<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;เผยสังเกตเห็นมา2วาระติดๆกันแล้ว ทรงพระปรีชาสามารถล้ำลึกยิ่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 มิ.ย.64- &amp;nbsp;ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทรงพระปรีชาสามารถยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ในช่วง ที่มีการปล่อยข่าวลืออัปมงคล ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีการตอบโต้หรือชี้แจงใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ขบวนการปล่อยข่าวลือ กดดันกันเองอย่างหนัก เมื่อถึงเวลาอันสมควร ทั้งสองพระองค์ก็ทรงเสด็จออกปฏิบัติพระราชภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนปล่อยข่าวลือ ได้ตายไปพร้อมกับข่าวลือแล้ว เพราะเท่ากับข่าวลือนั้น ได้ทำลายขบวนการข่าวลือจนหมดความเชื่อถือ!!!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คืออานุภาพ ของราชธรรมที่เรียกว่าทมะและขันติ ซึ่งแปลว่าความอดทนอดกลั้น ซึ่งเป็นราชธรรมที่มีอานุภาพมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ช่วงนี้ ทุกคนต้องสวมหน้ากาก เพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองพระองค์ ก็ทรงปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างแก่ราษฎร เพื่อความปลอดภัย ในสุขภาพและชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะสังเกตว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ สี ประจำวันประสูติของสมเด็จพระนางเจ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าทรงใช้สีประจำวันประสูติของพระเจ้าอยู่หัว*** (Cute (น่ารัก) พระพุทธเจ้าคะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังเกตเห็น มา 2 วาระติดๆกันแล้ว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระปรีชาสามารถล้ำลึกยิ่ง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงตั้งพระทัยเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่นานคงจะทราบความหมายกัน***&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญ****
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวลือ, ท่านใหม่, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bec4cb5c937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เชียงใหม่แดงพรึ่บ ปิดหมู่บ้าน2จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในหลวง-ราชินีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์รับมือโควิดให้ รพ.ตรัง ขณะที่ภัยโควิดระส่ำทั้งประเทศ อ่วมทุกภาคเชียงใหม่โซนแดงพรึ่บ เหลือเพียง อ.กัลยาณิวัฒนา ลำปาง-บุรีรัมย์ ต้านไม่ไหวสั่งปิดหมู่บ้านคุมโรคระบาด พิษณุโลก บุคลากรทางการแพทย์ซวยหลังเจอผู้ป่วยปกปิดข้อมูล นครพนมผวาภัยทองหล่อตามต่อในพื้นที่ติดระนาว ขณะที่ด่านใต้ มอ.หาดใหญ่ ขยาย รพ.สู้โควิดดูแล ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารอำนวยการ ชั้น 2 โรงพยาบาลตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องมือแพทย์ เพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลตรัง จำนวน 3 รายการ ดังนี้ Isolation Gown จำนวน 1,500 ชุด Coverall Gown จำนวน 500 ชุด และ Reusable Isolation Gown จำนวน 1,500 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานพื้นที่อำเภอที่พบผู้ติดเชื้อ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2564) ผู้ติดชื้อกระจายไปอำเภอต่างๆ ดังนี้ พื้นที่โซนสีแดงที่มีการระบาดเกิน 50 คน มี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 1,185 คน อ.สันทราย 216 คน อ.สันกำแพง 104 คน อ.สารภี 100 คน อ.หางดง 85 คน อ.แม่ริม 78 คน และ อ.ดอยสะเก็ด 60 คน โซนสีส้ม มี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.สันป่าตอง พบผู้ติดเชื้อ 40 คน อ.แม่แตง 27 คน อ.ฝาง 16 คน อ.ดอยหล่อ 16 คน อ.เชียงดาว 14 คน อ.แม่อาย 14 คน และ อ.จอมทอง 13 คน โซนสีเหลือง มี 10 อำเภอ ได้แก่ อ.พร้าว พบผู้ติดเชื้อ 10 คน อ.แม่วาง 9 คน อ.เวียงแหง 7 คน อ.แม่ออน 7 คน อ.ไชยปราการ 5 คน อ.แม่แจ่ม 4 คน อ.ฮอด 4 คน อ.ดอยเต่า 3 คน อ.อมก๋อย 3 คน และ อ.สะเมิง 2 คน สำหรับโซนสีขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อยังคงมีเพียงพื้นที่เดียวคือ อ.กัลยาณิวัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก เพจโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้ประกาศปิดหอผู้ป่วย จำนวน 2 ตึก พร้อมกักตัวบุคลากรทางการแพทย์เสี่ยงติดโควิด เนื่องจากพบว่ามีผู้ป่วยหญิง 1 ราย เข้ามานอนพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาลพุทธชินราช แล้วปกปิดข้อมูลในเบื้องต้น โดยทางบุคลากรทางการแพทย์ได้เข้าไปทำการรักษาผู้ป่วยดังกล่าว และทำการสอบประวัติหาเชื้อโควิด ครั้งแรกไม่พบ แต่เมื่อตรวจโควิดครั้งที่ 2 ผู้ป่วยหญิงดังกล่าวกลับพบเชื้อเป็นบวก ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปดูแลรักษาผู้ป่วยรายนี้ต้องกักตัวเพื่อสอบสวนและตรวยจเชื้อโควิดไม่ต่ำกว่า 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ จ.ลำปาง นายชาญ จานแก้ว อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทุ่งฮ้าง หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง กล่าวว่า หมู่บ้านทุ่งฮ้าง หมู่ที่ 1 มีประชากรทั้งหมด 664 คน จำนวน 214 ครัวเรือน โดยเบื้องต้นได้ร่วมกับชาวบ้านในหมู่บ้านประกาศปิดหมู่บ้านทุ่งฮ้างแล้ว โดยห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านยาวไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 หลังก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านพบผู้ติดเชื้อโควิด จำนวน 4 ราย และยังมีกลุ่มผู้เสี่ยงอยู่ในหมู่บ้านอีกกว่า 352 ราย ซึ่งรับการตรวจหาเชื้อไปเมื่อวานนี้ และจะทราบผลช่วงค่ำของวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดลำปาง กล่าวว่า นอกจากหมู่บ้านทุ่งฮ้าง หลังจากที่ประกาศปิดหมู่บ้านเอง ขณะที่ลำปางยังมีกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องเร่งดำเนินการตรวจหาเชื้อ จำนวนทั้งสิ้น 3,150 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าตรวจหาเชื้อจากผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามมาตรการเชิงรุกของจังหวัดลำปางอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลประโคนชัยว่า มีผู้ป่วยชายไทย อายุ 56 ปี เสียชีวิตด้วยภาวะการหายใจล้มเหลว ที่ รพ.ประโคนชัย ภายหลังเจ้าหน้าที่ก็ทราบว่า ผู้ป่วยรายนี้ได้เคยทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และมีการตรวจ Rapid Test ให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งก็พบว่า Rapid Test ให้ผลเป็นบวก และก็ได้มีการตรวจ Rapid Test ให้กับภรรยาด้วย ก็ให้ผลเป็นบวกเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการพบเชื้อโควิด-19 ทั้งสามีและภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำให้พื้นที่ชุมชนที่เจ้าหน้าที่ได้ไปสอบสวนโรค พบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ามาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 36 คน ได้ดำเนินการตรวจเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จะมีการตรวจ PCR ทุกครอบครัวในพื้นที่ตรงนั้น ครอบครัวละ 1 คน ที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ก็พบว่ามีความเสี่ยงสูงจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 5 คน ซึ่งก็จะมีการตรวจ PCR นี่คือสิ่งที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ อ.ประโคนชัย เป็นที่มาของการปิดพื้นที่บางส่วนของ อ.ประโคนชัย&amp;rdquo; นพ.สสจ.บุรีรัมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 6/2564 เรื่องกำหนดพื้นที่ควบคุม หมู่บ้านโคกสะอาด หมู่ 8 ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหรือออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าจะมีประกาศคำสั่งเปลี่ยนแปลง หากผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดถูกจับดำเนินคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 27 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 273 ราย โดยรายใหม่ 27 ราย สำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดในหลายคลัสเตอร์สามารถควบคุมได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์พูลวิลล่า คลัสเตอร์หมูกระทะ รวมถึงคลัสเตอร์จากชาวญี่ปุ่น โดยผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากการสัมผัสกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า บางส่วนก็ติดเชื้อมาจากแหล่งสถานบันเทิงในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม นพ.มานพ ฉลาดธัญญกิจ สสจ.นครพนม กล่าวว่า ในจำนวน 10 รายที่พบล่าสุดนี้ พบ 1 รายเป็นพ่อของสาวคริสตัสคลับ ชาวอำเภอท่าอุเทน อายุ 53 ปี ซึ่งรายนี้ลูกสาวเป็นคนที่นำเชื้อมาแพร่ ส่วนรายต่อๆ มาเป็นคลัสเตอร์จากสถานบันเทิงชื่อดังในจังหวัดนครพนม ที่ทีมแพทย์นำตัวมาตรวจค้นหาเชื้อแบบเชิงรุกรวม 261 ราย ล้วนเป็นพนักงานในผับดัง 3 แห่ง ทั้งนี้ เป็นการเช็กไทม์ไลน์จากจุดกำเนิดของผู้จัดการร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ที่หลังจากร้านตัวเองปิดก็มาเที่ยวต่อที่ผับดังกล่าว คาดว่ามีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อจากคลับทองหล่อ หรือจากพนักงานชงเหล้าที่ต้องสัมผัสนักเที่ยวทุกโต๊ะ และในจำนวนนั้นเป็นนักเที่ยวจากคลับทองหล่อ และยิ่งอยู่ในสถานที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท จึงทำให้เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หลังตรวจหาเชื้อเชิงรุกล่าสุดจึงพบเพิ่มอีก 8 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์สถานบันเทิงแห่งนี้ 25 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ นายแพทย์พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 82 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 49 ราย อำเภอบางพลี จำนวน 7 ราย อำเภอบางบ่อ จำนวน 3 ราย อำเภอบางเสาธง จำนวน 2 ราย รับมารักษาต่อในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 21 ราย ทำให้จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อทุกอำเภอแล้ว ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจนถึงปัจจุบัน จำนวน 1,103 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่ 608 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ จ.ตราด หลังจากที่นักท่องเที่ยวจำนวน 9 คน เดินทางมาดำน้ำดูปะการัง เมื่อวันที่ 10-12 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา แล้วกลับไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะมีอาการ และพบว่ามี 3 ผู้บริหารเรือเกาะช้าง boat trip ทราบเรื่องแล้ว ได้ติดต่อไปยังสำนักงานสาธารณสุข อำเภอเกาะช้างทันที เพื่อขอตรวจเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นมีทั้งหมด 10 คน พร้อมกับกักตัวทันที ซึ่งจะทราบผลตรวจในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา โดยในวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 32 คน รวมผู้ป่วยสะสม 236 คน กลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นคลัสเตอร์ของสถานบันเทิง 7 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ใน ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ด้านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) รวมทั้งคณะแพทยศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังมีการตั้งส่วนขยายโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (sccc) ขึ้นภายในศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ อบจ.สงขลา และศูนย์บ่มเพาะคนดี สวนประวัติศาสตร์ พล.อ.เปรมฯ อ.เมืองสงขลา ใช้รองรับผู้ป่วยโควิดที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยได้ 80-100 เตียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 7 ของจังหวัดปัตตานี หลังไปฝึกงานที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และเดินทางกลับปัตตานี อีกทั้งยังพบผู้ที่อยู่ใกล้ตัวของผู้ติดเชื้ออีก 11 ราย ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีจึงให้ทำการสอบสวนตรวจเชื้อทันที เนื่องจาก 11 รายนี้ เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ สำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ในจังหวัดกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 1-18 เม.ย.64 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4 ราย จากเดิม 29 ราย รวมเป็น 33 ราย แยกเป็นคนไทย 30 ราย ชาวต่างชาติ 3 ราย รักษาตัวที่ รพ.กระบี่ 22 ราย รพ.ลำทับ 3 ราย รพ.ปลายพระยา 1 ราย รพ.เหนือคลอง 1 ราย รพ.เอกชน 2 ราย และโรงพยาบาลสนาม 4 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยันที่มีประวัติเดินทางไปสถานบันเทิงในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
sbobet
ufabet168
ufa191
pxj
slotxo</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100020</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, รับมือโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์ทางการแพทย์, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d92dcc7bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-ราชินี พระราชทาน“รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” ลงพื้นที่สมุทรสาคร รู้ผลเร็วใน 3 ชั่วโมง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ม.ค.64-นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างใกล้ชิด ทรงให้ความสำคัญการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ สามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยได้พระราชทาน &amp;ldquo;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ&amp;rdquo; ต้นแบบ ให้กระทรวงสาธารณสุขใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ทราบผลรวดเร็ว แม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ. เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้มอบหมายให้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง นำรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ 1 คัน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน 3 คัน พร้อมนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสา ลงทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อเสริมกำลังในการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก เก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่ ทราบผลภายใน 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล มีความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ สามารถตรวจได้ 800 -1,000 ตัวอย่างต่อวัน ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส หรือ RT-PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction) ช่วยให้ค้นหาผู้ติดเชื้อได้รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ มีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร (7 เมตร x 2.4 เมตร) ภายในประกอบด้วย &amp;nbsp;3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธุกรรม ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค PCR มีห้องบัฟเฟอร์ควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของเชื้อโรค พร้อมกับเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพีซีอาร์ (PCR cabinet), เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ, เครื่อง RT- PCR,ตู้แช่แข็ง -20 องศาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องส่งตัวอย่าง, เครื่องเขย่าผสมสาร, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปิเปต (Micropipette), ระบบยูวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91184</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.สมุทรสาคร, รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6011200a894fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงพระราชทานปฏิทินหลวงปี64 แก่ผู้ลงนามถวายพระพรวันปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2564 &amp;nbsp;แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2564 &amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่ 1 มกราคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม (ด้านทิศเหนือ) ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 07.30 - 17.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร โปรดแต่งกายสุภาพ และแสดงบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับชาวไทย) สำเนาหนังสือเดินทาง (สำหรับชาวต่างชาติ) ที่จุดคัดกรอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิทินหลวง, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feaa71a23139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จฯถวายผ้าพระกฐิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินวัดราชบพิธฯ-วัดพระเชตุพนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปในการถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม (รัชกาลที่ 5) ในการนี้ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเสด็จฯ ถึง เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ&amp;nbsp; ทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จฯ เข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้าซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โอกาสนี้ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมสังวาลนพรัตน์ จากนั้นเสด็จขึ้นเกย ด้านฝั่งขวาพระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ โดยพลอากาศตรีสุพิชัย&amp;nbsp; สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานภูษามาลา เชิญสังวาลนพรัตน์ นำเสด็จ ทรงยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พลอากาศตรีสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานภูษามาลา เชิญสังวาลนพรัตน์พาดพระอังสาซ้ายเฉียงลงทางขวาพระพุทธอังคีรส พระประธานอุโบสถ การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเกี่ยวตะขอสังวาลนพรัตน์ที่พระปฤษฎางค์พระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เสด็จลงจากเกย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 7 กับพระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 9 ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหยิบผ้าห่มสำหรับพระประธานที่วางอยู่บนหลังผ้าไตร พระราชทานเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้นพาดระหว่างพระกร แล้วประนมพระหัตถ์ ผินพระพักตร์สู่พระประธาน ทรงว่า &amp;quot;นะโม ตัสสะฯ&amp;quot; จบ 3 หนแล้ว ผินพระพักตร์สู่ที่ชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ทรงประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) พระราชอุปัธยาจารย์ ซึ่งประดิษฐานหน้าโต๊ะหมู่พระประธาน ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตรบนพระภูษาโยงที่อาสน์สงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 10 รูปสดับปกรณ์ และพระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ โอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายของที่ระลึก เสด็จฯ ออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (รัชกาลที่ 1)
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหน้าพระอุโบสถ เสด็จฯ เข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้าซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานพระอุโบสถ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 1 ทรงกราบ ทรงหยิบผ้าห่มสำหรับพระประธานที่วางอยู่บนหลังผ้าไตร พระราชทานเจ้าพนักงานภูษามาลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้นพาดระหว่างพระกร แล้วประนมพระหัตถ์ผินพระพักตร์สู่พระประธาน ทรงว่า &amp;quot;นะโม ตัสสะฯ&amp;quot; จบ 3 หนแล้ว ผินพระพักตร์สู่ที่ชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ต่อจากนั้นทรงประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรมเสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งประดิษฐานที่หน้าโต๊ะหมู่พระประธาน โอกาสนี้ ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตรบนพระภูษาโยงที่อาสน์สงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 10 รูปสดับปกรณ์ และพระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จ เสด็จฯ ไปถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน ประทับพระราชอาสน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามถวายของที่ระลึก เสด็จฯ กลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายผ้าพระกฐิน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201010/image_big_5f818a6e751ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘ในหลวง-ราชินี’ทรงห่วง จนท.ปะทะเจ็บที่ปัตตานี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รูปจากเพจ สนง.ประชาสัมพันธ์ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ผวจ.ปัตตานีเชิญตะกร้าและแจกันดอกไม้พระราชทาน มอบแก่ 2 เจ้าหน้าที่ซึ่งบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกับผู้ก่อการไม่สงบเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนเหตุปะทะยังคงมีต่อเนื่องเป็นรอบที่ 4 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่ที่ทำการทางยุทธวิธี หมู่ 2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ใกล้จุดเกิดเหตุปิดล้อมและเกิดการปะทะกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า พร้อมประชุมปรับแผนการปฏิบัติและเปิดเผยความคืบหน้าผลตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับกลุ่มคนร้ายที่เสียชีวิตและผลอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ใช้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ โดยมี พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี และ พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.ปัตตานี ร่วมการประชุมปรับแผนการปฏิบัติ ตลอดจนให้มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างและกำลังพลร่วม 3 ฝ่าย เข้ามาสับเปลี่ยนกำลังในกรณีการปิดล้อมยืดเยื้อเข้าวันที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีเสียงปืนปะทะระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่เป็นรอบที่ 4 โดยพบเห็นคนร้าย 2 คนที่หลบซ่อนยังที่กำบังบริเวณคันนาป่าละเมาะ มีความพยายามใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ใส่เจ้าหน้าที่เพื่อหวังตีฝ่าวงล้อมหลบหนี แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยังคงยึดทางยุทธวิธีกดดันจากเบาไปหาหนักควบคู่การเจรจาให้คนร้ายมอบตัว แต่ก็ยังไม่เป็นผล การปะทะเป็นไปอย่างดุเดือด เจ้าหน้าที่ต้องใช้ระเบิดยิงใส่เพื่อให้เกิดเสียงดังเพื่อให้คนร้ายออกมามอบตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสียงปืนสงบชุดปฏิบัติการได้นำเครื่องร่อนตรวจทางอากาศเข้าไปตรวจสอบจุดปะทะของคนร้าย ปรากฏว่าพบคนร้าย 2 คน สวมเสื้อสีดำแขนยาว นอนแน่นิ่งในสภาพกอดอาวุธปืนสงคราม คาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่กล้าเข้าไป เนื่องจากยังเหลือคนร้ายอีก 1 คนที่ยังหลบซ่อนตัวพร้อมอาวุธสงคราม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คนร้ายได้เสียชีวิตจากเหตุปะทะรวมแล้ว 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.รณศิลป์เปิดเผยถึงผลคืบหน้าคดีเหตุปะทะในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ว่าคนร้ายถูกวิสามัญฯ ไป 2 ราย ยืนยันคือนายอันวา กอแล อายุ 31 ปี มีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย และเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงคนสำคัญในพื้นที่ และนายมะซูกี สารูเม๊าะ อายุ 38 ปี เป็นแกนนำระดับสั่งการคนสำคัญในพื้นที่และมีหมายจับ ป.วิ อาญา 2 หมาย ตลอดจนพบความเชื่อมโยงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญทั้งเหตุระเบิดนางเงือกที่หาดสมิหลา จ.สงขลา เหตุโจมตีชุด อส.ในพื้นที่ยะรัง และยังก่อเหตุโจมตีหน้าโรงพักนาประดู่ จ.ปัตตานี ซึ่งยังเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ อีกหลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, ปืนเล็กยาวเอ็ม 16 ของคนร้ายจำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ขณะนี้ได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ตรวจสอบเพื่อขยายผล ซึ่งผลน่าทราบได้ในช่วงบ่ายของวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารชูเกียรติ โรงพยาบาลปัตตานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยผู้ว่าฯ ได้มอบหมายให้นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญตะกร้าและแจกันดอกไม้พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มอบแก่ 2 เจ้าหน้าที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ จนท.ปะทะกับผู้ก่อการไม่สงบ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ จ.ส.ต.อนุวัฒน์ สวนโศกเชือก อายุ 31 ปี สังกัด ชค.543 ได้รับบาดเจ็บ และ ส.ท.แสนชัย ชาติชำนาญ อายุ 27 ปี สังกัด ชค.543 ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้งสองนายอาการปลอดภัยแล้ว อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผวจ.ปัตตานี, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ, เชิญตะกร้าและแจกันดอกไม้พระราชทาน, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f37f4a5c62ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;ทรงมีกระแสพระราชดำรัสชื่นชมรัฐบาลและทุกภาคส่วนแก้วิกฤติโควิด-19ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสพระราชดำรัส ชื่นชมผลการปฏิบัติงาน ของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข จิตอาสา ตลอดจนภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ด้วยความอดทน เสียสละ ร่วมมือกันจนทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับเป็นที่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับพระราชทานกำลังใจให้ทุกคนหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่ประสงค์ให้พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานเพิ่มเติม ขอให้กราบบังคมทูลได้ตลอดเวลา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสพระราชดำรัส, นายกฯ, พระราชทานกำลังใจ, โควิด-19, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d978cd94c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
