<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุยแซ่บShow ย้ายเวลาใหม่ บ่ายโมง 5 นาที เริ่ม 4 ตุลาคม นี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับเป็นรายการวาไรตี้ทอล์กสุดแซ่บยามบ่ายที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายการคุยแซ่บShow ออกอากาศทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ทางช่องOne31 ผลิตโดยบริษัท ออเร้นจ์มาม่า จำกัด ที่เสิร์ฟแขกฮอตประเด็นร้อนกันมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ล่าสุดขอปรับเวลาใหม่ มาไวกว่าเดิม เพิ่มเติมคือความแซ่บไม่มีตก พร้อมทัพพิธีกรเสิร์ฟความแซ่บครบทีมอย่าง พีเค ปิยะวัฒน์ , ธัญญ่า ธัญาเรศ , หนิง ปณิตา , เบนซ์ พรชิตา , เป็กกี้ ศรีธัญญา , ชมพู่ ธัณย์สิตา , ใบเฟิร์น พัสกร , ตั๊กแตน ชลดา, บูม สุภาพร และ ซินแสเป็นหนึ่ง พร้อมประเดิมเวลาใหม่ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.05-14.05 น.&amp;nbsp; ทางช่อง One31 เริ่ม 4&amp;nbsp; ตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมพู่ ธัณย์สิตา, ซินแสเป็นหนึ่ง, ตั๊กแตน ชลดา, ธัญญ่า ธัญาเรศ, บูม สุภาพร, พีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา, เบนซ์ พรชิตา, เป็กกี้ ศรีธัญญา, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61596a84623f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตุ๋ย นวลปรางค์’ตำนานดาราของเล่นไฮโซ เคราะห์ซ้ำโดนแย่งสามี-พาลูกพบจิตแพทย์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงรุ่นใหญ่ ตุ๋ย นวลปรางค์ เจ้าของตำนานยุคแรก ดาราเป็นของเล่นไฮโซ พร้อมเปิดชีวิตคู่ 14 ปีสุดช้ำ โดนแย่งสามีแบบไม่รู้ตัว กอดคอลูกชายร้องไห้ ไปพบจิตแพทย์ หวั่นกลัวจะเป็นบ้าทั้งแม่และลูก หรือว่าเครียดหนักเพราะถูกตราหน้าว่าเป็นแม่ที่ดีไม่ได้ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีใบเฟิร์น พัสกร และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้ถ่ายละครเกือบ2ปีแล้วคิดถึงไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ก็คิดถึงนะแต่ว่ามีอย่างอื่นต้องทำนิดหน่อย มีกิจการร้านทำเล็บ แถวรัชดา ซึ่งช่วงนี้ร้านก็ปิดๆเปิดๆเนื่องจากสถานการณ์โควิด ตอนนี้เงินที่มีอยู่ก็น่าจะสามารถเยียวยาร้านได้ประมาณอีก2เดือน ถ้าหลังจากนี้ยังไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องสวัสดีลาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ก็มีรายได้จากลูกชาย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ลูกชายให้บ้างค่ะ เราบอกว่าการให้เงินแม่ก็เหมือนการทำบุญ เขาดูแลดีมาตลอด มีคนขับรถให้ เราเข้าวงการตั้งแต่อายุ 17-18 ตอนนี้ลูกชายก็อายุ 31 ปีแล้ว ตอนนั้นเป็นนางแบบเล่นละคร หลังจากนั้นเราก็แต่งงานมีผัวเลย เข้าวงการบันเทิงก็จากการประกวดนางงาม หลังจากนั้นก็เริ่มถ่ายแบบเดินแฟชั่นแล้วก็ได้มาเล่นละคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตจริงเปรี้ยวกว่าละคร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : สมัยก่อนนางแบบมีไม่เยอะ ไปเที่ยวบาร์ทีก็มีคนหันมามอง มีดื่มบ้าง เดินแฟชั่นเสร็จก็เที่ยวต่อ ก็มีเล่นบ้างแต่ไม่ได้เข้าบ่อนใหญ่ ตอนนั้นคือใช้ชีวิตแบบสุดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นไม่มีเงินเก็บเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ไม่มี สมัยก่อนคือได้มาใช้ไปเป็นคนใช้เงินเก่ง เก่งแบบไร้สาระ ซื้อเสื้อผ้า แบรนด์เนม ก็ใช้ชีวิตอย่างนั้นจนไปเมืองนอก แต่พวกกระเป๋าเครื่องสำอางค์มีคนซื้อให้ มีคนเอามาประเคน ตอนนั้นมีคนมาจีบเยอะมากสวยแซ่บขนาดนี้ ก็มีไฮโซ มีทุกรูปแบบ ทั้งคนที่มีครอบครัวแล้ว นักการเมือง ก็เราอยู่ที่ดีๆ ไปเที่ยวแต่ที่แพงๆ ก็เจอแต่คนแบบนี้ มีคนเสนอบ้านรถให้ แต่ถ้าเราไปตกลงกับเขามันก็จะเป็นเรื่องเป็นราว เราก็ต้องไปเป็นเบอร์2เบอร์3 ตอนนั้นเราก็ยังเด็กเราก็อยากได้คนแบบซิงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาราเป็นของเล่นของไฮโซ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : มันตรงข้ามกันไหมไฮโซก็เป็นของเล่นของเราสิ เพราะไฮโซเขาก็อยากเจอดารา อยากกินข้าวกับดารา เพราะมันไม่ได้หมายความว่าตอนจบเราต้องไปนอนกับเขานี่ เราก็เห็นว่าเขาเป็นของเล่นได้นี่เขาอยากเลี้ยงข้าว เราก็พาเพื่อนไปสิ คนนี้มาจีบเพื่อนเราแล้วก็เฮกันไป เราควรจะเป็นคนเลือกเขาซึ่งบางทีเราก็ไม่ได้เลือกเขาด้วย หรือบางทีเขาก็ไม่ได้เลือกเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมถึงไม่เลือก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : มันยังไม่ถึงเวลามั้ง เรารู้สึกว่าคนที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกชีวิตเขาก็เพิ่งเริ่มต้น พ่อแม่เขาก็คงยังไม่อยากให้แต่งงาน แล้วก็ยังไม่มีใครมาขอเราเป็นเรื่องเป็นราว ถ้ามาขอก็คงโอเค แต่ว่ายังไม่มีคนมาขอไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนที่เราตกลงเป็นแฟน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ก็มีหลายคน คนที่มีอิทธิพลเหรอ คือคนนั้นน่ะดูภายนอกก็ดูดี แต่ข้างหลังคือไม่ใช่ เราก็ใช้เวลาไม่นานกว่าจะรู้ความจริงเผอิญว่าเขาไปจีบคนใหม่พอดี เราก็เลยสบายไป แล้วก็ถอยออกมาไปเดินแฟชั่นที่เมืองนอก จนกระทั่งไปเจอพ่อของลูก ดวงเราดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนนี้ทำให้เราลาจากวงการบันเทิงและไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ใช่ มันก็คงถึงเวลา ผู้ชายคนนี้เป็นคนแรกที่ขอเราแต่งงาน สมัยก่อนอายุ 25 ก็ถือว่าแก่แล้ว ควรจะมีสามี เขาเป็นคนไทยแต่ต้องไปอยู่เมืองนอกและเราเองตอนนั้นก็อยากอยู่เมืองนอก ก็ใช้เวลาคุยกันไม่นาน เกือบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ายไปอเมริกาชีวิตเปลี่ยน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : เป็นพนักงานเสิร์ฟ เจ้าของร้านอาหารไทย 3 สาขา ตอนแรกไปเราก็ใส่ส้นสูง 3 ถึง 4 นิ้วเดินเสิร์ฟ แล้วร้านขายดีมากใส่ส้นสูงเสิร์ฟก็ไม่ไหว ก็เลยหันมาใส่รองเท้าผ้าใบ บางครั้งก็ล้างจานเอง บางครั้งก็ช่วยจัดจานในกรณีที่คนไม่พอ ไม่ได้รู้สึกลำบากเพราะเราอยู่ในฐานะเจ้าของ อยู่อเมริกาทั้งหมด 14 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลกลับไทย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ก็ไม่อยากพูดถึงเยอะ วันดีคืนดีเขาบอกว่าจะกลับไปอยู่เมืองไทย เขาบอกว่าเราควรจะเลิกกัน เขาบอกว่าเขาต้องไปทำโครงการที่เหนือ คิดว่าเขาคงไปเจอสาวเหนือ เราก็นึกไม่ถึงยืนอยู่ดีๆเขาก็ถีบตกน้ำ ทั้งอ้อนวอน ขอร้องว่าอย่าไปเลย คือพยามจะยื้อไว้ให้นานที่สุด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ถือเป็นเรื่องใหญ่มากในชีวิต เหมือนนินทาคนตาย มันก็เป็นเรื่องปกติของผู้ชาย ส่วนใหญ่มันก็จะมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เบื่อแล้ว บางคนเบื่อแล้วกลับมา บางคนเบื่อแล้วกลับไม่ถูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำใจนานไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ก็3-4เดือน ตอนนั้นเราก็ยังอยู่ที่ต่างประเทศ ทำงานเลี้ยงลูก ตอนนั้นไม่โกรธเพราะไม่มีเวลาที่จะโกรธ เพราะเราต้องหาเงินทำงานเช้ายันเย็น ลูกจะต้องไปโรงเรียน ถามว่าเสียใจร้องไห้มีไหมมันก็มี แต่ถึงเวลานึงเราต้องอยู่ให้ได้ เพราะเรามีลูก ตอนนั้นลูกอายุ 7 ขวบ ก็ยังไม่บอกลูก จนกลับมาอยู่เมืองไทย ลูกก็ถามว่าทำไมมาอยู่เมืองไทยนานจัง เมื่อไหร่จะกลับบ้านเรา พ่อไปทำงานนานจังเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หย่ากันเลยใช่ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ก็หย่ากันตั้งแต่เมืองนอก เพราะไม่ได้จดทะเบียนที่เมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถูกครหาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตกอับกลับมาอยู่ไทย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : มันก็ห้ามไม่ได้ มีคนพูดว่าหย่ากับผัวกลับมาอยู่เมืองไทย คนก็คิดว่าเราไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีอะไรกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้งได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ก็ยังมีคนเรียกไปเล่นละครอยู่เราก็เริ่มมีเงินจากตรงนี้บทแม่ก็ยังได้อยู่เพราะตอนนั้นอายุเพิ่ง 39 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องถ่ายนู้ดสร้างกระแสกลับมา ก็ไม่เอาเกรงใจลูกและคิดว่ามันก็คงไม่ได้น่าดูเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนมาคุยด้วยไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : เรารู้สึกว่าเราฉลาดกว่าเราไม่ได้ว่าเขาโง่นะแต่เวลาคุยด้วยกันเรารู้สึกว่าทำไมพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเราไม่ได้เปิดใจให้ใครเลยเพราะมันไม่มีเวลาเพราะเรามัวแต่หาเงิน อายุ 39 ก็ยังมีคนเข้ามาคุยตอนนั้นมีสเปกไหม ก็ต้องมีเงินเยอะๆไหมล่ะ แต่ตอนนี้เงินฉันก็มีมากแล้ว สมองฉันก็ว่าฉันฉลาดกว่า ถ้าไม่มีเหนือกว่าแล้วเราจะเอามาทำไม คือเราไม่ได้หวังของคุณแต่คุณต้องมีเหนือเรา ก็มีแค่เฉียดๆเข้ามาแต่ส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าลูกชายก็ประสบความสำเร็จ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : เรียนเมืองนอกได้เกียรตินิยม ส่งไป3ปีเงินในบัญชีเทหมดหน้าตัก ก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆตอนนี้ทำงานบริษัทฝรั่ง เรียนเกี่ยวกับวิศวะกร พร้อมสนับสนุนลูกทุกอย่างเลย ลูกชายสูงมากสูง 194 เซนติเมตร สิ่งเดียวที่คุยได้ตลอดชีวิตก็คือลูกชายนี่แหละเป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงขั้นพบจิตแพทย์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : จริงค่ะ เพราะตอนกลับมาใหม่ๆ กับลูกสองคนเหมือนคนเพี้ยน ลูกร้องไห้แม่ก็ร้องไห้ ลูกยังปรับตัวใช้ชีวิตที่เมืองไทยไม่ได้ เรากับยายก็แอบไปนั่งเฝ้าที่โรงเรียนแล้วก็ร้องไห้ ก็ปรับตัวไม่ได้จนต้องไปหาจิตแพทย์สมัยก่อนเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ใครหาหมอจิตแพทย์ก็คือคนบ้า หมอบอกว่าเด็กไม่ได้มีปัญหาเรื่องพ่อแม่แตกแยก แต่ว่าพอถึงเวลาแล้วคุณต้องบอกความจริงให้เขารู้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่ไปโกหก พอถึงเวลาเราก็เลยบอกเขา เขาบอกว่าเด็กจะปรับตัวเร็ว ประมาณ 5-6 เดือนเขาก็ชินกับโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยกอดคอกันร้องไห้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ที่ร้องไห้ไม่ได้คิดถึงอยากให้เขากลับมา แต่คิดว่าเราจะอยู่กันยังไง เพราะหลายหลายอย่างลูกก็ยังไม่ชินและยังปรับตัวไม่ได้ พอลูกดีขึ้นเราก็ดีขึ้นมันใจมันชื้น พอลูกเริ่มอ่านเขียนหนังสือได้เราก็เริ่มบอกลูกด้วยการเอาจดหมายที่พ่อเคยเขียนขอโทษเราให้ลูกดู ลูกก็บอกว่าอ่านแล้วรู้สึกเสียใจ เราก็ไม่ได้ใกล้ชิดลูกขนาดนั้นเพราะคนที่ดูแลลูกเราจริงๆก็คือคุณยาย ถ้าไม่มีคุณยายแล้วตายแน่ เพราะเราต้องบินไปเมืองไทยเมืองนอกตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนว่าไม่ใช่แม่ที่ดี?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : เพราะเราเลี้ยงลูกแบบสะเงาะสะแงะหลายคนมองว่าเราจะรอดไหมเนี่ย อะไรทำได้เราก็อย่าทำให้เขาทั้งหมด แต่คนก็บอกว่ามันไม่น่าจะรอด เราไม่ได้พิสูจน์อะไรกับคนพวกนั้นแต่คนที่พิสูจน์ก็คือลูกเรา เพราะว่าลูกฉันมาได้ขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากสตรองแบบคุณแม่ต้องทำยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุ๋ย : ทุกคนต้องมีเวลา ออกกำลังกายคลายเครียดอย่างน้อยฆ่าเวลาไปได้ 2 ถึง 3 ชั่วโมง อีกอย่างก็อยู่ที่ดวงด้วยมันต้องทั้งเก่งและเฮง ทุกอย่างมันต้องรวมกัน ณ วันนี้ยังรับงานในวงการบันเทิง แต่งงานส่วนตัวไม่ค่อยทำแล้วน้อยมาก รีไทร์มาเกือบจะ 10 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์&amp;nbsp; เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุ๋ย นวลปรางค์, บูม สุภาพร, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136e643eb0e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิด ไฮเปอร์’เปิดใจหลังโพสต์หนี้ท่วม พร้อมเผยปมแตกหักโดนโกงค่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักร้องหนุ่ม วิด ไฮเปอร์ ที่ล่าสุดทนไม่ไหว หลั่งน้ำตาลูกผู้ชายตัดพ้อลงโซเชียล หนี้ท่วม อ่วมไม่มีเงินกินข้าวแล้ว จนกลายเป็นประเด็นดราม่า เพราะฟุ่มเฟือยหรือหิวแสงกันแน่ โดยเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่โพสต์เกิดอะไรขึ้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : จริงๆ แล้วโควิดแหละ มันทำให้ทุกคนเป็นอย่างนี้ เพื่อนๆ ศิลปินบางคนยิ่งกว่าพี่ก็มี พี่แค่ตัดพ้อเฉยๆ ว่ามันเป็นอย่างนี้ จริงๆ ก็สุดทนแล้วเหมือนกัน เงินเก็บก็หมด อะไรก็หมด เราไม่เคยยืมเงินใคร ตอนแรกๆ เรื่องเงินไม่ขัดสนเลย แต่ตอนนี้มันขัดสน พอเราจะยืมใคร มันก็ไม่มีให้ยืม อีกอย่างคือคนที่ให้ยืมได้เขาก็ไม่ได้ดีกว่าเราเท่าไหร่ แต่บังเอิญว่าเขาให้ยืมมาแล้วพี่รู้สึกอึดอัดตรงที่ว่าเวลาไปคืนเขาไม่ตรง เราก็รู้สึกอึดอัด เวลาคืนเรายืมคนนี้ มาคืนคนนี้ คือเราหาไม่ทัน เพราะพี่พยายามสุดแล้ว จากที่ตัวเองมีเงินอยู่ก็หมดไป ช่วงนี้ไม่มีเงิน รายได้ไม่เข้า หาหนทางไปทำอย่างอื่น แต่มันก็ไม่ใช่งานที่เราถนัด มันออกไปเท่ากับมันไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่เลย มีแต่ติดลบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของวิด ไฮเปอร์ ขนาดนี้ สาหัสขนาดไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : สาหัสๆ ค่ารถ ค่าบ้านก็ทวงหมด เพราะเรามีผ่อนผันไปแล้ว เราคิดว่าโควิดมันน่าจะมา 3-4 เดือนหมด แต่มันยาว แล้วมีดอกเบี้ยอีก ก็เลยบอกว่าหันไปทางไหนมันก็ลบไปหมด เพราะฉะนั้น คนไม่เป็นแบบนี้หรือเพื่อนๆ คนไหนไม่เป็นแบบนี้ไม่รู้ นอกจากตัวเราเอง เพราะฉะนั้นผมไม่ได้งอแงที่มาบ่นว่าไม่มีเงิน จะให้คนอื่นมาช่วย โอนมาให้ มาช่วยดูแล มันไม่ใช่ ผมแค่ตัดพ้อตัวผมเองว่าตอนนี้มันเป็นอย่างนี้ ถ้าสมมติว่ามันยังไม่หมดโควิดผมคงแย่ก่อนที่จะหมดโควิดแน่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อะไรที่ทำให้เราตัดสินใจโพสต์ลงไป?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : มันไม่ไหว แล้วรอบข้างก็เป็นหมด ทั้งเพื่อนอะไรด้วย เราเลยโพสต์ว่าไม่ไหวจริงๆ อีกอย่างนึงคือเราลงโพสต์ไปอย่างนั้นแล้วไม่คิดจะออกรายการอะไรอยู่แล้ว ใครมาสัมภาษณ์ พี่ออกรายการไหม คิดอยู่ในใจว่าไม่ออกหรอก พี่แค่ตัดพ้อตัวเอง เดี๋ยวคนอื่นมองว่าพี่อยากโปรโมทตัวเองหรือเปล่า มีคนออกมามันมีทั้งบวก ลบ แต่พอคิดไปคิดมา เพื่อนบอก แล้วพี่น้องบอกก็ลองดูแล้วกัน ให้เขารู้ว่าเราเป็นอย่างนี้จริง กล้าพูดไปเลย แล้วพี่เป็นคนที่พูดอะไรตรงๆ เอาก็เอา แล้วเป็นกระบอกเสียงให้หลายๆ คนที่เป็นอยู่ด้วย อย่าคิดว่าเรา เห้ย...คุณมาฉายแสงหรือเปล่า ผมเคยออกสื่อแล้วมีอะไรอย่างนี้หรือเปล่า ไม่เคย ผมมีกระแสตอบนับเพลงดังหลายเพลงก็จริง แต่ผมไม่ค่อยได้ออกสื่อมากมาย ทำงานตัวเอง ทำนู่น ทำนี่&amp;nbsp; ทำสังคม เล่นกีฬา ช่วยเหลือคนอื่นเยอะแยะมากมาย แล้วไม่คิดจะหวังผลตอบแทนกลับมา ถ้าอย่างนี้คนมองว่าผมฉายแสง ผมบอกเลยผมไม่เคยแม้แต่คิด ผมทำจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่บอกว่าชีวิดลำบาก บาทีอาจจะต้องยืมเงิน อายไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : อาย ที่ออกรายการ จากคนมองเราจุดนี้ ถ้าเรามาพูดหรือสัมภาษณ์อะไรออกไป มองต่ำเลยนะ เพราะเราไม่รู้หนอกในความคิดเขาบวกหรือลบ คิดดับเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่สามารถดูแลตัวเองกับเงินที่อยู่ในตัวไปได้มากน้อยแค่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : มันไม่ได้เยอะอะไร ตอนนี้ไม่เท่าไหร่แล้ว คือมันติดลบหมดแล้ว เราไม่มีรายได้เข้ามันก็ลำบากหมด อีกอย่างเพื่อนก็คอยช่วยเหลือ แต่บางทีเราทำๆไปแล้วมันไม่ได้อะไรกันเลย เรารู้สึกว่าต้องหยุด ถ้าไม่หยุดค่าใช้จ่ายมันก็มี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้แต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : มีทั้งค่ารถ ค่าบ้าน รวมแล้ว ห้าหมื่นกว่าบาท แล้วค่าใช้จ่าย ค่าโทรศัพท์ ดูแลน้องหมา ให้แม่ ทุกอย่างมันรวมๆแล้วเป็นแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนที่แล้วเงินที่เข้ามาเท่าไหร่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ไม่มีเลย น้อยมาก ไม่กี่หมื่น ให้เช่าพระไป แล้วพอมันเริ่มหยุดมันก็มีลบขึ้นเรื่อยๆ ค่าบ้าน ค่ารถก็โทรมา มันก็กลายเป็นว่าทุกอย่างรอบด้าน เราเลยมองว่าไม่ไหวแล้ว เราไม่เคยเป็นแบบนี้ แล้วเรามองว่าตัวเรามันมีอีโก้ในตัวนะ แต่พอเป็นแบบนี้ต้องบอกคนตรงๆ ว่ามันไม่ได้จริงๆ แล้วคนอื่นที่อยู่รอบข้างเราก็เข้าใจเราเหมือนกันว่าเราให้สู้ๆ เราก็สู้อยู่ สู้แบบที่ไม่เคยเอ่ยปากยืมเงินใคร เพราะรู้สึกเกรงใจคน เพราะเราไม่เคยไปยืมขนาดนั้น ถ้าไม่สุดทนจริงๆ บางทีคนอื่นมายืมพี่ พี่ไม่มีไปยืมคนอื่นมาให้ คือยืมมาให้เพราสงสารเขาตรงที่เขาไม่มี แต่เราลุยไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตอนนี้เราต้องยืมให้ตัวเองแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว เข้าใจโลกเลย ทุกอย่างที่เป็นแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากเงินที่มันไม่เข้าแล้ว ยังโดนโกงค่าตัวอีก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : อึดอัด คนคิดว่าพี่มีเงินเก็บเยอะแยะ จริงๆแล้วพี่เริ่มมาจากศูนย์นะ พี่ไม่มีอะไร บ้านพี่เช่าตั้งแต่เล็กๆ&amp;nbsp; จนพี่ออกเพลง พี่ยังเช่าบ้านอยู่เลย แล้วพี่เริ่มซื้อบ้าน ดาวน์บ้านด้วยการมาตัวเปล่า ซื้อทีวี ซื้ออะไรเข้าบ้านหมดเลย แม่ก็อยู่กับน้อง เราก็พยายามทำแล้วจะได้มาอยู่ด้วยกันได้ คือเริ่มมาจากตรงนั้น พี่ไม่ได้มาจาก 10 พอมาจาก 0 มันก็เริ่มต้นมา พอรายได้เข้ามามันก็ไม่ได้เยอะแยะมากมาย เป็นวงก็ต้องหารเท่ากันทุกอย่าง เลยบอกว่ามันไม่ไหว ทุกอย่างคือมันรอบด้านไปหมดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เราโดนโกง เราโดนโกงแบบไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ก่อนที่จะเคาท์ดาวน์ปีที่แล้ว ก็มีงานเลี้ยงตั้งแต่ 20 ขึ้นมาจนถึง 31 แต่พอโดนโควิดแรงมันงดหมดเลย แล้วที่เหลือที่บางงานที่เล่นแล้วมันไม่ได้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เล่นไปแล้ว แต่ทำไมไม่ได้เงิน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : พอเล่นเสร็จ เขาจะให้เงิน โอนเงิน คือไม่โอน เขาบอกติดไว้ก่อนพี่ ผมโดนโควิดเหมือนกัน ลองคิดดู โดน 3 งานพี่ก็โดนไปแสนกว่าแล้ว แสนกว่าไม่เท่าไหร่ จ่ายลูกวงก่อน ถ้าเล่นเป็นวง จ่ายลูกวง จ่ายค่ารถตู้ก่อน&amp;nbsp; เราโดนคนเดียว ทวงเขา เขาก็ไม่มี เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง บางคนคนกันเองที่รู้จักกันก็มี บางคนไม่รู้จักหน้าใหม่มาซื้องานเราก็ต้องให้เครดิตเขาหน่อย พอเราไปบ่นมากก็จะรู้สึกไม่ดี แต่เขาไม่มองหรอกว่าบางครั้งเราก็ไม่มีเหมือนกัน พอไม่มีแล้วหาไม่ได้ มันกลายเป็นติดลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังอยู่ค่ายไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : อยู่ค่ายครับ ค่ายสามารถให้เรียกได้ แต่จริงๆ คือทำไม่ได้อยู่ดี เพราะเราเป็นคนคุย แล้วอีกอย่างงานแบบนี้พี่รับเองอยู่แล้ว พอได้เงินมาเราก็จ่ายหักเปอร์เซ็นต์เขาไป แต่พอไม่ได้เงินตรงนั้นเราก็ต้องตามด้วยตัวเอง ก็เลยบอกว่ามันก็ลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีการทวงตามอยู่ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : พี่เลิกทวงแล้ว ตั้งแต่ก่อนสิ้นปีมาถึง 2-3 เดือนพี่มีโพสต์ออกไป แล้วตอนหลังไม่ทวงแล้วถือว่าไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาเงียบกริบเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : อือ ผู้จัดการพี่ก็โดน บางทีเอาพี่ไปเล่นคนเดียว เขาจ่ายค่าเครื่องบินไปก่อน เขาก็ยังไม่จ่ายค่าตัว ยังไม่จ่ายค่าเครื่องบิน บอกว่าเอาอีกงานนึง งานต่อไป พอเล่นงานต่อไปปุ๊บพี่จ่ายหมดเลย ตัวผู้จัดการก็โดนค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับตั้งกี่รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับไปเล่นให้เขาฟรีเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : พอผู้จัดการผมส่งข้อความไปทวง มีการตอบกลับมาว่า ทวงเหมือนเด็กเลย พี่ยังงงเลย นี่ใครติดหนี้ใครกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้พูดอีกครั้ง ณ ตอนนี้สถานการณ์มันแย่อยู่แล้ว ถ้าคุณเห็นอก เห็นใจ อยากให้เปิดใจหน่อย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : จริงๆ ไม่อยากพูดเยอะหรอก ผมรู้ เข้าใจทั้งเขาด้วย เราด้วย แต่ตอนนี้มันเป็นอยู่ทุกๆ อย่าง ถ้าอะไรมี่พอช่วยเหลือกันได้ ช่วยดีกว่านะครับ ไม่มากก็น้อย มันก็ช่วยกันได้ อย่าคิดมุมคุณฝั่งเดียว ลองคิดมึมกลับฝั่งนี้ คุณก็จะรู้ว่าเขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นมีอะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกันดีกว่า เพราะผมก็ไม่อยากทวงมากมายละ เราไปทวงมากก็เหมือนเราบ้าบอคอแตก มันไม่ได้อะไร เหนื่อย แล้วไอนั่นก็จะโวยวายเราอีก จริงๆ แล้วคุณลองมองมุมกลับกัน คุณเป็นผม ผมเป็นคุณ แล้วคุณจะเป็นยังไง แล้วคุณจะรู้เอง แล้วลองไตร่ตรองดูว่าอะไรพอจะช่วยกันได้ก็ช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเขาบอกว่ามีให้แค่ครึ่งเดียว เราหายกัน แล้วเขาโอนมาให้โอเคไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ได้ ไม่เป็นไรหรอก ไม่ซีเรียส ผมไม่ได้มองตรงนั้น มีเท่าไหร่ก็บอกมาตรงๆ ตอนผมมีเงินติดผมเถอะ ผมไม่ว่าหรอก เรื่องเงิน เรื่องทองผมไม่สนใจเลย แต่ตอนผมไม่มีเงิน ผมพูดจริงๆ เวลาผมหลุดปากไปว่าพี่ตรงคืนผมตรงนะ ผมไม่มีนะ คือเรื่องจริงที่ผมพูด แต่ถ้าเกิดไม่ให้ผม หรือคืนไม่ตรงผมรู้สึกโกรธตรงที่ว่าผมบอกแล้ว แต่เวลาผมมีเงิน สบายๆ คนรอบข้างจะรู้ว่าผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงินเลย แต่เวลาไม่มีเราบอกตรงๆ ต้องเข้าใจ พี่บ้านไม่มีฐานะเท่าไหร่ แต่เราเป็นคนตรง พูดอะไรตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มาถึงจุดแตกหักแล้ว มีอะไรก็ต้องพูดแล้ว เพราะมันไม่มีแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ใช่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนอกจากไม่ได้เงินเล่นคอนเสิร์ตแล้ว พี่เอาเงินไปลงร้านอาหารอีก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ใช่ แต่ร้านปิดไปนานแล้ว ปิดตั้งแต่โควิดรอบก่อนแล้ว ร้านพี่เปิดได้ไม่ถึงปี แต่มันมีเรื่องข้างในด้วย เอาจริงเรื่องโควิดพี่ไม่ได้กลัว มันมีเรื่องข้างใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้พี่เป็นเจ้าของคนเดียวหรือมีหุ้นส่วน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : เปล่าครับ มีหุ้นใหญ่ก่อน แล้วหุ้นใหญ่เขาปูทางไม่ดี แล้วมีหุ้นลมเพื่อนๆ ที่เป็นศิลปิน แล้วพี่เป็นคนช่วยดูแล แต่แล้วมันก็เหมือนตกกระไดพลอยโจรที่ต้องเสียเงินไปดูแลตรงนั่นด้วย แล้วทุกอย่าง ตลอด 8-9 เดือน เราไม่ได้เงินสักบาท ร้องเพลงด้วย เงินจมลงไปตรงนั้น เพราะเขากระโดดออกไปแล้ว เราต้องดูแลต่อ เพราะการเซ็นสัญญาเช่าที่ 1 ปี แล้วพี่ร้องไห้ครั้งสุดท้ายคือวันที่ปิดร้าน เพราะสาเหตุว่าเราอยากจัดคอนเสิร์ตตัวเอง เดือนสิงหาคม แต่มันไม่ถึง มันเลยกลายเป็นว่าวันนี้ต้องปิดแล้ว ร้องเพลงสุดท้ายเสียน้ำตา ตรงที่ว่าพี่บอกทุกคนตรงที่อยู่ในร้าน บอกว่า คนไหนที่เป็นแฟนคลับร้าน นายมีเซ พี่วิดบอกว่าวันนี้ว่าง เดี๋ยวมาเล่นคอนเสิร์ตให้ดู ไม่ต้องซื้อบัตร ใครมาถึงก่อนได้นั่งก่อน วันนั้นคนล้น แล้วมีคนมารอเต็มเลย พอร้องเพลงสุดท้าย เราก็บอกว่าพี่ต้องปิดร้าน สาเหตุคือเราย้ายไปอยู่ที่อื่น แล้วน้องๆ ที่เข้ามาดูเยอะๆ บ่อยๆ ร้องไห้กอดคอ แล้วบอกว่าพี่อยู่ที่ไหนบอกนะ มันรู้สึกอึดอัด มันแบบไม่ใช่ความผิดเรา จริงๆ ผมกล้าพูดตรงนี้ ถ้าผมดูแลไม่มีเจ๊ง พี่ดูแลทีแรกพี่วางโครงการไว้อย่างนี้ๆ แต่ละวงเล่นประจำยังไง มีศิลปินมาร้องประจำ แต่เขามาเปลี่ยนโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปิดร้าน จะเรียกว่าส่วนนึงโดนโกงได้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : บอกแบบนี้ตอนแรกเขาให้เราเป็นหุ้นลมดูแลทุกอย่าง เขาลงทุนให้ 1 ล้าน แต่เขาให้เราออกเงินช่วยแต่งร้านอะไรก่อน ตอนนั้นลงไปก็เดี๋ยวแกคืนให้ พอจบอะไรเสร็จพอเริ่มมีปาก มีเสียงอะไรกัน หุ้นใหญ่อยู่ๆ แกก็ออกเลย พอออกเสร็จปุ๊บใครดูต่อ ผู้จัดการพี่เป็นคนเซ็นสัญญา ไม่งั้นเขาโดนฟ้อง แล้วเงินเรายังไม่ได้คืน อยู่ๆ ปิดวันนั้นเลย เขาทะเลาะกัน มันต้องสานต่อกัน ก็ทำต่ออีกกับผู้จัดการ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินมันจมร้าน นายมีเซ 8-9 เดือน หมดไปเท่าไหร่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : เป็นล้านนะ ตัวพี่เองลงไป 4-5 แสน คือทุกวันไม่ได้เงินเลยไปดูแล ร้องเพลงด้วย ผู้จัดการพี่ก็โดนเยอะ&amp;nbsp; เดือนแรกพี่จัดคอนเสิร์ต กำไรเดือนแรก 6-8 หมื่น มันก็ดีๆ มาตลอด พอเริ่มมีอะไร ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนแรกที่ได้กำไรเราได้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ไม่ได้ครับ เรามองว่าซับพอร์ตตรงนั้นก่อน เงินก็ไม่ได้มา ถามว่ากำไรตรงนั้นไปไหน คือยอดบัญชีตรงนั้นมั่วไปหมด พี่ยอมรับว่าเราดูแลฝ่ายบันเทิงทุกอย่าง พี่ไม่ได้ไปวุ่นวายตรงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนครั้งนี้พี่จ่ายไป 5 แสนกว่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข็ดไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิด : ทำต่อ แต่ทำเอง ทำกับน้องชาย ไม่หุ้นกับใครอีกแล้ว คือสาเหตุที่เจ๊งมันมั่วอยู่ภายใน จริงๆ ไม่ใช่อะไร เพราะคนมันจะเยอะอยู่แล้ว มันหม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดหรอก แล้วพี่มองว่าถ้าเกิดพี่อยู่ต่ออีกสักพักอาจจะโดนโควิด แล้วตอนนั้นที่ไม่ไหว เพราะมันมีบอลโลก บอลโลกเข้ามาคิดว่าจะสู้ บอลโลกมันอาจจะทำให้คนดูเยอะ แต่บอลโลกมันเล่นติดต่อกัน พักแค่ชั่วโมงเดียว ครึ่งชั่วโมง ต่อเกมสอง คนดูอยู่บ้านอย่างเดียว และที่สำคัญพี่โดนค่าเช่าแพงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114617</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีเค ปิยะวัฒน์, วิด ไฮเปอร์, โดนโกง, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61273996e28db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘อั๋น ภูวนาท’เปิดใจครั้งแรก หลังภรรยาท้องลูกคนที่2 พร้อมเหตุอุบเงียบถึง 7 เดือน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าที่คุณพ่อลูกสอง อั๋น ภูวนาท ที่วันนี้จะมาเปิดใจครั้งแรก เพราะอะไรถึงเก็บเงียบหลังภรรยาจ๋า ตั้งท้องลูกคนที่2 กว่า 7 เดือน เผยท้องนี้รอนานเกือบปี เคยคิดท้อถอดใจไหม และเตรียมฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ดแรง เมียมีชู้ ท้องแล้ว ดีใจทำไม สงสัยหมาทำ งานนี้เจ้าตัวลั่นขอรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น โดยอั๋นมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ ใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีดำเนินรายการ

คอมเมนต์อะไรที่อ่านมาแล้วรู้สึกทนไม่ไหวที่สุด?
อั๋น : คือพี่จะบอกว่าพี่เป็นคนภูมิต้านทานสูงมากในวันนี้และวัยนี้ เพราะเราอยู่มานานมากแล้วโดนมาตลอด โดนมาตั้งแต่ก่อนแต่ง แต่ง มีลูกคนที่1 นี่คนที่2 แล้ว มันก็จะวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ไม่ได้มาพูดว่าฉันเข้าใจโลก แต่มันเข้าใจจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นคนฟาดไหม พี่ว่าพี่ไม่วีนไม่เหวี่ยง ถ้าพูดก็พูดด้วยเหตุผล

แล้วคอมเมนต์ไหนที่เรารับไม่ได้?
อั๋น : คอมเมนต์ที่ไม่เกี่ยวกับเรา แล้วเริ่มไปแตะคนอื่น รู้สึกว่าพี่อั๋นมีภูมิต้านทาน แต่มันไม่แฟร์สำหรับคนอื่น ปกติช่วงหลังๆ ที่พูดแสดงความคิดเห็น ชวนกันคิด ซึ่งเรามั่นใจสิ่งที่เราพูดเป็นกลางแล้วเป็นบวก แต่พอเข้าไปดูมันมีคนเข้ามาคอมเมนต์เยอะมากพี่ก็ไม่อ่าน ถ้าเป็นคอมเมนต์ของตัวเราเอง แต่ตอนเรื่องลูกมาปุ๊บ ประกาศละ 7 เดือน ดูหน่อยว่าพูดอะไรกัน เพราะว่าในใจของเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ว่าเกิดขึ้นกับใคร และการยินดีกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่คนปกติควรทำ ถ้าคุณไม่รู้สึกแบบนี้ควรสันนิษฐานกับตัวเองว่าผิดปกติ

มีคอมเมนต์นึงคอนข้างหยาบคาย?
อั๋น : คือพี่กดเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจหรอก ฟีดมันเด้งขึ้นมา มีข่าวเราด้วยก็กดูคอมเมนต์ มันไม่ได้พูดถึงเรา แต่เรารู้สึกว่ามันแรงไปหรือเปล่า

เราได้ไปดูไหมว่าเขาเป็นใคร ทำไมเขาคอมเมนต์เราแบบนี้?
อั๋น : บ้าง แล้วแต่อารมณ์และความว่าง สารภาพเลยนะครั้งนี้ทำให้เรารู้สึก เพราะทีบางอันเขียนมาแบบนี้ อย่างเช่น ท้องแล้วเหรอ ประมาณว่าทำเองเหรอ เมียมีชู้มั้ง อันนี้ถ้าพูดตรงๆ มันสะท้อนถึงจิตใจคุณที่ค่อนข้างจะต่ำ หรืออย่างเช่น เด็กคนนี้หมามันทำ คือพี่แบบมันมาจากไหน มันจะเป็นเรื่องประหลาดๆ อะไรที่เขาเรียกว่าคอมเมนต์กากคือมันเป็นแบบนี้ คือปากเรี่ยราด คนที่พูดไปแบบนี้คือไม่ได้คิด ซึ่งไม่ได้คิดจะดีใจกว่าคิดแล้วได้แค่นี้ พี่ว่าน่าเป็นห่วงอนาคต

ผู้ชายคนนี้ได้แคปไว้หมดแล้ว คือเอาไว้ดูต่างหน้า หรือจะเอาไปทำเรื่องกฎหมาย?
อั๋น : ตอนที่เห็นปุ๊บตกใจ เดี๋ยวหายไปหาไม่เจอแคปเก็บไว้ก่อน ดูไว้เป็นขวัญถุง ตอนนั้นพูดตรงๆ เราเรียนรู้จากหลายๆ อย่าง แล้วจะบอกว่าขอรับเป็นเงินสดเท่านั้นที่เขาฮิตอะนะ พี่อั๋นว่าไม่มีใครอยากได้เงินจากตรงนี้ เราทำมาหากินอย่างอื่นได้เรามีปัญญา ถ้าคิดว่าเอาไปทำบุญเราโอเค แต่ตรงนั้นเป็นเรื่องรอง ถ้าคืดว่าจะทำอะไรทางกฎหมายสิ่งเดียวที่คิดเป็นหลักเลยคือ คิดว่าเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เขาไปทำสิ่งนี้กับคนอื่น เพราะคยอื่นอาจจะพูมิไม่แข็งเท่าเรา แล้วพี่ว่ามันไม่แฟร์ไม่ว่าจะกับใคร

แต่ก็มีบางอันที่พี่ไม่ไหว ต้องไปตอบโต้?
อั๋น : มันก็มีบางอันที่ว่า มันจะเกิดขึ้นจากความว่าง พี่อั๋นจะตอบโต้คนที่พี่อั๋นคิดว่าเป็นบัวปริ่มน้ำ มีโอกาสที่บัวต้นนี้โผล่พ้นและมีโอกาสเบ่งบานได้บ้าง พี่ก็เข้าไปพูดในเชิงให้สติ

เบื่อไหม?
อั๋น : พี่ว่ามันมีอยู่แล้ว เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไร สมมติว่าเข้ามาในพื้นที่ของพี่ พี่จะดูก่อนว่าคนนี้ใช้รูปจริงและชื่อจริงหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ได้ใช้ชื่อจริงและรูปจริงก็หมายความว่าคนคนนี้ไม่มีค่าควรที่จะอยู่บนโลก เราไม่ต้องนับเขายังไม่ให้ตัวตนกับตัวเขาเองเลย แปลว่าเขาปลอมทุกอย่าง รวมทั้งความคิดด้วย เราต้องไม่เสียเวลากับเรื่องนี้ และเยอะมากที่ส่งข้อความมาขอโทษ ซึ่งเป็นเรื่องดี

เขาส่งมาขอโทษแบบนี้แสดงว่าเรื่องที่ฟ้องเอาเงินสดมันอาจจะไม่เกิดขึ้น?
อั๋น : ณ ตอนนี้พี่เก็บไว้เฉยๆ พี่ไม่ได้คิดว่าจะฟ้อง แต่คุณก็หม่ต้องย่ามใจพอดีช่วงนี้งานยุ่ง แล้วขี้เกียจนัดเจอทนาย ขี้เกียจเดินทางไปศาล


คอนเฟิร์มเลยว่าลูกทั้ง2คุณเป็นคนทำ?
อั๋น : ผมเป็นคนทำครับ

มีปรึกษาหมอนิดหน่อย?
อั๋น : ไม่นิดหน่อย ปรึกษาหมอเยอะเลย พี่อั๋นคิดว่าในความเป็นจริงถ้าเราสามารถเป็นไปได้ เราควรอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอ นี่คือส่วนหนึ่งของการวางแผนครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณจ๋าด้วย?
จ๋า : ขอบคุณค่ะ ท้องที่สองเหนื่อย แก่ อาการแพ้ท้องก็เหมือนเป็นภูมิแพ้ตลอดเวลาตอน 2-3 เดือนแรก จนนอยไปเลยว่าเราไปติดโควิดหรือยัง เป็นเดือน
อั๋น : เราไม่ได้ตั้งใจปิดนะ

นี่ 7 เดือนเลย หรือเรามีเคล็ดอะไร?
จ๋า : 3 เดือนแรกหมอไม่ให้บอก มันไม่รู้ว่าจะปลอดภัยไหม พอมาเจอโควิดเรื่อยๆ เราก็ไม่ได้ไปไหนเลย ขนาดเพื่อนสนิทบางคนยังไม่รู้เลย แล้วทำงานจากบ้านตลอด แล้วก็ไม่ได้ปิด แต่ว่าพ่อเขาก็รีวิวลูกค้าตลอดเวลา

คนที่2 นี่ใครอยากได้ หรือช่วงโควิดมันว่างมาก?
จ๋า : จริงๆ แล้วอั๋นอยากได้ แต่จ๋าพอคลอดลูกคนแรกแล้วรู้สึกเข็ดหน่อยๆ คือมันเหนื่อย ปรากฎว่าพอมาเจอโควิดปีที่แล้ว เราก็บอกว่าหยุดก่อนๆ ตั้งสติก่อนแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจหาหมอ บอกหมอว่าขอหยุดก่อน หมอบอกหยุดได้แล้วแต่ความสบายใจของเรา ที่เราหยุดเราต้องตั้งสติว่าลูกน้องเราก็เยอะ ภาระมันก็เยอะ ตอนนี้เราจะฉุดยังไงให้รอดกันทั้งหมด เราก็มาคิดว่าทำไมโควิดมันไม่สามารถทำให้เด็กออกจากบ้านได้ ไม่สามารถเจอเพื่อนได้ ไม่สามารถทำอะไรกับสังคมได้เยอะ เรารู้สึกว่าเราก็สงสารเขาในอนาคตถ้าเขาอยู่คนเดียว แล้วเขาอยู่กับผู้ใหญ่หมดเลย ถ้าเขามีน้องก็ดีในภาวะที่เรารู้สึกว่ามันเป็นวิกฤต ต้นปีก็เลยบอกภูวนาทพร้อมแล้วก็เลยหาหมอต่อเลย
อั๋น : นี่พูดตรงๆ พี่จ๋าเป็นคนสะกิด คือเขาเป็นคนบอกพี่บอกว่ามีเหอะ พี่ก็คิดว่าเลิกล้มไปแล้วนะ

คือตอนแรกพี่อั๋นไปอ้อนก่อนว่าอยากมี?
อั๋น : ไม่ได้เกิดจากการอ้อน แต่พี่ว่าจริงๆ มีก็ดีนะ เราจะคุยกันแบบนี้มากกว่า

ผู้หญิงส่วนใหญ่ถ้าเกิน 35 จะมีลูกยาก อายุเขาขนาดนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพไหม?
อั๋น : เขาเป็นคนแข็งแรงมาก ภายนอกเขาแข็งแรงมาก แต่เรารู้ว่าไข่มันคงไม่เหมือนเดิม พี่เป็นคนนึงที่ออกมาพูดเรื่องเก็บไข่

พี่จ๋าตอนตัดสินใจมีลูกคนที่2 เราเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของเราไหม?
จ๋า : ไม่ได้เป็นห่วง แต่เป็นห่วงแค่ว่าเราจะมีลูกที่แข็งแรงไหม จ๋ามีความคิดอย่างเดียวก็คือถ้าพระเจ้าให้ก็ให้

โมเมนต์ที่พี่จ๋าไปบอกพี่อั๋นคือไม่ได้มีอะไร แค่บอกว่าเธอฉันท้องแล้ว?
จ๋า : พี่เป็นคนแบบนี้
อั๋น : มันไม่ได้เป็นโมเมนต์น่าขนลุกนะ ตอนนั้นก็อยู่บนเตียงตามปกติ แล้วมันเป็นช่วงที่เราต้องไปหาหมอ หรือเราจะต้องรู้แล้ว เราไม่เคยใช้เครื่องตรวจเลย เราจะรู้ว่าประจำเดือนมาอีกละ แปลว่าไม่สำเร็จ ไม่เป็นไร แต่อยู่ดีๆ ครั้งนี้เขาก็พูดว่า ฉันว่าฉันท้องละแหละ อั๋นก็อะไรวะ เพราะอะไรจ๋าถึงคิดว่าท้อง
จ๋า : มันเป็นฟิลลิ่งของตัวเอง จ๋าเป็นคนอธิฐาน จ๋าจะเชื่อ แล้วพอจ๋าพูดว่าจ๋าเชื่อแล้วมันมักจะได้
อั๋น : คือพี่เป็นคนที่ไม่มูเอามากๆ แต่พี่ก็เคารพ คือไม่มูแต่ว่าไม่ได้ไม่เชื่อ แต่ไม่ฝากคงามหวัง พี่จ๋าบอกให้อธิฐานพี่ก็อธิฐาน แต่ทุกครั้งที่เขายืนยันกับพี่ในเรื่องแบบนี้เขาไม่พลาดเลย

วันนั้นพี่ตื่นเต้นไหม?
อั๋น : ไม่เชื่อ แต่ว่าไม่ได้ปฏิเสธ เพราะว่าเขาไม่เคยพลาด แต่ทีนี้อะไรอีกวะเนี่ย มันมาอารมณ์นี้ได้ยังไง ก็ไปตรวจสิ ขับรถไป แต่ไม่ใส่ความคาดหวัง พอตรวจปุ๊บหมอบอกว่าได้แล้วจริงๆ มันดีใจ แต่มันไม่ได้เป็นความตื่นเต้นเหมือนครั้งแรก

น้องพอลเขารู้ยังว่าเป็นพี่ชายแล้ว?
อั๋น : ก็บอกเขา แต่เราไม่ได้พาเขาไปอัลตร้าซาวด์ ก็อธิบายว่านี่น้องอยู่ในท้อง
จ๋า : จ๋าให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะกลัวว่าไปบังคับเขาให้ยอมรับในสิ่งใหม่ ให้เขาค่อยๆ รู้เอง แล้วก็บอกคนรอบข้างด้วยว่าห้ามพูดอะไรเปรียบเทียบ เพราะมันจะทำให้เด็กเริ่มอิจฉากันตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ๋า–อลิสา พันธุศักดิ์, พีเค ปิยะวัฒน์, อั๋น ภูวนาท, อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cd76e9f257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หนุ่ม เสกสรร’เปิดเส้นทางในวงการกว่า 34ปี เป็นหนี้พันล้านคิดฆ่าตัวตาย! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อตีตนักร้อง นักแสดง ยุค 80 อย่าง หนุ่ม-เสกสรร ชัยเจริญ ที่วันนี้จะมาเปิดเผยเส้นทางบันเทิงกว่า 34 ปี และประสบการณ์การทำธุรกิจจนล้มละลาย เป็นหนี้ 1,000 ล้าน อีกทั้งเคยเครียดจัดถึงขั้นยิงปืนฆ่าตัวตายมาแล้ว พร้อมเปิดเผยข้อสงสัยเป็นเด็กของป๋าเปรมจริงหรือไม่ และการเปิดชีวิตครอบครัวกับภรรยาสาวสวยที่อายุห่างกันกว่า 21 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

พี่อยู่ในวงการ 34 ปี?
หนุ่ม : ประมาณ 34 ปี ตอนนั้นเข้ามาในเรื่องเกมโชว์ คู่หูพลิกล็อค พอเล่นแล้วผมชนะได้แจ็คพ็อต ได้รถยนต์ พอเจ้าของบริษัทเขาเห็น เล่นสนุก ร้องเพลงได้ไหม ตอนแรกให้เล่นละคร เรื่องเทวดาตกสวรรค์ แต่ว่าช่วงที่ไปเล่นใหม่ไ ผมไม่ได้เทรนเลยว่าอารมณ์อย่างนี้ต้องพูดยังไง สุดท้ายเขาเปลี่ยนตัว หลังจากนั้นเจ้าของบริษัทเหมือนสงสาร ถามว่าร้องเพลงได้ไหม ลองร้องให้ฟัง ตอนนั้นเขาเปิดค่ายเพลงคีตา พอดี ผมก็เลยได้เป็นศิลปินเบอร์แรกของคีตา

แต่ก่อนหน้านี้เป็นพ่อค้าขายผลไม้มาก่อน?
หนุ่ม : จริงๆ แล้วเราเป็นเด็กที่บ้านมีสวนมะม่วง สวนมะพร้าว เวลามะม่วงออกเราก็เอามะม่วงมาตั้งขายที่ตลาด ใส่ถุงไปขายที่โรงเรียน

เมื่อก่อนเห็นรูปแล้วผ่านเลยนะ?
หนุ่ม : จริงๆ ผมก็ไม่ได้ดังมากมาย ทุกชุดออกมาก็ขายได้ เพลงคิดทุกชุด เราก็ไปเล่นคอนเสิร์ต คืออย่างน้อยเราก็รู้ว่า fc เป็นยังไง แต่ fc ยุคนี้หนักกว่ายุคก่อนนะ คือยุคก่อนเขาไม่ได้ตามแบบทวีคูณ เขาอาจจะรู้ว่าเราไปเล่นคอนเสิร์ตจังหวัดไหน เขาไป 10 คน อัดรายการไหน ไป 10 คน เราก็จะมีแฟนคลับประจำประมาณ 10-20 คนที่คอยเทคแคร์

มีเจอแปลกๆ ไหม?
หนุ่ม : ผมเคยเจอตอนผมไปเล่นคอนเสิร์ตต่างจังหวัด เข้าลิฟท์ปุ๊บเขาถกเสื้อเลย โชว์หน้าอก ผมกดเปิดลิฟท์หนีเลย มันมาไม่ทันตั้งตัว แต่โชคดีมีผู้จัดการกันไว้

พอออกอัลบั้มแรกประสบความสำเร็จเลย?
หนุ่ม : ผมโชคดีได้นักแต่งเพลง นักดนตรี เนี๊ยบ เราลองเทสหลายหนมาก ผมโชคดีที่ผมร้องเพลงรักแล้วผมโดน ถ้าเราไปร้องเพลงเร็วอาจจะไม่โดน แล้วก็ไม่ได้สัมภาษณ์แบบนี้เลย

ไม่ได้สัมภาษณ์มานานแค่ไหน?
หนุ่ม : ผมว่าอย่างน้อยก็หลายสิบปี ถ้าประเภททางการแบบนี้ ผมว่าอย่างน้อยก็มี 20 กว่าปี คือจริงๆ ผมเป็นคนที่อาจจะมีโลกส่วนตัวนิดนึง เราคิดว่าคนอาจไม่สนใจเรื่องของเรา เราก็เลยคิดว่าเดี๋ยวไปพูด แล้วบางคนอาจจะหมั่นไส้ เราก็ทำตัวปกติ ก็ทำงานปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

การถ่ายเซ็กซี่ก็ประสบความสำเร็จเหมือนกัน?
หนุ่ม : อันนั้นมันตลกมาก เมื่อก่อนผมร้องเพลง ผมน้ำหนัก 40 กว่า ผอมมาก เราอยากจะเปลี่ยนตัวเองยังไง ผมก็ไปเล่นยิม เข้าฟิตเนส ก็เพิ่มมาเป็น 60 กว่ามีกล้าม คือจริงๆ มันไม่ใช่การถ่ายนู้ดหรอก มันใส่เสื้อผ้า เพียงแต่ว่าเขาให้เรามีกล้าม มีอะไร เขาก็โชว์เซ็กซี่ มีติดต่อมาให้ผมแก้ผ้าเลยก็มี แต่ผมไม่ถ่าย มันไม่ใช่ทางเรา เราก็ไม่รู้ทำเพื่ออะไร แต่อย่างนี้มันขึ้นปกเล่มแรก ผมก็เลยลอง

มันส่งผลกระทบกับความเป็นพระเอกของเราไหม?
หนุ่ม : ไม่มีเลย เมื่อก่อนมันจะมีปัญหาเรื่องเราเปิดตัวแฟนก็ไม่ได้ เปิดตัวอะไรก็ไม่ได้ แต่จริงๆ ผมเป็นคนเดียวที่ไม่ปิดเลย ตั้วแต่ออกเทปมา ผมบอกผมมีแฟนแล้ว คือผมอาจจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงว่าเรายืนอยู่บนความจริง ผมบอกมีแล้ว แต่เราจะไม่พูดซ้ำ ไม่พามาย้ำอะไร สมัยก่อนมันไม่มีโซเชียล มีแต่ออกทีวี ออกปุ๊บคุยแล้วหาย

ผันตัวเองมาทำธุรกิจ ได้ข่าวว่าลงทุนไป 600 ล้าน?
หนุ่ม : ใช่ มันคือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ชื่อว่า คาสิโน มิวสิคสไตล์ สตูดิโอ มิวสิคสไตล์ มันจะมีดิสโก้เทค มีคาราโอเกะ 50 ห้อง มีผับ มีร้านอาหาร มีอะไรอยู่ในนั้นทั้งหมดประมาณ 10 ไร่ ตอนนี้ก็เป็นคอนโดหมดแล้ว คือผมเป็นศิลปินคนแรกที่บ้าดีเดือด ซึ่งเจอด่าก็เยอะ เราคิดอีกสไตล์นึงว่าศิลปินเราต้องหาอะไรทำให้มันงอกเงย

ทำไมถึงเป็นธุรกิจด้านนี้?
หนุ่ม : คิดว่าเราถนัด เราจะไม่ทำอะไรที่เราไม่ถนัด พอทำแล้วมันสนุกนะ 1.ผมได้รู้จักกับนักดนตรี ศิลปิน ผมมีดิสโก้เทค ผมก็จ้างเขามาเล่นคอนเสิร์ต มันก็เป็นคอนเนคชั่นที่มันสานต่อกัน

ณ ตรงนั้นเป็นที่ที่ทันสมัยที่สุด มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบที่สุด?
หนุ่ม : ใช่ ถามว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ก็ดังมา 5 ปี พอเริ่ม 40 มันเป็นยุคฟองสบู่ จากค่าเงิน 25 บาทไป 50 บาท คือมันไม่ใช่ธุรกิจเราธุรกิจเดียว ธนาคารปิดเพียบ เราก็เหมือนกู้ธนาคารมา เราก็ล้มเป็นโดมิโน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ที่ได้ยินมาสาเหตุที่เราสามารถเปิดคอมเพล็กซ์ที่มันใหญ่จนาดนี้ได้ หนึ่งสาเหตุก็คือป๋าเปรม?
หนุ่ม : ใช่ครับ บอกได้เลยว่าในชีวิตผมนอกจากคุณพ่อ คุณแม่ ผมคิดว่าป๋าเปรมเป็นผู้ที่มีบุญคุณอีกคนในชีวิต ที่ให้การสนับสนุน ให้การช่วยเหลือ ซัพพอร์ตทุกอย่าง เพราะผมรับใช้ป๋ามา รับใช้ยังไง เวลาป๋ามีงาน ผมก็ไปร้องเพลงให้ป๋าทุกงาน

ทำไมพี่หนุ่มถึงไปสนิทกับป๋าได้?
หนุ่ม : จริงๆ ตอนสมัยเด็ก คอนผมเรียนอยู่ที่สามเสน วันเด็กเขาจะเอาเด็กนักเรียนไปพบป๋าเปรมที่บ้าน ผมเป็นตัวแทนโรงเรียนไปพบป๋าที่บ้าน หลังจากนั้นพอผมโตขึ้น ผมได้เป็นนักร้อง และได้ไปที่หอสมุดแห่งชาติ ผมก็ไปคัดหนังสือพิมพ์ลงหน้า1 นะ ไปขอซีล็อกเขามา แล้วมาใส่กรอบ แล้วมาหาป๋า บอกป๋าครับนี่ผมตอนเด็ก นี่ผมได้เป็นศิลปินแล้ว ผมจะมาร้องเพลงรับใช้ป๋า มันก็เริ่มผูกพัน ป๋าก็ดีใจ เขาบอกนึกไม่ถึงเลย แล้วเขาก็ซับพอร์ตทุกอย่าง ตอนธุรกิจเจ๊งผมก็เซเหมือนกันนะ พอล้มไปปุ๊บผมเป็นหนี้ขึ้นมา 1,000 เลย พอมันหยุดปุ๊บ ดอกเบี้ยมันเพิ่ม ตอนแรกผมกลับไปบ้าน ผมคิดจะฆ่าตัวตาย หยิบปืนแล้วผมคิดว่าผมจะยิงทั้งบ้านเลย คือมันสุดๆ แล้วแต่ว่ามันชั่ววูบ ผมหยิบมาคิดว่าไปเลยมันจะได้จบหมด แต่เผอิญผมหันไปเห็นรูปป๋าที่แตะไหล่ผม

วันนั้นพี่ได้คุยกับป๋าไหม?
หนุ่ม : ก็โทรไปหา ป๋าก็บอกว่าเสกไม่เป็นไร อายุเสกยังน้อย ไปเริ่มต้นใหม่ ถ้าวันนั้นไม่เห็นรูปป๋า ผมคงไม่ได้มานั่งคุยในวันนี้ ที่เอามาพูดในวันนี้ผมคิดว่า จริงๆ ผมก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้เยอะๆ แต่อยากจะบอกให้มันเป็นอุทาหรณ์ คนเราทุกคนมันมีปัญหา แต่อยู่ที่สติ ถ้าเรามีสติ ผมย้อนกลับมานะ วันนั้นถ้าเราทำไป มันดัง เพราะฆ่าตัวตาย ปิดชีวิตตัวเอง จบ เจ๊ง 1,000 ล้าน แต่ปัญหาที่ตามมามันก็จบวันนั้น แต่พอวันนี้เราย้อนกลับไป มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำ เราเข้าใจคนเวลาคนคิดสั้น ชั่วโมงนั้นแค่จับปืน ทุกอย่างมันสั่นหมด เพราะสติมันไม่มี

ณ ตอนที่ป๋าเปรมพูด พี่หนุ่มอายุยังน้อย มันไม่ได้มีพี่หนุ่มคนเดียวนะที่เจอแบบนี้ พี่หนุ่มคิดได้ในทันทีไหม?
หนุ่ม : ก็ร้องไห้เลย แบบป๋าไม่โกรธนะ บอกป๋าไม่เคยโกรธลูกเลย ไม่เป็นไรเสกมันล้มไป เราก็เริ่มต้นใหม่ เรายังมีความสามารถ เสกยังร้องเพลงได้ มีความสามารถเยอะแยะ ไปทำเถอะ สักวันมันก็จะขึ้นมาใหม่

ถ้าสมมติป๋ารับรู้ได้ อยากจะบอกอะไรกับท่าน?
หนุ่ม : จริงๆ พอผมคิดได้แล้วเนี่ย ผมก็ไปกราบท่าน แล้วผมบวชให้ท่านนะผมบอกป๋าครับลูกไม่มีอะไรจะตอบแทน ขอบวชทดแทนพระคุณป๋าแล้วกัน ผมบวชให้ป๋า แล้วป๋าก็ได้ใส่บาตรผมด้วย นี่คือสิ่งที่ผมสุดๆ แล้ว อย่างน้อยตอบแทนพระคุณของป๋าด้วยการบวชให้ป๋า

แต่ในสังคมไทย พอสนิทกันมากๆคนก็นินทา เห็นบอกว่านั่งนินทาต่อหน้าพี่เลยเหรอ?
หนุ่ม : ผมเป็นคนนึง ที่บางคนไม่เคยรู้จักผมเลย แต่คุยเรื่องผมเหมือนรู้จักเลย แล้วนั่งอยู่ข้างๆ ผมบอกพี่หยุดได้แล้ว เขาพูดแบบผมเป็นลูกป๋าต้องแบบอะไร คิดในทางที่ไม่ดีอะ คือคุณไม่รู้จักผม คุณก็ไม่รู้จักป๋า เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณพูดไม่ใช่ความจริง ถ้าผมทำอะไรอย่างที่คุณพูด ผมจะบอกเลยว่ามันใช่ แต่นี่มันไม่ใช่อะ ผมเจอป๋าผมก็กอดป๋า ผมเป็นลูกอะ ผมลาป๋าผมก็กราบเท้าเหมือนพ่อ แม่ แต่สิ่งที่เขาพูด เขาอาจจะไม่ขอบผมก็ได้ แต่ผมก็บอกพี่ไม่ชอบผม พี่ไม่ต้องเขียนเชียร์ผมก็ได้ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าสิ่งที่พี่พูด พี่รู้ไม่จริง

ตอนนั้นที่พี่ได้ยิน พี่เคลียร์เลย?
หนุ่ม : นิสัยผม ถ้าอยู่อย่างนั้นผมจะเคลียร์เลย พี่ไม่บอบก็อย่าเขียนเชียร์ผมเลย เพราะพี่รู้ไม่จริง ผมเจ๊ง ยอกผมไปโกงแบงก์มา คือคนเราไปโกงแบงก์ได้เหรอ เวลาพูดมันก็ไม่ใช่แล้วไง เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ถ้าอยู่ใกล้ๆ แล้วได้ยินจะเคลียร์เลย ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรผมไม่โกรธพี่ สิ่งที่พี่พูดมันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วมันมีผลกระทบกับป๋า ผมเลวไม่เป็นไรแต่แตะต้องป๋าผมไม่ได้

ทีมงานบอกว่านักข่าวโดนเด้งเลย?
หนุ่ม : ก็มันช่วยไม่ได้ เพราะผมถือว่าผมปกป้องป๋า คือผมจะเลวยังไง นักข่าวมันก็มีทั้งชอบและไม่ชอบ ผมก็บังคับไม่ได้ แต่คนเราต้องพิสูจน์ คนพูดบางที ผมไม่ได้ไปกูเเงินเขามา รู้เรื่องดีกว่าผมเป็นคนกู้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ตอนนี้ทำยังไงกับหนี้?
หนุ่ม : ตอนนั้นแบงก์ก็ฟ้องอะไรต่างๆ สุดท้ายหนี้สินก็เคลียร์ไปได้บางส่วน ส่วนที่เคลียร์ไม่ได้เขาก็ฟ้องล้มละลาย

โดนยึดทรัพย์ด้วย?
หนุ่ม : ทรัพย์มันก็ทรัพย์ในโครงการ อยากได้อะไรก็เอาไป ส่วนที่เหลือถ้ามันไม่พอเจาก็ฟ้องล้มละลายเรา ซึ่งผมอยากจะบอกว่าการล้มละลายด้วยการเป็นหนี้เยอะๆ ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่ว่าไม่ได้สอนให้ไปล้มละลาย แต่มันจะเป็นการล้มจากวิกฤตให้ชีวิตมันดีขึ้น สมมติเราเป็นหนี้อยู่ 500 เราใช้ไม่ได้ เราล้มไปหนี้ก็เป็นศูนย์ แต่ในช่วงเป็นศูนย์เนี่ยเราก็สามารถไปทำอย่างอื่นได้ แต่เราทำนิติกรรมไม่ได้

คำว่าบุคคลล้มละลายมันเป็นยังไงบ้าง?
หนุ่ม : ล้มละลาย 1.เราไปทำนิติกรรมอะไรไม่ได้ อย่างเช่นไปกู้ธนาคารก็ไม่ได้ ไปผ่อนบ้าน ผ่อนรถไม่ได้หมดเลย ผมล้มละลาย ผมก็ไปทำงานอย่างอื่นได้ คือเลี้ยงตัวเองได้ เพียงแต่ว่าเราทำงานแบบเขาไม่ต้องมายึดเราอะ เราใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจาก 3 ปีเขาก็ปลด คุณก็จะมีชีวิตใหม่

ช่วงที่มันแย่มากๆ มีแอบน้อยใจกับตัวเองไหม?
หนุ่ม : จริงๆ ผมไม่เสียดายนะเพราะว่ามันเป็นประสบการณ์ ตอนนั้นผมอายุประมาณ 30 ปี ผมจับเงิน 1,000 ล้าน แต่มันไม่ได้เกิดจากฝีมือเราเต็มๆ มันเกิดจากวิกฤต ส่วนนึงผมทำธุรกิจที่มันสุ่มเสี่ยง อาจจะเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งมันมีระยะเวลาเมกมันนี่ อาจจะช็อตเทอม แต่มันมาประดังกัน มันทำให้เราไม่สามารถใช้หนี้ได้ เราต้องยอมรับความเป็นจริง

จากจุดนั้น พี่มาเริ่มงานที่คิงพาวเวอร์ ห่างกันนานไหม?
หนุ่ม : ไม่นานหรอก จริงๆ ช่วงที่ผมล้มไป ผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่คิวพาวเวอร์ นี่ไงถึงบอกว่าเราก็ทำงานได้ตามปกติ ตอนนั้นผมเป็นผู้อำนวยการ ฝ่ายโรงละคร โรงละคร อักษรา คิงพาวเวอร์ นั่นแหละ ผมก็ไปดูแลโรงละคร ดูแลอักษราหุ่นละครเล็ก ผมว่าเจ้าของคิงพาวเวอร์เป็นคนที่มองการไกล แล้วโรงละครคิงพาวเวอร์เป็นโรงละครที่ในหลวง รัชการที่9 บอกเจ้าของคิงพาวเวอร์ให้ช่วยสร้างให้หุ่นละครเล็กเล่นในนั้น มันเป็นจุดกำเนิดซึ่งไม่มีใครรู้ ผมทำงานเกือบ 10 ปี ผมเป็นพนักงานแบบต่อสัญญา ปีต่อปีนะ ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ

แต่ ณ ตอนนั้นตัดสินใจออกมาจากคิงพาวเวอร์ มาทำธุรกิจอีกครั้ง?
หนุ่ม : ตอนนั้นผมทำเกี่ยวกับพวกโรงหล่อพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

มานี้สำเร็จได้พักนึง มาเจอโควิดก็ต้องหยุดอีก?
หนุ่ม : คือตอนแรกเราก็เตรียมตัวดี แต่พอ 2-3 เนี่ย มันเริ่มจะบรรลัยมากขึ้น คือชีวิตผมก็เจอมาหนักๆ แล้วนะ พอมาเจอโควิดรอบ2 รอบ3 ก็เซเหมือนกันนะ

พี่ว่าโควิดรอบ2 รอบ3 หนักกว่า 1,000 ล้านอีกเหรอ?
หนุ่ม : ผมว่าหนัก ผมเทียบกับภาวะนะ ร้านอาหาร ลองไปดูทั่วประเทศปิดเยอะมาก ของผมมันเจอภาวะฟองสบู่มันก็เป็นเจ้าๆ ไป แต่นี่มันทั่วโลกนะ งานอาร์ตของผมที่หล่อเสร็จส่งไปท่าเรือประเทศนี้มันขึ้นไม่ได้ เงินก็ไม่ได้

โรงงานหล่อพระปิดแล้ว?
หนุ่ม : ไม่ปิดๆ แต่ว่ามีการลดพนักงานลง 100 คนเหลือสัก 20 คน คือหมายความว่าเราให้เขาพักก่อน เราจ่ายเงินเดือนเขานิดหน่อย

ถ้าทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม พนักงานก็กลับมา?
หนุ่ม : ก็กลับมาทำเหมือนเดิม

คนที่ทำเกี่ยวกับพวกนี้ พวกหล่อพระ เขาได้กำไรเยอะไหม?
หนุ่ม : ได้ คืองานอาร์ตราคามันขึ้นอยู่กับศิลปิน อย่างเช่นศิลปินเมืองนอก อย่างเช่น ดิสนีย์ เขามาข้างโรงงานกลุ่มเพื่อนผมหล่อพวกต้นแบบ คือมาจากเมืองไทยทั้งนั้นแล้วก็ส่งไปสิงคโปร์ ส่งไปจีน

พี่แต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง?
หนุ่ม : ใช่

คนแรกเป็นพยาบาล?
หนุ่ม : คนแรกเป็นแอร์โฮสเตส อยู่การบินไทย แต่เสียไปแล้วนะครับ เขารถชนที่อเมริกา

แล้วทำไมตอนนั้นถึงเลิกกับคนนี้?
หนุ่ม : พอตอนล้มละลายปุ๊บ มันก็หย่ากันเลย เขาก็ไปใช้ชีวิตอยู่กับลูกชายที่ออสเตรเลีย ตอนนั้นผมก็ส่งเสียลูกอยู่ตลอด มาช่วงนึงผมก็มาแต่งงานใหม่

แล้วจากคนแรกมาคนที่2 กี่ปี?
หนุ่ม : ประมาณสัก 3-4 ปี คนที่สองเขาอยู่ในแวดวงนางงาม เขาเป็นนางงาม มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส เป็นนางงามมิตรภาพ ปีของคุณลูกจัน

ตอนนี้คบกันได้นานเท่าไหร่แล้ว?
หนุ่ม : 16-17 ปีแล้ว มีลูกคนนึง ชื่อ น้องดิสนีย์

พี่กับแฟนอายุห่างกัน 21 ปี?
หนุ่ม : ใช่ ประมาณนั้น ตอนนั้นเราเล่ยละครด้วยกัน ผมก็เอ๊ะ ดาราคนนี้นิสัยดี พูดเพราะ ก็ไปสวัสดีแม่เขา ก็จีบเขา จริงๆ ก็จีบไม่นานหรอก ผมชอบ ผมก็บอกแม่เขาเลย ตอนแรก พ่อ แม่เขากังวลมาก เพราะเรามีครอบครัวแล้ว เขากลัวเราจะดูแลลูกสาวเขาไม่ได้ แต่เราก็เสมอต้น เสมอปลาย เป็นเรานี่แหละ และจริงๆ งานไม่ได้แต่ง ผมขอพ่อแม่ก็อยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋าเปรม, พีเค ปิยะวัฒน์, หนุ่ม-เสกสรร ชัยเจริญ, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60caf3ed93640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ใบเฟิร์น&#039;ขอโทษจากใจ หลังทำ&#039;โบว์-มะลิ&#039;เสียความรู้สึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ สำหรับดราม่า ที่ แม่โบว์-แวนด้า สหวงษ์ ได้โพสต์ข้อความขอโทษน้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวตัวน้อย โดยบอกว่าเป็นวันที่ตัดสินใจพลาดในการรับงานและรู้สึกผิดจริงๆ สิ่งสำคัญในการทำงานคือสัจจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนั้นความจริงก็ปรากฏว่ารายการที่โบว์ แวนด้า พูดถึงคือคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 ซึ่งมี ใบเฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์ และ ซินแสเป็นหนึ่ง วงศ์ภูดร เป็นพิธีกร และล่าสุดทาง ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา 2 พิธีกร ก็เป็นตัวแทนขอโทษผ่านทางรายการ และทางโบว์ แวนด้า ก็ได้โพสต์ขอบคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจานี้ทางซินแสเป็นหนึ่ง ก็ได้เขามาคอมเมนต์ขอโทษแม่โบว์ โดยบอกว่า &amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม อาจารย์ก็ต้องขอโทษคุณแม่โบว์กับน้องมะลิอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอโทษแทนทีมงานทุกคนกับข้อผิดพลาดครั้งนี้ด้วยนะคะ / อาจารย์เป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ ใบเฟิร์น พัสกร ก็ได้เข้ามาขอโทษแม่โบว์และน้องมะลิอีกครั้ง โดยบอกว่า &amp;ldquo;ขอโทษพี่โบว์และน้องมะลิ อีกครั้งนะคะ หลังจากจบรายการวันนั้น เฟิร์นก็ไม่ได้รู้สึกดี จากใจจริง ไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างสิ่งแบบนี้ให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก เข้าใจความรู้สึกมาก เข้าใจทุกคำพูดของพี่โบว์นะคะ ไม่อยากแก้ตัวแก้ต่างใดใด ทำได้แค่ขอโทษจากใจจริงๆ ค่ะ หวังว่าพี่โบว์กับน้องจะอภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ก็เข้าใจความรู้สึกจริงๆ ค่ะ เข้าใจมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทางโบว์ แวนด้า ก็ได้ตอบกลับใบเฟิร์นว่า &amp;ldquo;ใบเฟิร์นหนูเข้าใจความรู้สึกพี่และความรู้สึกน้องเป็นอย่างดี และพี่เข้าใจว่าหนูต้องทำหน้าที่ที่หนูต้องรับผิดชอบ ช่วงพักเบรกที่หนูคุยกับพี่ พี่รู้เลยว่าหนูไม่อยากถามพี่เลย พี่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกหนูว่าหนูเป็นห่วงน้องมากแค่ไหนตอนหนูถาม แต่ด้วยหน้าที่ของหนูและมันเป็นรายการสด ณ ขณะนั้น พี่รู้สึกได้เลยว่าหนูรู้สึกยังไง หนูไม่ผิดเลยค่ะและหนูทำตามหน้าที่ได้อย่างดีและเต็มที่แล้ว ขอบคุณหนูนะคะที่เอ็นดูน้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนูไม่ได้ผิดพลาดในฐานะพิธีกรค่ะ แต่เรื่องความผิดพลาดที่มันเกิดขึ้นเรารู้ว่ามาจากไหน แต่พี่ไม่ได้โทษและไม่ต้องการเอาผิดใครเลย แต่สิ่งที่พี่โพสต์เพื่อต้องการปกป้องลูกพี่ และสื่อให้คนที่คุยและสัญญากับพี่แค่รับทราบ ถ้ามันมีผลกระทบไปที่หนู แม่โบว์ต้องขอโทษที่ทำให้หนูลำบากใจในเรื่องนี้อย่างใจจริงนะคะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น ใบเฟิร์นก็ตอบกลับอีกว่า &amp;ldquo;พี่โบ!! กอดๆๆ น้าาา หนูเอ็นดูมะลิมาโดยตลอด เข้าใจความรู้สึกที่สุด&amp;rdquo; และแม่โบว์ก็ตอบกลับว่า &amp;ldquo;พี่เป็นห่วงความรู้สึกหนูนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม vanda29 ferno_padgone&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91475</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุยแซ่บโชว์, ซินแสเป็นหนึ่ง, ธัญญ่า ธัญญาเรศ, น้องมะลิ, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, โบว์ แวนด้า, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210130/image_big_6015074a6ce39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงรงค์&#039;เคลียร์ชัด! เหตุไม่ยอมย้ายไปอยู่บ้านลูกสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกสาวคนสวย ใบเฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์ เก็บหอมรอมริบจนสร้างบ้านหลังใหญ่ให้ครอบครัวได้สำเร็จ แต่คุณพ่ออย่าง ลุงรงค์-จาตุรงค์ พลบูรณ์ กลับไม่ยอมย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ด้วยกัน จนลูกสาวแอบน้อยใจ ซึ่งเจ้าตัวได้เผยผ่านรายการต้มยำอมรินทร์ ถึงเหตุผลที่ไม่ยอมไปอยู่ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เขาน่าจะซื้อ 6-7 เดือนแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นบ้าน ซึ่งก็ห่างจากบ้านของเราที่เราอยู่แค่นิดเดียว ขับรถแค่ 15 นาที เพราะเราตั้งใจไม่ไป เราคิดว่าจะไปทำไมเพราะบ้านเราอยู่คือดีอยู่แล้ว มีความสุขแล้ว ถ้าถามว่าใบเฟิร์นน้อยใจไหมที่เราไม่ไป ก็น่าจะน้อยใจนะ จริงๆ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไม่ไป คือต้องบอกก่อนว่าเราภูมิใจที่เขาสามารถสร้างตัว มีบ้านหลังใหญ่สวยๆ อยู่ แต่ในความรู้สึกของเราคือบ้านที่เราอยู่มันก็ดีมีความสุขแล้ว อยู่กันมา 20 ปีแล้ว ผ่อนหมดจบเรียบร้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือไม่มีอะไร ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน แต่จริงๆ ตอนแรกๆ ก็มีบ้างนะ เพราะว่าเราก็บ้านอยู่แล้วจะไปซื้อทำไม แม่ น้อง เขาก็ต้องไปอยู่แล้วบ้านหลังที่เราอยู่ยังไงล่ะ แต่เรื่องของเรื่องคือเขาอยากให้แม่เขาอยู่บ้านสวยๆ มีความสุขเท่านั้นเอง เขาก็คิดดีแต่คิดคนละมุมกับเรา &amp;nbsp;แต่ถามว่ารักลูกมากไหม รักมากลูกเรา และเป็นความภูมิใจของเราด้วย เวลาอยู่กับเขาเราก็บอกเขานะว่าเราภูมิใจในตัวเขา แต่ถ้าทะเลาะกันจริงจังก็เคยมี แต่ไม่ได้ถึงขั้นที่ว่าตัดพ่อตัดลูกมันไม่ใช่อย่างนั้น แต่เวลาทะเลาะกันเราก็จะเป็นคนมาง้อเขาก่อน แต่เขาก็ง้อเราเหมือนกันแต่ชอบไลน์มาง้อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84009</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรงค์ มกจ๊ก, ลุงรงค์, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb23d8810fda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
