<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;ท้า&#039;ไอโซลูกนัท&#039;โชว์ใบรับรองแพทย์ บอดจริงจ่าย1ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ที่เข้าร่วมชุมนุมและได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตาว่า มีข้อสังสัยว่าตาบอดจริงหรือไม่ ตนมีคลิปว่าสิ่งแปลกปลอมที่ลอยลงมาไม่ได้โดนตา ทำให้ไม่เชื่อว่าตาบอด เพราะจนวันนี้ไม่มีแพทย์ออกมาบอกว่าตาบอด และหากตาบอดจริงต้องใช้เวลารักษาตัว คงไม่มาเดินได้แบบนี้ การเป็นลูกไฮโซได้รับการเลี้ยงดูที่ดีทำได้แค่นี้หรือ ตาไม่บอดก็บอกตาบอด ตนก็ขอให้บอดสองข้างไปเลยจริงๆ ให้พริกเข้าตาให้ตาบอดสองข้างไปเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้เอาใบรับรองแพทย์มาแสดง ถ้าไฮโซลูกนัทตาบอดจริง ผมให้เลย 1 ล้านบาท อย่าเอาแค่เลือดเข้าตาแล้วบอกว่าตาบอดไปหวังผลทางการเมือง ยุยงปลุกปั่น ให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำผิดกฎหมาย ถ้าตาไม่บอดขอให้สังคมออกมาร่วมประณามคนคนนี้&amp;quot; นายสิระ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114230</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าย1ล้าน, ตาบอด, สิระ เจนจาคะ, ใบรับรองแพทย์, ไฮโซลูกนัท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210306/image_big_6043487a0817e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยนาทสั่งเข้มคนสมุทรสาคร นครปฐม ระยอง ชลบุรีต้องยื่นใบรับรองแพทย์ก่อนเข้าจังหวัด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ม.ค.64 &amp;nbsp; จากกรณีที่จังหวัดชัยนาท พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp; รายที่ 7 เป็นวิศวกรเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp;ไม่ยอมกักตัว ขณะรอฟังผลตรวจหาเชื้อโควิด19 &amp;nbsp;แต่กลับออกไปซื้อของที่ตลาดและร่วมงานปาร์ตี้ฉลองปีใหม่กับเครือญาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ติดเชื้อ รายที่ 8 เป็นคนขับรถแท็กซี่ เดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี &amp;nbsp; ไม่เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อน แต่กลับออกไปเดินห้างสรรพสินค้า และตั้งวงกินหมูกระทะกับครอบครัวและเพื่อนบ้าน ทำให้ประชาชนที่อยู่ในสถานที่เดียวกับทามไลน์ของผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย ต่างได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;กลุ่มเสี่ยงเกือบ 30 คน ต้องถูกกักตัว 14 วัน &amp;nbsp; เจ้าของสถานที่ต้องเร่งทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคสถานที่ตามทามไลน์ &amp;nbsp;และประชาชนในจังหวัดชัยนาท ต่างรู้สึกวิตกกังวลกลัวจะติดเชื้อไปตามๆกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อเป็นการยกระดับมาตรการควบคุมพื้นที่จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp; ล่าสุด นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp; มีคำสั่งที่ 2/2564 ลงวันที่ 3 ม.ค.64 &amp;nbsp;โดยมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกำหนดให้พื้นที่จังหวัดชัยนาททั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุม &amp;nbsp; และกำหนดให้บุคคลที่จะเดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามประกาศของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท (สมุทรสาคร นครปฐม ระยอง ชลบุรี) &amp;nbsp;หากเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดชัยนาท ต้องแสดงหนังสือรับรองสุขภาพ(ใบรับรองแพทย์) จากสถานพยาบาลของจังหวัดต้นทางว่า &amp;ldquo;ไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)&amp;rdquo; ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท ก่อนเข้าพื้นที่ &amp;nbsp;โดยหนังสือรับรองสุขภาพจะต้องมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง นับแต่ได้รับการตรวจหาเชื้อ แต่หากมีความจำเป็นพิเศษเร่งด่วน ไม่สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อที่จังหวัดต้นทางได้ &amp;nbsp;จะต้องเข้าตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลในจังหวัดชัยนาท ก่อนจะเดินทางเข้าไปที่พักอาศัย หรือทำกิจกรรมอื่นในพื้นที่จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;โดยจะต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท ก่อนเดินทาง 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;และจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการตรวจเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบุคคลในพื้นจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;หากเดินทางออกไปจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดดังกล่าว &amp;nbsp;เมื่อกลับเข้ามาในจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;จะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;และต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 , ความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา &amp;nbsp;ต้องระวางโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88762</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนที่มาจากสมุทรสาคร, จังหวัดชัยนาท, นครปฐม ระยอง ชลบุรี, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, ใบรับรองแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2a59ba245e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบเตือนใช้ใบรับรองแพทย์ปลอมหลอกนายจ้างหยุดงานโควิดเจอคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63-เพจกองปราบปราม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง&amp;quot;มิจฉาชีพ กับ covid-19&amp;quot; เนื่องจากสถานการณ์ ไวรัส covid-19 ทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพรับจ้างทำใบรับรองแพทย์ปลอมผ่านทางโลกออนไลน์ เพื่อให้เหยื่อใช้ประกอบการลาหยุดงาน กองปราบขอย้ำเตือนว่า การทำใบรับรองแพทย์โดยไม่ได้ไปตรวจจริงและกระทำโดยผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่มีความผิดทางอาญาทั้งผู้ที่รับจ้างและผู้จ้าง โดยทั้งผู้รับจ้างและผู้จ้าง อาจมีความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 268 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากใบรับรองแพทย์เป็นของโรงพยาบาลรัฐ ทั้งผู้รับจ้างและผู้จ้าง จะต้องรับโทษหนักขึ้น!! ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ตามกฎหมายอาญา มาตรา 265 และมาตรา 268 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท และผู้รับจ้างยังอาจเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หากนำใบรับรองแพทย์ปลอมไปแสดงต่อนายจ้างแล้ว นายจ้างอาจสามารถไล่ออกได้โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119(1) เพราะถือเป็นการทุจริต หรือเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยความห่วงใยจากกองปราบปราม ไม่อยากให้ท่านตกเป็นเหยื่อและอาจตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ทั้งนี้หากมีเบาะแสสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจกองปราบปราบได้ตลอดเวลานะคะ #เตือนภัย#ใบรับรองแพทย์#กองปราบปราม#CSD&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, ตำรวจ, โควิด-19, ใบรับรองแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9bff8c2006d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
