<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันอัลไซเมอร์ได้...ด้วยสมุนไพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดในผู้สูงวัยอาจจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากทางการแพทย์นั้นทำได้เพียงแค่ชะลออาการป่วย งานนี้ &amp;ldquo;สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณบำรุงสมอง&amp;rdquo; จึงเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพที่น่าสนใจ ดังคำกล่าวที่ว่า การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ที่สำคัญยังเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย และจัดอยู่ในกลุ่มของยาอายุวัฒนะตามศาสตร์การรักษาโรคของแพทย์แผนโบราณอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร จาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายว่า &amp;ldquo;ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น การรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายนั้นยังไม่มี และสาเหตุของโรคดังกล่าวจะพบได้ 3 สาเหตุหลักคือ 1.สารสื่อประสาทที่มีชื่อ &amp;ldquo;เอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส&amp;rdquo; หรือตัวยับยั้งการทำลายสมอง ที่เมื่อเอนไซม์ดังกล่าวถูกทำลายก็จะทำให้เกิดภาวะโรคสมองเสื่อม 2.โปรตีนเบตาอะไมลอยด์ หรือเป็นแบคทีเรียที่เมื่อไปเกาะกลุ่มกัน ก็จะทำให้เป็นพิษต่อเซลล์ประสาท และขัดขวางการทำงานของเซลล์ประสาท จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์ หรือระบบความจำที่ลดลง 3.เซลล์ประสาทถูกทำลายลงจากสารอนุมูลอิสระ (รังสียูวี, ควันพิษ, ตะกั่ว โลหะหนัก, อายุที่มากขึ้น ฯลฯ) ที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบในร่างกาย รวมไปถึงส่งผลต่อระบบสมองเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ใบบัวบกและพริกไทย&amp;rdquo; สูตรลับบำรุงสมองป้องกันโรคอัลไซเมอร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นการป้องกันภาวะโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโดยการใช้ &amp;ldquo;สมุนไพรไทย&amp;rdquo; ที่มีสรรพคุณลดการทำลายเซลล์ประสาท ช่วยบำรุงสมอง จึงถือเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่สำคัญยังเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายๆ เช่น &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; ที่จะช่วยป้องกันการเกาะกลุ่มกันของโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เซลล์สมองทำงานได้ลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ความทรงจำของผู้ป่วยลดน้อยเช่นเดียวกัน ที่สำคัญในขมิ้นชัน ยังมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสไม่ให้ถูกทำลายลงได้ง่ายอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี &amp;ldquo;กลีบบัวแดง&amp;rdquo; ในรูปแบบของแคปซูลเม็ด หรือเป็นผงบดละเอียดและชงน้ำดื่ม ที่มีฤทธิ์ 2 ส่วน คือ ต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการเกาะกลุ่มของโปรตีนเบตาอะไมลอยด์ ที่เป็นส่วนเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อม เมื่อรับประทานก็จะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ รวมถึง &amp;ldquo;ใบบัวบก&amp;rdquo; ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมองได้เป็นดี ดังนั้นจะบริโภคแนะนำให้ทดลองกินสูตรยาอายุวัฒนะในแบบโบราณ โดยการใช้ใบบัวบก 2 ส่วน โดยกินร่วมกับ &amp;ldquo;พริกไทย&amp;rdquo; 1 ส่วน ทั้งนี้ พริกไทยจะมีสรรพคุณคล้ายกับกลีบบัวแดงและช่วยบำรุงสมองเช่นเดียวกัน โดยการบดทั้งใบบัวบกและพริกไทยให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำผึ้งเพื่อช่วยการรับประทานง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญการเพิ่มไหลเวียนโลหิต และขยายหลอดเลือดขนาดเล็กให้ทำงานได้เต็มที่ เพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม ทางการแพทย์แผนโบราณแนะนำให้บริโภคสมุนไพรไทยอย่าง &amp;ldquo;ดอกอัญชัน&amp;rdquo; โดยการจิบเป็นชาสมุนไพรดังกล่าวบ่อยก็จะช่วยได้ ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;บอระเพ็ด&amp;rdquo; ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ทางหนึ่ง แต่หลักในการบริโภคสมุนไพรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพนั้น ผู้บริโภคจะต้องรับประทานในปริมาณที่ไม่ได้มากจนเกินไป โดยแนะนำว่าให้กินบอระเพ็ดวันละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1-2 องคุลีนิ้วเท่านั้น เพราะกินมากจะทำให้เกิดความเข้มข้นสูง และเป็นอันตรายต่อตับได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลีบบัวแดง, คุณภาพชีวิต, ดอกอัญชัน, พริกไทย, ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร, โรคอัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ, ใบบัวบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdc432dbef9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนไพรเพื่อผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นบัวบกสด มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ยังใช้บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้าได้ดี นอกจากนั้นสมุนไพรที่มีสรรพคุณลดความดันโลหิตอีกขนานคือ &amp;quot;กระเทียม&amp;quot; แค่กินพร้อมอาหารวันละ 3 เวลาก็โอเค แต่มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรกินตอนท้องว่าง เพราะจะระคายเคืองกระเพาะได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12583</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, บำรุงกำลัง, บำรุงหัวใจ, ลดความดันโลหิต, เมื่อยล้า, เล็กๆน้อยๆ, แก้อ่อนเพลีย, ใบบัวบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนไพร...แก้ปวดเมื่อยผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมุนไพรไทย&amp;rdquo; ช่วยได้ทุกโรค ไม่เว้นแม้แต่อาการปวดเมื่อยจากการนั่งรถหรือเดินทางยาวๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือการคุณตาคุณยายที่นั่งนอนอยู่กับบ้านเป็นเวลานานๆ และมักประสบกับการนั่งโอยลุกโอย &amp;ldquo;สมุนไพรฤทธิ์ร้อน&amp;rdquo; ช่วยคุณได้ เนื่องจากอิริยาบถดังกล่าวเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ไม่ดี จึงเป็นสาเหตุของอาการปวดเมื่อย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริโภคสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อดูแลสุขภาพคนวัยหลัก 5 หลัก 6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เริ่มจากคุณหมอต้อม-ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งนิ่งเป็นเวลานานๆ ช่วงเดินทางในวันปีใหม่ไทย หรือการที่ผู้สูงอายุไม่ชอบขยับเขยื้อนร่างกาย ซึ่งภาวะดังกล่าวจะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี จึงเป็นสาเหตุของอาการปวดเมื่อยตามแขน ขา เป็นต้น สำหรับการบริโภคสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ร้อนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยคลายปวดเมื่อยได้ เนื่องจากมีสรรพคุณที่กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เริ่มจาก &amp;ldquo;ขิง&amp;rdquo; ที่ผู้สูงอายุสามารถดื่มเป็นน้ำขิง โดยจิบวันละ 3 เวลา ขณะที่เดินทางไกล โดยบรรจุลงในกระติกน้ำใบเล็กๆ นอกจากนี้ สมุนไพรฤทธิ์ร้อนดังกล่าวยังช่วยป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะและเมารถยนต์ได้เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์จาก &amp;ldquo;ลูกยอ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ลดอาการอักเสบตามร่างกายด้วยสมุนไพรฤทธิ์ร้อนอย่าง &amp;ldquo;น้ำตะไคร้&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสมุนไพรที่ช่วยป้องกันอาการบาดเมื่อยลำดับต่อมาที่สามารถหาได้ในครัว ได้แก่ &amp;ldquo;หอม-กระเทียม&amp;rdquo; โดยลูกหลานสามารถปรุงเป็นเมนูซุปหอมและกระเทียมให้ผู้สูงอายุรับประทาน และสำหรับบ้านไหนที่ชอบปลูกพืชผักสวนครัวอย่าง &amp;ldquo;ตะไคร้&amp;rdquo; ลูกหลานสามารถปรุงเมนู &amp;ldquo;น้ำตะไคร้&amp;rdquo; ให้ผู้สูงอายุดื่มก็ดีต่อสุขภาพเช่นกัน เนื่องจากมีสรรพคุณป้องกันการอักเสบ จึงลดช่วยอาการปวดเมื่อยได้ทางหนึ่ง หรือจะนำ &amp;ldquo;ใบบัวบก&amp;rdquo; มาคั้นเป็นน้ำให้คุณตาคุณยายรับประทาน ก็ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังเป็นการลดอาการร้อนใน และเติมน้ำให้ร่างกายได้อีกด้วย เนื่องจากช่วงหน้าร้อนผู้สูงอายุจะไม่นิยมดื่มน้ำ จึงเป็นสาเหตุของอาการผิวแห้ง น้ำสมุนไพรดังกล่าวจึงช่วยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะบริโภค &amp;ldquo;ลูกยอแคปซูล&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ก็สามารถทำได้เช่นกัน ที่ลืมไม่ได้คือ &amp;ldquo;เถาวัลย์เปรียงแคปซูล&amp;rdquo; ก็ช่วยลดอาการปวดเมื่อยในผู้สูงอายุได้ดี อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อยที่ปลอดภัย และลดการอักเสบไปด้วยในตัว ปิดท้ายกันที่สมุนไพรไทยในรูปแบบของการถู ทา นวด เพื่อแก้อาการปวดเมื่อยได้ดี อย่าง &amp;ldquo;สเปรย์กระดูกไก่ดำ&amp;rdquo; ของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยคลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สเปรย์กระดูกไก่ดำ&amp;rdquo; ของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ใช้สำหรับทา ถู นวด ป้องกันการเมื่อยล้าจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7284</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, น้ำตะไคร้, ปวดเมื่อย, ป้องกันการอักเสบ, ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร, รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร, ลดอาการร้อนใน, ลูกยอแคปซูล, สมุนไพรฤทธิ์ร้อน, สมุนไพรไทย, สเปรย์กระดูกไก่ดำ, โลกวัยเกษียณ, ใบบัวบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5dcb7749a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
