<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ประเด็นใช้รถส่วนตัวต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่?   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่กทม. และอีกหลายจังหวัด มีประกาศให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านตลอดเวลาในที่สาธารณะ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพใบสั่งค่าปรับไม่สวมใส่หน้ากาก โดยอ้างว่า เป็นการโดนปรับจากการไม่สวมใส่หน้ากากในรถยนต์ส่วนตัว แม้ว่า สุดท้ายแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาระบุว่า กรณีภาพใบสั่งดังกล่าวนั้น บว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้จับกุม เนื่องจากชายคนดังกล่าวเดินอยู่ในตลาดแต่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจับกุมและปรับตามกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีเรื่องการ ถูกปรับในกรณีไม่สวมใส่หน้ากากในรถยนต์ส่วนตัวก็กลายเป็นข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างมากว่า สรุปแล้ว ต้องใส่หน้ากากหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เม.ย.64 ฝ่ายกฎหมายกทม. ระบุว่า การจับและปรับผู้ไม่ใส่หน้ากากอนากมัยนั้น เจตนาในการประกาศคือ การป้องกันการติดต่อของโรคจากบุคคลไปสู่บุคคล ขณะที่อยู่ในรถยนต์เมื่อมีบุคคลอื่นนั่งอยู่ด้วย จึงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าไม่ยกเว้นแม้เป็นครอบครัวเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีนั่งคนเดียวจึงอนุโลมได้ว่าไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในอาคารหรือที่ต่างๆ จะต้องสวมหน้ากากอนามัย สำหรับในที่สาธารณะต้องใส่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่คนเดียวหรือไม่เพราะบุคคลอื่นอาจมาใช้สถานที่นั้นต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.) เปิดเผย กรณีตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กรณีดังกล่าว ในส่วนของรายเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับทาง สภ.บางปะหัน ยืนยันว่า การจับกุมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักเกณท์การปฏิบัติและบังคับใช้กฏหมายตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ทุกอย่างต้องดูที่เจตนาด้วย หากพบว่าไม่มีเจตนากระทำผิดหรือฝ่าฝืนประกาศ ตำรวจก็พยายามแนะนำตักเตือน ทุกอย่างดูที่เจตนาตำรวจไม่ได้มุ่งเอาเป็นเอาตาย หรือจับกุมดำเนินคดีอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอด ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติ โดยเฉพาะห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสหรือเรียกรับผลประโยชน์ แต่หากพบหรือมีหลักฐานก็มีบทมลงโทษทั้งวินัยและอาญาอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผบ.ตร. ได้สั่งให้แต่ละจังหวัดตั้งทีมกฏหมายขึ้นมา เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและพนักงานสอบสวนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบคำสั่้งหรือประกาศฯ โดยย้ำว่า บางครั้งต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไปดูเจตนาก่อนว่าควรบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ เช่น ขับรถส่วนตัวมาคนเดียวปิดกระจกทุกด้าน&amp;nbsp; ซึ่งไม่น่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อาจใช้ดุลยพินิจในการแนะนำตักเตือน เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100772</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าปรับ, ตำรวจ, รถยนต์ส่วนตัว, ใบสั่ง, ไม่ใส่หน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073cd68af51c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบสั่งส่งถึงบ้าน!ตร.จับมือแขวงทางหลวงจับภาพรถทำผิดกม.วิ่งไหล่ทางช่วงวันหยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจ JS100 Radio&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64-เพจ JS100 Radio โพสต์ภาพและข้อความเรื่อง&amp;quot;ภาพมันฟ้อง!!!ระบุว่า ตำรวจทางหลวง ร่วมกับแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กวดขันวินัยจราจรต่อผู้ฝ่าฝืนเปลี่ยนช่องทางจราจร หรือฝ่าฝืนเส้นเครื่องหมายจราจร และขับรถบนไหล่ทาง โดยใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจทางหลวง, ผิดกฎจราจร, แขวงการทาง, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b84a328b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ใบสั่งใคร&#039; คดี &#039;ธรรมนัส&#039; ทำไมมาดังตอนนี้?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.62 - นายธันวา ไกรฤกษ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กระบุโดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;ใบสั่งใคร&amp;#39; ..คดีร.อ.ธรรมนัส ทำไมมาดังตอนนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน ออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้เร่งสืบหาความจริง และให้นายกตัดสินใจถึงความเหมาะสม ต่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาเคยกระทำผิดจริงหรือไม่ อีกไม่นานคงได้ทราบกันแน่นอน และเมื่อถึงที่สุดแล้ว มั่นใจได้ว่านายกจะมีดุลพินิจที่เหมาะสม เพื่อรักษาความชอบธรรมและเสถียรภาพของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าสงสัยคือ ก่อนหน้านี้ร.อ.ธรรมนัส ทำงานอยู่กับขั้วคุณทักษิณมาตลอด และเคยเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถ้าการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่เป็นโมฆะ เขาก็คงได้เป็นส.ส.หรือรัฐมนตรี ไปตั้งแต่ตอนนั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วทำไมพรรคเพื่อไทย จึงไม่เคยพูดในประเด็นเหล่านี้มาก่อนเลย ทั้งที่น่าจะทราบข้อมูลคดีความที่ออสเตรเลียทั้งหมดแล้ว เพราะมีคำพิพากษาออกมาตั้งแต่ปี 2536&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น อย่าพูดเลยว่าให้นายกทำอย่างนั้นอย่างนี้ อย่าพูดเลยว่าห่วงภาพลักษณ์ ห่วงความเชื่อมั่นต่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..ในเมื่อรู้ๆกันอยู่ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง &amp;#39;ขุดคดีขึ้นมาขาย&amp;#39; มิหนำซ้ำยังให้เครือข่ายกระจายข่าวไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#หยุดทำร้ายประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45518</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีค้ายาเสพติด, ธรรมนัส, ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d789400c2871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บจี๊ด!&#039;ปวิน&#039;ถาม&#039;น้องฟ้า&#039;นักการเมืองโดนใบสั่ง เรารับกันได้หรอคะ? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62-นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ผู้ต้องหาคดีม.112 &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ว่านักการเมืองโดนใบสั่ง เรารับกันได้หรอคะ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ใช้หลักฐานวิทยาศาสตร์คือใบสั่งการทำผิดกฎหมายจราจร 3 ใบ เพื่อพิสูจน์ว่าเดินทางจากจังหวัดบุรีรัมย์เข้ากทม.เพื่อโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค.จริง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34785</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นักการเมืองโดนใบสั่ง, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca417c798d86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเอาจริงต้นปีหน้าเชื่อมระบบใบสั่งกับสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯเอาจริงเคาะเชื่อมระบบใบสั่งต้นปีหน้า เปิดช่องต่อภาษีได้แม้เจอค่าปรับสะสมจ่อชงครม.ไฟเขียว พรบ.ขนส่งใหม่ใช้โมเดลยุโรปคุมเข้มใบขับขี่ แอบหวั่นคนต่อทะเบียนลดลงหลังเชื่อมใบสั่ง


นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยความคืบหน้าแนวทางการเชื่อมระบบอายัดการชำระภาษีประจำปีกับผู้ที่ไม่ชำระค่าปรับจราจรหรือการเชื่อมใบสั่งในระบบขบ.นั้นขณะนี้มีการพัฒนาระบบไว้รองรับเรียบร้อยแล้วค่อนข้างมีความพร้อมในการใช้งาน ดังนั้นหากได้ข้อสรุปแนวทางการเชื่อมข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)คาดว่าจะเริ่มเชื่อมข้อมูลใบสั่งได้ภายในม.ค.-มี.ค. 2562 จากนี้จะเร่งรัดเพื่อนำมาบังคับใช้กับผู้ที่ไม่มาชำระค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการยกระดับวินัยจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชน


สำหรับเรื่องที่ต้องเร่งหารือคือการอุทธรณ์ใบสั่งของประชาชนในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด เบื้องต้นขบ.จะออกป้ายวงกลมชั่วคราว 30 วันคล้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ให้กับผู้ที่มาขอต่อภาษียานพาหนะในกรณีที่พบว่ายังไม่ได้ชำระค่าปรับโทษจราจรมาก่อน ดังนั้นประชาชนสามารถต่อภาษีได้แม้มีค่าค่าปรับสะสม เป็นการให้เวลาออกไปอีก 1 เดือน แต่หากครบกำหนดแล้วยังไม่เคลียร์โทษทั้งหมดก็จะต้องมีความผิดในข้อหาไม่ต่อภาษียานพาหนะ


อย่างไรก็ตามเรื่องการอุทธรณ์โทษเป็นหน้าที่ของสตช.ต้องตัดสินใจ อาทิ โดนใบสั่งในหลายพื้นที่ หรือการโดนใบสั่งจากป้ายสวมทะเบียนเป็นต้น โดยสามารถชำระค่าปรับได้ทั้งกับทางตำรวจหรือที่กรมขนส่งทั่วประเทศ


นายกมลกล่าวต่อว่าความคืบหน้าเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ...ซึ่งเป็นการควบรวมพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เข้าไว้ด้วยกันนั้นขณะนี้เรื่องอยู่ที่เลขาคณะรัฐมนตรีเพื่อเตรียมบรรจุวาระเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ควบคู่ไปกับการส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สตช.) พิจารณาการแปรญัตติเพื่อออกเป็นข้อบังคับต่อไป


อย่างไรก็ตาม เรื่องหลักที่มีการแก้ไขนั้นมีหลายด้านเช่นการขยายความผิดไปยังผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ การควบรวมทุกประเภทบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน รวมถึงการรวมระบบใบขับขี่เป็นมาตรฐานเดียวกันและการออกใบรับรองพิเศษแยกประเภทเพื่อใช้คู่กับใบขับขี่คล้ายโมเดลในประเทศยุโรป เช่น รถบรรทุกน้ำมันหรือรถสาธารณะเป็นต้น


นายกมลกล่าวว่าส่วนด้านอัตราโทษปรับการไม่พกใบขับขี่นั้นอยู่ระหว่างพิจารณาปรับลดโทษต้องรอดูข้อสรุปอีกที ทั้งหมดนี้น่าจะเห็นผลภายในกลางปีหน้าแต่ถ้าหากไม่ทันสนช.ชุดนี้ก็ต้องให้รัฐบาลใหม่เข้ามาตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่


รายงานข่าวกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)กล่าวว่าการเชื่อมระบบใบสั่งกับการต่อภาษียานพาหนะนั้นอาจส่งผลให้ประชาชนมาต่อภาษีลดลงเนื่องจากยังไม่ต้องการชำระค่าปรับเป็นเงินก้อนเดียวและอาจเกรงกลัวปัญหาใบสั่งหลายพื้นที่ ทั้งนี้ปัจจุบันขบ.มีปริมาณการต่อภาษีอยู่ที่วันละ 100,000 คัน ดังนั้นหากผู้ขับขี่หลบเลี่ยงการต่อภาษีจะมีโทษปรับ 2,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, สตช., ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b81308db3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรัตน์&#039;ขอ กกต.ใหม่เป็นกลางอย่าทำตามใบสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.61- นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กกต.ชุดใหม่ว่า ขอแสดงความยินดีกับ 5 ว่าที่กกต.ที่ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. ซึ่งทั้ง 5 คนต้องลาออกจากงานเดิม ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และนัดประชุมเพื่อเลือกประธาน กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หน้าที่ของ กกต.ต้องดำรงตนอยู่ให้ได้ด้วยความเป็นกลาง กล้าหาญ ชี้ขาดไปตามพยานหลักฐานที่แท้จริง ไม่อิงกับผลประโยชน์พรรคการเมือง หรือไม่ทำตามใบสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใด คำนึงถึงภาระหน้าที่เพื่อให้การเลือกตั้งทุกระดับบริสุทธิ์ โปร่งใส ไม่มาจากการใช้เงินซื้อเสียง ไม่มาจากการใช้อำนาจรัฐไปบีบคั้น ไม่มาจากการประชานิยม และต้องตรวจสอบได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าทีม กม.ปชป.กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 กกต.ใหม่ มีทั้งหมด7 คน เมื่อสนช.เห็นชอบแล้ว5 คน จึงเป็นภาระของคณะกรรมการสรรหากกต. ที่จะต้องสรรหาบุคคลที่มีความกล้าหาญและมีคุณธรรมจริยธรรม คุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ครบอีก 2 ท่าน เพื่อนำเสนอขอความเห็นชอบจากสนช.น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด ยังมีเวลาที่จะได้สรรหาเพิ่มเติม ดีกว่าส่งเทียบเชิญไปทาบทามใครมาร่วมสรรหา แม้รัฐธรรมนูญ 2560 จะเปิดช่องให้สามารถทำได้ แม้จะได้คนดีคนเก่ง มาก็ตาม ก็ไม่พ้นเสียงนินทา ดังนั้น ทางที่คสช. จะปลอดจากการนินทาว่ากล่าว จึงควรให้คณะกรรมการสรรหาฯเริ่มลงมือสรรหา และนำเสนอ สนช เพื่อให้ความเห็นชอบตามแบบเดิม จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13496</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ปชป., วิรัตน์ กัลยาศิริ, หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์, เลือกตั้ง, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac71db1a88fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039; ยก 2 ปัจจัยคว่ำ 7 กกต.-รู้แล้วใครคือต้นเหตุ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ. 61- ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. &amp;nbsp;กล่าวกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่เห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต.ทั้ง 7 คนว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีใบสั่งอย่างที่ปรากฎทางสื่อ &amp;nbsp;เพราะถ้าดูจากคะแนนที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อได้รับทั้งสูงสุดและต่ำสุด ค่อนข้างธรรมชาติมาก ถ้ามีใบสั่งคะแนนที่ได้จะต้องเกาะกลุ่มกันมากกว่า &amp;nbsp;แต่ก็อาจเป็นเพราะเป็นการลงคะแนนลับด้วยทำให้ สนช. มีเสรีภาพไม่ต้องคำนึงว่าใครจะรู่ว่าตนเองลงคะแนนให้ใคร ส่วนสาเหตุที่ประชุมสนช.ไม่รับทั้งหมด คิดว่าประธานสนช.คงจะพูดชี้แจงแทนสมาชิกทุกคนไม่ได้ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ ไม่รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนคิดอย่างไร แต่สมควรที่ประธานสนช.จะต้องวิเคราะห์ให้ได้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการไม่รับรองในรอบใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนวิเคราะห์ว่า 1. เป็นปัญหาในกระบวนการสรรหาตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้การลงคะแนนทั้งของคณะกรรมการสรรหา และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องทำโดยเปิดเผย ซึ่งเมื่อได้ตรวจสอบจากรายงานการประชุมของคณะกรรมการรสรรหายังพบว่าขาดความสมบูรณ์ว่ากรรมการสรรหาแต่ละคนลงมติเลือกใคร ส่วนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาการใช้บัตรลงคะแนนโดยไม่รู้เป็นบัตรของใครถือว่าทั้ง 2 ส่วนยังไม่ได้ใช้วิธีการลงคะแนนโดยเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าคณะกรรมการทั้ง 2 ส่วนควรจะต้องใช้บทเรียนนี้ในการพิจารณาทบทวน &amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนที่สนช.มองว่าเป็นปัญหาจนไม่อาจลงมติรับรองได้ หากไม่ทบทวนก็จะทำให้การเสนอชื่อครั้งต่อไปถูกคว่ำ ซึ่งก็จะเสียของไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย กล่าวว่า 2.เป็นปัญหาของผู้เขียนกฎกติกาที่มุ่งหมายให้ดีเลิศจนเกินความเป็นจริง เพราะถ้ามองว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อมีปัญหาเรื่องความรู้ ความสามารถ &amp;nbsp;มือไม่ถึง ที่จะมารับผิดชอบงานเลือกตั้ง ปัญหานี้จะไปโทษผู้ได้รับเสนอชื่อทั้ง 7 คนไม่ได้ เพราะผ่านการสรรหามา &amp;nbsp;หรือจะโทษคณะกรรมการสรรหาว่าสรรหาอย่างไรจึงได้คนที่มือไม่ถึง ก็ไม่ควรเพราะคณะกรรมการสรรหาทำภายใต้กรอบกติกาที่มี ดังนั้นถ้าจะโทษต้องโทษผู้เขียนกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไปเขียนกติกาว่าต้องลงคะแนนสรรหาโดยเปิดเผยทำให้เกิดปัญหาว่าเลือกได้กกต. 2 คน แต่ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ผู้พิพากษา หรือเขียนว่ากกต.ต้องมีคุณสมบัติขั้นเทพ ต้องเคยดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับหัวหน้าส่วนราชการและเป็นไม่น้อยกว่า5 ปี ผลที่เกิดใต้กติกาทำให้ผู้มีคุณสมบัติในการทำงานตกสเปค รองปลัดกระทรวงสมัครก็ถูกคัดออก เพราะหัวหน้าส่วนราชการถูกตีความว่าต้องเป็นปลัดกระทรวง เป็นผบ.ทบ. หรือ ผบ.ตร. และยังต้องเป็นมาแล้ว 5 ปี ถามว่าในประเทศไทยนี้จะมีใครบ้างที่เป็นตำแหน่งเหล่านี้นาน 5 ปี &amp;nbsp;แล้วยังไปเปิดให้กลุ่มครู ข้าราชการอื่นๆ ถ้ามีใบประกอบวิชาชีพทำงานมา 20 ปี ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติจึงได้คนเป็นครู เป็นอธิการบดี เข้ามา แต่การกำหนดกติกาเช่นนี้ทำให้คนที่ดีคนที่ทำงานได้ถูกกรองออกไป&amp;quot; นายสมชัย กล่าวและว่าอย่างไรก็ตาม ในการสรรหารอบใหม่คณะกรรมการสรรหาก็ควรที่จะยึดมติการตีความหัวหน้าส่วนราชการว่าผู้สมัครที่เป็นทหาร ตำรวจจะต้องเป็นผบ.ทบ. ผบ.ตร. และดำรงตำแหน่งมาไม่น้อยกว่า 5 ปีไว้ ไม่เปลี่ยนบรรทัดฐาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเขียนกติกาการได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหาอึดอัดกว่า เพราะไม่เพียงคุณสมบัติต้องเหมือนกกต. แต่ต้องเหนือกว่า เพราะต้องไม่ทำงาน &amp;nbsp;หรือรับตำแหน่งใดในขณะสรรหาถือเป็นมหาเทพ เราจึงได้คนที่เกษียณอายุราชการเท่านั้น และยังต้องไม่เกี่ยวข้องหรือเคยทำงานกับองค์กรอิสระใดๆ คือไม่เป็นที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ จึงได้อดีตข้าราชการจากกระทรวงที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง การเลือกตั้งเลย เช่นอธิบดีกรมหม่อนไหม อธิบดีกรมข้าว เมื่อผู้สมัครไปแสดงวิศัยทัศน์ คณะกรรมการสรรหาก็อาจมีขีดจำกัดในการวิเคราะห์ ว่าความคิดของผู้สมัครสามารถนำมาใช้งานได้จริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าไปอ่านในรายงานของคณะกรรมการสรรหาที่เสนอต่อ สนช. ในส่วนการสัมภาษณ์ ผู้ผ่านการคัดเลือก จะเห็นว่าถามอย่างหนึ่ง ก็ตอบอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;และถ้าคนที่รู้เรื่องการเมืองการเลือกตั้ง ก็จะพูดได้การตอบแบบนี้ไม่ตรงประเด็น ดังนั้นจะไปโทษผู้สมัคร หรือกรรมการสรรหาไม่ได้ ต้องโทษคนเขียนกติกาที่คาดหวังความดีเลิศมากเกินไปหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ ณ วันนี้ ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะต้องไปแก้ไขกฎหมาย ดังนั้นโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรจะประคับประคองสถานการณ์ให้การสรรหา ได้คนพอใช้ได้หรือดีระดับหนึ่ง ต้องทำให้คนยอมรับได้ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโจทย์ที่กรรมการสรรหาชุดปัจจุบันต้องทำ จึงไม่ควรที่สังคมจะไปโทษคณะกรรมการสวรรหา อย่าไปทำให้เขาน้อยใจจนลาออก เดือดร้อนต้องมาหากรรมการสรรหา ซึ่งก็หาได้ยากมาก และเดิมมีกรรมการสรรหา 6 คน จาก 7 คน &amp;nbsp;แต่วันนี้ก็เหลือแค่ 5 คนแล้ว เพราะมีคนหนึ่งไปเป็นรองธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นคณะกรรมการสรรหา&amp;quot;นายสมชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.ผู้นี้ &amp;nbsp; กล่าวว่า ในส่วนของ กกต.ก็ยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ สิ่งที่คิดว่าจะรอชุดใหม่มาดำเนินการ ก็คงรอไม่ได้ เพราะกระบวนการสรรหาชุดใหม่น่าจะใช้เวลาประมาณ &amp;nbsp;6 เดือนเต็ม &amp;nbsp; ฉะนั้นคาดว่าจะมีชื่อ กกต. ชุดใหม่เดือนสิงหาคม &amp;nbsp;กกต.ชุดปัจจุบันก็จะทำงานต่อไป &amp;nbsp;ไม่มีผลกระทบใดๆกับการเลือกตั้งทุกประเภท &amp;nbsp;โดยในประชุมกกต.วันที่ 27 ก.พ. คงจะต้องหารือกำหนดท่าทีในเรื่อง การคัดเลือกเลขาฯ กกต. &amp;nbsp;การออกระเบียบสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้ง และการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง &amp;nbsp; จะดำเนินการไปเลยหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดว่าเราควรมีหัวหน้าหน่วยงานมาทำงานเต็มที่ เพื่อเตรียมการในการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่อาจจะมีขึ้น ซึ่งจะควบคุมได้ยากกว่าการเลือกตั้งทั่วไป เพราะมีเรื่องของการซื้อเสียง &amp;nbsp;ก็จำเป็นที่ กกต.จะต้องคัดสรรผู้ตรวจการเลือกตั้งมาไว้ให้เพียงพอ เพื่อเข้าไปช่วยดูแล ส่วนในเรื่องร้องเรียนต่างๆ เราก็จะเร่งรัด อย่างเรื่องหุ้นรัฐมนตรี ก็คิดว่าภายใน 2 เดือนนี้จะได้เห็นและ กกต.ชุดนี้จะวินิจฉัยว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;สิ่งที่กังวล &amp;nbsp;คือชุดใหม่มาช้าเท่าไหร่ &amp;nbsp;เวลาที่จะเหลือจาการเตรียมการเลือกตั้งก็จะน้อยลง &amp;nbsp; รากเหง้าของปัญหาคือ ไม่ควรเซตซีโร่ กกต.ชุดนี้ &amp;nbsp; ถ้าคุณไม่เซตซีโร่แต่แรก &amp;nbsp;ปัญหาวันนี้ก็คงไม่เกิด &amp;nbsp;จะไม่มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนผ่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะด้วยปัญหาไม่อยากได้ปลาสองน้ำ ณ วันนี้ ได้ปลาสองน้ำแบบที่ตั้งใจหรือไม่ &amp;nbsp; เมื่อเซตซีโร่แล้วก็ต้องรับสภาพกับปัญหาที่เกิด &amp;nbsp;เราก็รับสภาพ &amp;nbsp;เราเก็บของเตรียมส่งมอบงาน &amp;nbsp;แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะส่งมอบได้เมื่อไหร่ &amp;nbsp;เมื่อส่งไม่ได้แล้วใกล้เลือกตั้ง &amp;nbsp;การได้มือใหม่ในช่วงใกล้เลือกตั้งมากเท่าไร่ก็จะยิ่งเป็นปัญหา &amp;nbsp;ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะช่วยกันดูสถานการณ์อย่างไรให้เป็นการลงอย่างซอฟแลนดิ้ง &amp;nbsp;ทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ &amp;quot; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เลขาฯ วุฒิระบุว่าการสรรหา กกต.ใหม่ กฎหมายไม่ได้กำหนดเรื่องกรอบเวลาไว้ &amp;nbsp;นายสมชัยกล่าวว่า ตามบทเฉพาะกาลของ พ.ร.ป. กกต. จะเขียนถึงการสรรหาครั้งแรกไว้ ว่าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน &amp;nbsp;ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเทียบเคียงจากตรงนี้ได้ และขณะนี้มีคณะกรรมการสรรหาอยู่แล้ว จึงน่จะตัดขั้นตอนของการสรรหาคณะกรรมการสรรหา 20 วันออก กระบวนการ 90 วันน่าจะเริ่มนับเมื่อประธานศาลฎีกาได้รับจดหมายแจ้งจากประธาน สนช. ให้ดำเนินการสรรหา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กมธ., คว่ำ7กกต., คสช., สนช., สมชัย, เลือกตั้ง, โรดแมป, ใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c271f64ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
