<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ในหลวง-ราชินี’ทรงห่วงช่วยน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง-พระราชินี ทรงห่วงใยราษฎรประสบอุทกภัยที่สุโขทัย-ตาก โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานบรรเทาเดือดร้อน ขณะที่นายกฯ นำทีม ครม.ถกปัญหาน้ำท่วมยาวยืด ยันไม่มีการวัดพลังกัน ปภ.สรุป &amp;nbsp;&amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; เล่นงาน 30 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,093 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เดินทางไปประชุมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ทั้งนี้ องคมนตรีได้เชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ &amp;nbsp;หนูเทพ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,500 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมโรงเรียนวัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ &amp;nbsp;องคมนตรีได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย จำนวน 5 &amp;nbsp;ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.15 น. พลเรือเอก พงษ์เทพ และคณะเดินทางไปประชุมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตาก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ &amp;nbsp;ทั้งนี้ องคมนตรีได้เชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ &amp;nbsp;องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย กับมอบเงินสงเคราะห์ในการทำศพแก่ครอบครัวราษฎรผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก &amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัยและครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลไม้งาม &amp;nbsp;อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก จำนวน 5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้หารือกันถึงเรื่องอุทกภัยนานที่สุด และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้พูดถึงเรื่องน้ำท่วมมากที่สุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความเป็นห่วงต่อการบริหารจัดการน้ำ และกำชับให้กระทรวงมหาดไทยนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปไว้ในจุดต่างๆ เพื่อช่วยกันจัดการน้ำ พร้อมทั้งให้มีการวางแผนการจัดการน้ำ การกักเก็บน้ำเอาไว้ในฤดูแล้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้เร่งรัดเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเตือนภัยจำนวน 4 แอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiWater แอปพลิเคชันรายงานสถานการณ์น้ำและอากาศของประเทศไทย, DPN Reporter &amp;nbsp;แอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัย, WMSC แอปพลิเคชันฐานข้อมูลข่าวสารช่วยรับมือน้ำท่วม และ DWR4THAI แอปพลิเคชันให้บริการข้อมูลข่าวสารของกรมทรัพยากรน้ำ โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมกันดาวน์โหลด เผื่อกรณีเกิดอุทกภัยประชาชนจะได้เตรียมเก็บของได้ทันการณ์ ไม่ใช่น้ำมาถึงแล้วเพิ่งแจ้งเตือน ต้องให้ประชาชนรู้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตามนายกฯ ยังพูดถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในช่วงนี้ด้วยว่า &amp;ldquo;การลงพื้นที่ไม่ใช่การวัดพลังใคร ไม่ได้ทะเลาะกัน สื่อออนไลน์ชอบเอาไปเขียนให้ทะเลาะกัน วัดพลังกัน-ไม่ใช่ ไม่มีอะไร และให้ ครม.รวมถึงรองนายกฯ ลงพื้นที่ไปช่วยประชาชนได้ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะผมก็ไปไม่ได้ทุกพื้นที่ จึงอยากให้ช่วยๆ &amp;nbsp;กันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ. โพสต์ข่าวนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ถูกโซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่า ภาพประกอบซึ่งเป็นภาพนางกนกวรรณกำลังลุยน้ำเป็นภาพตัดต่อนั้น เรื่องนี้นายกฯ ไม่ได้ว่าอะไร แต่นางกนกวรรณได้พูดกับรัฐมนตรีบางคนว่าเป็นรูปเดิมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่นำภาพไปลงเฟซบุ๊กได้มาขอโทษแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ คิดไม่ถึง และในข้อเท็จจริงปีนี้ที่ จ.ปราจีนบุรีน้ำยังไม่ท่วมและยังไม่ได้ลงพื้นที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังให้เหตุผลว่า ในภาพจริงจะมีคณะของรัฐมนตรียืนอยู่ข้างๆ อีกหลายคน บางคนไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย แต่กลัวจะเป็นประเด็นจึงตัดออกไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.64 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 30 จังหวัด ได้แก่ &amp;nbsp;เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก &amp;nbsp;เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ &amp;nbsp;ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ &amp;nbsp;อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ &amp;nbsp;อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง &amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม รวม 145 อำเภอ &amp;nbsp;584 ตำบล 2,401 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล &amp;nbsp;ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,093 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ได้แก่ ลพบุรี 5 ราย และเพชรบูรณ์ 1 ราย &amp;nbsp;สูญหาย 2 ราย ได้แก่ ลพบุรี 1 ราย และเพชรบูรณ์ 1 &amp;nbsp;ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ &amp;nbsp;เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ &amp;nbsp;ยังคงมีสถานการณ์ 23 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ คาดว่าตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือน &amp;nbsp;ก.ย.ไทยจะมีฝนลดลง เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกอ่อนกำลังลงไป ส่วนอิทธิพลที่จะเกิดจากพายุหมุนเขตร้อนเหมือนเตี้ยนหมู่ ตอนนี้ยังไม่มีเกิดขึ้น &amp;nbsp;แต่ในวันที่ 1-3 ต.ค.อาจจะมีความรุนแรงของร่องมรสุมขึ้นมาอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทนเลขาธิการ &amp;nbsp;กสทช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;สำนักงาน กสทช.ได้ย้ำให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายดูแลคุณภาพสัญญาณบริการให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเข้าดูแลสถานีฐานให้ใช้งานได้ตามปกติ และห้ามโอเปอเรเตอร์ทุกรายตัดสัญญาณลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ทั้งยังให้ขยายระยะเวลาในการชำระค่าโทรศัพท์สำหรับลูกค้ารายเดือน และขยายวันในการใช้งานให้แก่ลูกค้าระบบเติมเงินจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงห่วงใยราษฎรประสบอุทกภัยที่สุโขทัย-ตาก, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องคมนตรี, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_615307563f87d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติเสด็จฯวันมหิดล พสกนิกรแต่งเหลืองเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสด็จฯ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏฯ &amp;nbsp;ทรงวางพวงมาลาเนื่องในวันมหิดล &amp;nbsp;พสกนิกรต่างพร้อมใจใส่เสื้อเหลืองเฝ้าฯ &amp;nbsp;รับเสด็จที่ รพ.ศิริราช ปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายน พุทธศักราช &amp;nbsp;2564 เวลา 17.30 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงวางพวงมาลาถวายพระราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย &amp;nbsp;กรุงเทพฯ โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, &amp;nbsp;รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าฯ รับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม &amp;nbsp;พระบรมราชชนก ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ &amp;nbsp; ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพวงมาลา จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ แล้วกราบ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ในการถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ และทรงวางพานพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพานพุ่มดอกไม้ วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ กราบ แล้วนั่ง ณ ที่จัดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน, ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่ที่ระลึกและของที่ระลึก จำนวน 20 ราย แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งท่าเรือศิริราช ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองพื้นที่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่ช่วงบ่ายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;พสกนิกรพร้อมใจสวมเสื้อเหลืองและนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีมาด้วย เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงและพระราชินี ต่างโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย วปร ธงพระนามาภิไธย สท ปลิวไสว และเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; ดังกึกก้องด้วยความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;
สำหรับการเฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ บรรยากาศตั้งแต่เช้าของวันที่ 24 ก.ย. วันมหิดล ประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมวางพวงมาลาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24 กันยายน วันมหิดล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;quot;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย&amp;quot; และ &amp;quot;พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย&amp;quot; ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ทรงดำเนินพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในฐานะแพทย์ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการวางรากฐานระบบการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล กองทัพเรือ การประมง การสังคมสงเคราะห์ และการศึกษาวิทยาศาสตร์ระดับอุดมศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามมาตรฐานสากลตราบจนทุกวันนี้ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้จัดงาน &amp;quot;วันมหิดล&amp;quot; เป็นประจำทุกปี โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานจัดงานหารายได้มาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างพร้อมใจร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การรับบริจาคพร้อมมอบธงวันมหิดลเป็นที่ระลึก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช ได้ที่ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โทร. 0-2419-7658-60 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ การจัดรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติเพื่อหารายได้ช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117766</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614dd4724a171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039; พระราชทานทรัพย์ 99.9 ล้านสร้างรพ.สนาม ศูนย์พักคอยช่วยผู้ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญเงินพระราชทาน มอบแก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 ณ ห้องสีงาช้าง ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับมอบเงินพระราชทาน จำนวน 99,900,000 บาท โดยจะได้นำไปสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ และเหล่าทัพที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอยและสถานที่กักตัว ทั่วประเทศ ซึ่งยังความซาบซึ้งแก่รัฐบาลและประชาชนไทยในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112217</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระพันปีหลวง, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a61a881166.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อฉุกเฉินถึง31ก.ค. ผุดแคมป์แยกต่างด้าวบิ๊กตู่มั่นใจคุมโควิดอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานเครื่องช่วยหายใจแก่ &amp;quot;สำนักการแพทย์ กทม.-รพ.ภูมิพล&amp;quot; ศบค.เผยผู้ติดเชื้อใหม่ 2,636 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 25 ราย แนะ กทม.เร่งตั้ง &amp;quot;แคมป์ควอรันทีน&amp;quot; ดูแลผู้ป่วยแรงงานต่างด้าว &amp;quot;เรือนจำ&amp;quot; ติดเชื้อเพิ่ม 999 ราย สธ.เตรียมฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังทั่วประเทศ&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; มั่นใจคุมสถานการณ์โควิดได้ &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; เตรียมชง ศบค.ชุดใหญ่ 21 พ.ค. ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือนถึง 31 ก.ค. &amp;quot;ทำเนียบฯ&amp;quot; เริ่มผ่อนคลายสื่อเข้าทำข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กลับมาแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปจัดหาเครื่องช่วยหายใจชนิดอัตราไหลสูง hi flow nasal cannula (HFNC)&amp;nbsp; NeoHif - i7 จำนวน 33 เครื่อง พระราชทานแก่สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหาระบบการหายใจเพิ่มขึ้นจำนวนมากในขณะนี้ โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาล คณะแพทย์ และผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีรับพระราชทานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ยังความปลื้มปีติแก่ผู้ป่วย แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปจัดหาเครื่องช่วยหายใจชนิดอัตราไหลสูง
hi flow nasal cannula (HFNC)&amp;nbsp; NeoHif-i7 จำนวน 10 เครื่อง พระราชทานแก่โรงพยาบาลภูมิพล กรมแพทย์ทหารอากาศ กองทัพอากาศ เพื่อนำไปใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีปัญหาระบบการหายใจเพิ่มขึ้นจำนวนมากในขณะนี้ โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาล และคณะแพทย์เข้าร่วมพิธีรับพระราชทานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ยังความปลื้มปีติแก่ผู้ป่วย แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,636 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,907 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,385 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 522 ราย อยู่ในเรือนจำที่ต้องขัง 671 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 58 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 119,585 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 2,268 ราย ยอดผู้หายป่วยสะสม 76,636 ราย อยู่ระหว่างรักษา 42,246 ราย อาการหนัก 1,213 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 405 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 25 ราย เป็นชาย 18 ราย หญิง 7 ราย อยู่ใน จ.กทม. 11 ราย, ปทุมธานี 3 ราย, เชียงใหม่ 2 ราย, ลำปาง ลำพูน ยโสธร ราชบุรี เพชรบูรณ์ สระบุรี&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และสมุทรปราการ อย่างละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีการติดเชื้อในครอบครัว ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 703 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศมีถึง 7 คนที่เดินทางจากกัมพูชาโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ส่วนใหญ่ระบุอาชีพแอดมินออนไลน์ จึงขอไม่ว่าจะออกจากต่างประเทศถูกต้องหรือไม่ แต่ให้กลับเข้ามาอย่างถูกต้อง เพราะถ้าติดเชื้อและเข้าไปอยู่ในชุมชน จะเป็นปัญหาทางสาธารณสุข ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อ 165,550,534 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 3,431,513 ราย
ลั่นคุมสถานการณ์โควิดอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จังหวัดผู้ที่ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรกคือ กทม. 1,001 ราย, เพชรบุรี 124 ราย,&amp;nbsp; นนทบุรี 99 ราย, ปทุมธานี 89 ราย, ชลบุรี 65 ราย โดยมีถึง 24 จังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อคือ ระยอง ภูเก็ต ขอนแก่น พัทลุง พิษณุโลก ลำพูน ลำปาง ร้อยเอ็ด นครพนม ยโสธร น่าน ชุมพร พะเยา เลย แพร่ อุตรดิตถ์ ชัยนาท หนองคาย พังงา อำนาจเจริญ มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ และสตูล และถ้าดูจากตัวเลขการติดเชื้อระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. มี 3 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อคือ ลำพูน ชัยนาท และหนองบัวลำภู และมี 39 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 ราย ขณะที่ข้อมูลการติดเชื้อในเรือนจำและสถานที่ต้องขังระหว่างวันที่ 1-20 พ.ค. มีทั้งสิ้น 13,159 ราย มากที่สุดคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp; รองลงมาคือเรือนจำธนบุรี และคลองเปรม&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า จากการประชุมศูนย์บริหารแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในกทม.และปริมณฑล มีการพูดคุยเฉพาะการติดเชื้อใน กทม. ที่มีถึง 1,001 ราย แบ่งเป็นจากระบบเฝ้าระวังฯ คนไทย 541 ราย ต่างด้าว 167 ราย จากการค้นหาเชิงรุกคนไทย 132 ราย ต่างด้าว 161 ราย ทำให้ที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานต่างด้าว เพราะจากข้อมูลมีแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายใน กทม.และปริมณฑลทั้งสิ้น 1,318,641 คน อยู่ในกทม.ถึงกว่า 500,000 คน และจากการประมาณการ มีแรงงานต่างด้าวแบบไม่ถูกกฎหมายทั่วประเทศหลักล้าน ซึ่งคนเหล่านี้มักจะไม่อยู่นิ่ง เพราะต้องหลบหนีเคลื่อนย้ายอยู่ตลอด โดยจะไปอยู่เป็นกลุ่มก้อนกับแรงงานที่ถูกกฎหมายในสถานที่แออัด จึงเป็นปัจจัยที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ปรึกษา ศบค.จึงเสนอให้จัดตั้งศูนย์คัดแยกแรงงานต่างด้าวเป็นการเฉพาะ อาจจะทำเป็นแคมป์ขึ้นมา เช่น กรณีโรงพยาบาลสนามที่ปทุมธานีใช้ตลาดเก่าเป็นที่ดำเนินการ เพื่อแยกออกมาจากชุมชน และมีการส่งข้าวส่งน้ำ ซึ่งโมเดลนี้ กทม.ควรรีบทำ ใครที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายก็ต้องอาจนิรโทษกรรมและนำเข้ามาในระบบให้ถูกต้อง ขณะที่การระบาดในพื้นที่ กทม.มีคลัสเตอร์ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 36 คลัสเตอร์ กระจายใน 25 เขต ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดมี 23 คลัสเตอร์ อาทิ ตลาดห้วยขวาง แฟลตดินแดง แคมป์ก่อสร้างเขตหลักสี่ ตลาดบางกะปิ ฯลฯ กลุ่มเฝ้าระวังมี 4 คลัสเตอร์ และที่พบใหม่ 1 คลัสเตอร์คือแคมป์คนงานเขตบางพลัด และที่ควบคุมการระบาดได้แล้วมีจำนวน 8 คลัสเตอร์&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.ต้องการทีมสอบสวนโรค ทั้งพยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข ทีมละ 4 คนเพิ่มขึ้น เพื่อลงไปในแต่ละเขต และต้องการทีมฉีดวัคซีนเพิ่ม ที่มีแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร ขอแรงมาทำงาน โดยสามารถโทร.ไปได้ที่เบอร์ 06-4805-2620
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า กทม.ได้ประกาศปิดตลาดที่เกิดการแพร่ระบาดแล้ว 10 แห่ง เพื่อล้างทำความสะอาดและฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ และตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการค้าและลูกจ้างที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงประชาชนและชุมชนใกล้เคียง 1.ตลาดยิ่งเจริญ 2.ตลาดกลางดินแดง 3.ตลาดบางกะปิ 4.ตลาดคลองเตย 5.ตลาดสามย่าน 6.ตลาดสดหนองจอก 7.ตลาดสายเนตร 8.ตลาดศาลาน้ำร้อน 9.ตลาดลำนกแขวก และ 10.ตลาดนัดผู้ใหญ่อ้วน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมราชราชทัณฑ์ นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ (ศบค.รท.) แถลงสถานการณ์โควิดในเรือนจำและทัณฑสถานว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้จำนวน 999 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการรักษา 13,534 ราย มีเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศที่พบผู้ติดเชื้ออยู่จำนวน 11 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังอธิบดีกรมราชทัณฑ์เข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ.เตรียมจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับฉีดให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำทัณฑสถานทั่วประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&amp;quot; โฆษก ศบค.รท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลบุษราคัม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่าขณะนี้โรงพยาบาลบุษราคัมรับผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามาดูแลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีแผนขยายเตียงรองรับเพิ่มอีก 1,000 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์นิกเกอิ เนื่องในการประชุม International Conference&amp;nbsp; on the Future of Asia (Nikkei Forum) ครั้งที่ 26 ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์นิกเกอิ โดยพล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามประเด็นการบริหารสถานการณ์ภายในประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ว่า ขณะนี้ไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี ไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ด้วยระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง บุคลากรทางสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ การดูแลประชาชนได้ทั่วถึง รวมทั้งการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ด้วย
ต่อ พรก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค และได้ดำเนินการทั้งเชิงป้องกันและการรักษาผู้ติดเชื้อ รวมทั้งดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากร อย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะฉีด วัคซีนให้คนต่างชาติในไทยด้วย และเมื่อเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มใหญ่ในเดือนมิถุนายนได้ตามแผน เชื่อว่าสถานการณ์จะยิ่งดีขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันที่ 21 พ.ค. จะมีการพิจารณาขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะนำมาใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค.นี้ โดยขณะนี้ ศบค.ชุดเล็กกำลังประเมินสถานการณ์ว่าจะขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีกกี่เดือน เพื่อเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ แต่ส่วนตัวมองว่าการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ควรจะนาน เบื้องต้นเห็นว่าควรขยายตลอดเดือน มิ.ย.นี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้บางพื้นที่เกิดการทำงานอย่างบูรณาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 7/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธาน วันที่ 21 พ.ค. จะมีการหารือกันในหลายวาระด้วยกัน โดยวาระที่สำคัญ พิจารณาความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 12 ตามข้อเสนอของ ศปก.ศบค.ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็น ผอ.ศปก.ศบค.เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพิจารณาขยายต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ทาง ศปก.ศบค.ได้เสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ให้พิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออก 2 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ก.ค. โดย ศปก.ศบค.ยึดตามเหตุผลของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการประเมินสถานการณ์ไว้ว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2 เดือนในการควบคุมการการแพร่ระบาดของโควิด-19 หากต่อเพียง 1 เดือนหรือ 30 วันอาจจะไม่เพียงพอ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่ทำเนียบฯ ออกมาตรการเข้มในการป้องกันโควิด-19 โดยขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และสื่อมวลชนเวิร์กฟรอมโฮม และขอความร่วมมือออกมาตรการให้สื่อมวลชนงดเข้ามาปฏิบัติงานภายในทำเนียบฯ นับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผอ.สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp; 24 พ.ค.นี้ ทาง สลน.อนุญาตให้สื่อมวลชนมาปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว แต่กำหนดให้สถานีโทรทัศน์เข้ามาปฏิบัติหน้าที่วันละ 2 ทีม สำนักข่าววันละ 2 คน และต้องปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103634</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ดูแลผู้ป่วยแรงงานต่างด้าว, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อใหม่, พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a67759b7ca1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดงเข้มล็อกโควิด ศบค.ยกระดับพื้นที่เสี่ยง จองฉีดวัคซีน16ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่พร้อมระบบเอไอให้ 19 โรงพยาบาลสนาม ลดการเสียชีวิตจากโควิด &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยป่วยใหม่ยังพุ่ง 2,012 ราย เสียชีวิต 15 ราย &amp;quot;สธ.&amp;quot; เปิดเแผนนำเข้าวัคซีน 37 ล้านโดส ฉีดคลุมคนไทย 70% &amp;quot;ผู้สูงอายุ-ป่วย 7 โรคเรื้อรัง&amp;quot; จองฉีด 1 พ.ค. &amp;quot;ศบค.ชุดเล็ก&amp;quot; นัดสรุปปรับโซนสีเพิ่มพื้นที่แดงเข้มข้น 29 เม.ย.นี้ ก่อนชงชุดใหญ่เคาะวันศุกร์ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; พร้อมแจงโอนอำนาจ กม. 31 ฉบับให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แก้โควิด &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ชี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แค่ให้นายกฯ สั่งการครอบคลุม &amp;quot;ตร.&amp;quot; ระบุจับไม่สวมแมสก์แล้ว 13 ราย พร้อมใช้ 191 ช่วยรับแจ้งป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 เม.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ (Portable X ray Digital) พร้อมระบบ Ai ที่พร้อมปฏิบัติงานภาคสนามให้แก่โรงพยาบาลสนาม จำนวน 19 แห่ง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นวงกว้างในขณะนี้ ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น และพบภาวะปอดอักเสบเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจภาพรังสีปอดให้ทันท่วงที เพื่อคัดแยกผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาพยาบาลเร็วขึ้น ลดระยะเวลาในการรักษาพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลดลง จะนำเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่พระราชทานนี้ไปใช้ และอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลแม่ข่าย และนำออกมาใช้งานในภาคสนามเมื่อมีภารกิจใหม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลสนามจำนวน 19 แห่ง ที่ได้รับพระราชทานเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่พร้อมระบบ Ai ได้แก่ 1.โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ) 2.โรงพยาบาลสนามบางขุนเทียน (ส่วนโรงพยาบาลบางขุนเทียน) 3.โรงพยาบาลสนามบางขุนเทียน (ส่วนโรงพยาบาลลาดกระบัง)
4.โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ 5.โรงพยาบาลสนามเอราวัณ 1 บางบอน (โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์) 6.โรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 บางกอกอารีน่า หนองจอก (โรงพยาบาลเวชการุณรัศมิ์) 7.โรงพยาบาลสนามโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 8.โรงพยาบาลสนามสนามกีฬาจันทรุเบกษาดอนเมือง (โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช) 9.โรงพยาบาลสนามโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.โรงพยาบาลสนามโรงพยาบาลชลบุรี (โรงพยาบาลชลบุรี) 11.โรงพยาบาลสนามศูนย์ห่วงใยคนสาคร (โรงพยาบาลสมุทรสาคร) 12.โรงพยาบาลสนามสนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่ (โรงพยาบาลนครพิงค์) 13.โรงพยาบาลสนามสนามกีฬาบางมด (โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์) 14.โรงพยาบาลสนามอาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา) 15.โรงพยาบาลสนามระยอง (โรงพยาบาลระยอง) 16.โรงพยาบาลสนาม ทอ. รร.การบินกำแพงแสน (โรงพยาบาลจันทรุเบกษา) 17.โรงพยาบาลสนามปากเกร็ด (โรงพยาบาลปากเกร็ด นนทบุรี) 18.โรงพยาบาลสนามขอนแก่น (โรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น) และ 19.โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,012 ราย เป็นผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศ 2,001 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,893 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 108 ราย นอกจากนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 61,699 ราย หายป่วยสะสม 34,402 ราย อยู่ระหว่างรักษา 27,119 ราย อาการหนัก 695 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 199 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 15 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 4 ราย ในจำนวนนี้อยู่ใน กทม.ถึง 9 ราย สาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อในครอบครัว 10 ราย รวมถึงมี 1 ราย เป็นการเสียชีวิตระหว่างรอคิวตรวจ 3 วัน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 178 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 149,328,858 ราย เสียชีวิตสะสม 3,148,781 ราย สำหรับ 5 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันที่ 28 เม.ย. ได้แก่ กทม. 830 ราย, สมุทรปราการ 161 ราย, ชลบุรี 108 ราย, นนทบุรี 71 ราย และสมุทรสาคร 59 ราย
ป่วยไม่หนักขออยู่ รพ.สนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. หลังจากมีการออกมาตรการปิดสถานบันเทิง พบว่าแม้ตัวเลขลดลงบ้าง แต่ยังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ ซึ่งข้อมูลวันนี้มี 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ขณะเดียวกันมีจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 1-10 ราย 35 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 11-50 ราย 25 จังหวัด, จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; 51-100 ราย 5 จังหวัด และจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 100 รายขึ้นไป 3 จังหวัด ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ในรอบเดือน เม.ย. ข้อมูลถึงวันที่ 25 เม.ย. อันดับแรกคือ การสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จำนวน 9,177 ราย หรือร้อยละ 44.3 ซึ่งเกิดจากความไม่ระมัดระวังตัว แยกกักตัวอย่างทันท่วงที เราจึงมีมาตรการออกมาเข้มข้น รองลงมาคือ สถานบันเทิง จำนวน 5,226 ราย อันดับสาม การค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,025 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การระบาดระลอกนี้แตกต่างจากคลัสเตอร์ จ.สมุทรสาคร ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดย 90% ต้องอยู่โรงพยาบาลสนาม แต่การระบาดระลอกนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนแบบก้าวกระโดด ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้โรงพยาบาลสนามสามารถเปิดเพิ่มได้ แต่บางกรณี เช่น กทม.ไม่ตอบโจทย์ เพราะผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มมีอาการรุนแรงปานกลางไปจนถึงอาการหนัก บางส่วนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ จึงต้องบริหารจัดการเตียงให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงขอความร่วมมือว่าหากไม่มีอาการรุนแรงขอร้องไปให้ใช้โรงพยาบาลหรือฮอสพิเทล เพื่อรักษาเตียงให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นจริงๆ&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.?สาธารณสุข แถลงข่าวการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ จะมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเข้ามา 6 ล้านโดส และเดือน ก.ค.อีก 10 ล้านโดส โดยกระทรวงจะเปิดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 16 ล้านคนลงทะเบียนฉีดวัคซีน จองผ่านไลน์ OA หมอพร้อม โดยตัวเลขทั้ง 16 ล้านคน กำลังทยอยเข้าสู่ระบบอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง คาดว่าประมาณ 5% เช่น บางส่วนข้อมูลตกหล่นในคลินิกเอกชนข้อมูลจึงยังไม่มีตรงนี้ หรือบางส่วนอาจจะยังไม่มีข้อมูลใน รพ. แต่ 5% นี้จะถูกแก้ไขให้นําเข้าข้อมูลอย่างครบถ้วน ส่วนประชาชนที่ไม่ได้อยู่ใน 16 ล้านโดส จะได้รับการจัดสรรในเดือนถัดๆ ไปจนครบการรับวัคซีนในเดือน ธ.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าคนไทยทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอนตามความสมัครใจ ซึ่งการจัดกลุ่มเป้าหมายจะมีการบริหารจัดการทั้งหมดแบ่งเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 1.2 ล้านคน 2.บุคลากรด่านหน้า 1.8 ล้านคน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะได้รับครบถ้วนภายในเดือน พ.ค.นี้ 3.บุคคลที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค จำนวน 4.3 ล้านคนคือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดสมอง มะเร็งทุกชนิด เบาหวาน และโรคอ้วน 4.ผู้สูงอายุจำนวน 11.7 ล้านคน โดย 2 กลุ่มนี้รวม 16 ล้านคนที่จะได้รับวัคซีนในเดือน มิ.ย.-?ก.ค.นี้ และ 5.คนอายุ 18-59 ปี จำนวน 31 ล้านคนจะได้ฉีดในเดือน ส.ค.เป็นต้นไป โดยเปิดจองในวันที่ 1 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค แถลงถึงแผนการจัดหาวัคซีนของประเทศไทยว่า แผนเดิมที่ได้จัดหาไว้แล้วรวม 63 ล้านโดส แต่หากจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่จึงจำเป็นต้องฉีดให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร ซึ่งคนไทยมี 70 ล้านคน จึงต้องฉีดในจำนวน 50 ล้านคน โดยต้องใช้วัคซีนจำนวน 100 ล้านโดส โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนดำเนินการร่วมกันกับภาคเอกชน เพื่อช่วยกันหาวัคซีนเพิ่มอีก 37 ล้านโดส แบ่งเป็นการจัดหาของภาครัฐ 30 ล้านโดส โดยดูเทคโนโลยีวัคซีนอื่น ทั้งจากบริษัทไฟเซอร์ ชนิด mRNA วัคซีนสปุตนิก และวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จะเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า อย่างไรก็ตาม จะต้องหาเพิ่มเติมเข้ามา เพื่อให้เรามีทางเลือกมากขึ้น ส่วนวัคซีนซิโนแวคก็จะมีการจัดหาเพิ่มเติมด้วย
จุรินทร์เข้าใจรวบอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการจัดหาวัคซีนของภาคเอกชนอีก 7 ล้านโดส ที่เอกชนยินดีสนับสนุนทั้งงบประมาณและการจัดหาเข้ามาเอง เพื่อฉีดให้กับบุคลากรของตน ได้แก่ วัคซีนโมเดอร์นา ชนิด mRNA วัคซีนซิโนฟาร์ม และอื่นๆ จะมีการนำมาขึ้นทะเบียนประเทศไทยในอนาคต ซึ่งตามแผนหากเราจัดหาเพิ่มได้ 37 ล้านโดส หาได้ตามที่กำหนดประมาณเดือน ต.ค. และขณะเดียวกันที่มีการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ในเดือน มิ.ย. เราก็จะสามารถฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรได้เลย&amp;quot; นพ.ทวีทรัพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีรายงานจากที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค.ชุดเล็ก แจ้งว่าในการประชุม ศบค.ชุดเล็ก ที่ประชุมได้หารือถึงข้อเสนอของ สธ.ที่ต้องการยกระดับมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น ได้แก่ การเพิ่มโซนสีจังหวัดคือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มข้น หรือสีแดงเข้ม พื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือสีแดง พื้นที่ควบคุมหรือสีส้ม เพราะเมื่อเพิ่มโซนสีแล้วจะทำให้การออกมาตรการเข้มข้นทำได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมได้ให้แต่ละฝ่ายกลับไปพูดคุยรายละเอียดให้ครบถ้วนมากกว่านี้ เพื่อที่จะได้ออกคำสั่งและมาตรการที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ โดยในวันที่ 29 เม.ย. เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมศบค.ชุดเล็ก เพื่อหาข้อสรุปนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในเวลา 14.00 น. ที่มีนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธาน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อสรุปผลการออกมาตรการและข้อกำหนดในกิจการกิจกรรมต่างๆ ต่อไป&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ศปก.สธ.) มีมติให้ยกระดับพื้นที่จังหวัดเป็น 3 ระดับนั้น ในส่วนของพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้ม มี 6 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, เชียงใหม่ และชลบุรี ส่วนพื้นที่ควบคุมสีส้ม มี 16 จังหวัด คือ แพร่, พะเยา, นครพนม, ตราด, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ชัยนาท, อุทัยธานี, แม่ฮ่องสอน, พังงา, สตูล, น่าน, ยโสธร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และบึงกาฬ พื้นที่ควบคุมสูงสุด สีแดง มี 55 จังหวัดที่เหลือ โดยจะมีการเสนอ ศบค.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประกาศเรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ที่โอนอำนาจในกฎหมาย 31 ฉบับมาให้นายกฯ เพื่อแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19 นั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุม ศบค. วันที่ 29 เม.ย.นี้ เพื่อความเข้าใจในการปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการโอนอำนาจให้นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวสั่งการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงฟื้นฟู ช่วยเหลือ พ่วงกฎหมาย 31 ฉบับว่า เป็นเรื่องที่ได้มีการดำเนินการมาต่อเนื่องตั้งแต่เกิดปัญหาโควิด และวันนี้ก็ถือว่าเป็นคำสั่งที่ปรับปรุงแก้ไขคำสั่งเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มไปอีก 2 ฉบับในส่วนของกฎหมายเพื่อให้นายกฯ ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารเพื่อให้ใช้อำนาจโดยสะดวก และเรื่องของวัคซีน จึงไม่ถือเป็นเรื่องใหม่ และเห็นว่าหลักการทำงานร่วมกันในที่ประชุม ครม.ก็ถือว่าทำงานร่วมกันและเป็นรัฐบาลเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะที่ผมเป็นประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ลงนามอนุมัติให้มีการจัดซื้อหน้ากากอนามัยจำนวน 1 ล้านชิ้น เพื่อให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนบางส่วน โดยจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1-2 วัน&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยว่า 1-2 วันแรกมีการเอาผิดทั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุราษฎร์ธานี ตรัง ฯลฯ ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นการประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไปด้วย &amp;nbsp;
จับไม่สวมแมสก์แล้ว 13 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย ตามประกาศผู้ว่าฯ รวมจำนวน 13 ราย ประกอบด้วย บช.น. 1 ราย ในพื้นที่ สน.ดุสิต เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ดำเนินคดีนายกรัฐมนตรี ปรับ 6,000 บาท, ภ.1 จำนวน 2 ราย เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ส่งฟ้องศาลแขวงอยุธยา ปรับคนละ 2,000 บาท, ภ.2 จำนวน 2 ราย สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ปรับคนละ 6,000 บาท, ภ.4 จำนวน 6 ราย สภ.ธาตุพนม วันที่ 27 เม.ย. ปรับคนละ 6,000 บาท จำนวน 5 คน ส่วนอีก 1 คน อยู่ระหว่างฟ้องศาล, ภ.8 จำนวน 1 ราย สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี วันที่ 21 เม.ย. ส่งศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ปรับ 2,000 บาท และ ภ.9 จำนวน 1 ราย สภ.เมืองปัตตานี วันที่ 26 เม.ย. ส่งศาลแขวงปัตตานี ปรับ 1,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงข่าวเปิดศูนย์ 191 เพื่อเพิ่มช่องทางในการรับแจ้งเหตุผู้ป่วยโควิด-19 ส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานทางการแพทย์ โดยตำรวจเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ช่วยรับแจ้งเหตุผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อแบ่งเบาภาระสายด่วน 1168, 1669, 1330 ของหน่วยงานทางการแพทย์ ซึ่งจะมี 1,200 คู่สาย มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ศาลยุติธรรมได้เริ่มรวบรวมสถิติคดีลักษณะดังกล่าวแล้ว นอกจากที่มีการฟ้องคดีและมีคำพิพากษาไปแล้วในส่วนของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวน 1 คดี จำเลย 1 คน ล่าสุดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 เม.ย. มีรายงานคดีเข้ามาอีกในศาลเขตพื้นที่ต่างๆ รวม 4 ศาล จำนวน 8 คดีด้วยกัน โดยมีศาลจังหวัดเวียงสระรายงานว่ามีฟ้องเข้ามา 1 คดี จำเลย 2 คน ศาลลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษ ให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 1,000 บาท ต่อมาที่ศาลจังหวัดเวียงสระ มีฟ้องเข้ามาอีก 1 คดี จำเลย 1 คน ศาลลงโทษเท่ากันกับครั้งก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีที่ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 2,000 บาท ศาลจังหวัดยะลาฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 2,000 บาท และศาลจังหวัดเบตงฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 1,000&amp;nbsp; บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลงโทษที่มีข้อแตกต่างกันนั้น เนื่องจากผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีของแต่ละคดี ซึ่งอาจมีรายละเอียดและความหนักเบาแห่งการกระทำความผิดที่แตกต่างกัน การลงโทษจึงเป็นไปได้ที่จะไม่เท่ากัน&amp;quot; โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจราชการติดตามผลการดำเนินการตรวจโควิด-19 เชิงรุกให้แก่แรงงานกลุ่มเสี่ยง มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน นำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของกระทรวงตามมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อช่วยเหลือแรงงานและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ได้ให้นโยบายเร่งด่วนมาตรการการคัดกรองและป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 เชิงรุกใน 5 จังหวัด ที่มีกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก ได้แก่ กทม., ปทุมธานี, นนทบุรี, ชลบุรี และเชียงใหม่ ให้เป็นไปตามมาตรการที่ สธ.กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้ประสานกับโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมในการเตรียมแผนรองรับผู้ประกันตนที่อาจติดโรคโควิด-19 นอกจากนั้นยังขอให้กระทรวงแรงงานเร่งช่วยเหลือคนทำงานและแรงงานนอกระบบที่อาจว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 เช่น พนักงาน Grab เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาทักษะฝีมือในรูปแบบที่เหมาะสม พร้อมทั้งได้กำชับให้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เร่งสร้างโรงพยาบาลรองรับเด็กที่ติดโควิด-19 เพิ่มเติมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรได้เป็นผู้แทนรัฐบาลมอบเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่มเติม ให้แก่ตัวแทนลูกจ้างบริษัท บริลเลียนท์&amp;nbsp; อัลไลแอนท์ จำกัด จ.สมุทรปราการ ที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 1,161 คน เป็นเงิน 21,465,350 บาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้วุฒิสภาได้จัดทำโครงการกองทุนเพื่อช่วยเหลือประชาชน กรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อรับบริจาคเงินจากสมาชิกวุฒิสภา คนละ 10,000 บาท หรือตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101105</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, นำเข้าวัคซีน, พระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่, พระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่พร้อมระบบเอไอ, ลดการเสียชีวิตจากโควิด, วัคซีนซิโนแวค, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โรงพยาบาลสนาม, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60896e9244ae8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงทรงวางพุ่มดอกไม้เนื่องในวันจักรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงวางพุ่มดอกไม้เนื่องในวันจักรี และทรงถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ที่ปราสาทพระเทพบิดร ประชาชนหลั่งไหลเข้ากราบบูรพมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 เมษายน เวลา 18.42&amp;nbsp; น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2564 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึงปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ และพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp; สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่ฐานชุกชี ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งที่หน้าธรรมาสน์ศิลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถฯ ไปยังปราสาทพระเทพบิดร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ
ทองลงยารอง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูป
สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เสร็จแล้ว เสด็จออกจากปราสาทพระเทพบิดร ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เวลา 17.15 น. ที่บริเวณปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะปฐมบรมราชานุสรณ์ เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าร่วมในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 08.30 น. สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชน กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เนื่องในโอกาสวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2564 ณ ปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนมาเข้าแถวรอต่อคิวเข้าไปกราบด้านใน โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจัดแบ่งเป็นแถว กำหนดให้เข้ากราบเป็นรอบ เพื่อความรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา รักษาระยะห่าง รวมถึงมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศตั้งแต่เช้าเป็นต้นมา ประชาชนทยอยเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกลงมา จนกระทั่งเวลา 12.00 น. จึงปิดให้เข้ากราบ นอกจากนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อีกครั้ง ในวันที่ 13-15 เม.ย.2564.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98568</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูรพมหากษัตริย์, ปราสาทพระเทพบิดร, วันจักรี, วางพุ่มดอกไม้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c70d7172a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่7</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พสกนิกรหัวหินปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 3 เมษายน&amp;nbsp; 2564 เวลา 19.58 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,&amp;nbsp; นายดำรง เรืองขจร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหัวหิน, พันเอก เวชยันต์ แว่นไธสงค์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15, พลตำรวจตรีวันชัย ธารณธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จบ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 120&amp;nbsp; ปี วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.นิศากร สิงหเสนี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 120 ปี วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบสูจิบัตร และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 120 ปี วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กราบบังคมทูลรายงานประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลเบิกนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเบิกผู้ทำคุณประโยชน์ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ขึ้นไปยังแท่นพิธี บริเวณลานชั้น 4 พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา กองทหารเกียรติยศสำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จขึ้นไปยังบริเวณลานชั้น 5 พระบรมราชานุสาวรีย์ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึก ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพุ่มดอกไม้ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ กราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเสด็จลงจากลานชั้น 5&amp;nbsp; ไปยังที่ปลูกต้นไม้ บริเวณลานชั้น 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กราบบังคมทูลเบิกผู้ทำคุณประโยชน์ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน 100 ราย พระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ต่อมาประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ไปยังท่าอากาศยานหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ อ.หัวหิน ครั้งนี้ มีพสกนิกรจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียงมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ตลอดสองฝั่งที่รถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินผ่านจากสนามบินบ่อฝ้าย เข้าสู่ถนนชมสินธุ์ จนถึงบริเวณเขาหินเหล็กไฟ หน้าวังไกลกังวล ประชาชนที่พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง โบกธงพระปรมาภิไธย &amp;quot;วปร.&amp;quot; และธงพระนามาภิไธย &amp;quot;สท.&amp;quot;&amp;nbsp; และชูป้ายข้อความและพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อันเป็นการแสดงความจงรักภักดี พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญดังกึกก้อง อาคารบ้านเรือนสองฝั่งถนนเส้นทางเสด็จฯ เปิดบ้านเพื่อรับเสด็จ และมีการประดับตกแต่งไฟทั่วเมืองหัวหิน พสกนิกรต่างปลื้มปีติที่ได้ชื่นชมพระบารมี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้แก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จขณะที่รถยนต์พระทั่งนั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กองแพทย์หลวง สำนักพระราชวัง ร่วมกับโรงพยาบาลและหน่วยสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกให้บริการด้านสาธารณสุข ดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเจลแอลกอฮอล์กับพิมเสนน้ำ และให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย พระราชทานเลี้ยงแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประวัติการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ณ เขาหินเหล็กไฟ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ลำดับที่ 7 แห่งราชอาณาจักรสยาม พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2436&amp;nbsp; ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2461
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้สร้าง &amp;ldquo;สวนไกลกังวล&amp;rdquo; และสร้าง &amp;ldquo;พระตำหนักเปี่ยมสุข&amp;rdquo; เป็นวังที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของเดือนเมษายน และในช่วงของการเป็นพระมหากษัตริย์นั้น ได้มีพระเมตตาแก่ชาวหัวหินอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการบริหารจัดการท้องถิ่น ทรงจัดตั้งสภาบำรุงสถานที่ชายทะเลทิศตะวันตก โดยให้ดำเนินการจัดการเก็บค่าบำรุงที่ดิน และค่าเหยียบย่ำที่ดิน (อากรที่ดิน) ซึ่งเป็นบรรทัดฐานแห่งการบริหารการปกครองท้องถิ่นจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังได้ทำการทดลองการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นครั้งแรกที่วัดอัมพารามหัวหิน (วัดหัวหินในปัจจุบัน) จึงถือได้ว่าพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของนักปกครองแบบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังจากเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ไปเจริญทางพระราชไมตรีกับประเทศในแถบยุโรป พร้อมทั้งเสด็จประทับที่ประเทศอังกฤษ เพื่อทรงเข้ารับการผ่าตัดและรักษาพระเนตร ในการนี้ ได้แต่งตั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&amp;nbsp; เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระหว่างนี้ พระองค์ยังทรงติดต่อราชการกับรัฐบาลผ่านทางผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งยังคงปรากฏข้อขัดแย้งต่างๆ ที่ไม่สามารถหาข้อยุติกันได้ พระองค์จึงสละราชสมบัติ และยังคงประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 พระองค์ได้เสด็จสวรรคตโดยฉับพลันด้วยพระหทัยวาย ขณะที่พระชนมพรรษา 47 พรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เทศบาลเมืองหัวหิน ซึ่งมีนายจิระ พงษ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินในขณะนั้น ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวหัวหิน ได้ทำการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2537 ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดำเนินการจัดสร้าง โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและดำเนินการปั้นหล่อองค์พระบรมราชานุสาวรีย์ ขนาดสูง 2 เมตร ในลักษณะประทับยืนถือพระมาลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งผู้ออกแบบให้จินตนาการว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่ทรงเหน็ดเหนื่อยกับการเสด็จประพาสบนเขาหินเหล็กไฟ ได้ทรงถอดพระมาลาเพื่อพักผ่อนพระวรกาย และทรงทอดสายพระเนตรลงมายังเมืองหัวหินด้วยความชื่นชมและห่วงใยพสกนิกรชาวหัวหิน รวมใช้งบประมาณในการปั้นหล่อ 550,000 บาท มีกรมโยธาธิการเป็นผู้ทำการสำรวจพื้นที่ในการประดิษฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในปี พ.ศ.2539 และดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ.2542 โดยทำพิธีอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ขึ้นมาประดิษฐานบนเขาหินเหล็กไฟ เมื่อปี พ.ศ.2543 มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ เหล่าข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จะประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายความเคารพสักการะ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาหินเหล็กไฟ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิว ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถชมวิวได้ 4 ทิศ จุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของเมืองและอ่าวหัวหิน โดยรอบบนยอดเขาเป็นพื้นที่ราบและผาหินที่สวยงาม เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดี และเป็นพื้นที่สีเขียวที่ถือว่าเป็นปอดของเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, ร.7, รัชกาลที่ 7, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_6068779f1ff3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
