<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยธรรมชาติจังหวัดชุมพร จำนวน 40 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยจังหวัดชุมพร ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้าง และเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลปากน้ำ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร และศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลสวี อ.สวี จ.ชุมพร โดยโครงการก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยของจังหวัดชุมพร ทั้ง 2 แห่ง ตามสัญญาจ้างกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้จังหวัดชุมพรได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้านบาท ให้จังหวัดชุมพรใช้ในการสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งๆละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้แห่งละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการรองรับประชาชนหรือผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงจากเหตุอุทกภัยและวาตภัย โดยภายในศูนย์พักพิงฯ ได้จัดให้มีความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยในชีวิต ความเป็นอยู่ที่ได้รับการจัดอย่างเป็นระบบ และถูกสุขลักษณะ เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในด้านสาธารณูปโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91875</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ศูนย์พักพิงชุมพร, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a54543e619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ ผู้ว่าฯยะลา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบ จนท.บาดเจ็บเหตุลอบวางระเบิดนราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.64 - เวลา 11.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่กำลังพล&amp;nbsp;จำนวน 3 นาย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนศรีสาคร ระหว่างเดินทางเข้าตรวจสอบเสาสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านไอกาแซร์ ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564 ได้แก่ สิบตำรวจเอก ธีรศักดิ์ พรภักดี ,&amp;nbsp;สิบตำรวจเอก นเรศ สัญกูล &amp;nbsp;และสิบตำรวจโท ปิยะพงศ์ เพ็ชร์จำรัส และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91665</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017cc6223035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มปีติ! จดหมายจากในหลวง ทรงขอบใจ &#039;น้องวีนัส&#039; จิตอาสา 6 ขวบทำความสะอาดหน้า สตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 -&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;quot;เชียร์ลุง&amp;quot; เผยแพร่เรื่องราวของ&amp;nbsp;ด.ญ.ธรินทร์ภรณ์ กาญจนราช หรือ น้องวีนัส อายุ 6 ขวบได้รับจดหมายตอบกลับจากกองกิจการในพระองค์ 904 สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ ด.ญ.ธรินทร์ภรณ์ กาญจนราช ซึ่งได้ส่งหนังสือ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้นำความกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจในน้ำใจไมตรีของท่านมา ณ โอกาสนี้ และขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงานต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อทราบ ลงชื่อ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ฯ ปฏิบัติราชทานแทนราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพจ &amp;quot;เชียร์ลุง&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ทรงพระเจริญ...ฟ้ามีตา จดหมายตอบกลับจาก &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ถึง &amp;quot;น้องวีนัส&amp;quot; เด็กหญิงวัย 6 ขวบ 7 เดือน เรียนชั้นอนุบาล 2 ที่ได้มาร่วมทีมจิตอาสาเก็บขยะ กับ &amp;quot;เพจเชียร์ลุง&amp;quot; รวมถึงการทำความสะอาด การลบสีที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ละเลงไว้บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางครอบครัวของน้องวีนัส ได้รับจดหมายตอบกลับ จาก &amp;quot;ในหลวง ร.10&amp;quot; แล้ว ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นบุญของครอบครัวเรามากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง รัชกาลที่ 10&amp;quot; ทรงอวยพรแด่ &amp;quot;น้องวีนัส&amp;quot; หรือ ด.ญ.ธรินทร์ภรณ์ กาญจนราช ว่า พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ ในน้ำใจไมตรีของท่านมา ณ โอกาสนี้ และขออวยพรให้ประสบความสำเร็จ ในการเรียน และการงานต่อไปในอนาคต...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90763</URL_LINK>
                <HASHTAG>รักในหลวง, เพจเชียร์ลุง, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600bea3fd1878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานเงินสมทบทุนซื้อที่ดิน &#039;มัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 10.00 น. ที่ศาลาประชาคม โรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทาน จำนวน 4,500,000 บาท เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้อที่ดินของมัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่มเติมเป็นเนื้อที่จำนวน 7 ไร่ 53.5 ตารางวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับมอบ มีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้นำศาสนาอิสลาม มุสลิมะห์ร่วมในพิธี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับพระราชทานเงินสมทบทุนในการจัดซื้อที่ดิน อันยังประโยชน์ในการประกอบศาสนกิจของพสกนิกรผู้นับถือศาสนาอิสลาม และศาสนิกชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยผู้นำศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดูอาร์ขอพรถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการปกครอง เป็นเงิน 104,450,000 บาท ในการก่อสร้างอาคารมัสยิดกลาง บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 บนเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา การก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2560 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารกิจการศาสนาอิสลาม เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิมในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89949</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, มัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช, ในหลวง รัชกาลที่ 10, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60017ff6468e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพรปีใหม่ 2564 แก่ชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63 - เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แก่ประชาชนชาวไทย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ความว่า&amp;nbsp;เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ทุกๆ ท่าน ให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความเป็นมงคลโดยทั่วกัน คนไทยเรามีวัฒนธรรมอันแสดงถึงความดี ความงาม และความเจริญ เป็นพื้นฐานของชีวิตจิตใจอยู่ วัฒนธรรมทั้งนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่ในขนบธรรมเนียม&amp;nbsp;ประเพณี พิธีกรรม ภาษา ศิลปะ วิทยาการต่างๆ และนิสัยจิตใจ ทำให้คนไทยไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ ณ ที่ใด ก็เชื่อมโยงผูกพันกันได้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีใหม่นี้จึงขอให้คนไทยทุกคนได้พิจารณาให้เข้าใจถึงคุณค่าของความดี ความงาม และความเจริญทั้งปวง ความมั่นคง หนักแน่นในความถูกต้อง ด้วยเหตุผลและความจริง และช่วยกัน สืบสาน รักษา ให้ดำรงอยู่ไม่ขาดสาย และสร้างเสริม ต่อยอด ให้รุ่งเรือง ไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้น พร้อมทั้งตั้งตัว ตั้งใจให้มั่นคงแน่วแน่ ที่จะประพฤติตนปฏิบัติงานให้ดีให้ถูกต้อง ด้วยความมีสติ รู้ตัวและด้วยปัญญา รู้เหตุรู้ผล แม้ประเทศจะตกอยู่ในสภาวะที่ต้องเผชิญโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนก็สามารถนำพาให้ผ่านพ้นวิกฤตนั้นไปได้ ความรู้ ความเข้าใจและความร่วมมือร่วมใจโดยพร้อมเพรียงกัน จะนำพาชาติบ้านเมืองให้เกิดความผาสุก มั่นคง และเจริญก้าวหน้าสืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ พร้อมด้วยบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;จงคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้มีกำลังกายแข็งแรง กำลังใจเข้มแข็ง&amp;nbsp;กำลังปัญญาเฉียบคม สามารถนำพาตน นำพาส่วนรวมและประเทศชาติให้บรรลุถึงความสุขความเจริญได้โดยทั่วกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปีใหม่ 2564, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชดำรัส, พระราชทานพรปีใหม่, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fedd523104c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง เสด็จฯวางพุ่มดอกไม้พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;ธ.ค.63 -&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.56&amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิต&amp;nbsp;ไปพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบดาภิเษก ในการนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ ถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธันวาคม ทางราชการและประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐที่ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ตลอดจนทรงกอบกู้เอกราช สร้างความเป็นปึกแผ่นแก่ชาติบ้านเมือง เป็นอเนกประการสืบมาตราบจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดิมชื่อ &amp;quot;สิน&amp;quot; ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน พ.ศ.2277&amp;nbsp;บิดาเป็นชาวจีนชื่อ &amp;quot;ไหฮอง&amp;quot; มารดาชื่อ &amp;quot;นกเอี้ยง&amp;quot; ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถในการศึกเป็นอย่างยิ่ง ฉลาดเลิศ มีความมานะ อดทน กล้าหาญ จึงเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆ ตามลำดับ คือ เป็นพระยาตาก เจ้าเมืองตาก ได้เลื่อนเป็นพระยาวชิรปราการ สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชร ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ แต่ยังมิทันได้ไปปกครองเมือง พม่าก็ยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา จึงอยู่ช่วยราชการในเมืองหลวง ทรงบัญชาการสู้รบกับพม่าอย่างเข้มแข็ง จนพม่าต้องล่าถอยกลับไปหลายคลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน พม่าได้ยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาอีก พระยาวชิรปราการคิดว่าครั้งนี้กรุงศรีอยุธยาคงไม่พันเงื้อมมือพม่าเป็นแน่แท้ เนื่องจากบ้านเมืองระส่ำระสาย ไพร่พลอิดโรย ขาดเสบียงอาหาร และขาดศาสตราวุธ ประกอบกับขาดการประสานงานที่ดีระหว่างแม่ทัพ นายกอง และในที่สุดก็เสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน พ.ศ.2310&amp;nbsp;สำหรับพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ที่ทำให้พระองค์ได้รับสมัญญาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คือ พระราชกรณียกิจการกอบกู้เอกราช พระองค์ทรงใช้เวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือนเศษ ในการรวบรวมไพร่พล ทรงยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ซึ่งตั้งอยู่ ณ ค่ายโพธิ์สามตัน ธนบุรี และได้รับชัยชนะในที่สุด เป็นการกอบกู้อิสรภาพของชาติไทยกลับคืนมา เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤศจิกายน พ.ศ.2310&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเสียกรุงแก่พม่าเพียง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือน พระองค์ทรงปราบดาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ ณ วันพุธ เดือนอ้าย แรม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ค่ำ จ.ศ.&amp;nbsp;1129&amp;nbsp;ปีชวด ตรงกับวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธันวาคม พ.ศ.2310&amp;nbsp;ทรงพระนามว่า พระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แต่เรียกขานกันทั่วไปตามพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน พ.ศ.2325&amp;nbsp;พระชนมายุได้&amp;nbsp;48&amp;nbsp;พรรษา รวมระยะเวลาทรงครองราชย์&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88229</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วงเวียนใหญ่, สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe9d0e14c372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 23:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 23:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมบุคคลผู้สั่งสอนให้เข้าใจหลักธรรมศาสนาอย่างถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.63 - เวลา 18.59 น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ในการพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2561 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2561 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนข้าราชการและประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าภายในหอประชุมที่ทำการองค์กรบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลถวายรายงาน และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลเบิกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานเกียรติคุณและเงินรางวัล จำนวน 6 ราย และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานโล่เกียรติคุณ จำนวน 25 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลถวายรายงาน และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานรางวัล จำนวน 29 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะกรรมการอิสลามและแทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้าพเจ้า และพระราชินีมีความยินดี ที่ได้มามอบโล่เกียรติคุณและรางวัลแก่กรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่าม กับมอบรางวัลแก่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดภาคใต้ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชมกับทุกท่าน ทุกโรงเรียน ที่ได้รับเกียรติ และรางวัลอันเป็นผลจากการปฏิบัติงานดีเด่น ทั้งขอชมเชยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการที่ส่งสริมสนับสนุนงานของกรรมการอิสลาม และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามด้วยดีตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่าม กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนั้น กล่าวได้ว่า มีบทบาทและหน้าที่อย่างสำคัญในการสร้างเสริมความดีความเจริญให้แก่บุคคลและสังคมส่วนรวม เพราะบุคคลที่ได้รับการแนะนำสั่งสอนให้เข้าใจหลักธรรมของศาสนาอย่างถูกต้อง และได้รับการศึกษาอบรมให้มีความรู้ในหลักวิชาอย่างกว้างขวาง ย่อมสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงาน สร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตนเอง แก่ท้องถิ่น และแก่ประเทศชาติได้แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอแสดงความชื่นชมกับกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามที่ได้อุตสาหะปฏิบัติหน้าที่แนะนำสั่งสอนอิสลามิกชน ให้เข้าใจหลักธรรมของศาสนาอย่างชัดเจนถูกต้อง รวมทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่ได้ปรับปรุงพัฒนางานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานการศึกษาที่ดีมีคุณภาพเป็นที่ประจักษ์ หวังว่า ทุกท่านจะภูมิใจยินดีในผลงานที่ได้ปฏิบัติมา และร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่อันทรงคุณค่านี้ต่อไป ให้ยิ่งเข้มแข็งหนักแน่นโดยมุ่งถึงประโยชน์สุข และความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน เป็นเป้าหมายที่พึงประสงค์ ขออำนวยพรให้ทุกท่าน ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ มีกำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญาเข้มแข็งสมบูรณ์ สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุผลเลิศได้ทุกด้าน และให้ประสบความสุขสวัสดีทุกเมื่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการ ได้พัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งขณะนั้นยังคงสภาพป็นปอเนาะแบบดั้งเดิม ต่อมาเมื่อแปรสภาพเป็นโรงเรียน จึงได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และอุดหนุนทั้งด้านวิชาการ อาคารสถานที่ สื่อการเรียนการสอน ตลอดมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดตั้งกองทุนวิทยาคารสงเคระห์ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ยืมไปก่อสร้างอาคารเรียน โดยไม่เสียดอกเบี้ย จัดส่งข้ารการครูไปช่วยสอนวิชาสามัญในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม พัฒนาผู้บริหารโรงเรียนและครผู้สอนในด้านการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน และพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังได้สร้างแรงจูงใจแก่ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน โดยได้คัดเลือกโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ที่มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งส่งผลให้โรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ออกห้องประชุมองค์กานบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่ม พวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ พร้อมทรงมีพระราชปฎิสันถาร ทรงขอบใจราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างใกล้ชิด นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เวลาอันสมควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จฯไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ กลับ ที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87290</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปัตตานี, ในหลวง รัชกาลที่ 10, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdcd7f7024ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
