<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 06:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 06:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักประวัติศาสตร์ย้ำเหตุการณ์14 ตุลาฯ16พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกลางทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64-นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศษเสี้ยว 14 ตุลาคม 2516&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกลางทางการเมือง และทรงเป็นแบบอย่างการประนีประนอมต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างขบวนการนิสิตนักศึกษาและรัฐบาลจอมพลถนอม ดังจะเห็นได้จากรัฐมนตรีจากรัฐบาลจอมพลถนอมเข้ามาบริหารงานในรัฐบาลอาจารย์สัญญา สำหรับนิสิตนักศึกษาก็มีพระราชกระแสให้พอใจในสิ่งที่ได้รับไปแล้ว ความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องมีความหนักแน่นมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางออกนอกประเทศของจอมพลถนอมและเครือญาติผู้ใกล้ชิดได้รับการยืนยันจากตัวจอมพลถนอมเองว่าเมื่อฟังพระราชกระแสความเป็นผู้ใหญ่ที่ได้ทรงแนะนำรัฐบาลแล้ว จอมพลถนอม จอมพลประภาส ไปรอเข้าเฝ้าที่พระที่นั่งอัมพรสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นทั้วสองกับพันเอกณรงค์ก็ตัดสินใจที่จะเดินทางออกไปนอกประเทศ ถือเป็นการลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานั้น และรับสนองพระราชกระแสที่ทรงแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าในฐานะผู้ศึกษาเรื่องนี้ขอยืนยันว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพระองค์เป็นกลางมิได้ลำเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจดีต่อเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเป็นคนรุ่นหลังควรศึกษาประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเอาอดีตมาใช้ในทางการเมืองปัจจุบันเพื่อทับถมหรือด่าทอให้ร้ายกันไม่ควรกระทำ เพราะบุคคลในประวัติศาสตร์ตามที่กล่าวมาเขามิได้มีวัตถุประสงค์เช่นที่ว่านั้นในขณะนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119773</URL_LINK>
                <HASHTAG>เทพมนตรี ลิมปพยอม, เหตุการณ์14ตุลาฯ16, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615f906016c90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วพรึ่บ! &#039;ไพรวัลย์&#039; โพสต์รำลึกในหลวง ร.9 บอกเคารพหลายคนมองเรื่องสถาบันต่างจากอาตมา ไม่คิดก้าวก่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 -&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวในโซเชียล โพสต์เฟซบุ๊กเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 โดยพระมหาไพรวัลย์ เขียนข้อความว่า &amp;quot;สัพพัง รัฏฐัง สุขัง โหติ ราชา เจ โหติ ธัมมิโก เมื่อพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข #ด้วยระลึกถึงพระกรุณาธิคุณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยเฉพาะแนวร่วม&amp;nbsp;3 นิ้วที่เข้ามากดติดตามและชื่นชอบพระมหาไพรวัลย์จนเป็นกระแส พส.โด่งดังในขณะนี้ ซึ่งพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อสถาบัน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9&amp;nbsp;ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พระมหาไพรวัลย์ ได้เขียนคอมเม้นต์ว่า &amp;quot;อาตมาเคยพูดไปอย่างชัดเจนในไลฟ์สดแล้วนะว่า อาตมาต้องการเห็นสถาบัน ดำรงอยู่และสง่างามคู่ระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; และยังได้คอมเม้นต์อีกครั้งว่า &amp;quot;โพสต์นี้อาตมาอยากโพสต์ จึงโพสต์เอง ไม่มีใครเอาปืนมาจ่อหัวให้อาตมาโพสต์ ไม่ใช่ว่าจะอยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็น อาตมาเคารพใครหลายคนที่มองเรื่องสถาบันต่างจากอาตมา และอาตมาก็ไม่เคยคิดก้าวก่ายที่จะเข้าไปด่าทอหรือลดทอนคุณค่าความเห็นของคนเหล่านั้น ความใจกว้างสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันนะ และเราควรเคารพทัศนะของผู้อื่น สังคมนี้ควรมีมากกว่า การต้องเลือกระหว่างการเป็นสามกีบหรือสลิ่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119672</URL_LINK>
                <HASHTAG>13ตุลาคม, พระมหาไพรวัลย์, พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ, พส., วันสวรรคต, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166d39a29971.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อาร์ต พศุตม์’โพสต์ภาพรัชกาลที่9 พร้อมเอ่ยถึงพระอัจฉริยภาพและพระเมตตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงหนุ่ม อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม โพสต์ภาพในหลวงรัชกาลที่9 และสิ่งประดิษบ์รวมไปถึงโครงการต่างๆที่ช่วยให้คนไทยและชาวต่างชาติแก้ไขปัญหาต่างๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชุดอื่นๆ ท่านก็เคยใส่ เข้าป่าลงพื้นที่ แล้วที่ท่านถือกล้องไปทุกที่เพราะท่านจะถ่ายภาพสถานที่นั้นแล้วกลับมาแก้ปัญหา ของแต่ละพื้นที่ &amp;hellip;.. แล้วสิ่งประดิษฐ์ที่พ่อหลวงของเราทรงประดิษฐ์ขึ้นนั้น มีมากมายหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ละอย่าง ล้วนแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพอันปราดเปรี่องและพระเมตตาของพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ที่ต้องการเห็นพสกนิกรของพระองค์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขสบายและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประสบอยู่ จะทรงแก้ไขปัญหา อุปสรรค ที่ประชาชนพบนั้น ให้ลุล่วงไปด้วยดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างเช่น โครงการ เรื่องการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยว เพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก ที่เรียกว่า โครงการแกล้งดิน ทำให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืช ได้พืชผลในที่ดินของตนที่คิดว่า ไร้ประโยชน์ กลับพลิกฟื้นขึ้นมา มีประโยชน์ สามารถได้ผลผลิตไปกินไปใช้และนำผลผลิตไปขายเพื่อการดำรงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกโครงการหนึ่งที่แก้ไขให้ชาวไร่ชาวนา คือ เรื่องความแห้งแล้ง ขาดฝน ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลทำให้เกษตรกรทุกข์ยากลำบาก พระองค์ก็ได้คิดค้น โดยการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อให้เกิดฝนที่พวกเราเรียกว่า &amp;quot;การทำฝนเทียม&amp;quot; เป็นโครงการสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จนมีหลายประเทศมาขอนำสิ่งที่พระองค์ประดิษฐ์นี้ไปใช้ในประเทศของตนซึ่งประสบปัญหาภาวะฝนแล้ง เมื่อนำโครงการของพระองค์ท่านไปใช้แล้ว ก็สามารถแก้ไขฝนแล้งได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114274</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่9, อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61237f4f7fa5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 00:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดพิพิธภัณฑ์‘พระบรมชนกชลพัฒน์’ที่สุดแห่งพระอัจฉริยภาพ ร.9 ด้านน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้อยเรียงพระอัจฉริยภาพด้านน้ำ ร.9 ที่อาคาร 3 พระบารมีปกเกล้าชาวนครนายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ เตรียมเปิดอาคารนิทรรศการใหม่เอี่ยม 4 อาคาร ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งประวัติศาสตร์ โดยเน้นเรื่องราวพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงขจัดทุกข์ร้อนของพสกนิกรด้วยพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ ก่อเกิดการพัฒนาชลประทานของจังหวัดนครนายก เชื่อมจากอดีตสู่ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดนิทรรศการใหม่ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ชมเห็นเรื่องราวของการสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล หนึ่งในโครงการพระราชดำริด้านน้ำของในหลวง รัชกาลที่ 9 มากยิ่งขึ้น และเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ภายในจังหวัดนครนายก ห้องจัดแสดงภายในอาคารนำเทคโนโลยีทันสมัยเพิ่มความตื่นตาตื่นใจในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ เตรียมเปิดให้เข้าชมวันที่ 26 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ พัฒนามาจาก&amp;rdquo;พิพิธภัณฑ์เขื่อนคลองท่าด่าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำริเป็นที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของเขื่อนและหลักฐานทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดนครนายก &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 3 เป็นหน่วยงานที่ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์และรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ที่ผ่านมา รวมถึงการปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ให้สอดคล้องกับการใช้งานใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ มีกำหนดเปิดแหล่งเรียนรู้ทรงคุณค่าแห่งนี้ให้ประชาชนเที่ยวชมเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย. &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกับเปิดตัวนิทรรศการใหม่ทั้ง 4 &amp;nbsp;ส่วน ตามอาคารจัดแสดง 4 &amp;nbsp;อาคาร ที่จัดแสดงเรื่องราวโดดเด่น ร้อยเรียงกันอย่างน่าติดตาม จนทำให้การเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นที่น่าประทับใจและเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้สามารถเห็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชั้นเยี่ยมของนครนายก &amp;nbsp;แต่ละอาคารมีไฮไลต์อะไรบ้าง มาเรียกน้ำย่อยกันก่อนจะได้เห็นของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคาร 1 จัดแสดงชีวิตชาวนครนายกที่เผชิยภัยแล้งและน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคาร 1 &amp;nbsp;ปฐมบทการสร้างเขื่อนขุนด่าน จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาสภาพแวดล้อมภัยแล้ง และอุทกภัยที่จังหวัดนครนายกประสบ รวมถึงข้อมูลทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาและนำมาสู่การจัดตั้งโครงการจัดการน้ำในพระราชดำริหลายโครงการเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคาร 2 อดีตชลประทานถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของระบบชลประทานโลกรวมไปถึงภายในประเทศ ข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ภายในจังหวัดนครนายก รวมถึงประวัติความเป็นมาของเขื่อนขุนด่านปราการชล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงประวัติความเป็นมาของเขื่อนขุนด่านปราการชล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคาร 3 พระบารมีปกเกล้าชาวนครนายก จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในส่วนของการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร การแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่นๆอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพพระราชกรณียกิจในหลวง ร.9 ทรงแก้ปัญหาน้ำช่วยเหลือพสกนิกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาคาร 4 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โครงการพระราชดำริที่โดดเด่น รวมไปถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพทั้งภายในจังหวัดนครนายก และกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4 อาคารใหม่น่าชมมาก สามารถใช้เวลาหนึ่งวันในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ จ.นครนายก เพราะมีเนื้อหาและวัตถุจัดแสดงรอให้ทุกคนมาดื่มด่ำ&amp;nbsp; เปิดบริการวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ &amp;nbsp;ช่วงนี้กรมศิลปากรให้เข้าชมฟรีไม่เก็บค่าบริการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107448</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์, เขื่อนขุนด่านปราการชล, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d36f231dc7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>”ต้นแบบความดี วิถีไทยในแบบพ่อ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ตกแต่งเป็นสวนป่า สื่อพระราชดำริรักษาดิน น้ำ ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นที่ประจักษ์ในทุกด้าน โครงการพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานไว้ สร้างวิถีชุมชนเข้มแข็ง สร้างรอยยิ้มแก่พสกนิกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี รัฐบาลจัดงานวันพ่อแห่งชาติเพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ปีนี้เนรมิตพื้นที่ท้องสนามหลวงจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ ผ่าน 2 นิทรรศการสำคัญ &amp;ldquo;ชุมชนต้นแบบแห่งความดี...วิถีไทยในแบบพ่อ&amp;rdquo; และนิทรรศการ &amp;ldquo;ปณิธานความดี...มีแล้วแบ่งปัน&amp;rdquo; เปิดให้ชมระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เยี่ยมเยือนชุมชนต้นแบบแห่งความดี วิถีไทยในแบบพ่อ ภาคใต้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัชราภรณ์ อินทรียงค์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านงานเฉลิมพระเกียรติและกิจการพิเศษ ในฐานะรองประธานการจัดงานวันพ่อแห่งชาติประจำปี 2562 กล่าวว่า รัฐบาลจัดงานวันพ่อแห่งชาติประจำปี 2562 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดการจัดงานเป็นศูนย์รวมชุมชนทั่วประเทศ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 ภายในงานได้จัดซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตกแต่งในรูปแบบสวนป่าเพื่อให้สอดคล้องกับวันที่ 5 ธันวาคม นอกจากเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ยังเป็นวันดินโลกด้วย โดยจัดเตรียมพานไว้ให้ประชาชนนำดอกไม้หรือพวงมาลัยมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชมประติมากรรมท้าวจตุโลกบาล 4 ทิศ งานวันพ่อท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับไฮไลต์สำคัญ พัชราภรณ์ กล่าวว่า มี 2 นิทรรศการ ซึ่งผูกเรื่องราวความดี วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น ความสามัคคีเป็นปึกแผ่นของคนในชาติมาไว้ในงานเดียวกัน โดยจำลองภาพเหล่านี้มาให้ประชาชนได้เห็นและเดินตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 นิทรรศการแรก &amp;ldquo;ชุมชนต้นแบบแห่งความดี...วิถีไทยในแบบพ่อ&amp;rdquo; แสดงถึงวิถีชีวิตชุมชนที่ได้นำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ในชุมชนจนประสบความสำเร็จ กลายเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ แบ่งออกเป็น 4 ภาค เป็นหมู่บ้านชนะการประกวดหลักเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพึ่งพาตนเอง และหมู่บ้านต้นแบบศาสตร์พระราชาที่ชุมชนอยู่อย่างพอเพียง ประกอบด้วย ชุมชนภาคเหนือสื่อถึงป่าและน้ำคืนชีวิต ภาคใต้สื่อหลักเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสื่อถึงชุมชนเข้มแข็ง เกษตรผสมผสาน และภาคกลางสื่อถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนิทรรศการแล้วก็ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านน่าชม และสาธิตอาหารพื้นถิ่น 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมืองไทยประกันภัย ชูไอเดียตกแต่งด้วยวัสดุรีไซเคิลสวยงามสืบสานปณิธานความดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสำนักนายกฯ บอกถึงนิทรรศการ &amp;ldquo;ปณิธานความดี...มีแล้วแบ่งปัน&amp;rdquo; ไฮไลต์ต่อมาว่า นิทรรศการนี้แสดงกิจกรรมเพื่อสังคมของหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาสืบสาน รักษา ต่อยอด เผยแพร่คำสอนของพ่อให้ประชาชนได้รู้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังสะท้อนถึงภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วแบ่งปันคืนให้สังคม นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นำโครงการกำลังใจในพระดำริฯ มาจัดแสดงนิทรรศการต้นแบบความดี รวมถึงออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขังจากโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานวันพ่อครั้งนี้มีการออกแบบจัดภูมิทัศน์ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิถีวัฒนธรรมที่สมบูรณ์ สวยงาม น่าเที่ยวชม มีสัญลักษณ์เลข ๙ กลางสนามหลวง ล้อมรอบด้วยดอกไม้นานาพรรณ และการแสดงน้ำพุหลากสีเพื่อสื่อความหมาย ร.9 ทรงเป็นศูนย์กลางในการรวมพลังของประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ทั้ง 4 ทิศแสดงประติมากรรมท้าวจตุโลกบาล ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าววิรูปักษ์ ท้าววิรุฬหก และท้าวธตรฐ แสดงถึงความเป็นสิริมงคล ส่วนทางเข้างานเป็นประติมากรรมยักษ์วัดโพธิ์ และยักษ์วัดแจ้ง เอกลักษณ์ไทยอันเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;งานวันพ่อที่ท้องสนามหลวงกับสัญลักษณ์เลข ๙ สื่อถึงศูนย์กลางรวมพลังคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในงานมีภาคเอกชนต่างๆ มาร่วมแสดงนิทรรศการ &amp;ldquo;ปณิธานความดี...มีแล้วแบ่งปัน&amp;rdquo; อาทิ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ซึ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ &amp;quot;พระบรมชนกาธิเบศร&amp;quot; ร่วมงาน &amp;quot;วันพ่อแห่งชาติ&amp;quot; ประจำปี 2562 ในกิจกรรม &amp;quot;คีตราชา&amp;quot; เผยแพร่และสืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งเพลงของพ่อจำนวน 79 บทเพลง ทั้งเพลงไทย เพลงบรรเลง เพลงสากล ที่เกิดจากแรงบันดาลพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ นับเป็นของขวัญพระราชทานและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงฝากไว้ให้แผ่นดิน วันพ่อนี้ชวนมาฟัง มาเรียนรู้เพลงพระราชนิพนธ์ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมทางด้านดนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แหนม รณเดช ศิลปินชื่อดัง ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ที่บูธบุญรอดบริวเวอรี่ น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บุญรอดบริวเวอรี่ กล่าวว่า บุญรอดบริวเวอรี่สืบสานและเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อย่างต่อเนื่อง ในชื่อโครงการ &amp;quot;คีตราชา&amp;quot; ผ่านภาพยนตร์โฆษณา สารคดีโทรทัศน์ รวมถึงจัดทำค่ายอบรมดนตรีประเภทเครื่องสาย &amp;quot;โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์&amp;quot; เพื่อให้เยาวชนฝึกฝนการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยคณาจารย์และนักดนตรีชั้นนำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับงานวันพ่อแห่งชาติปีนี้ บุญรอดบริวเวอรี่ขอน้อมรำลึกถึงองค์อัครศิลปิน โดยการเผยแพร่พระปรีชาสามารถทางด้านดนตรี ตลอดจนแบ่งปันความรู้และพัฒนาศักยภาพทางด้านดนตรีให้แก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ได้เแก่ นิทรรศการ &amp;quot;จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ&amp;quot; เผยแพร่พระปรีชาสามารถด้านดนตรี และทรงถ่ายทอดความรักในดนตรีแก่พระราชโอรส พระราชธิดา มุมฉายภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ทางบริษัทบุญรอดฯ เป็นผู้อำนวยการสร้าง มุมฟังเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษ อาทิ เวิร์กช็อปการร้องเพลง และเวิร์กช็อปการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้แก่เด็กไทย รวมทั้งในทุกค่ำ เวลา 19.00-19.30 น. (งดวันที่ 12 ธ.ค.) มีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์โดยนักดนตรีเยาวชนบริเวณสวนดอกไม้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นิทรรศการ&amp;quot;จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ&amp;quot;เผยแพร่พระปรีชาสามารถด้านดนตรีที่บูธบุญรอดบริวเวอรี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครมาเที่ยวงานสามารถมาร่วมเวิร์กช็อปการร้องเพลงบทเพลง &amp;quot;ในหลวงของแผ่นดิน&amp;quot; กับ &amp;quot;พิณต้า&amp;quot; ณัฐนิช&amp;nbsp; รัตนเสรีเกียรติ ในวันที่ 5, วันที่ 7 และวันที่ 8 ธ.ค. ในเวลา 13.30 น. ร่วมเวิร์กช็อปการเล่นอูคูเลเลกับ &amp;quot;เอิ๊ต&amp;quot; ภัทรวี ศรีสันติสุข ในวันที่ 7-8 ธ.ค. และ &amp;quot;โอ๋&amp;quot; เจษฎา สุขทรามร ในวันที่ 14 ธ.ค. รวมถึงร่วมเวิร์กช็อปร้องเพลงพระราชนิพนธ์กับ &amp;quot;ครูปอ&amp;quot; อาภาวี เศตะพราหมณ์ โค้ชเดอะวอยซ์ คิดส์ ในวันที่ 10 และวันที่ 14 ธ.ค. แต่ละกิจกรรมสามารถลุ้นรางวัลเป็นเครื่องดนตรี แผ่นซีดีเพลงพระราชนิพนธ์ หรือหนังสือบทเพลงพระราชนิพนธ์ และของที่ระลึกอื่นๆ ด้วย สนใจร่วมกิจกรรมเวิร์กซ็อปกับศิลปินในบูธกิจกรรม ติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์ 06-4816-8707&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บูธธนาคารออมสิน ชวน &amp;quot;ทำดีมีแล้วแบ่งปันกับธนาคารออมสิน&amp;quot; รับกระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ ร.10 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านบูธธนาคารออมสิน เชิญชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติ และร่วมทำบุญในกิจกรรม &amp;ldquo;ทำดีมีแล้วแบ่งปันกับธนาคารออมสิน&amp;rdquo; พิเศษเฉพาะในงานวันพ่อแห่งชาติปีนี้เท่านั้น โดยบริจาคเงิน 999 บาทขึ้นไปให้กับมูลนิธิที่กำหนด ผ่าน QR สาธุ ด้วย Application Mymo รับกระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 จำนวน 1 ชุด บรรจุในถุงผ้าอย่างดี พร้อมรับกระปุกออมสินเทศกาลที่จัดทำขึ้นในวาระพิเศษอีก 1 คู่ จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ต่อวัน วันละ 100 ชุดเท่านั้น ส่วนนิทรรศการ &amp;quot;ออมสิน ออมน้ำ ตามรอยพ่อ&amp;quot; ซึ่งธนาคารออมสินได้ยึดแนวทางพระราชดำริด้านทรัพยากรน้ำในรัชกาลที่ 9 สนับสนุนชุมชน เดินชมได้อ่านเรื่องราวชุมชนทั่วทุกภาคของไทยที่แก้ปัญหาน้ำมาก น้ำน้อย น้ำเสีย ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความมั่นคงให้ชีวิตและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ที่นี่มีมุมให้ประชาชนร่วมกิจกรรมเขียนปณิธานความดีออนไลน์ พร้อมรับกระปุกออมสินที่ระลึก 3 แบบ จำนวน 800 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดมา บูธเมืองไทยประกันภัย ชูไอเดียตกแต่งด้วยวัสดุรีไซเคิลสวยงาม เพื่อร่วมสืบสานปณิธานความดี มีการจัดแสดงโครงการอาสารณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืนเพื่อเทิดพระเกียรติ ร.9 เนื่องในวันพ่อ นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครั้งนี้ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เมืองไทยไร้ขยะ&amp;rdquo; สนับสนุนการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้องและยั่งยืนตามแนวคิด &amp;ldquo;Zero Waste&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การจัดการขยะเหลือศูนย์&amp;rdquo; ตามหลัก 3 Rs คือ Reduce การลดปริมาณขยะ Reuse การใช้ซ้ำ และ Recycle การนำกลับมาใช้ใหม่ สร้างความตระหนักถึงการจัดการขยะแบบครบวงจรให้กับพนักงานภายในบริษัท และขยายผลไปสู่ชุมชนภายนอกให้ลดปริมาณขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แวะร้านขนมหวานคู่เมืองไทย จำหน่ายขนมไทยโบราณหาทานยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในบูธกิจกรรมของเมืองไทยประกันภัย มีมุมจำหน่ายประกันภัยราคาพิเศษสำหรับประชาชนด้วยแผนประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (P.A.) ปันยิ้ม&amp;rdquo; ราคา 99 บาท ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี อีกทั้งยังมีร้านขนมหวานคู่เมืองไทยจำหน่ายขนมไทยหาทานยากราคาย่อมเยา อาทิ บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน, ปลากริมไข่เต่า, ข้าวเหนียวเปียกลำไย ฯลฯ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกรมธรรม์ฯ และขนมหวานจะสมทบในโครงการเมืองไทยไร้ขยะ สนับสนุนจัดซื้อชุดถังแยกขยะและการจัดกิจกรรมให้ความรู้จัดการขยะถูกวิธีแก่โรงเรียนทั่วประเทศตลอดทั้งปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ที่บูธกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ และมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้ร่วมกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ เชิญประชาชนชมนิทรรศการจาก 5 โครงการสำคัญ ที่รวมพลัง รวมหัวใจคนไทยถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 ได้แก่ โครงการสายข้อมือ &amp;quot;เรารักพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ.2549 จัดแสดงสายข้อมือประวัติศาสตร์, โครงการจัดทำนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติฯ คิงเพาเวอร์ ร่วมกับผู้ผลิตนาฬิกาแบรนต์ดังระดับโลก ผลิตนาฬิกายี่ห้อ PARMIGIANI FLEURIER จำนวน 60 เรือน โดยได้รับพระบรมราชานุญาตเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ประดิษฐานบนหน้าปัดนาฬิกา และเชิญตราสัญลักษณ์การจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ประดับที่ด้านหลังตัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สายข้อมือ &amp;quot;เรารักพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9&amp;quot; เป็น 1 ใน 5 โครงการประวัติศาสตร์ ที่บูธกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วยังมีโครงการมวลสารมงคล &amp;quot;เรารักพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; นำมาจากบัตรถวายพระพรชัยมงคลที่ประชาชนเขียนด้วยความตั้งใจ หล่อหลอมรวมกับพวงมาลัยและดอกไม้พระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงใช้สักการบูชาพระพุทธรูป ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และโครงการจัดสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 &amp;quot;ทรงงาน&amp;quot; (จำลอง) เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 ชวนมาชมพระบรมรูปทรงงาน นอกจากนิทรรศการโครงการประวัติศาสตร์แล้ว โครงการคิงเพาเวอร์ ไทยเพาเวอร์ ซึ่งสร้างโอกาสให้เด็กไทยได้นำลูกฟุตบอลจำนวน 5,000 ลูกมาแจกฟรีให้กับเด็กและเยาวชน เพียงนำบัตรประชาชนมาลงทะเบียน 1 สิทธิ์ต่อ 1 ลูก ตลอดการจัดงาน แจกเวลา 11.30 น. และ 17.30&amp;nbsp; น.ในวันหยุด วันหยุดนักขัตฤกษ์ และเวลา 17.30 น.ในวันธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพ่อนี้ไปร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.นี้ ณ ท้องสนามหลวง วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เปิดเวลา 10.00-21.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 10.00-22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51834</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, คีตราชา, งานวันพ่อ, ท้องสนามหลวง, บุญรอดบริวเวอรี่, องค์อัครศิลปิน, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de872c8da647.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โคก-หนอง -นา&#039; ยกระดับสู่นโยบายรัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวคิด&amp;quot;โคก หนอง นา&amp;quot;ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงการในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ &amp;nbsp;9 ซึ่งทรงห่วงใยต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ได้ถูกนำมาปรับใช้ในการบริหารจัดการน้ำ &amp;nbsp;เพื่อการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพของประชาชนทั่วไป ได้รับการผลักดันจาก สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;quot;พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยของแผ่นดิน&amp;quot; ซึ่งได้รับการการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในการก้าวสู่ปีที่ 6 ของการเผยแพร่แนวคิด โคก หนอง นา ดำเนินการภายใต้กิจกรรม&amp;quot;แตกตัวทั่วไป เอามื้อสามัคคี&amp;quot; &amp;nbsp;อันเป็นวิธีการทำการเกษตรเก่าแก่ดั้งเดิมของสังคมไทยมาดำเนินการต่อเนื่อง ด้วยการส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของผู้นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม พร้อมขยายผลสำเร็จของโครงการฯ จากลุ่มน้ำป่าสักสู่ลุ่มน้ำอื่นๆ ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศไทย สู่การแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;มี 4 กิจกรรมที่ตั้งเป้าไว้ &amp;nbsp; โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) &amp;nbsp;มาช่วยขับเคลื่อนและเป็นกำลังหลักอีกแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการฯ นี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมของคนที่นำแนวทางศาสตร์พระราชาไปลงมือปฏิบัติ ส่งผลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ นั่นนับเป็นผลสำเร็จของโครงการฯ &amp;nbsp;ส่วนแนวทางการขับเคลื่อน &amp;nbsp; คือการสร้างและพัฒนาคนให้มีคุณภาพมีองค์ความรู้เป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;คนมีใจ&amp;rsquo; ที่เมื่อรวมตัวกันก็จะเป็น &amp;lsquo;เครือข่ายที่เข้มแข็ง&amp;rsquo; นำไปสู่การสร้าง &amp;lsquo;ศูนย์เรียนรู้&amp;rsquo; เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่การลงมือปฏิบัติ สร้างคนมีใจต่อไปไม่สิ้นสุด จนบรรลุผล หยุดท่วม-หยุดแล้งอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย ซึ่งโครงการฯ ในปัจจุบันได้ขยายผลออกไปถึง 24 ลุ่มน้ำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปีนี้มาถึงปีสุดท้ายเฟส 2ของโครงการ เชื่อมั่นว่าแนวทางพระราชดำริ หลักการทรงงานของพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 จะแก้ปัญหาโลกได้ และเราสามารถเผยแพร่แนวคิดตามแนวทางศาสตร์พระราชาได้ 6,000 หลุม ใน 24ลุ่มน้ำ และตั้งใจที่จะขยายต่อไปและจะเริ่มเฟส 3 ต่อไปอีกแน่นอน &amp;quot;อาจารย์ยักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แกนนำภาคเอกชน กล่าวว่าเชฟรอนให้การสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว เนื่องจากตรงกับแนวคิดการทำโครงการเพื่อสังคมของเรา ที่มุ่งเน้นการสร้างคน องค์ความรู้ และจิตสำนึก ส่วนใหญ่จึงทำกันในระยะยาว โครงการนี้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;หรือ Sustainable Development &amp;nbsp;และสอดคล้องกับนโยบายเพื่อสังคมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการศึกษา ด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่การลงมือปฏิบัติ ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ที่ช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นั่นคือการฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า และด้านการส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม ซึ่งพนักงานเราได้เข้าร่วมกิจกรรมในทุกๆ ปีเป็นจำนวนหลายร้อยคน เหนือสิ่งอื่นใดคือความมุ่งมั่นในการสืบสานพระราชปณิธานต่อไป &amp;nbsp;นับเป็นการสร้างความยั่งยืน ทั้งชาวบ้านและคนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ เชฟรอนฯ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;โดยตามแนวคิดของปีนี้ โครงการฯ จึงจะกระจายตัวจัดกิจกรรมใน 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ จันทบุรี สระบุรี และน่าน โดยนำเสนอผ่าน &amp;lsquo;คนต้นแบบ&amp;rsquo; ที่ใช้ศาสตร์พระราชาแก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองจนประสบความสำเร็จ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นต่อๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าถามถึงความมุ่งหวังชองโครงการคืออะไร ผมว่าอยากให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างว่าเ เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ทางเลือกรอง แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกหลัก อยากให้คนทำแบบนี้กันเยอะๆ อยากให้แนวคิดนี้มีที่ยืนในสังคม อยากให้เรื่องเเศรษฐกิจพอเพียงกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม &amp;nbsp;ที่ใครๆก็ทำกัน และหมายถึงเกษตรกร พึ่งพาตัวเองได้ มองว่า 5-6ปีมานี้ของโครงการ เราทำได้ขนาดนี้ ก็น่าจะเป็นความภาคภูมิใจ &amp;nbsp; เพราะมีคนสนใจอยากทำตามเยอะมาก แต่เราไปให้คำแนะนำ หรือคำปรึกษาไม่ทันกับความต้องการ&amp;quot; ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ เชฟรอนฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และตัวแทนสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เครือข่ายภาควิชาการกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของระยะที่ 2 คือ การขยายผลในระดับทวีคูณ หรือ แตกตัว เพื่อสร้างคน สร้างครู สร้างเครื่องมือยกระดับศูนย์เรียนรู้สู่การศึกษาตลอดชีวิต (บ้าน วัด โรงเรียน) โครงการฯ จึงยังคงดำเนินงานต่อเนื่องด้วยแนวคิด &amp;lsquo;แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี&amp;rsquo; เพื่อชี้ให้เห็นตัวอย่างการ &amp;lsquo;แตกตัว&amp;rsquo; ขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ โดยนำกลยุทธ์การ &amp;lsquo;เอามื้อสามัคคี&amp;rsquo; หรือ การลงแขกตามประเพณีดั้งเดิมของคนไทยมาเป็นกลวิธีในการขับเคลื่อน เพื่อประสานความสามัคคีเชื่อมโยงและขยายเครือข่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ในสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกัน โดยในปีหน้าที่จะผลักดันให้ไปสู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย สู่เป้าหมายการขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำทั่วในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากเราเปิดตัวโครงการ เอามื้อสามัคคี ด้วยแนวคิดโคก หนอง นา ปรากฎว่ามีผู้สนใจความต้องการที่จะนำโมเดลนี้ไปใช้เยอะมาก จนเราจัดทำให้ไม่ทัน ดังนั้น ในปีนี้ เราจึงตั้งใจที่จะยกระดับโครงการไปสู่นโยบายระดับประเทศ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันทั้งระบบลุ่มน้ำทั้งหมด &amp;nbsp;และให้เป็นที่พึ่งของประชาชน&amp;quot;อ.ไตรภพกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผศ.พิเชษ โสวิทยสกุล คณะทำงาน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ปัญหาประเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า การขยับขยายโครงการ แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคีในปีนี้ นอกจากจะมี 4พื้นที่ ต้นแบบ ในการเรียนรู้โคก หนองนา โมเดล &amp;nbsp;ศาสตร์พระราชา เรายังร่วมมือกับกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน &amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงหมาดไทย &amp;nbsp;ในการเผยแพร่แบบมาตรฐาน&amp;quot;โคก หนอง นา โมเดล&amp;quot; ออกไปสู่ประชาชนโดยตรง เบื้องต้นได้มอบแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล จำนวนประมาณ 40แบบให้กับกรมพัฒนาที่ดินไว้แจกจ่ายประชาชน ทั้ง &amp;nbsp;40แบบ จะเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับที่ดินขนาดแบบ &amp;nbsp;3ไร่ 5 ไร่ หรือ 10-15ไร่ &amp;nbsp;ที่เป็นโมเดลพื้นที่ขนาดเล็กก็เพราะ แนวคิดเรื่อง งโคก หนอง นา นั้นที่จริงก็คือ เป็นการแปลงมาจากเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นการทำเกษตรในพื้นที่ขนาดจำกัด หรือขนาดเล็ก &amp;nbsp; จะได้ไปขอจากกรมพัฒนาที่ดินได้ แล้วนำไปใช้กับที่ดินของตนเองได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; แบบมันเสร็จหมดแล้ว ส่งให้กรมพัฒนาที่ดินแล้ว &amp;nbsp;ใครที่สนใจอย่าเพิ่งไปทำทั้งขนาด 100ไร่ เริ่มจาก 3ไร่ หรือ5ไร่ก่อน หยิบไปใช้ได้เลยจากแบบมาตรฐาน ที่เป็นต้นแบบ ที่เราทำไว้ให้ แล้วกรมพัฒนาที่ดินเขาจะทำเรื่องให้มันเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐเลย เราเริ่มที่กรมพัฒนาที่ดินก่อน แต่ที่คุยไว้มี 3กรม กรมพัฒนาที่ดินกรมอุทยานฯ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น &amp;nbsp;แต่ของกรมพัฒนาที่ดิน &amp;nbsp;ออกแบบเสร็จแล้วมีทั้งหมด 40แปลง&amp;quot;ผศ.พิเชษกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับอธิบายอีกว่า การที่แบบมาตรฐานมีเยอะมากถึง 40แบบก็เพราะที่ดินมันมี 3-4ขนาดคือ 3ไร่ 5 ไร่ 10 หรือ 15ไร่ &amp;nbsp;แต่ละแบบมาตรฐานจะมีรูปทรงที่ดินหลากหลายมาก &amp;nbsp;เช่น บางคนมีที่ดินทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส บางคนสี่เหลื่อมผืนผ้า หรือมีสัดส่วน 1ต่อ 2 หรือบางที่ยาวสัดส่วน 1ต่อ3 หรือบางคนมีทรงแบบอ้วน ๆ 2 ต่อ3 การออกแบบจึงต้องมี 4ขนาดและ 4รูปแบบแปลน &amp;nbsp;ทั้งที่จริงๆแล้วาตั้งใจจะให้มากกว่านี้ &amp;nbsp; แต่เป้าหมายจริงๆคือจะทำแบบให้ได้ 96แบบ &amp;nbsp;ซึ่งจะมีพื้นที่แบบแปลงที่ลาดไหล่เขา หรือแปลงที่อยู่ในหุบเขาด้วย &amp;nbsp; แต่เราเริ่มที่ราบก่อนเพราะปัญหาที่ราบเยอะกว่าที่ภูเขา &amp;nbsp;ซึ่งแบบที่ราบ ที่มอบให้กับกรมพัฒนาที่ดินทำสำเร็จหมดแล้ว และกำลังออกแบบให้กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. ซึ่งจะเป็นในส่วนของพื้นที่ขนาดเล็ก 4ตารางเมตร หรือ 8ตารางเมตร &amp;nbsp;หมายรวมถึงพื้นที่คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ &amp;nbsp;เป็นการออกแบบเชิงรั้วกินได้ &amp;nbsp;หรือในพื้นที่ขนาด 100 ตารางวา หรือ 200 ตารางวา &amp;nbsp; ก็จะมีแบบมาตรฐานให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น มีงบฯที่จะหนุนดำเนินการ ท่านอธิบดีฯก็เร่งให้ทำเรื่องนี้ ส่วนกรมสุดท้ายที่กำลังคุยอยู่คือกรมอุทยาน ฯซึ่งจะทำในพื้นที่เชิงเขา พื้นที่ป่าที่ต้องฟื้นฟู แต่ของกรมอุทยานมีข้อแม้ว่า เราจะเริ่มในพื้นที่ 10 หรือ 15ไร่ เพราะพอเป็นพื้นที่ภูเขา พื้นที่ขนาดเล็กมันไม่พอทำเกษตรผลิตได้ จึงต้องเริ่ม 10 ไร่ 15ไร่ หรือ 20ไร่ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.พิเชษกล่าวอีกว่า การทำแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล จะมีการดำเนินการเป็นกทางการและขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบ เพื่อให้รัฐมีส่วนสนับสนุน โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของ การขุดบ่อจิ๋ว ของกรมพัฒนาที่ดิน &amp;nbsp;จึงต้องมีการทำให้ถูกต้องตามระเบียบ &amp;nbsp;เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาการตรวจรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันการที่หน่วยงานรัฐไม่สามารถทำเรื่องโคก หนอง นา ได้เต็มที่เพราะมันยังไม่มีข้อมูลมาตรฐาน มีแต่ข้อมูลว่าต้องขุดสระน้ำเท่านั้นเท่านี้ กว้างคูณยาวเท่าไหร่ แค่นั้น &amp;nbsp;เราก็เลยออกแบบให้เป็นมาตรฐาน แต่ในทางอื่นที่ไม่ต้องรอกรมพัฒนาที่ดิน ผมก็แจกแบบไปแล้ว ทางเฟสบุ๊คของผม &amp;nbsp;แต่มัเงื่อนไขว่าคนที่ได้แบบไปแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการอบรม &amp;nbsp;เราจะให้ทำไม่เกิน 3ไร่ แต่คนที่ผ่านการอบรมเรื่องศาสตร์พระราชาแล้ว เราจะให้ได้ถึง 15ไร่ เพราะเราไม่ต้องการให้คนที่ไม่ผ่านการอบรมแล้วไปทำ 15ไร่ &amp;nbsp;โดยที่ไม่มีความรู้ มันจะสำเร็จยาก ตอนนี้ก็ส่งไม่หวาดไม่ไหว &amp;nbsp;เป็น 40แบบที่แจกออกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.พิเชษ บอกอีกว่า โคก หนอง นา โมเดล ได้รับความสนใจมาก เฉพาะเฟสบุ๊คของตนเองมีคนแชร์เรื่องแบบนี้ไป 600 กว่า คนอ่านประมาณ 3หมื่นกว่า แต่ติดปัญหาตรงที่ &amp;nbsp;ทีมงานส่งอีเมล์แบบมาตรฐานให้ไม่ทัน &amp;nbsp;เนื่องจาก การแจกโมเดลจะไม่ได้แจกมั่วๆ ต้องมีการตรวจสอบมีการเช็ค คนที่จะได้แบบ ต้องติดต่อเข้ามาแจ้งให้รู้ว่าจะทำที่ไหน &amp;nbsp;อะไร ยังไง ถ้าผ่านการอบรมแล้ว &amp;nbsp; อบรมรุ่นไหน ศูนย์ไหน มีความรู้ยังไงบ้าง แต่ถ้าไม่ผ่านการอบรมอย่างน้อยต้องแจ้งเบอร์ติดต่อ และสถานที่ที่จะทำ เพื่อที่เราจะได้ติดตามและวางแผนช่วยเขาได้ต่อ สมมุติบางคนทำที่สุรินทร์ เราก็มาดูว่า ดินของเขาอยู่ที่ไหน และพิกัดใกล้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ๆของเขามีเพื่้อนที่ทำด้วยหรือไม่ อย่างน้อยเขาก็จะได้ไปหาเพื่อน &amp;nbsp;เพราะเขาทำคนเดียวไม่ไหว &amp;nbsp;ส่วนแบบที่แจก เพราะไม่ต้องรอให้กรมพัฒนาที่ดินประกาศ &amp;nbsp;ใช้งบฯส่วนตัวลงมือทำขุดบ่อไปก่อน ก็ทำได้ หรือถ้าชาวบ้านคนไหนไม่มีเงิน อาจจะต้องรอกรมพัฒนาที่ดินเพื่อใช้งบฯขุดบ่อจิ๋ว . ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน มีงบฯ ฯขุดบ่อจิ๋วปีหนึ่งประมาณ 4-5พันล้าน เราแค่ปรับงบฯขุดบ่อจิ๋วมาช่วยทำโคก หนองนา แทน &amp;nbsp;เรียกว่าเป็นการเปิดให้กว้างการใใช้งบฯ ไม่ใช่การขุดบ่อจิ๋วอย่างเดียว การทำโคกหนองนา ก็เหมือนการใช้งบฯ เพื่อทำที่เก็บน้ำเหมือนกัน ซึ่งรัฐจะอุดหนุนให้เลยไม่เกิน 3ไร่ แต่กรมพัฒนาที่ดินจะเป็นคนลงมือมาขุดให้ &amp;nbsp;ไม่ได้ให้เงินโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ ท่านอาจารย์ยักษ์ .ท่านก็เร่งรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินอยู่ &amp;nbsp;ส่วนเราเพิ่งส่งแบบให้เมื่อเดือนมี.ค.เอง &amp;nbsp;ส่วนกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นน่าจะเร็ว เพราะอธิบดีฯสนใจมาก และถ้าท้องถิ่นเห็นด้วย จะเร็วกว่า กรมพัฒนาที่ดิน เพราะใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ดูทั่วประเทศ และเขาไม่ได้สนับสนุนพื้นที่ใหญ่ แค่มุมเล็กๆ &amp;nbsp;ถ้าทุกบ้านมีมุมเล็กๆทำแบบนี้ เชือว่าหมู่บ้านนั้นจะยั่งยืนแน่ เพียงแต่ต้องให้ความรู้และมีอะไรอื่นๆให้เขา &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน4กิจกรรมแตกตัวทั่วไทย -เอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายชองโครงการ แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี ในปีนี้ ที่จะกระจายตัวจัดกิจกรรมใน 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ จันทบุรี สระบุรี และน่าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ &amp;nbsp; โครงการฯ เริ่มกิจกรรมแรกที่ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 กรุงเทพฯ เพื่อสร้างศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชากลางเมืองหลวง &amp;nbsp;นายพิเชษฐ &amp;nbsp;โตนิติวงศ์ ผู้จัดการธรรมธุรกิจ เล่าถึงที่มาของโครงการว่า &amp;nbsp; หลังจากธุรกิจโรงสีล้มละลาย ก็ได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง และได้พูดคุยกับ อ.ยักษ์ -ดร.วิวัฒน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศัลยกำธร และพี่โจน -โจน จันใด &amp;nbsp;จนเข้าใจในศาสตร์พระราชาที่ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาด้านการเกษตร แต่เป็นแนวทางการใช้ชีวิต จึงจัดตั้งโครงการ &amp;lsquo;ฐานธรรมธุรกิจ&amp;rsquo; เพื่อเป็นตลาดกลางกระจายสินค้าของเครือข่ายทั่วประเทศ ในราคาเป็นธรรมต่อผู้ซื้อและผู้ผลิต เดิมเราหมุนเวียนจัดทำตลาดนัดธรรมชาติไปในที่ต่างๆ จนได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากเจ้าของโรงเรียนชาญวิทย์เก่าจึงได้ปักหลักที่เดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เรายังจัดเวิร์คช้อปต่างๆ ให้คนได้เรียนรู้จากการลงมือทำ &amp;nbsp; ซึ่งต่อไปวางแผนว่าจะทำร้านอาหารเพื่อแปรรูปผลผลิตจากเครือข่ายที่เหลือจากการขาย ตอบโจทย์คนเมืองที่ไม่ค่อยทำกับข้าวกินเอง เน้นเรื่องอาหารและสุขภาพเป็นหลัก กิจกรรมในวันนี้ &amp;nbsp;จึงเกี่ยวกับการย่ำก้อนดิน เพื่อสร้างบ้านดินสำหรับร้านอาหารแปรรูป สอนเพาะเมล็ดพันธุ์กล้าไม้และทำแปลงผักในภาชนะต่างๆ แบบคนเมือง และเรียนรู้การปรุงดิน ทำปุ๋ย และสร้างโมเดล โคก หนอง นา ขนาดเล็กในพื้นที่ให้เป็นตัวอย่างสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด ในอนาคต ก็การวางแผนจะขยายงานไปที่เชียงใหม่ และบ้านศรีฐาน ยโสธรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำฐานที่กรุงเทพฯ เพราะผมคิดไปถึงคนเมือง คิดไปถึงคนที่อยู่คอนโด พื้นที่แคบ ถ้าเขาอยากปลูกพืชผักจะทำยังไง ในขนาดพื้นที่ &amp;nbsp;1x2 เมตร หรือพื้นที่ในร่ม จะทำได้ยังไงปลูกแบบไหน &amp;nbsp; ส่วนตลาดนัดที่จะมีเสาร์ อาทิตย์ เป็นการทำให้คนในเมืองเขาได้รู้ว่าผักที่เขากินมาจากไหน &amp;nbsp; เพราะปัจจุบันเขาไม่รู้ว่าอาหารที่ซื้อจากตลาดมาจากไหน ซึ่งถือว่าเป็นการไม่ดูแลสุขภาพ นับว่าคนเมืองขาดโอกาสเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค จึงอยากสร้างโอกาสนี้ &amp;quot;พิเชษฐ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พื้นที่ &amp;nbsp;จ.สระบุรี ซึ่งอยู่ใน ลุ่มน้ำป่าสัก อันเป็นลุ่มที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใย เพราะมีความลาดชันสูงทำให้จัดการได้ยากที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ มีโครงการ&amp;quot;สวนสุขสมบูรณ์ &amp;quot; ขนาด32ไร่ &amp;nbsp;อยู่ที่อ.หนองแซง จ.สระบุรี เป็นการรวมตัวของคนเมือง &amp;nbsp;13 คนที่มีอาชีพหลากหลาย &amp;nbsp; ซึ่งในกลุ่มนี้ ยังมี บอย พิษณุ นิ่มสกุล นักแสดงหนุ่มเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มด้วย โดยบอยมีประสบการณ์เคยทำเกษตรอินทรีย์ ตามหลักโคก หนอง นา โมเดลที่จ.สุรินทร์มาแล้ว โดยหุ้นกับแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางเอกสาว และกลายเป็นสวนต้นแบบที่กระตุ้นความสนใจคนในพื้นที่ได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาที่ อ.ท่าใหม่ จ. จันทบุรี &amp;nbsp; ด้วยแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของสมเด็จ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ทรงห่วงใยประชาชนในจันทบุรีจากภัยแล้งและขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค โดยมีแววศิริ ฤทธิโยธี เจ้าของพื้นที่บ้านสวนอิสรี สวนเกษตรอินทรีย์และฟาร์มมาเมืองจันทน์ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นโครงการต้นแบบ ของการเอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แววศิริกล่าวว่า 4ปีที่แล้วก็ทำเกษตรเคมี เหมือนคนอื่นๆ แต่มีปัญหาตลาด พอดีแม่ไม่สบายไปซื้อมะละกอมาให้แม่กิน แม่ไม่ยอมกิน บอกว่าอย่าซื้อมาฝากอีกเพราะเชาฉีดยาเยอะมาก &amp;nbsp;จึงคิดลดใช้สารเคมีหรือใช้น้อยที่สุด เพื่อจะได้ปลูกของดีๆให้แม่กิน &amp;nbsp;แต่พอลดใช้สารเคมีทำไปๆ สภาพดินกลับดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ต้นไม้ก็ดีขึ้น ต่อมาจึงเลิกใช้สารเคมีทั้งหมด และทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ จึงเปิดเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พี่ขุดสระเก็บน้ำเอง ตอนแรก็รู้สึกเสียดายพื้นที่ แต่พบว่าดีกว่าไม่มีน้ำใช้ เพราะถ้าเราไปสูบมาจากที่อื่น ก็จะเป็นน้ำที่มีสารเคมี มียาฆ่าแมลง ที่มาจากสวนใกล้เคียง &amp;nbsp;เราใช้น้ำของเราเองทุเรียน ลองกอง มังคุดผลผลิตดีมาก รสชาติดี และที่ได้มาคิดอีกอย่างคือ ถ้าเราใช้สารเคมีเยอะๆ น้ำพวกนี้ก็จะไหลลงทะเล มีผลต่อสัตว์น้ำอาหารทะเลที่เรากิน &amp;quot;แววศิริกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกิจกรรมสุดท้ายที่ จ. น่าน ในลุ่มน้ำน่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยแรงบันดาลใจจากโครงการในพระราชดำริหลายโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องด้วยทรงเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ให้คืนสู่สมดุลโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัณฑิต &amp;nbsp;ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน กล่าวว่า น่านมีปัญหาเขาหัวโล้นมานาน เพราะชาวบ้านรุกป่า เพื่อทำไร่ข้าวโพด แต่ปัญหาที่พบคือ นอกจากเสียพื้นที่ป่าแล้ว ชาวบ้านที่รุกป่า ปลูกข้าวโพดไป แต่กลับไมีข้าวกิน &amp;nbsp;เพราะเมื่อเขาปลูกข้าวโพด 3เดือน แต่ต้องอยู่ให้ได้ 9เดือน &amp;nbsp;สุดท้ายจึงไปคุยกับชาวบ้าน ชี้ให้เห็นว่าปลูกแล้วข้าวไม่มีกิน ปลูกทำไม &amp;nbsp;เอาศาสตร์พระราชาไปให้เขา ในที่สุดเขาก็กลับใจ เลิกปลูกข้าวโพด และทำตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสุดาพร &amp;nbsp;พรหมรักษา ชาวบ้านอ.ศรีน่าน ที่เคยรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านมาแล้ว เพื่อปลูกข้าวโพด ทำไร่เลื่อนลอย แต่พบว่าปลูกแล้วไม่ได้อะไร ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ก็มายึดไร่ แต่ก็ไม่มีการให้ความรู้อื่นๆ แต่อย่างใด เล่าว่า หลังโดนยึดไร่ หัวหน้าบัณฑิต ฉิมชาติ ก็มาเป็นหัวหน้าอุทยาน &amp;nbsp;ได้เข้ามาพูดคุย ทำความเข้าใจ จึงเกิดความศรัทธา คิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง &amp;nbsp;ตอนนี้เหลือพื้นที่ 14ไร่ จากเดิมมี 50ไร่ แต่พื้นที่แค่นี้ ก็สามารถอยู่ได้ ถ้าทำตามศาสตร์พระราชา ปัจจุบันมีรายได้พออยู่ พอกิน &amp;nbsp;ไม่มีหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนกลุ่มนี้ จะเป็นต้นแบบการเลิกตัดไม้ทำลายป่า คนอยู่กับป่าได้ โดยไม่ทำลายป่า และเขาสามารถอยู่รอดได้ โดยทำตามศาสตร์พระราชา&amp;quot; หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8363</URL_LINK>
                <HASHTAG>25ลุ่มน้ำ, กรมพัฒนาที่ดิน, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น, กรมอุทยานแห่งชาติ, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, ตามรอยพ่อ, บริหารจัดการน้ำ, บ่อจิ๋ว, ศาสตร์พระราขา, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, เชฟรอน, แก้ปัญหาน้ำทวมน้ำแล้ง, แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี, โคก หนอง นา, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae86c0093c57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสกาล่าฉายสุดยอดภาพยนตร์ไทยสมัย ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดโรงหนังสกาล่าฉายสุดยอดภาพยนตร์ไทยสมัย ร.9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โรงภาพยนตร์สกาลาที่มีอายุกว่า 50 ปี เป็นโรงหนังแห่งประวัติศาสตร์และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสยามสแควร์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ประสานเปิดพื้นที่ให้กับหนังไทย 70 เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสุดยอดภาพยนตร์ไทยสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;9 อาทิ 2499 อันธพาลครองเมือง,สุดสาคร,กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้,น้ำพุ,ลุงบุญมีระลึกชาติ,มือปืน 2 สาละวิน ,แม่นาคพระโขนง,เศรษฐีอนาถา และชู้ &amp;nbsp;ฉายให้คนไทยได้ดูฟรี โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว เพื่อร่วมย้อนความทรงจำผ่านจอภาพยนตร์ ระหว่างวันที่ 24-27 เม.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการส่งเสริมให้คนไทยชมหนังไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังมีนิทรรศการพิเศษเผยแพร่สุดยอดหนังไทยสุดคลาสสิคเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อวงการภาพยนตร์ไทย &amp;nbsp;แต่ละเรื่องเป็นหนังเรื่องยาวที่จัดฉายและเผยแพร่ในโรงหนังในไทยสมัย ร.9 &amp;nbsp;ช่วงเวลาแห่งการทรงครองสิริราชสมบัติ วันที่ 9 มิ.ย.2489 จนถึงวันเสด็จสวรรคต 13 ต.ค.2559 รวม 70 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 70 สุดยอดหนังไทยเป็นความทรงจำดีๆ &amp;nbsp;มีความโดดเด่น ซึ่งถ่ายทอดผ่านนิทรรศการที่ วธ. จัดขึ้น &amp;nbsp;ไม่ว่าเป็นหนังโชว์ความยิ่งใหญ่อลังการอย่างตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทำเงินสูงสุด ,พี่มากพระโขนง เรื่องนี้ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งรายได้และฮอตฮิตสุดๆ นำเรื่องแม่นาคพระโขนงมาตีความมุมใหม่ ใส่ความบันเทิงเข้ากับยุคสมัย ที่เป็นหนังเก่าได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมระดับชาติครั้งแรกของไทย ได้แก่ เศรษฐีอนาถาขณะที่โหมโรงสร้างความประทับใจให้ผู้ชมกับเรื่องราวอัตชีวประวัติของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ ราชทินนามของ &amp;lsquo;ศร ศิลปบรรเลง&amp;rsquo;บรมครูดนตรีไทยยุครัตนโกสินทร์ &amp;nbsp;ปลุกกระแสความเป็นไทย พร้อมกวาดรางวัลมากมายในประเทศ ทั้งได้รับเลือกเป็นตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ ต่างประเทศยอดเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้จะช่วยให้ชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 &amp;nbsp;และส่งเสริมประชาชนได้รับรู้ถึงมาตรฐานการผลิตหนังไทยที่มีความก้าวหน้าไม่แพ้ชาติใดในโลก &amp;nbsp;เกิดวัฒนธรรมการดูหนัง คนไทยนิยมดูหนังไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. กล่าวว่า นิทรรศการสุดยอดหนังไทยใน ร.9 คัดสรรสุดยอดหนังไทย 10 เรื่องมาจัดนิทรรศการและฉายให้คนไทยได้รับชมล้วนเป็นหนังที่หาโอกาสชมได้ยาก ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีเครื่องฉายหนัง บางเรื่องต้นฉบับสูญหาย การจัดฉายทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคจะส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่างานหนังไทย รวมทั้งเชิดชูคนในวงการมีกำลังใจสร้างงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับหนัง 2499 อันธพาลครองเมือง และนักแสดงร่วมเดินพรมแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับหนังเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง กล่าวว่า ตนเป็นผู้กำกับโฆษณาซึ่งกระโดดมากำกับหนัง เรื่อง2499 อันธพาลครองเมืองจึงมีการนำเสนอภาษาหนังที่แปลกใหม่และแตกต่างจากหนังยุคนั้นอย่างมาก มาตรฐานการทำงานสูงทั้งแง่โปรดักชั่น มีการเตรียมงานบนโต๊ะเพื่ออุดรูรั่วที่จะเกิดอุปสรรคปัญหาในการถ่ายทำ จนได้รับการพูดถึงว่าเรื่องนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้วงการหนังไทย อีกทั้งเป็นผลให้ผู้กำกับโฆษณาอีกมากที่ก้าวเข้ามากำกับหนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; 2499 อันธพาลครองเมือง ใช้นักแสดงหน้าใหม่รับบทนำ เพราะผมไม่เชื่อคำว่า &amp;#39;ดาราแม่เหล็ก&amp;#39; ผมกำกับหนังให้ผู้ชมเชื่อเป็นเรื่องสำคัญ นี่คือ แดง ไบเล่ ปุ๊ ระเบิดขวด ดำ แหลม และเปี๊ยก ทำให้หนังน่าสนใจ กระแสตอบรับดี ภาคภูมิใจที่เรื่องนี้เป็น 1ในสุดยอดหนังในรัชกาลที่ 9 การนำมาฉายอีกครั้งเกิดประโยชน์ หนังบอกวิธีคิด มุมมอง และสะท้อนยุคสมัย อย่างรุ่นผมเป็นหนังแบบโพสต์โมเดิร์น หากเทียบกับปัจจุบันก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง เห็นว่า การสร้างหนังให้ประทับใจต้องมีไอเดีย พลอตเรื่องมีไม่มาก แต่เราจะใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ อย่างไร ทำให้เกิดความสนุกและร่วมสมัย &amp;quot; อุ๋ย -นนทรีย์ ผู้กำกับคุณภาพ ย้ำ พร้อมกระซิบขณะนี้กำลังเขียนบทเตรียมสร้างหนังรักเปิดกล้องตุลาคมนี้ ปีหน้าคอหนังได้ชมแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาดูหนังไทยในความทรงจำ สัมผัสบรรยากาศคลาสสิคที่สกาล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากกิจกรรมที่โรงหนังสกาลา ยังมีนิทรรศการและจัดฉายในส่วนภูมิภาคทั้งหมด 9 เรื่อง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 12-14 พ.ค.จากนั้นขึ้นเหนือไปโรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เมญ่า จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ค. ชาวใต้ที่สนใจชมสุดยอดหนังไทยแวะเข้าโรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเฟสติวัล จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 6-8 มิ.ย. ปิดท้ายฉายหนังที่โรงหนังเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มาร์เก็ต วิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 20-21 มิ.ย. &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 22 มิ.ย. ฉายที่โรงหนังเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บลูพอร์ต จ.ประจวบฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจเข้าชมลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ&amp;rsquo;คอนแทนต์ไทยแลนด์&amp;rsquo; หรือเว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บรรบากาศวันเปิดนิทรรศการสุดยอดภาพยนตร์ไทยสมัยรัชกาลที่ 9 ที่โรงหนังสกาล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7858</URL_LINK>
                <HASHTAG>2499อันธพาลครองเมือง, กระทรวงวัฒนธรรม, นนทรีย์นิมิบุตร, น้่ำพุ, พระมหาชนก, พี่มากพระโขนง, สยามสแควร์วัน, สุดยอดภาพยนตร์ไทยสมัยรัชกาลที่ 9, หนังไทย, โรงหนังสกาล่า, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae074cf6c7b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
