<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมแก๊งป่วน73คนยิงหัวตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ทรงรับตำรวจ คฝ.ถูกยิงศีรษะบาดเจ็บสาหัสเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วงกำชับ ตร.ดูแลเต็มที่ &amp;quot;รองโฆษก ตร.&amp;quot; เผยหลังผ่าตัดยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องเฝ้าระวังการหายใจใกล้ชิด &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ลุยตรวจพื้นที่เกิดเหตุใกล้แฟลตดินแดงหาตัวมือยิงลูกน้อง หลังคุมตัวแก๊งป่วนได้ 73 คน ยึดรถกระบะ 1 คัน จยย. 11 คัน &amp;quot;บช.น.&amp;quot; ระบุวิถีกระสุนยิง คฝ.มาจากฝั่งตรงข้าม ผงะ! รวบคนร้ายปลอมเป็นบุรุษพยาบาลซุกระเบิดแจกพวกป่วน &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; จี้ &amp;quot;เต้น-แกนนำม็อบ&amp;quot; รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เมื่อเวลาประมาณ 22.43 น. ของวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา บริเวณใต้แฟลตดินแดง จนทำให้ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน ผบ.หมู่ กก.อารักขา 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกยิงเข้าที่บริเวณขมับด้านซ้าย มีเลือดออกในสมองเฉียบพลัน และได้ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจและทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดกระสุนออกมาได้ ขณะนี้ยังรักษาตัวในห้องไอซียู เมื่อช่วงเช้าตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ส่งของเข้าเยี่ยมผู้ป่วย ส่วนในช่วงบ่าย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับ ส.ต.ต.เดชวิทย์เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และมอบให้ผู้แทนพระองค์เข้าเยี่ยมผู้ป่วยวันนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้พบกับนางมะลิวัลย์ เล็ทเทนสัน มารดา ส.ต.ต.เดชวิทย์ ที่จะมาเยี่ยมดูอาการลูกแต่ไม่สามารถเยี่ยมได้ในขณะนี้ และได้มอบเงินสวัสดิการให้ส่วนหนึ่ง ทั้งสวัสดิการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สวัสดิการ บช.น., &amp;nbsp;สมาคมแม่บ้านและของส่วนตัว ผบ.ตร. &amp;nbsp;และส่วนตัวของ ผบช.น. เบื้องต้นประมาณ 6 แสนบาท บช.น.จะดูแลอย่างใกล้ชิด หรือมีสิทธิใดก็จะเพิ่มให้อีก ซึ่งนายกฯ มีความห่วงใย ฝากให้ดูแลเรื่องการรักษาให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงอาการ ส.ต.ต.เดชวิทย์ว่า ล่าสุดผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนำหัวกระสุนออก ซึ่งหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว และยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เริ่มมีอาการตอบสนองทางระบบประสาท ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจไว้ อีกทั้งต้องได้รับการเฝ้าระวังการหายใจและอาการหลังผ่าตัด รวมถึงการติดเชื้อจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งภายในซอยจตุรทิศ 2 แยก 23 เขตดินแดง หลังเกิดเหตุ ส.ต.ต.เดชวิทย์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดล้อมตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ต้องสงสัยและพื้นที่ใกล้เคียงภายในบริเวณแฟลตดินแดงตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ภายใน ซึ่งยังหลงเหลือร่องรอยการปะทะกันตลอดทั้งซอย ทั้งกระสุนยางและเศษขวดแก้วที่แตก โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งหาพยานหลักฐานและพยานวัตถุ เพื่อใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุตัวจริง หลังมีการควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้มากกว่า 73 คน ซึ่งถูกนำตัวส่ง สน.ดินแดงและ สน.พหลโยธิน เพื่อนำตัวไปสอบปากคำ สำหรับการสืบสวนสอบสวนให้ทราบตัวผู้กระทำความผิดนั้น ขณะนี้คาดว่าน่าจะทราบตัวผู้กระทำความผิดและติดตามจับกุมได้ในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ดินแดง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. ประชุมคดีคนร้ายยิงตำรวจ คฝ.บาดเจ็บสาหัส รวมทั้งตำรวจยังได้คุมตัวเยาวชนชายและหญิงประมาณ 6 คน ไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อดำเนินการฝากขัง หลังสอบปากคำและทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจได้ยึดรถกระบะโตโยต้า สีขาว 1 คัน และจักรยานยนต์อีก 11 คัน มาจากลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อในซอยจตุรทิศ 2 แยก 23 ที่เกิดเหตุยิงดังกล่าว ซึ่งรถเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิงเจ้าพนักงาน ขณะที่ตำรวจยังคงทยอยสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกควบคุมตัวเป็นรายบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองรอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงภาพรวมการชุมนุมเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า กลุ่มพลเมืองโต้กลับไม่มีเหตุรุนแรง ส่วนการชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ มีทั้งภาคเช้าภาคบ่าย ยุติการชุมนุมเวลา 19.35 น.การชุมนุมภาคบ่าย มีการเผาศพจำลองที่สนามฟุตบอล แต่ไม่ได้รับผลกระทบต่อทรัพย์สินของราชการ ส่วนกลุ่มทะลุแก๊ส เริ่มชุมนุมที่ถนนมิตรไมตรี 2 มีการขว้างประทัดยักษ์ ระเบิดเพลิง กระทั่งเวลา 20.00 น. มีการเผายางใต้ทางด่วนดินแดง กระทั่งเวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมของผู้ก่อความไม่สงบ และได้หลบหนีเข้าไปในแฟลตดินแดงและซอยต้นโพธิ์ ปรากฏว่า คฝ.ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.ตำรวจ ทำการผ่าตัดเอากระสุนออก &amp;nbsp; อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลการปฏิบัติตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 28 คน การดำเนินการทางกฎหมาย บช.น. มีคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทั้งสิ้น 620 คดี พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องแล้ว 278 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 342 คดี วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา มี 20 คดี ผู้ต้องหา 28 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจ คฝ.ที่ถูกยิง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ยิงมากี่นัดหรือชนิดใด แต่เบื้องต้นเป็นอาวุธชนิดรุนแรง กระสุนทะลุหมวกกันน็อกเข้าไปฝังในศีรษะ การปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบผู้ชุมนุมมีหลายส่วน ทั้งตัวผู้ปฏิบัติ ผู้สนับสนุน เราจะต้องสืบสวนการเชื่อมโยงการจัดหาอาวุธต่างๆ ทั้งนี้ ตำรวจ คฝ.ที่ปฏิบัติหน้าที่จะไม่พกอาวุธจริง แต่แน่นอนการชุมนุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมีการพกอาวุธจริง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนได้รับบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ&amp;quot; พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก บช.น.กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ผบช.น.ลงไปควบคุมการปฏิบัติเอง จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 เคส ผู้ชุมนุมใช้กระสุนจริงจากการสอบปากคำผู้ต้องหา หนึ่งในนั้นยอมรับกับ ผบช.น. มีคนใช้อาวุธจริงในกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ อีกเคสกลุ่มก่อความไม่สงบปรับยุทธวิธีทำหน้าที่คล้ายบุรุษพยาบาล ถือกระเป๋าพยาบาล แต่ในนั้นมีวัตถุระเบิด ถูกจับได้พร้อมระเบิดแสวงเครื่อง 3 ลูก โดยรับสารภาพทำหน้าที่ถือระเบิดเพื่อแจกจ่ายให้กับเพื่อนนำไปก่อเหตุ ทั้ง 2 เคสย้ำเตือนว่าการปฏิบัติที่ใต้ด่วนดินแดง ไม่ใช่การชุมนุมที่ชอบธรรมตามสิทธิ เป็นอาวุธมีอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนและผู้พักอาศัยในบริเวณดังกล่าว เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ตำรวจถูกยิง ไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง ทุกฝ่ายจะต้องไม่ใช้ความรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว และที่ผ่านมาในการเข้าพื้นที่ ตำรวจก็มีความระมัดระวังอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอประณามคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.บาดเจ็บสาหัส ซึ่งการกระทำดังกล่าวของกลุ่มผู้ชุมนุมมีการกระทำที่รุนแรง ตั้งใจที่จะมาเคลื่อนไหวเพื่อเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเรียกร้องไปยังแกนนำม็อบกลุ่มต่างๆ ทั้งม็อบ 3 นิ้ว ม็อบนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวปลุกระดมให้พวกคนถ่อย ป่าเถื่อนเหล่านี้ให้ออกมาป่วนเมืองยิงตำรวจ ปาระเบิด ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน รับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ของกลุ่มเยาวรุ่นทะลุแก๊ส &amp;nbsp;ได้พูดคุยถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนถูกยิง โดยมีข้อความบทสนทนาว่า &amp;quot;อันนี้คุณ ควรยอมรับ 1 สิ่งก่อนว่า กระสุนมาจากทางฝั่งพวกเรา และเราไม่ควรปกป้อง ไม่งั้นพวกเราจะซวยไปด้วย ว่ากันด้วยความจริง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119101</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฝ.ถูกยิงศีรษะบาดเจ็บสาหัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ebca0003ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่คลิป&#039;ในหลวง&#039;มีพระกระแสรับสั่งเรื่องข่าวลือ เตือนสติด้วยความจริง อยู่ในเหตุผล อีกครั้ง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64- เพจ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ โพสต์คลิปและข้อความ หัวข้อ &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; มีพระกระแสรับสั่งเรื่องข่าวลือ เตือนสติด้วยความจริง อยู่ในเหตุผล ประเทศของเรา บ้านของเราจะมีความสุข ปลอดภัย น่าอยู่ สบาย ขึ้นกับคนรุ่นหลังในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมระบุว่า ที่มาของคลิป : เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 63 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ไปยังศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขตบางเขน เพื่อทอดพระเนตรการฝึกปฏิบัติและดูงานศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน โครงการค่ายผู้นำเยาวชนจิตอาสา &amp;ldquo;LOVE CAMP&amp;rdquo; Leadership &amp;ndash; Oneness &amp;ndash; Volunteer &amp;ndash; Expert หลักสูตรการฝึกปฎิบัติและดูงานเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย รุ่นที่ 1 มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาทั่วประเทศเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 271 คน .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112408</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทหารราบที่ 11, ข่าวลือ, ร.10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610ce0b3d3d6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงเสด็จฯทรงเปลี่ยนเครื่องทรง‘พระแก้วมรกต&#039;จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64-เวลา&amp;nbsp; 19.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝนถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นการส่วนพระองค์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111104</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต, เครื่องทรงฤดูฝน, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd6c89b647a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานทรัพย์กว่า 2.8 พันล้าน จัดหาอุปกรณ์แพทย์ รับมือการแพร่ระบาดโควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - &amp;nbsp;เฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;quot; เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยประชาชนและบุคลากรการแพทย์ในภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระราชทานทรัพย์เพื่อสมทบทุนและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลและสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานทรัพย์ จำนวน 100,000,000 บาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานทรัพย์ จำนวน 2,407,144,487.59 บาท แก่ โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล 27 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานทรัพย์ จำนวน 345,000,000 บาท แก่ เรือนจำ ทัณฑสภาน และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ 44 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110842</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชินี, โควิด19, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa69588fe26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039; พระราชทานดอกไม้และของขวัญแก่พระองค์เจ้าโสมสวลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.45 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงรับดอกไม้และของขวัญพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และของพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกันนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายสังฆทาน เพื่ออัญเชิญไปถวายภิกษุที่อาพาธในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กับประทานเงินเพื่อผู้ป่วยหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน สำหรับเป็นทุนเริ่มต้นในการจัดตั้งกองทุน &amp;ldquo;โสมสวลีอารีรักษ์&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 จากนั้น ประทานพระวโรกาสให้ผู้แทนหน่วยงานของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เฝ้า รับประทานเงินและสิ่งของต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิจศรี&amp;nbsp;ชาญณรงค์&amp;nbsp;หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เฝ้า รับประทานเงินสำหรับช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันในระยะเฉียบพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เฝ้า รับประทานของขวัญ เพื่อเชิญไปมอบแก่เด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสอาด วงศ์อนันต์นนท์ ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เฝ้า รับประทานของขวัญ เพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้ป่วยเด็กที่รักษาอาการป่วยที่หอผู้ป่วยเด็ก ตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109591</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระองค์เจ้าโสมสวลี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed8f1d038fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อาทิตย์&#039;ยืนยัน&#039;ในหลวง&#039;ไม่เคยเห็นชอบการรัฐประหาร ท่านต้องการประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64- ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา โพสต์เฟซบุ๊ก Arthit Ourairat ว่าด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ขอเรียนว่าใครที่เข้าใจผิดว่าในหลวงเห็นชอบหรืออยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ท่านไม่เคยเห็นชอบด้วยเลย แม้การเป็นนายกของพล อ. สุจินดา ท่านก็ไม่เห็นชอบด้วย ท่านต้องการให้เป็นประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106793</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐประหาร, อาทิตย์ อุไรรัตน์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7485d1e60f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงประกอบอาหารพระราชทานโรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงทรงปรุงอาหารที่มีสมุนไพรไทยช่วยต้านโควิดเป็นส่วนประกอบพระราชทานแก่บุคลากรทางการแพทย์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่เสียสละกำลังกาย และอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารปรุงสุกใหม่แก่บุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ณ โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามต่างๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประกอบอาหารพระราชทานด้วยพระองค์เอง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลูกชิ้น, ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระเครื่องยาจีน, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟลูกชิ้นเห็ดหอม, ข้าวซี่โครงหมูอบกระชายขาวยอดผัก, ไข่เจียวหมูสับกระชายซอย, คั่วกลิ้งไก่กระชายขาว, ลาบเหนือคั่วกระชาย ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยที่ช่วยบำรุงร่างกายและต่อต้านโรคโควิด-19 ได้แก่ กระชาย เป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหาร เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ให้มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ครัวพระที่นั่งอัมพรสถาน และหน่วยงานทหารจัดอาหารพระราชทานแจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2564&amp;nbsp; รายละเอียดดังนี้ เขตบางพลัด จำนวน 2,250 กล่อง เขตวัฒนา จำนวน 6,900 กล่อง เขตบางคอแหลม จำนวน 5,700 กล่อง เขตคลองเตย จำนวน 9,000 กล่อง เขตดุสิต จำนวน 11,946 กล่อง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จำนวน 8,400 กล่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้รับพระราชทานอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกต้องตามหลักโภชนาการในครั้งนี้ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างหาที่สุดมิได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106171</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19, ทรงประกอบอาหาร, บุคลากรทางการแพทย์, พระราชทานแก่บุคลากรทางการแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4bca2ca9e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
