<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สิระ”ท้าเปิดบันทึกเทปประชุม ยันไม่มีมติใช้  ม.129 จี้  “เสรีพิศุทธ์” ลาออกจากประธาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.30 น.นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ใช้อำนาจรธน.และพรบ.คำสั่งเรียก เชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงปมถวายสัตย์ไม่ครบและไม่มีอำนาจเสนอกม.งบประมาณว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีพฤติกรรมใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากว่าในวันประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติที่ประชุม 6 ต่อ 3 เห็นด้วยที่จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ มาชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงต่อคณะกมธ.อีกครั้ง แต่ไม่ได้มีมติเห็นด้วยที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพ.ศ.2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลงนามในหนังสือเชิญโดยไม่ผ่านมติของที่ประชุม นั่นหมายความว่า ผู้ลงนามต้องรับผิดชอบเรื่องที่กับหนังสือฉบับดังกล่าว การกระทำที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ผมไม่ไว้วางใจที่จะให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฎิบัติหน้าที่เป็นประธาน กมธ.ชุดนี้อีกแล้ว ผมอยากให้สังคมดูพฤติกรรมและการกระทำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ากำลังใช้หัวโขนประธาน กมธ.มาเป็นเครื่องมือในเรื่องความแค้นส่วนตัวหรือไม่&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการในชุดนี้ด้วยขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่ต้องสนใจจดหมายเรียกเชิญดังกล่าว เพราะตนมั่นใจว่าหนังสือเรียกฉบับนี้ผิดกฎหมายแน่นอน เพราะการจะออกหนังสืออะไรก็ตามในชั้นกรรมาธิการ ต้องผ่านมติที่ประชุมกรรมาธิการในทุกเรื่อง ไม่ใช่เอาความคิดของผู้ที่เป็นประธาน มายัดใส่ว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย ทั้งนี้ ตนขอท้าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถอดเทปบันทึกการประชุมในวันดังกล่าว และนำมาเปิดเผย เพื่อพิสูจน์ว่ามีการขอมติที่ประชุมที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 หรือไม่ หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กระทำเกินขอบเขต ไม่ตรงกับเทปบันทึกการประชุมในวันนั้น ตนขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลาออกจากการเป็นประธานด้วยตนเอง ก่อนที่จะถูกมติที่ประชุมปลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสนอปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นายสิระ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าเสียงส่วนใหญ่ในกรรมาธิการต้องการให้มีการเปลี่ยนตัวประธาน ขอให้ติดตามดูในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ ตนจะเป็นคนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50443</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ, นายสิระ เจนจาคะ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ลาออก, ใช้อำนาจมาตรา 129</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bc1cbb75a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่:ถ้าไปก็ต้องไป พร้อมเจอ‘เสรีพิศุทธ์’แจงกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ส่ายหน้าปม &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; เชิญแจง กมธ. ลั่นถ้าจำเป็นไปก็ต้องไป ประธาน กมธ.ป.ป.ช.อัด &amp;quot;ดิสทัต&amp;quot; เสียมารยาท ไม่รู้หน้าที่มาถาม กมธ.เเทนนายกฯ ยันใช้อำนาจมาตรา 129 ขีดเส้น &amp;quot;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;quot; ต้องมาชี้แจง 6 พ.ย.นี้อีกครั้ง &amp;nbsp;พร้อมขอข้อมูล ป.ป.ช.สอบ &amp;quot;นาฬิกาหรูยืมเพื่อน&amp;quot; ศาลอาญาคดีทุจริตรับคดีฟ้อง 7 กกต.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบปล่อย &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นแคนดิเดตนายกฯ นัดฟังคำสั่ง 3 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 30 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แนะว่าควรให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน โดยทันทีที่นายกฯ ได้ยินคำถามถึงกับส่ายหน้าแสดงความเบื่อหน่าย พร้อมกับกล่าวว่า &amp;quot;ถ้าไปก็ต้องไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้หารือกับฝ่ายกฎหมายหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;เอาเหอะน่า อะไรที่ทำได้ผมก็ทำอยู่แล้วแหละ ไม่ต้องกลัวหรอก ขอบคุณๆ ผมรับไว้พิจารณาอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกฯจะต้องไปชี้แจงต่อ กมธ.หรือไม่ ว่ามันมีคำตอบ แต่ตนไม่อยากตอบในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ขอความชัดเจนจาก กมธ.ว่าจะเอาอย่างไร จะเอาอะไรกันแน่ เมื่อชัดเจนแล้วถึงให้นายกฯ ตัดสินใจอีกครั้ง เพราะหนังสือที่ กมธ.มีมา มีความไม่ชัดเจนบางอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณและการเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 อยู่ในอำนาจของ กมธ.ชุดนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงต้องถามทาง กมธ.หรือสภามากกว่า เพราะเหตุนี้รัฐบาลจึงสอบถามไปว่าตามข้อบังคับการประชุมสภา ที่บอกอำนาจหน้าที่ของ กมธ.แต่ละคณะ กมธ.ชุดนี้มีหน้าที่สอบถามเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งใครมองก็น่าสงสัยอยู่ แต่ถ้าเขายืนยันกลับมาอย่างไรจะได้พิจารณาอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้ทำหนังสือไว้ชี้แจงแล้วหรือยัง หรือรอหนังสือตอบจาก กมธ.ก่อน นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องของ สลน. และคำตอบจาก กมธ.จะนำมาพิจารณาว่าจะไปหรือไม่ไป เป็นอย่างที่ประธานสภาฯ แนะนำ หลักคือให้ความร่วมมือ แต่การจะร่วมมือต้องเป็นอำนาจหน้าที่ความสะดวก และความเหมาะสม นำมาประกอบแล้วค่อยว่ากันไป ส่วนการมีหนังสือสอบถามก็เข้าสู่เขตของการให้ความร่วมมือ แต่ยังไม่ เพราะสิ่งที่ กมธ.ต้องการคือ ให้ไปชี้แจง เมื่อยังไม่ได้ไปชี้แจงก็ยังไม่ได้ให้ความร่วมมือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กล่าวถึงกรณีที่นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่งหนังสือกลับมาทวงถามถึงอำนาจของ กมธ. ในการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาชี้แจงว่า เบื้องต้นยังไม่ได้เห็นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ได้รับทราบจากการรายงานแล้ว และยืนยันว่าเราใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 129 วรรค 4 ในการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง ซึ่งการออกหนังสือเชิญนั้นเป็นมติคณะ กมธ.ไม่ใช่ความเห็นของประธาน กมธ.สภาฯ เพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อไปพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรค 4 จะพบว่าเป็นเรื่องของ กมธ.กับผู้ที่ถูกเชิญเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ 3 และบุคคลอื่น ไม่สามารถที่จะส่งหนังสือมาถามในลักษณะนี้ได้ เพราะเรื่องที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีถามมา ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ และรองนายกฯ ต้องเป็นผู้มาตอบเอง การที่บุคคลอื่นมาสอบถามแทนเป็นเรื่องที่เสียมารยาท ความรู้ก็มีการศึกษาก็มี แต่กลับไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง&amp;rdquo; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว และยืนยันว่า กมธ.จะเชิญนายกฯ และรองนายกฯ มาชี้แจงในเรื่องนี้ให้ได้ และจะเชิญบุคคลอื่นด้วย
บี้&amp;quot;บิ๊กตู่-ป้อม&amp;quot;มาแจง6พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงหนังสือเลขาธิการนายกฯ สอบถามว่าเหตุใดจึงมีปัญหาแค่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่มีปัญหาในร่าง พ.ร.บ.อื่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า บุคคลดังกล่าวถามตนไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่ของเขา คนอื่นจะตอบได้เพียงแค่นายกฯ ไม่ว่างหรือติดภารกิจเท่านั้น พร้อมย้อนถามว่า &amp;quot;นายกฯ ใช้คนแบบนี้เหรอ ถึงว่าเจ๊งไปหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตามกฎหมายนายกฯ ไม่ต้องมาชี้แจงก็ได้ เพราะไม่ใช่ข้าราชการประจำ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่มีข้อยกเว้น ให้ไปดูมาตรา 129 เขาใช้คำว่าเชิญบุคคลใด ยกเว้นเพียงผู้พิพากษาที่กำลังพิจารณาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ว่า วันนี้ได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563 แต่ปรากฏว่าไม่มาชี้แจง อย่างไรก็ตาม กมธ.ได้พิจารณาถึงกรณีนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือถึง กมธ. เพื่อสอบถามถึงการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง ซึ่งกมธ.มีมติไม่รับพิจารณาหนังสือดังกล่าว และยืนยันจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงต่อ กมธ. ในวันที่ 6 พ.ย.อีกครั้ง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ทำหนังสือขอเลื่อนมายัง กมธ. โดยระบุว่า ติดภารกิจเร่งด่วน ไม่สามารถมาชี้แจงได้ พร้อมกับชี้แจงมาสั้นๆ แต่ กมธ.พิจารณาแล้วต้องการการมาชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่เขียนมาสั้นๆ แค่ 3 บรรทัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเสนอร่างงบประมาณฯ ปี 2563 เกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างไรจึงต้องเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ชี้แจงว่า ไม่ขออธิบายตรงนี้ แต่จะซักถามใน กมธ.เคยเห็นรัฐมนตรีติดคุก เพราะการทุจริตงบประมาณหรือไม่ จะโยงให้เห็นว่าทุจริตงบประมาณกันอย่างไร ส่วนจะมาหรือไม่เป็นเรื่องของทั้งสองคน นายกฯ ตัดพี่ตัดน้องกับตน แต่ตนยังไม่ตัด ก็เลยเรียกมาชี้แจงซักถามคุยกันฉันพี่น้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวด้วยว่า กมธ.ยังพิจารณากรณีนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นเรื่องให้ กมธ.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรนั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรค 4 ไม่ให้กมธ.ยุ่งกับองค์กรอิสระ ซึ่งเราก็ไม่ได้ยุ่ง แต่ กมธ.มีมติให้ทำหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวมาศึกษา โดยให้ส่งต่อ กมธ.ภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้ หลังจากนั้น กมธ.จะตั้งคณะทำงานตรวจสอบต่อไป เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้ทุกคนมีความสงสัยในมติ ป.ป.ช. ทำให้เกิดบรรทัดฐานยืมเพื่อนไม่ต้องชี้แจง ผิดเพี้ยนไปหมด ส่วนความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบพล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ถูกร้องเรียนวางตัวใช้ตำแหน่งหน้าที่ไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง และกรณีความไม่โปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างอาคารฝ่ายนิทรรศการและศิลปกรรม กรมประชาสัมพันธ์นั้น ขณะนี้ได้รับเอกสารต่างๆครบถ้วนแล้ว จะตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏตามสื่อว่าตนตำหนิการทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ากรณีที่ดังกล่าวตนไม่ได้วิจารณ์หรือตำหนิใคร แต่ที่ให้สัมภาษณ์เป็นข้อแนะนำให้ทราบว่าผู้ที่จะเชิญใครมาชี้แจง ผู้ได้รับเชิญควรจะมา ส่วนผู้เชิญมาก็ต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะให้เกียรติเขา ผมไม่ได้ไปวิจารณ์หรือว่าใคร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ฝ่ายค้านตีปี๊บซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธาน กมธ.พิจารณางบประมาณฯ ประจำปี 2563 เปิดเผยว่า การพิจารณางบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ตั้งงบไว้ 7.5 พันล้านบาท ยังคงมีข้อสงสัยในหลายประการที่ผู้แทนกระทรวงตอบคำถามของ กมธ.ไม่ชัดเจน โดย กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตกรณีสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ใช้งบ 203 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารที่ทำการคณะผู้แทนการค้าไทยถาวรประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญา ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าคุ้มค่าหรือไม่ &amp;nbsp;เนื่องจากงบประมาณปี 2563 เป็นงบประมาณขาดดุล และกู้เงินจากต่างประเทศมาทำงบประมาณเกือบ 5 แสนล้านบาท ซึ่งตนได้ขอสงวนคำแปรญัตติเอาไว้พูดกันในสภา ชาวบ้านจะตายอยู่แล้วยังจะใช้เงินแบบนี้อีก หากให้หนึ่งกระทรวง เกรงว่าในอนาคตจะมี อีกหลายหน่วยงานของบเพื่อซื้ออาคารเช่นเดียวกับกระทรวงพาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การประชุม กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาตามคำเชิญของ กมธ. โดยชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการใช้งบประมาณจำนวน 15,800 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งถือว่าชี้แจงได้ในระดับหนึ่ง และยืนยันว่าการใช้จ่ายงบโปร่งใส ไม่มีปัญหาคอร์รัปชัน ส่วนกรณีการใช้จ่ายงบประมาณ 15,800 ล้านบาท ที่มีปัญหาจ่ายเงินไม่เหมาะสมนั้นอ้างว่าเป็นเรื่องที่สำนักงบประมาณดำเนินการ ทางกระทรวงมหาดไทยแค่ทำเรื่องของบประมาณเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้กำหนดว่าจังหวัดไหนควรได้เท่าไหร่ รวมทั้งใกล้สิ้นปีต้องเร่งใช้จ่ายงบ กมธ.จะเร่งตรวจสอบการอย่างเข้มงวดต่อไป โดยเฉพาะโครงการถนนพาราซอยล์ซีเมนต์ ที่มหาดไทยมีการกันงบประมาณไว้หลายพันล้านบาท เพราะในความเป็นจริงถนนพาราซอยล์ซีเมนต์ใช้งานไม่ได้และไม่เหมาะสมกับงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจกระทรวงมหาดไทย คงจะเป็นหนึ่งในกระทรวงที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายอย่างแน่นอน เพราะการใช้จ่ายงบประมาณหลายโครงการไม่โปร่งใส รวมทั้งการตอบคำถามกรรมาธิการเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณก็ยังไม่ชัดเจนในหลายประเด็น&amp;rdquo; นายวิสารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขณะนี้ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมนำมาสรุปหลังเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 1 พ.ย. ข่าวที่ออกมาว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งเป้าอภิปรายรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้ จึงมีมูลความจริงเพียงแค่ส่วนเดียว ตอนนี้เรายังไม่ได้ล็อกเป้าที่ใครเป็นพิเศษ ทั้งนี้เรามีข้อมูลครบถ้วนชัดเจนพอสมควร แต่การจะตัดสินใจยื่นอภิปรายหรือไม่ และล็อกเป้ารัฐมนตรีคนใดเป็นพิเศษ ต้องขึ้นอยู่กับผลการประชุมของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลังเปิดสมัยประชุมอีกครั้ง ถ้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในปีปฏิทินนี้ เรามีหมัดเด็ดแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมโดยมีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน โดยสั่งการให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเตรียมพร้อมชี้แจงงบประมาณประจำปี 2563 ต่อสภา ถึงความจำเป็นเหตุผลการใช้งบหรือกรรมาธิการทหารที่เกี่ยวข้อง และยืนยันว่าจะใช้กลไกสภาในการชี้แจงทำความเข้าใจกันถึงเหตุผลและความจำเป็นในการใช้งบของกระทรวงกลาโหม จะไม่พูดผ่านสื่อ เพราะจะเกิดการโต้ตอบกันไปมา และทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน วันนี้เป็นการใช้กลไกสำคัญในการพูดคุยทำความเข้าใจกันจะเป็นการตั้งข้อสังเกตการณ์ เหตุผลความจำเป็น ก็จะเป็นวิถีทางประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กมธ.ทหารเชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพไปชี้แจงเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ จะต้องไปหรือไม่ พล.ท.คงชีพกล่าวว่า ต้องพิจารณาตรวจสอบในข้อกฎหมายและวิธีปฏิบัติ อันไหนที่เป็นข้อกฎหมายที่จำเป็นก็ต้องไป ส่วนไหนเกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติที่ส่งตัวแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำในที่ประชุมสภากลาโหมโดยให้ ผบ.เหล่าทัพเตรียมพร้อมในการชี้แจงงบในส่วนของแต่ละเหล่าทัพ เพราะอาจจะโดนหนักหน่อย เนื่องจากตนเองเป็นนายกฯที่มาจากทหาร
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;นำสอบส.ส.กบฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพรรค กรณีลงมติเห็นด้วยกับการลงมติรับหลักการวาระ 1 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่เป็นการโหวตสวนมติพรรค ซึ่งมี ส.ส.เข้าชี้แจงจำนวน 5 คน รวมถึง น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ จากทั้งหมด 9 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กวินนาถเปิดเผยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. เป็นผู้ซักถามด้วยตัวเอง ซึ่งตนได้ชี้แจงถึงเหตุผลในการลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่าเนื่องจากเป็นกฎหมายสำคัญที่มีผลต่อการจัดสรรงบประมาณในพื้นที่ และเห็นว่าเป็นเพียงการลงมติในชั้นรับหลักการเท่านั้น ยังต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอีก จึงตั้งใจรับหลักการเพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป หากย้อนเวลาได้ คงไม่โหวตสวนมติพรรคในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะขณะนี้ได้รับผลกระทบมาก และรู้สึกหนักใจ โดยเฉพาะท่าทีจากเพื่อน ส.ส.ในพรรคหลายคนที่เปลี่ยนไปมาก หมางเมินและบางคนไม่คุยด้วย เหมือนถูกแยกออกจากพรรค ทำให้รู้สึกกดดัน และอึดอัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่ได้วางแผนไว้ว่าหากถูกขับออกจากพรรคจะย้ายไปอยู่พรรคใด และยังไม่มีพรรคใดติดต่อมาอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแต่พูดคุยหยอกล้อกันเท่านั้น และไม่มั่นใจว่าจะถึงขั้นถูกขับออกจากพรรคหรือไม่ ตอนนี้ตอบอะไรไม่ได้ อ่านใจผู้บริหารพรรคไม่ออก&amp;quot; น.ส.กวินนาถกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.เขต 5 นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ารับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิก ส.ส.ที่ชั้น 5 สำนักงาน กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้รับหลักฐานสลิปโอนเงินของนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย โดยเป็นการทำธุรกรรมผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ดอนเมือง โดยการฝากโอนเงินสดจำนวน 1,000,000 บาท ผ่านระบบบัญชีไปยังบัญชีออมทรัพย์ของหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2562 โดยไม่ทราบเหตุผลใดๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องต่อ กกต. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและสอบสวน เพื่อตรวจสอบเส้นทางทางการเงินว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายและมีเหตุผลรองรับหรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นเรื่องในวันที่ 31 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิเชษฐให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอยู่ว่าเอกสารดังกล่าวหลุดออกมาได้อย่างไร เพราะเป็นบัญชีส่วนตัว และเงินไม่ได้ออกจากบัญชีตน แต่มีชื่อของตนนำเงินสดไปฝากเข้าบัญชีคนนี้ ซึ่งบังเอิญเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ตนจะให้ใครยืมเงินเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นเรื่องธรรมดา แต่สงสัยว่าเอกสารหลุดออกมาได้อย่างไร จึงต้องมีการตรวจสอบ และเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าอดีตเลขาฯ พรรคผมที่ถูกผมขับออกจากพรรคติดต่อไปยังนายศรีสุวรรณใช่หรือไม่ เพราะผมมีหลักฐานซึ่งเป็นไลน์ที่อดีตเลขาฯ ติดต่อพูดคุยกับนายศรีสุวรรณ และผมเองก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร มีปัญหาแต่กับอดีตเลขาฯ พรรคคนเดียว&amp;quot; นายพิเชษฐ กล่าว&amp;nbsp;
รับคดีปล่อย&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ลงนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้อ่านคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ (นางอุบลรัตน์ ลุยวิกัย ในขณะนั้น) วท. 12/ 2562 ศาลอุทธรณ์ที่มีคำวินิจฉัยลงวันที่ 4 ก.ย.2562 ในคดีหมายเลขดำที่ อท.54/2562 ที่นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กับพวกรวม 2 คนยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กับพวกซึ่งเป็น กกต.รวม 7 คน ขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 7 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 43 พ.ร.ป.กกต.2560 มาตรา 29 ประกอบมาตรา 25 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 23 ประกอบมาตรา 149 และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้ง 7 มีกำหนด 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ จึงมีคำสั่งให้ส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ 2559 มาตรา 11 โดยในวันอ่านคำสั่งของประธานศาลอุทธรณ์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ที่ 1 และเป็นตัวโจทก์ที่ 2 เดินทางมาศาล พร้อมกับทนายโจทก์ทั้งสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้ง 7 จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 23 ประกอบมาตรา 149 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 มาตรา 21 ประกอบ 22 และมาตรา 38 ไม่ตรวจคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งว่าจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และร่วมกันออกประกาศ กกต.เรื่องการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯ ฉบับลงวันที่ 11 ก.พ.2562 ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งว่าจะเสนอสภาพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯ ลำดับที่ 30 เพื่อให้เป็นคุณแก่พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 มี.ค.2562 (เลือกตั้งล่วงหน้า) และในวันที่ 24 มี.ค.2562 (เลือกตั้งทั่วไป) ทั้งเมื่อนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบการคัดเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จำเลยทั้ง 7 ก็มิได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้งดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อนายวิญญัติ ชาติมนตรี ยื่นหนังสือคัดค้านการประกาศรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และขอให้เพิกถอนชื่อบุคคลดังกล่าว จำเลยทั้ง 7 ยังคงให้มีการประกาศ กกต. เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯ อยู่ต่อไป เมื่อนายเรืองไกรยื่นหนังสือขอให้ กกต.วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ จำเลยทั้ง 7 ไม่ดำเนินการตามหน้าที่สั่งให้ระงับยับยั้งหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้การเลือกตั้งการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมายกับให้พล.อ.ประยุทธ์สามารถรณรงค์หาเสียงหรือขึ้นเวทีปราศรัยได้ ซึ่งความจริงในฐานะหัวหน้า คสช.เป็น &amp;ldquo; เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ&amp;rdquo; ไม่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 และ พ.ร.ป.ด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 13, 44 การกระทำของจำเลยทั้ง 7 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.กกต.มาตรา 5 ประกอบมาตรา 25 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 23 ประกอบมาตรา 144
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 7 โดยจำเลยที่ 1 เป็นประธาน กกต.จำเลยที่ 2-7 เป็น กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 23 ประกอบมาตรา 149 และ พ.ร.ป.กกต.2560 มาตรา 38 กำหนดว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้ง 7 ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2555 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง (1) วินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงมีคำสั่งให้รับคดีไว้ตรวจฟ้องนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา (ในชั้นตรวจฟ้อง) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., ถ้าไปก็ต้องไป, นาฬิกาหรูยืมเพื่อน, ป.ป.ช., ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ใช้อำนาจมาตรา 129</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db998200a916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
