<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทาหรณ์กิจกรรมรับน้อง ศาลจำคุกรุ่นพี่1ปี9เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลจัดหนักสั่งจำคุกรุ่นพี่เด็กช่าง ปวส. 1 ปี 9 เดือนไม่รอลงอาญา เหตุเรียกน้องมาซ่อม อ้างทำไปเพราะรัก บังคับนอนไถตัวกวาดพื้นแล้วใช้เท้าเตะหน้าอก 2 ครั้งจนหัวใจล้มเหลว ชี้พฤติการณ์ร้ายแรงไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรี เป็นโจทก์&amp;nbsp; และญาติผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายศิริพันธ์ สิงห์พันธ์&amp;nbsp; อายุ 20 ปี อดีตนักศึกษา ปวส.ปี 1 สาขาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เป็นจำเลย ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมให้กระทำหรือไม่กระทำ โดยขู่ เข็ญว่าจะใช้กำลังหรือใช้กำลังประทุษร้าย ตาม ป.อาญา มาตรา 290, 309 วรรคแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องอัยการระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2562 เวลากลางคืน จำเลยเป็นนักศึกษารุ่นพี่ของนายพันธดนย์ บุญครอง อายุ 16 ปี ผู้ตาย ซึ่งเป็นนักศึกษา ปวช.ปี 2 สาขาเดียวกับจำเลย ได้บังคับข่มขืนใจให้ผู้ตายนอนคว่ำหน้าและนอนหงาย ไถตัวไปข้างหน้า แล้วไถตัวกลับมาบนพื้นกรวดเป็นระยะทางประมาณ 10 เมตร ในลักษณะขู่เข็ญตะคอกโดยทำให้กลัว จนผู้ตายยอมจำยอมกระทำตามที่จำเลยข่มขืนใจ แล้วจำเลยใช้เท้าเตะที่หน้าอกผู้ตายหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง แต่เนื่องจากคดีนี้ในบทหนักมีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำ 3 ปี จึงไม่ใช่คดีที่มีโทษจำคุกอย่างต่ำตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ศาลจึงพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ประกอบคำรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริง ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อาญา มาตรา 91 แม้ขณะกระทำจำเลยมีอายุ 19 ปีเศษ แต่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นความร้ายแรง และจำเลยรู้ผิดชอบชั่วดีในการกระทำแล้ว ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้จำเลย พิพากษาลงโทษจำคุก ฐานทำร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3 ปี ฐานข่มขืนใจผู้อื่น 6 เดือน รับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 9 เดือน แม้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม 1 แสนบาท แต่พฤติการณ์ร้ายแรง ไม่รอการลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า คดีนี้ปรากฏเป็นข่าวเมื่อเดือน ก.ค. 2562 วันเกิดเหตุ นายศิริพันธ์กับพวกนั่งดื่มกินที่บ้านเพื่อนใน ซ.รามอินทรา 62 แยก 22 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. โดยนายศิริพันธ์เรียกนายพันธดนย์ ผู้ตายซึ่งเรียนชั้น ปวช.ปี 2 และเป็นน้องรหัสมาพบ นายศิริพันธ์ถามว่าทำไมไม่ค่อยมาเรียน เดี๋ยวเรียนไม่จบนะ เตือนหลายครั้งแล้ว จากนั้นนายศิริพันธ์เรียกนายพันธดนย์ไปลงโทษ โดยอ้างว่าเป็นการซ่อมน้อง ไม่ใช่รับน้อง โดยให้นอนกับพื้นแล้วให้พลิกตัวกลับไปมา ไสตัวครูดกับพื้นกรวด จากนั้นนายศิริพันธ์ถามนายพันธดนย์ว่าจะให้เตะกี่ที นายพันธดนย์ตอบว่า 2 ที นายศิริพันธ์จึงเตะหน้าอก 2 ที จากนั้นได้ให้นายพันธดนย์ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งพูดคุยกัน แต่นายพันธดนย์มีอาการไม่ดี นายศิริพันธ์กับพวกจึงพานำส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ต่อมานายพันธดนย์ขาดใจตาย แพทย์วินิจฉัยว่าหัวใจล้มเหลว นายศิริพันธ์อ้างว่าเป็นการซ่อมน้อง ทำไปเพราะรัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71779</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ศาลอาญามีนบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใช้เท้าเตะหน้าอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11a82f59acd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
