<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.อยากเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น  ดูผลงานเป็นหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 62 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp; เรื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านอยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือยัง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 9 กรกฎาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified&amp;nbsp; Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาค สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.29 ระบุว่า อยากไปใช้สิทธิมาก รองลงมา ร้อยละ 18.66 ระบุว่า ค่อนข้างอยากไปใช้สิทธิ ร้อยละ 12.05 ระบุว่า ไม่อยากไปใช้สิทธิเลย ร้อยละ 8.61 ระบุว่า ไม่ค่อยอยากไปใช้สิทธิ และร้อยละ 2.39 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการพิจารณาของประชาชนในการตัดสินใจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.41 ระบุว่า พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาในการทำประโยชน์เพื่อท้องถิ่น รองลงมา ร้อยละ 33.17 ระบุว่า พิจารณาจากนโยบายการบริหารและการพัฒนาท้องถิ่นของผู้สมัคร ร้อยละ 31.58 ระบุว่า พิจารณาจากประวัติพฤติกรรมส่วนบุคคล ร้อยละ 27.59 ระบุว่า พิจารณาจากคุณสมบัติประวัติส่วนบุคคล เช่น อายุ การศึกษา อาชีพ ร้อยละ 6.70 ระบุว่า พิจารณาจากพรรคการเมืองที่ผู้สมัครสังกัด ร้อยละ 4.23 ระบุว่า พิจารณาจากชื่อเสียงของผู้สมัคร ร้อยละ 3.99 ระบุว่า พิจารณาจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลกับผู้สมัคร เช่น เป็นพ่อ-แม่ ลูก-หลาน ญาติพี่น้อง-เพื่อน ร้อยละ 3.43 ระบุว่า พิจารณาว่าใครเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัคร ร้อยละ 0.16 ระบุว่า&amp;nbsp; อื่น ๆ ได้แก่ เลือกตามคนในครอบครัว และไม่พิจารณาจากอะไรเลยเพราะตั้งใจจะกาบัตรให้เสีย และร้อยละ 3.83 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนในการปรับเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต.&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.94 ระบุว่า ไม่อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นทุกตำแหน่ง รองลงมา&amp;nbsp; ร้อยละ 26.48 ระบุว่า อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นในบางตำแหน่ง ร้อยละ 25.60 ระบุว่า อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นทุกตำแหน่ง ร้อยละ 13.64 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ และร้อยละ 3.34 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40591</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ผู้บริหารท้องถิ่น, เลือกตั้งท้องถิ่น, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1656ab53903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่น้องลิปตพัลลภเข้าคูหาหย่อนบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;เวลา 09.30 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 157 สถานที่ศาลาหลังหอระฆัง วัดหลักร้อย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายเทวัญ &amp;nbsp;ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยนายสุวัจน์มีรายชื่อผู้มีสิทธิ์อยู่ในลำดับที่ 284 ส่วนนายเทวัญมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์อยู่ในลำดับที่ 285 &amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองต้องยืนต่อแถวรอใช้สิทธิ์นานประมาณ 30 นาที เนื่องจากมีผู้มาใช้สิทธิ์ก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์กล่าวภายหลังว่า ดีใจที่เห็นประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก และอยากให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลตามสูตรต่างๆ ที่ออกมานั้น ยังไม่ทราบ และขอดูผลหลังการเลือกตั้งก่อนตัดสินใจว่าจะออกมาอย่างไร และยังไม่ได้รับการทาบทามหรือพูดคุยจากพรรคการเมืองใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชพน., ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา, เทวัญ  ลิปตพัลลภ, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97048e4b4c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มืดฟ้ามัวดินแน่!โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยกว่า90%จะไปเลือกตั้งแต่เกินครึ่งยังงงบัตรใบเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61 - ที่พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ ครั้งที่ 1 เรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนพร้อมหรือยังกับการเลือกตั้ง&amp;rdquo; โดย นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สถาบันพระปกเกล้า ในการสำรวจความคิดเห็นครั้งที่ 1 (ระหว่างวันที่ 5-7 ธ.ค. 2561) จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,540 ตัวอย่าง พบว่า ผลการสำรวจ ส่วนที่ 1 : ความรู้ความเข้าใจต่อการระบบเลือกตั้ง (คำถามปลายเปิด) ร้อยละ 59.1 ทราบว่า ส.ส.แบบแบ่งเขต &amp;nbsp;ร้อยละ 40.9 ไม่ทราบ ร้อยละ 70.5 ทราบว่า ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อมี 150 คน ร้อยละ 29.5 ไม่ทราบ เมื่อถามเกี่ยวกับ &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ตามระบบเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 55.2 ยังเข้าใจว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะจัดขึ้นในปี 2562 ต้องกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเช่นเดิมร้อยละ 44.8 เข้าใจถูกต้องว่า ต้องกาบัตร 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบว่า ประชาชนพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ทราบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบมากที่สุด ร้อยละ 65 รองลงมา คือ ภาคอีสาน ร้อยละ 59.4 ขณะที่ กทม. ประชาชนในพื้นที่ทราบว่าใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวมากที่สุด ร้อยละ 75&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ 2 : ผลสำรวจพฤติกรรมการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 3 ก.ค. 2554 และการตัดสินใจเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อถามถึงปัจจัยที่ประชาชนใช้ในการตัดสินใจเลือก &amp;ldquo;ผู้สมัครแบบแบ่งเขต&amp;rdquo; พบว่าร้อยละ 41.9 ดูจากนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียง ร้อยละ 30.7 ดูจากตัวผู้สมัคร ร้อยละ 19.4 ดูจากพรรคที่ผู้สมัครสังกัด ร้อยละ 8 ดูจากชื่อผู้นำที่พรรคของผู้สมัครคนนั้นชูเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันที่ 24 ก.พ. ปี 2562 จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ร้อยละ 90.8 ระบุว่า จะออกไปใช้สิทธิอย่างแน่นอน ร้อยละ 8.6 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ ร้อยละ 1.6 ระบุว่า จะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่รัฐธรรมนุญกำหนดให้พรรคการเมืองสามารถประกาศรายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นสมควรให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. นั้น จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. ของประชาชน (ส.ส. เขต) หรือไม่ &amp;nbsp;ร้อยละ 53.8 ระบุว่า มีผลอย่างมาก ร้อยละ 29.9 ระบุว่า มีผล ร้อยละ 11.1 ระบุว่า ไม่ค่อยมีผล
ร้อยละ 5.2 ระบุว่า ไม่มีผลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ประชาชนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไปเลือกตั้ง ที่สำคัญมาก คือคนกลุ่มที่อายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวกับการเมืองไทย เป็นพวกที่ Activeที่สุดที่อยากจะเข้าไปเลือกตั้ง แต่สิ่งที่คิดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจจะต้องหยิบข้อสะท้อนจากการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า ไปพิจารณา ก็คือความเข้าใจต่อระบบการเลือกตั้ง ที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คิดว่า เป็นจุดสำคัญ เพราะระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปจากระบบสองบัตร เป็นบัตรเดียวนั้นจะส่งผลหรือไม่ ต่อเกณฑ์หรือพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในอนาคต เพราะในอดีตเราจะเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุด คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับเรื่องนโยบายพรรค แต่นั่นเป็นระบบที่มีบัตรสองใบ เมื่อเป็นระบบมีบัตรใบเดียวแล้ว ต้องช่างใจกันใหม่ระหว่าง ตัวผู้สมัคร นโยบายพรรค และที่สำคัญมากคือ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า ชื่อนายกฯ สำคัญ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นองค์ประกอบของการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังคิดว่า เป็นโจทย์ที่เราตั้งใจโยนขึ้นไปเป็นพลุสว่าง ให้พรรคการเมืองและคนที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้พิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดทำเว็บไซต์ KPI-corner เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยจะมีการสำรวจความพร้อมของประชาชนเพื่อสะท้อนสิ่งต่างๆ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยันว่า สถาบันพระปกเกล้าจะทำหน้าที่ผ่าน KPI-corner อย่างเป็นกลาง ในฐานะสถาบันวิชาการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23917</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้ง, ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง, สถาบันพระปกเกล้า, เลือกตั้ง, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e2c8befddb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
