<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คุณช่อ’ไปปัตตานี! ผู้ต้องหาไม่ใช่โจรใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรณิการ์&amp;quot; ลงใต้ เยี่ยมครอบครัว &amp;ldquo;อับดุลเลาะ อีซอมูซอ&amp;rdquo; ซัดทหารอำนาจล้น เสี่ยงใช้อำนาจมิชอบจับกุมชาวบ้านโดยไม่ต้องมีหลักฐาน นี่ไม่ใช่ศพแรก ยันไม่ใช่โจรใต้ เป็นแค่หนึ่งในผู้ชายวัยหนุ่มจำนวนมากในสามจังหวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเข้าค่ายไปสอบสวนโดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหา ทหารใช้กฎอัยการศึกมายาวนานถึง 15 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เดินทางไปยังอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อพบปะและให้กำลังใจครอบครัวนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ช่างก่อสร้างชาวปัตตานีผู้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัวเข้าค่ายอิงคยุทธบริหาร แล้วกลับออกมาในสภาพสมองบวมจากการขาดออกซิเจน อยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา ก่อนจะเสียชีวิตในอีก 35 วันต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติของนายอับดุลเลาะยืนยันว่า จนถึงขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่าจะให้เงินเยียวยาและให้ทุนการศึกษากับลูกของนายอับดุลเลาะ แต่เป็นเสียงการพูดปากเปล่า ไม่มีเอกสารยืนยันการติดต่ออย่างเป็นทางการ และที่สำคัญครอบครัวไม่ได้ต้องการเพียงเงินเยียวยา แต่ต้องการข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ ว่าผู้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่ง อยู่ในการควบคุมตัวของทหารเพียง 12 ชั่วโมง แล้วกลับออกมาในสภาพสมองขาดออกซิเจน มีร่องรอยการถูกจี้และถูกมัดได้อย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการเสียชีวิตของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านภรรยาของนายอับดุลเลาะยืนยันว่า ขณะนี้มีกำลังใจดี เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในชุมชน รวมถึงคนนอกพื้นที่ ยืนยันว่าจะยังสู้ต่อไป แม้การทวงคืนความเป็นธรรมให้สามีจะต้องใช้เวลานาน และอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้มีอำนาจ โดยมีแนวคิดจะจัดตั้งกองทุนเพื่อรวบรวมเงินบริจาคมาใช้ในการสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ได้ให้กำลังใจครอบครัวอีซอมูซอ โดยแสดงความชื่นชมที่ทางครอบครัวกล้ายืนหยัดต่อสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้นายอับดุลเลาะ และยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว กรณีของนายอับดุลเลาะไม่ใช่กรณีแรกที่มีคนโดนทหารควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใดๆ แล้วกลับออกจากค่ายในสภาพบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะคือตัวอย่างที่น่าเศร้าของคนธรรมดาที่ต้องได้รับผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษในสามจังหวัด ซึ่งให้อำนาจทหารล้นเกินจนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดการใช้อำนาจในทางมิชอบ และการใช้อำนาจจับกุมใครก็ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็มีแต่จะสร้างความหวาดระแวงและแบ่งแยกระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคนจำนวนมากบอกว่าทหารทำถูกแล้ว เพราะอับดุลเลาะเป็นผู้ต้องหา เป็นโจรใต้ ในความเป็นจริงก็คือเขาเป็นหนึ่งในผู้ชายวัยหนุ่มจำนวนมากในสามจังหวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเข้าค่ายไปสอบสวนโดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหา ไม่ต้องมีหลักฐาน แค่สงสัยว่าเป็นขบวนการ เพราะเป็นผู้ชายในวัยฉกรรจ์ แล้วพอครบ 7 วันก็ปล่อยตัว เรื่องแบบนี้ทำได้เพราะการประกาศใช้กฎอัยการศึกซึ่งมีมายาวนานถึง 15 ปีแล้ว&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวอีซอมูซอยังแสดงความกังวลว่าหลังจากครบ 7 วันการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ เมื่อสื่อเริ่มเลิกติดตาม คนเริ่มเลิกสนใจข่าวนี้ ครอบครัวจะโดนทหารกดดันให้ยอมความ ซึ่งโฆษกพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ทางพรรคจะยืนหยัดร่วมกับครอบครัวอีซอมูซอ และช่วยทวงถามข้อเท็จจริงจากรัฐบาลผ่านช่องทางในสภาและนอกสภา เพื่อยืนยันหลักการที่ว่ารัฐต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่ใช้อำนาจละเมิดประชาชนเสียเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ทหารอำนาจล้น, พรรณิการ์ วานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, ใช้อำนาจมิชอบจับกุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d6a69cd32b2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
