดชอบงานด้านพรรคการเมือง ได้รายงานให้กับ กกต.ได้ทราบ รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลสั่งให้งดกิจกรรมที่ต้องมีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เบื้องต้น กกต.จึงให้ทางสำนักงานศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมาย กกต. ว่าจะสามารถขยายเวลาในการจัดประชุมของพรรคการเมืองได้หรือไม่ อย่างไร รวมทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาลให้ชัดเจน ก่อนที่จะเสนอแนวทางปฏิบัติให้ กกต.พิจารณาอีกครั้ง
&amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot;ไม่กลัวตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ในวันที่ 20 มี.ค. มีวาระสำคัญคือการเลือกกรรมการสถาบันพระปกเกล้า แทนนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่พ้นจากตำแหน่ง แต่ไม่ได้พิจารณาเรื่องการเปิดประชุมสภาฯ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับคณะกรรมาธิการ แต่เป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะเข้าชื่อกัน โดยหากเข้าชื่อครบตามรัฐธรรมนูญก็จะดำเนินการไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการฯ ยังคงประชุมตามปกติ เว้นแต่จะมีองค์ประชุมไม่ครบตามข้อบังคับการประชุมสภา โดยวันนี้จะมีการพิจารณาเรื่องการกักตุนหน้ากากอนามัยเร่งด่วน และจะรีบขอมติที่ประชุมว่าจะเชิญบุคคลใดมาชี้แจงบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านประธานสภาฯ แถลงว่าเรื่องการประชุมคณะกรรมาธิการขอให้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการพิจารณากันเองว่าหยุดการประชุมหรือไม่ แต่ผมเรียนตามตรงว่าผมผ่านชีวิตมามากแล้ว อย่าว่าแต่โควิดเลย ดงกระสุน ดงระเบิดสมัยปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเทือกเขาภูพาน ผมของจริง ผมฝ่ามาเยอะ ตายในสมัยนั้นเรายังไม่กลัว ตอนนั้น 20 กว่าๆ ยังไม่กลัวตาย แล้วตอนนี้ 70 แล้ว ใกล้จะตายแล้ว จะตายวันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ จะมานั่งกลัวตายอะไรอีก&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า วิกฤตการณ์โควิด-19 สร้างความวิตกให้พี่น้องอย่างยิ่ง และได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์แถลงข่าวติดต่อกัน 2 วันที่ผ่านมา ต้องยอมรับกันว่าร่างกายไม่เหลือสภาพเดิมคือซูบผอม จึงทำให้ตนต่อว่าไม่ลง แต่นายกฯ ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลต้องเผชิญคือ ความเชื่อ และเมื่อถูกทำลายด้วยความไม่เชื่อแล้ว แม้จะพูดอย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่มีผล ผมเห็นนายกฯ ใส่หน้ากากอนามัย ปิดปาก จมูก แทบพูดไม่ออก อีกทั้งเรายังเห็นถึงความพยายามในการนำแก้ไขปัญหา วันนี้ผมจึงพยายามลดการพูดทางการเมืองทั้งหลาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนายกฯ ประกาศว่าประเทศไทยชนะ แต่ด้วยสภาพร่างกาย สีหน้า ท่าทางอาการเหนื่อยล้านั้น ยังเชื่อในความเป็นจริงว่า ประชาชนเดือดร้อน แต่การต่อสู้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของประเทศ วันนี้แม้ไม่มีการปิดประเทศ แต่สภาพสาธารณะต่างๆ ทั้งสนามบิน ไม่แตกต่างจากการปิดประเทศ ผมจึงอยากให้นายกฯ ฟังทุกฝ่าย แล้วประกาศมาตรการให้ชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าไม่มีเรื่องการเมือง การแบ่งแยกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะคนไทยรู้จักการแยกแยะสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างดี&amp;quot; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60210</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปิดประเทศ, พรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ใช้ยาแรง, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e72329d15798.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ขู่โรงงานอุตสาหกรรมไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะปิดให้หมดแก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.61-ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ถึงการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานใน กทม.และปริมณฑลว่า ที่ผ่านมาตนได้ติดตามการแก้ปัญหาฝุ่นละอองในต่างประเทศด้วย ซึ่งบางประเทศค่าฝุ่นละอองเกิน 100 แต่บ้านเราก็คือบ้านเรา ที่มีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ตนได้กำชับไปแล้วทั้งในเรื่องของการขนส่ง รถเมล์ รถบรรทุกต่างๆ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงการฉีดน้ำเพื่อทำให้บ้านเมืองสะอาด เพื่อทำให้ฝุ่นตกลงมาข้างล่างและไม่ลอยขึ้นไปใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทำฝนหลวงก็ได้มีการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้แล้ว ขณะนี้รอเพียงสภาพอากาศให้พร้อม แต่ก็ต้องระวังในเรื่องปัญหารถติดเนื่องจากทุกอย่างพันกันไปหมด ทั้งโรงงาน รถ การจราจร และการเผาไร่เผานา ที่ส่วนใหญ่ยังมีการทำกันอยู่ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกวดขัน เพราะการเผาไร่เผานาจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี ซึ่งรัฐบาลพยายามเลิกสิ่งเหล่านี้ให้ได้ โดยการนำวัสดุมาทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น การนำฟางมาอัดแท่งแล้วไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทุกคนต้องช่วยกัน โดยรัฐบาลมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายติดตามและประเมินผล แต่คนที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองมีหลายประเภทด้วยกัน จะโทษกันไปมาไม่ได้ แต่วันนี้ในภาคเหนือก็ไม่มีปัญหาฝุ่นละออง แต่ในส่วนของกรุงเทพฯ กลับมีปัญหา เนื่องจากปัญหาการจราจรและการก่อสร้างที่มีฝุ่นเป็นเรื่องปกติ เราจะควบคุมได้อย่างไร และอีกเรื่องที่สำคัญคือในฤดูนี้ เกิดความกดอากาศต่ำ ซึ่งปกติฝุ่นละอองจะปลิวขึ้นไปในอากาศแล้วจางลง แต่เมื่อความกดอากาศต่ำ ฝุ่นละอองจึงลงมาข้างล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลได้กำชับทุกหน่วยงานให้ช่วยดูในเรื่องของหน้ากากพิเศษป้องกัน แต่ใครยังไม่มีก็ใส่แบบธรรมดาไปก่อน ถ้าหาใหม่ได้ก็หา คนที่มีกำลังซื้อ คนที่มีสตางค์ ต้องช่วยหน่อย แต่ถ้ารอให้แจกทุกคนมันจะไหวไหม ช่วงนี้คงเป็นแค่ระยะเวลาหนึ่ง และต้องรอดูว่าจะมีมาตรการอะไรต่อไป ต้องเป็นไปตามสเต็ป&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่างประเทศที่เป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร แต่ประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐานไว้ถึง 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องมีการควบคุม โดยจะมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหามาตรการ รวมถึงในด้านกฎหมาย แต่ปัญหาของบ้านเราคืออะไรที่เป็นกฎหมายมักจะไม่ปฏิบัติ ดังนั้นต่อให้กำหนดอะไรไปก็ตามก็มีปัญหาหมด เพราะไม่รับผิดชอบ ซึ่งตนได้กำชับไปแล้วว่าหากผิดกฎหมายและผิดกติกาต้องปิดปรับปรุงแก้ไข ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะทุกคนก็อยากให้ใช้ยาแรง แต่เมื่อใช้ยาแรงก็มีปัญหาทันที เพราะคนไม่เคารพกฎหมายและกติกาสังคม ซึ่งจะโยนให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบทั้งหมดไม่ได้ แต่ในฐานะรัฐบาลต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว จึงอยากขอให้ทุกคนมีส่วนร่วม พร้อมช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ยังเอาเปรียบกันอยู่เหมือนเดิม และปล่อยฝุ่นละอองให้ฟุ้งกระจายเหมือนเดิม ขณะเดียวกันต้องทำโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นต่อไปนี้ตนจะให้ปิดให้หมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะเอาอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องมั่นใจและพยายามให้เอาอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันพิษ, ค่าฝุ่นละออง, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ใช้ยาแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d411dadced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
