<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีบังคับคนทำงานทั้งภาครัฐ-เอกชนแสดงใบรับรองวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอิตาลีขยายการบังคับใช้ &amp;quot;กรีนพาส&amp;quot; หรือใบยืนยันว่าฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว โดยจะบังคับใช้กับคนทำงานทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชนตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคิวอาร์โค้ดจากสมาร์ทโฟนของหญิงรายหนึ่งเพื่อตรวจสอบกรีนพาส (Photo by Marco Cantile/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 15 ตุลาคม โดยจะมีบทลงโทษสำหรับคนทำงานที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือไม่มีผลตรวจไวรัสโคโรนาเป็นลบในช่วงเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรแบร์โต สเปรันซา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอิตาลี แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีภายหลังรัฐบาลอิตาลีตัดสินใจผ่านกฎหมายนี้ว่า รัฐบาลกำลังจะขยายการบังคับใช้ &amp;quot;กรีนพาส&amp;quot; กับคนทำงานทุกประเภททั้งงานราชการและเอกชน รัฐบาลทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลพื้นฐาน 2 ข้อ คือ เพื่อให้สถานที่ทำงานทุกแห่งปลอดภัยและส่งเสริมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เข้มแข็งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรีนพาสเป็นใบรับรองว่าผู้นั้นฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว, มีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นลบไม่เกิน 48 ชั่วโมง หรือเพิ่งหายป่วยจากโรคที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน อิตาลีบังคับว่าต้องแสดงกรีนพาสเมื่อเข้าร้านอาหารภายในอาคาร, เข้าโรงภาพยนตร์และสนามกีฬา, โดยสารรถไฟและรถโดยสารระหว่างเมืองหรือเที่ยวบินในประเทศ รวมถึงบังคับให้ครูทุกคนต้องแสดงกรีนพาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ชาวอิตาลีฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว มากกว่า 40 ล้านคนเล็กน้อย หรือราว 75% ของประชากรที่อายุมากกว่า 12 ปีในประเทศ รัฐบาลอิตาลีหวังว่าข้อบังคับนี้จะเพิ่มตัวเลขผู้ฉีดวัคซีนให้ได้อีก 4 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออิตาลีรายงานว่า กฎหมายใหม่ที่ออกมานี้ คนทำงานที่ไม่มีกรีนพาสแสดง จะโดนปรับไม่เกิน 1,000 ยูโร หรือราว 39,000 บาท และผู้ที่ขาดงานโดยไม่สมควรเนื่องจากไม่มีกรีนพาส จะทำให้พนักงานผู้นั้นโดนพักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลหลายประเทศในสหภาพยุโรปออกคำสั่งให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ยังไม่บังคับให้คนทำงานทุกคนต้องแสดงกรีนพาส อิตาลีจึงเป็นประเทศแรกในทวีปยุโรปที่บังคับให้พนักงานทุกคนต้องแสดงกรีนพาส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีนพาส, คนทำงานภาครัฐและเอกชน, อิตาลี, โควิด-19, ใบผ่านวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144b516d571d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 23:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดนมาร์กปลดล็อก ชาติเดียวในยุโรปยกเลิกมาตรการโควิดทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิดว่าเอาอยู่แล้ว เดนมาร์กกลายเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่ไม่มีมาตรการบังคับควบคุมโควิด-19 ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไป โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบผ่านวัคซีนเพื่อเที่ยวไนต์คลับอีกแล้ว ขณะดับเบิลยูเอชโอยุโรปยอมรับวัคซีนคงไม่สามารถหยุดการระบาดไปได้ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายข้อความว่า &amp;quot;ฤดูร้อนที่ดี และระยะห่างที่ดี&amp;quot; ตั้งอยู่ย่านชอปปิ้งในกรุงโคเปนเฮเกน (Photo by Steffen Trumpf/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ใบผ่านวัคซีนเพื่อเข้าใช้บริการไนต์คลับเป็นข้อบังคับสุดท้ายที่เหลืออยู่ หลังจากเดนมาร์กทยอยยกเลิกมาตรการควบคุมต่างๆ ในช่วงหลายเดือนมานี้ และทำให้ตอนนี้เดนมาร์กเป็นประเทศเดียวในทวีปยุโรปที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องถูกบังคับภายใต้มาตรการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ไอซ์แลนด์เคยยกเลิกมาตรการควบคุมบังคับทั้งหมดเมื่อเดือนมิถุนายน แต่สุดท้ายก็กลับมาใช้มาตรการอีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเดนมาร์กเริ่มใช้ใบผ่านวัคซีนหรือวัคซีนพาสปอร์ตเมื่อเดือนมีนาคม 2564 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการผ่อนคลายกฎข้อบังคับ และตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา เดนมาร์กยกเลิกการใช้ใบผ่านนี้สำหรับการเข้าพิพิธภัณฑ์และสถานที่จัดงานในร่มที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 500 คน ต่อมาก็ยกเลิกสำหรับงานกิจกรรมที่ใหญ่ขึ้น และไม่บังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยในระบบขนส่งสาธารณะมาตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์นี้ กรุงโคเปนเฮเกนเตรียมจัดคอนเสิร์ตที่บัตรขายหมดเกลี้ยงสำหรับผู้ชมถึง 50,000 คน เป็นคอนเสิร์ตใหญ่งานแรกของยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการเดนมาร์กยืนยันว่าสามารถควบคุมไวรัสโคโรนาในประเทศได้แล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณวันละ 500 คน และมีอัตราการแพร่เชื้อต่อที่ 0.7 ประชากรเดนมาร์ก 5.8 ล้านคนมีคนที่ฉีดวัคซีนครบแล้วร้อยละ 73 รวมถึงประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 96&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ชาติสแกนดิเนเวียแห่งนี้คิดการณ์ไกลถึงอนาคตแห่งความเป็นจริงแบบใหม่ยุคหลังโรคระบาด แต่มีคำเตือนจากฮานส์ คลูก ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรปขององค์การอนามัยโลก ว่าวัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยุติการแพร่ระบาดได้ตลอดกาล แต่วัคซีนจะช่วยป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้ ถึงแม้ว่าไวรัสก็น่าจะอยู่กับเราต่อไปอีกนานหลายปีพร้อมกับการกลายพันธุ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด, วัคซีนพาสปอร์ต, เดนมาร์กปลดล็อก, ใบผ่านวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b8bc8aa4f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
