<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูเล็งอนุญาตนักเดินทางฉีดวัคซีนโควิดแล้วเที่ยวยุโรปได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอคำแนะนำใหม่ต่อชาติสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ ที่จะอนุญาตให้นักเดินทางจากภายนอกอียูเดินทางเข้ายุโรปได้ในเดือนหน้า แต่ต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทางถึง และเป็นวัคซีนที่ผ่านการอนุมัติของอียูแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปเกิดจากความประสงค์ให้ยุโรปเปิดพรมแดนรับนักเดินทางที่ผ่านเกณฑ์กำหนด เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฤดูร้อนที่สำคัญต่อชาติยุโรป &amp;quot;ถึงเวลาพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอียู และการก่อมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย&amp;quot; อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม เป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชาติสมาชิกอียู ซึ่งแต่ละชาติสามารถพิจารณาตัดสินใจได้เองในประเด็นด้านสุขภาพ ให้ &amp;quot;ยกเลิกข้อจำกัดว่าด้วยการเดินทางที่ไม่จำเป็นสำหรับบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วในการเดินทางเข้าอียู&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังต้องการให้เปิดรับนักเดินทางจากประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ดี โดยอ้างอิงจากเกณฑ์จำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยต่อ 100,000 คนในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่่งเจ้าหน้าที่อียูผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการร่างข้อเสนอนี้เปิดเผยว่า เกณฑ์ดังกล่าวจากปรับเพิ่มจาก 25 รายต่อ 100,000 ราย เป็น 100 รายต่อ 100,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่า ต่อไปนี้ชาติสมาชิกอียูอาจไม่ต้องเลือกรับนักเดินทางจากแค่ประมาณ 10-15 ประเทศ แต่จะสามารถรับนักเดินทางจากทั่วโลกที่มีมากถึง 100 ประเทศ หากสถานการณ์ยังพัฒนาไปในทิศทางบวกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว ซึ่งต้องรับโดสสุดท้ายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนมาถึงอียูเพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานเต็มที่ ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ เช่นการตรวจเชื้อไวรัสโควิดไม่ว่าก่อนหรือหลังเดินทางมาถึง หรือการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอนี้ยังรวมถึงทางเลือก &amp;quot;การหยุดฉุกเฉิน&amp;quot; ที่เผื่อไว้สำหรับชาติสมาชิกเพื่อปิดรับนักเดินทางจากประเทศที่ &amp;quot;ตรวจพบไวรัสสายพันธุ์น่ากังวลหรือสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ&amp;quot; ได้โดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีไวรัส 4 ชนิดที่ผ่านการรับรองขององค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) แล้ว ได้แก่ วัคซีนของไบออนเทค/ไฟเซอร์, โมเดอร์นา, แอสตร้าเซนเนก้า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ทั้งหมดยกเว้นเจแอนด์เจต้องฉีด 2 โดส ส่วนวัคซีนชนิดอื่นๆ นั้นอาจเพิ่มในบัญชีได้ในภายหลัง โดยอีเอ็มเอกำลังเริ่มพิจารณาวัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซีย แต่ยังไม่มีการประเมินวัคซีนของจีนซึ่งใช้อยู่ในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า วัคซีนชนิดอื่นๆ อาจถูกเพิ่มในรายชื่อที่จะผ่านการอนุมัติให้เดินทางเข้าอียูได้ หากวัคซีนนั้นอยู่ในรายชื่อวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติการใช้งานฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ณ เวลานี้อียูแนะนำชาติสมาชิกห้ามนักเดินทางโดยทั่วไปเข้าอียู ยกเว้นการเดินทางด้านธุรกิจที่จำเป็น ซึ่งชาติสมาชิกส่วนใหญ่ยึดตามคำแนะนำนี้ โดยมีเพียง 7 ประเทศที่อยู่ในรายชื่อสามารถเดินทางแบบไม่ใช่กิจธุระจำเป็นเข้าอียูได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับชาติสมาชิกจะพิจารณายกเว้นข้อจำกัดเอง &amp;quot;โดยลำดับ&amp;quot; ได้แก่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, รวันดา, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไทย เนื่องจากตัวเลขจากประเทศเหล่านี้เผยว่าสามารถควบคุมการติดเชื้อโควิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีนซึ่งอยู่ในลิสต์ดังกล่าวด้วยเช่นกันนั้น อียูกำหนดว่าจะผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการเดินทางต่อเมื่อจีนตอบแทนในแบบเดียวกัน ซึ่งจีนยังไม่ผ่อนคลายให้ในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์ประกอบสำคัญของข้อเสนอนี้คือ &amp;quot;ใบรับรองสีเขียวแบบดิจิทัล&amp;quot; ที่อียูวางแผนไว้เป็นใบผ่านสำหรับการเดินทางของผู้ที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว, ผู้ที่ผลตรวจโควิดล่าสุดเป็นลบ หรือมีภูมิคุ้มกันภายหลังหายจากการติดเชื้อโควิด อียูมีแผนจะเริ่มออกใบอนุญาตนี้สำหรับการเดินทางภายในอียูในเดือนหน้า โดยมีเป้าหมายจะขยายถึงนักเดินทางจากนอกอียูด้วยในท้ายที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101668</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการยุโรป, ฉีดวัคซีนโควิด, ท่องเที่ยวยุโรป, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, สหภาพยุโรป, อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน, อียู, เปิดรับนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้ว, ใบรับรองสีเขียวแบบดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_60901918b0262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
