<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลต.ประกาศกฎรวดเดียว11ฉบับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.2561- นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้วรวดเดียวถึง 11 ฉบับ โดยเน้นหนักไปที่การควบคุมดูแลเกี่ยวกับธุรกรรมดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศทั้ง 11 ฉบับประกอบด้วย 1.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 30/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี เพื่อการติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้ามาใช้ในการประกอบธุรกิจ &amp;nbsp;2.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ.31/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการออกแบบการลงทุน 3.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช.32/2561 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของผู้ออกโทเคนดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 13/2561 เรื่อง การกำหนดการจัดการลงทุนโดยการให้บริการออกแบบการลงทุนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการจัดการ 5.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กม. 14/2561 เรื่อง การกำหนดค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต (ฉบับที่ 5) 6.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ.15/2561 เรื่อง การเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน 7.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 16/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการให้ความเห็นชอบผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กม. 17/2561 เรื่อง การกำหนดค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามที่ได้รับใบอนุญาต 9.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กลธ. 18/2561 เรื่อง การกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและ ผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 10.ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 19/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ 11.ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 46/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน (ฉบับที่ 9)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล, รพี สุจริตกุล, สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, โทเคนดิจิทัล, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8b88f88028.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้านอาหารหนาว สธ.ออกกฎคุมเข้ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.2561 - นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ได้ออกลงนามในกฎกระทรวง
เรื่อง สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ลงในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 42 ก โดยจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วันนับจากวันที่ 20 มิ.ย.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เหตุผลในการประกาศกฎกระทรวงฉบับนี้ระบุว่า ปัจจุบันวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยมประกอบอาหารเพื่อบริโภคเอง โดยเปลี่ยนเป็นนิยมบริโภคอาหารนอกบ้านหรือบริโภคอาหารปรุงสำเร็จ สถานที่จำหน่ายอาหารจึงมีผลกระทบสำคัญต่อสุขภาพประชาชน เนื่องจากสถานที่จำหน่ายอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค สารเคมีหรือโลหะหนัก รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อ เพื่อให้สถานที่จำหน่ายอาหารมีสุขลักษณะที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค สมควรกำหนดมาตรการในการจัดการสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกฎดังกล่าวมีทั้งสิ้น 22 ข้อ ประกอบด้วย 5 หมวด ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เข้มงวดตั้งแต่หมวด 1 สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร &amp;nbsp;หมวด 2 สุขลักษณะของอาหาร กรรมวิธีการทำ ประกอบ หรือปรุง การเก็บรักษา และการจำหน่ายอาหาร หมวด 3 สุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้อื่น ๆ หมวด 4 สุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร และหมวดเฉพาะกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในหมวดเฉพาะกาลนั้น เป็นข้อ 22 ระบุว่า สถานที่จำหน่ายอาหารที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ภายในกำหนดเวลา 180 วันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การดำเนินการตามข้อ 8 ของสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตรให้ดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อ 8 (สถานที่จำหน่ายอาหารต้องมีมาตรการ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือสำหรับป้องกันอัคคีภัยจากการใช้เชื้อเพลิงในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร) ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) การดำเนินการตามข้อ 21 (2) &amp;nbsp;(ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา) ให้ดำเนินการภายในกำหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11763</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎกระทรวง, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, ผู้สัมผัสอาหาร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, สถานที่จำหน่ายอาหาร, สุขลักษณะ, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฐากร&#039;ย้ำยังไงต้องอุ้ม &#039;ทรู-เอไอเอส&#039; ยืดระยะเวลาจ่ายค่างวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชี้แจงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า สำนักงานฯ อยู่ระหว่างทำรายละเอียดมาตรการให้ความข่วยเหลือเพื่อกลับไปร่วมประชุมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นสงสัยที่เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการพ่วงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคมนาคมเข้ากับการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ซึ่งความจริงแล้ว ผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้ยื่นเรื่องมาถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และอยู่ระหว่างการพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลายฝ่ายสงสัยว่ามาตรการช่วยทีวีดิจิทัล เหตุใดไม่รอให้ศาลปกครองกลางมีคำวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์คดีของบริษัทไทยทีวีก่อน ขอให้ทำความเข้าใจว่าผลของคดีในชั้นอุทธรณ์นั้น ไม่เกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือ เมื่อเอกชนยื่นขอความช่วยเหลือมา ก็ต้องพิจารณาให้ความเป็นธรรม ดังนั้นอย่าว่ามาตรการครั้งนี้เป็นการช่วยทีวีพ่วงโทรคมนาคมเลย เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นจริงๆ ต้องเรียกว่าช่วยโทรคมนาคมพ่วงทีวีถึงจะถูก&amp;quot; นายฐากร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม เหตุผลที่ผู้ประกอบการขอให้รัฐช่วยเหลือ เนื่องจากมีภาระเงินกู้เพื่อนำมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยหากไม่ขยายเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผู้ประกอบการจะไม่สามารถเข้าร่วมประมูลคลื่น 900 และ 1800 เมกกะเฮิรตซ์ เนื่องจากมีภาระเงินกู้ประมาณ 120,000 ล้านบาท (ทรู 60,218 ล้านบาท เอดับบลิวเอ็น 59,000 ล้านบาท) วงเงินกู้เต็มกรอบวงเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเป็นห่วงว่าในกรณีจะเกิดการฟ้องร้องในภายหลังนั้น สำนักงานฯ ประเมินว่า การฟ้องร้องไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากบริษัทที่เคยชนะประมูลแต่ทิ้งใบอนุญาต คือ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ขาดสิทธิในการฟ้องร้อง ทั้งนี้ ดีแทคจะได้รับสิทธิในเงื่อนไขการชำระค่าประมูลที่ กสทช.กำหนดไว้ในการประมูลครั้งต่อไป ทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเท่าเทียม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งผู้บริหารของดีแทคยืนยันผ่านสื่อว่า การประมูลครั้งที่ผ่านมาสูงกว่าราคาเริ่มต้นถึง 6 เท่าตัว ดังนั้นการขยายระยะเวลาการชำระเงินให้กับผู้ชนะประมูลทางดีแทคไม่ขัดข้อง แต่ให้นำเงื่อนไขที่กำหนดไว้ไปใส่ในการประมูลคลื่น 1800 หรือ 900 เมกกะเฮิรตซ์ในครั้งต่อไป และหากนำคลื่น 1800 เมกกะเฮิรตซ์มาประมูลจะทำให้ประเทศไทย สามารถใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นอีก 90 เมกกะเฮิรตซ์เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G, Internet of Things จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรวดเร็วยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คลื่น 1800, คลื่น 900, ค่าธรรมเนียม, จัสมิน, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ดีแทค, ทรู, ประมูลคลื่น, เมกกะเฮิรตซ์, เอไอเอส, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fbb6f43ebb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามล่าวงพนันใต้ทะเล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2561 &amp;ndash; ในโลกออนไลน์ จ.กระบี่ขณะนี้มีการเผยแพร่คลิปภาพนักดำน้ำ จำนวน 4 คน &amp;nbsp;สวมชุดดำน้ำพร้อมถังออกซิเจน กำลังล้อมวงเล่นการพนันกันใต้น้ำกันอย่างสนุกสนาน &amp;nbsp;โดยมีผ้าปู &amp;nbsp;ชิพ ลักษณะเดียวกับที่ใช้เล่นการพนันทั่วไป ถูกนำมาเผยแพร่และแชร์ต่ออย่างมาก ทั้งนี้ก็มีการวิจารณ์และตั้งข้อสงสัยกันว่าเป็นการจัดฉากแสดงเพื่อความสนุกสนาน หรือจะเป็นการพนันการจริงจัง และที่สำคัญเหมาะสมหรือไม่อย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.อนุรักษ์ ปริญญาสถิรกุล สว.ส.รน.1 กก.9 บก.รน.กล่าวว่า ได้ประสานไปยังผู้ที่นำคลิปมาโพสต์ &amp;nbsp;และตรวจสอบ ว่ากลุ่มนักดำน้ำกลุ่มนี้เป็นใคร และเหตุเกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่ &amp;nbsp;เพื่อจะได้ติดตามตัวมาสอบสวน &amp;nbsp;หากอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถือว่ามีความผิด แม้จะอ้างว่าเป็นการแสดงก็ตาม &amp;nbsp;และหากเป็นผู้ประกอบการนำเที่ยว อาจถูกยึดใบอนุญาต เพราะเข้าข่าย ทำให้เสื่อมเสียการท่องเที่ยว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, การท่องเที่ยว, ตำรวจน้ำ, พนัน, อุทยานแห่งชาติ, โลกออนไลน์, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab78a358c555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลจ่อยกเลิกขอใบอนุญาตทำธุรกิจหลายพันฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเร่งปฏิรูปกฎหมาย จ่อโละการขอใบอนุญาตทิ้งเกือบ 5,000 ฉบับ หวังลดขั้นตอน และเชฟต้นทุนในการทำธุรกิจ ฟาก กพร. เตรียมเปิดให้ขอใบอนุญาตผ่านออนไลน์กว่า 300 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 2561 นายกอบศักดิ์ &amp;nbsp;ภูตระกูล &amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนา executive forum on competitiveness 2018 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ ว่า &amp;nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันในไทย ติด 20 อันดับแรกของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด &amp;nbsp;จากปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับ &amp;nbsp;27 จากการจัดของ international Institute for Management Development หรือ ไอเอ็มดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินงาน &amp;nbsp;จะเน้นไปที่การปฏิรูปกฎหมายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะ ยกเลิกใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพของประชาชนที่ในปัจจุบันมีอยู่กว่า 5,000 เรื่อง แต่ในอนาคต จะลดให้เหลือไม่เกิน 1,000 ฉบับ ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยลดขั้นตอน และลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; หากต้องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เราจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ เพราะกฎหมายหลายฉบับของไทย ค่อนข้างล้าสมัย บางเรื่องประกาศใช้มากว่า 70ปี และยังเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการขออนุญาตประกอบธุรกิจที่ซับซ้อน หลายขั้นตอน ซึ่งมีต้นทุนที่สูง เราต้องดูแนวทางของประเทศเหมือนเกาหลีใต้ ที่สะสางกฎหมายลดลงไปได้ถึง 50% ทำให้ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ประมาณปีหนึ่งถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี แน่นอนมันทำให้ภาครัฐเสียรายได้บ้าง แต่จะส่งผลดีต่อการแข่งขันในระยะยาว&amp;quot; นายกอบศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข &amp;nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า รัฐบาลมีเป้าหมายที่ยกระดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (doing Business) ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 26 &amp;nbsp; ซึ่งยังตามหลังมาเลเชียที่อยู่ในอันดับที่ 24 &amp;nbsp;โดยรัฐบาลไทยคาดหวังว่า จะสามารถแซงมาเลเชียได้ในปีนี้ โดยสิ่งที่รัฐบาล ดำเนินการก็คือ การปฏิรูปกระบวนการทำงานของราชการ ที่จะต้องอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลเตรียมรวบรวมการขอใบอนุญาตที่สำคัญกว่า 300 ฉบับ มาให้บริการในอินเทอร์เน็ตภายในปี 2562 &amp;nbsp;เพื่อลดเวลา และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4565</URL_LINK>
                <HASHTAG>doing Business, ก.พ.ร., กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ขีดความสามารถในการแข่งขัน, ปฏิรูปกฎหมาย, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa101c3066dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
