<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; คุมเข้มต้องใส่แมสก์ในสภา จ่อหารือให้ถอดได้ขณะอภิปราย ยันจำเป็นทำงานเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ให้อำนาจประธานสภาฯ พิจารณาว่าจะให้ส.ส.ถอดหน้ากากอนามัยในการประชุมสภาฯหรือไม่ โดยยืนยันว่าส.ส.และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เข้ามาในอาคารรัฐสภา และเข้าที่ประชุม แต่ตอนอภิปราย หากสมาชิกไม่สะดวกในการพูดและจะขอถอดหน้ากาก เป็นเรื่องที่จะต้องมีการหารือกันอีกครั้ง ซึ่งหากให้อำนาจประธานฯก็จะพิจารณาในขณะนั้นว่าจะอนุญาตหรือไม่ ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงมากนัก เพราะคนที่อภิปรายก็ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ แต่ก็ต้องป้องกันโดยเข้มงวด และในการประชุมสภาฯ สามารถนั่งเว้นระะยะห่างได้ ซึ่งหากทุกคนปฏิบัติตามนี้ก็คงไม่มีปัญหา&amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมาปัญหาคือเวลาอภิปรายแล้วเพื่อนมานั่งข้างๆ เพราะมีการถ่ายทอดทีวีออกไป แต่ครั้งนี้คงไม่มีเพราะต้องนั่งเว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รอบที่แล้วเราก็เคยทำในแง่นี้ สำหรับเวลาอภิปราย สมาชิกสามารถถอดหน้ากากได้ แต่เที่ยวนี้อาจจะเคร่งครัดมากกว่าเดิม เพราะอย่างที่เราทราบกันอยู่ว่ามีการติดเชื้อมาก เพราะฉะนั้นในสภาจะพยายามทำให้ไม่เป็นแหล่ง กระจายเชื้อใหม่ ก็พยายามเข้มงวด แต่ปัญหาอยู่ที่ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าใครที่สามารถอภิปรายโดยไม่ต้องถอดหน้ากากได้ก็ดี แต่ใครที่บอกว่าจำเป็นต้องถอดหน้ากากอภิปราย เราก็จะพิจารณาความเหมาะสมอีกที&amp;rdquo;นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่มีส.ส.บางคน ยังไม่ฉีดวัคซีนจะทำอย่างไรนั้น นายชวน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาในสภาฯทุกคนจะต้องฉีดวัคซีน หรือมีใบรับรองจากแพทย์ว่าเป็นผู้ไม่มีเชื้อในเวลาที่กำหนด ส่วนส.ส.คงไปบังคับเช่นนั้นไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่น่าจะฉีดวัคซีนแล้ว และเมื่อมาถึงสภาฯ จะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิโดยเข้มข้น หากอุณหภูมิในร่างกายไม่เกินกว่าที่กำหนด ก็ต้องสันนิษฐานว่าคงไม่มีเชื้ออะไร และส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาในสภาฯก็ต้องรู้ตัวว่าเสี่ยงหรือไม่ หากส.ส.คนใดไม่แน่ใจก็คงต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ใช่กลายมาเป็นคนปล่อยเชื้อ ขอย้ำว่าสภาฯไม่ใช่ที่ปล่อยเชื้อ และที่ผ่านมาก็ยังไม่มี ส.ส.ที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เป็นห่วงและกังวล แต่จะให้ถึงขั้นเลื่อนการประชุมออกไป ก็เห็นว่าสภาฯต้องรับผิดชอบในงานของตัวเองไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิได้ เพราะฝ่ายอื่นก็ยังต้องทำงานแม้จะมีสถานการณ์ของโควิด-19 และเมื่อดูโดยรอบคอบแล้วเห็นว่าโอกาสเสี่ยงไม่มาก หากทุกคนระมัดระวังและรักษาระเบียบ รวมถึงคำแนะนำในการป้องกันอย่างเข้มข้น ก็จะทำให้งานของสภาฯเดินหน้าไปได้ ไม่เช่นนั้นงานก็ค้าง งบประมาณก็ผ่านไม่ได้แล้วจะมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งรัฐบาลส่งมาถึงสภาฯวันนี้(17 พ.ค.) ที่ต้องเริ่มนับหนึ่งในกรอบระยะเวลา 105 วัน หลังจากนี้จะได้แจกจ่ายร่างฯให้กับสมาชิกเอาไปศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการประชุม 4 ฝ่าย ตนได้แจ้งกับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลไปว่า หากรัฐบาลเห็นว่าการประชุมสภาฯ จะเสี่ยงและเป็นอันตรายจะขอให้งดการประชุมก็ขอให้แจ้งมาได้เลย ทางสภาฯยินดีให้ความร่วมมือ แต่หากไม่ถึงขั้นนั้นก็ต้องเดินหน้าประชุม ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมา อย่างไรก็ตามเท่าที่สอบถามแล้วไม่มีปัญหานี้ เพราะได้สอบถามรองนายกรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ แล้วก็ยืนยันตามนี้ ซึ่งความจริงสำนักงบฯอยากให้ประชุมวันที่ 27 พ.ค.ด้วยซ้ำ แต่มีพระราชกำหนดที่จะต้องพิจารณาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่า สภาฯจะต้องมีมาตรการเข้มในการตรวจตราการเข้าออกในสภาฯโดยเฉพาะตอนประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณางบฯ65 ชุดใหญ่ ซึ่งตอนนี้เตรียมห้องอย่างดีที่สุด แต่จะต้องขอร้องว่าตอนเชิญกระทรวงมาชี้แจง ให้จัดลำดับให้ชัดเจน และกระทรวงไหนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ต้องให้มารอข้ามคืน เมื่อจบกระทรวงไหนก็ให้กลับไป ไม่ใช่ให้มารอกันเต็ม จะต้องจำกัดในแง่นี้&amp;nbsp;ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอันตรายเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และผมว่าโควิด-19 ทำให้เราได้ทบทวนวิธีการทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ ไม่สิ้นเปลืองเวลา และงบประมาณโดยใช้วิธีปรับให้เหมาะสม ไม่ใช่ให้มารอตั้ง 3 วันกว่าจะได้ชี้แจง&amp;rdquo;นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, สภาผู้แทนราษฎร, โควิด19, ใส่หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b46961bfc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับบิ๊กตู่ไม่ใส่แมสก์ ‘อัศวิน’นำแจ้งความ ขณะประชุมที่ทำเนียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สังเวยไม่ใส่แมสก์ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; นำทีมแจ้งความพร้อมเปรียบเทียบปรับ 6,000 บาท ส่วนกรณีขับรถคนเดียวยังมึน! ฝ่ายกฎหมาย กทม.บอกไม่ผิด แต่ ผบช.ภ.1 มองว่าผิด หลายจังหวัดเข้มมาตรการไม่สวมใส่หน้ากาก พร้อมปิดสถานที่เสี่ยง ยอดรายวันติดเชื้อใหม่ยังพุ่งในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 26 เมษายน ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ได้รวบรวมจังหวัดที่มีคำสั่งกำหนดมาตรการให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าเมื่ออยู่นอกเคหสถาน หากฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 นั้น ล่าสุดพบว่ามี 50 จังหวัดแล้ว ส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของ กทม.ชี้แจงว่า กรณีขับรถหรืออยู่ในรถคนเดียวไม่ใส่หน้ากากอนามัยได้ แต่ถ้ามีคนอื่นนั่งมาด้วยต้องใส่หน้ากากอนามัย ฝ่าฝืนจะถูกโทษปรับตามกฎหมายสำหรับผู้ไม่ใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในโลกโซเชียลได้เกิดกระแสโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยในระหว่างการประชุมทีมที่ปรึกษาเรื่องการจัดหาวัคซีนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ผู้ร่วมประชุมทุกคนสวมใส่ จนเกิดคำถามจากสังคมว่าประกาศของ กทม.เลือกปฏิบัติหรือไม่อย่างไร และเมื่อเวลา 15.43 น. เพจเฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โพสต์ข้อความและภาพการประชุมดังกล่าว ล่าสุดได้ลบภาพออกไปแล้ว เนื่องจากเป็นภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยจนเกิดคำถามจากสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ว่า หลังจากการประชุม นายกฯ ได้แจ้งมาให้ตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ ซึ่งได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก เป็นความผิดตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งความผิดดังกล่าว พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ โดยมีอัตราการเปรียบเทียบปรับตามบัญชีท้ายเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อมาผมพร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จึงเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยผมได้กล่าวหาในฐานความผิดดังกล่าว ซึ่งนายกฯ ยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบปรับ จึงได้ให้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ทำการเปรียบเทียบปรับตามอัตราดังกล่าว&amp;rdquo; พล.ต.อ.อัศวินโพสต์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับ สภ.บางปะหัน ยืนยันว่าการจับกุมตำรวจมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติและบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ยังกล่าวถึงการขับรถมาคนเดียวไม่สวมหน้ากากอนามัยว่า ฝ่ายกฎหมายของ กทม.เห็นว่ายังไม่ชัดเจน ซึ่งตำรวจก็เห็นสอดคล้อง เพราะไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ก็อาจพิจารณาหรืออนุโลม ซึ่งต้องใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งการรับรู้ให้ประชาชน หากผ่านช่วงนี้ไปแล้วยังพบว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามก็จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) แถลงชี้แจงการปรับ 500 บาทของ สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ในความผิดฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกเคหสถาน ว่าพนักงานสอบสวนเข้าใจไปว่ามีอำนาจตามกฎหมายควบคุมโรคสามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง จึงสั่งปรับเป็นเงิน 500 บาท ซึ่งได้แย้งไปว่ากรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องปรับในอัตราขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจ?ในการสั่งปรับแทน โดยเชื่อว่าน่าจะปรับได้ต่ำกว่าเงิน 6,000 บาท ดังนั้นจึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเพิกถอนการเสียค่าปรับ 500 บาทไปแล้ว โดยให้ส่งศาลพิจารณา พร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนที่ทำไปโดยพลการ ซึ่งจากนี้จะกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางเดียวกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลยังชี้แจงถึงการขับรถยนต์คนเดียวโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าข่ายความผิดกฎหมายหรือไม่ ว่า หากตีความตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดถือว่าผิด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว แต่คำสั่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงไม่ต้องการให้ประชาชนตีความเป็นอย่างอื่น เพราะหากมีความผิด ตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 ยืนยันว่าตำรวจมีการใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่จ้องที่จะเข้าไปจับปรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนา หรือกรณีมีการกระทำความผิด หรือได้รับการร้องเรียน ว่ามีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยบ่อยครั้งในพื้นที่สาธารณะ ตำรวจจึงจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการบังคับใช้เรื่องดังกล่าวในพื้นที่ต่างๆ และตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดนั้น ที่ จ.ปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ได้แถลงคำสั่งจังหวัดปทุมธานีที่ 3927/2564 ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว และกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันโรคเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อจำนวน 110 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.จนถึงปัจจุบัน 1,176 ราย อยู่ในพื้นที่ 662 ราย และนอกพื้นที่ 514 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ 191 ราย, โรงพยาบาลเอกชน 278 ราย และรักษาใน Hospitel 275 ราย ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้มีคำสั่งให้สถานีตำรวจภูธรทุกแห่งในจังหวัดสมุทรปราการ กวดขันจับกุมผู้ที่ไม่ใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัยที่สัญจรไปมาทั้งในรถยนต์และที่เดินตามถนนหนทาง ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่? สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานผู้ป่วยโควิด-19? รายใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดมี 78 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมอยู่ที่ 3,302 ราย ขณะที่จังหวัดได้ออกมาตรการเพิ่มเติมในมาตรการควบคุมการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ส่งผลให้ทาง อ.เกาะช้าง และสำนักงานสาธารณสุข พร้อมผู้ประกอบการได้ร่วมประชุมหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมีความเห็นตรงกันที่จะให้มีการปิดเกาะช้างเป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ หรือประมาณ 21 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ที่ จ.นครราชสีมา ได้มีการกำชับถึงการเอาจริงในการสวมใส่แมสก์ เพราะล่าสุดพบผู้ติดเชื้อใน 26 อำเภอ จาก 32 อำเภอแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20 ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสม 467 ราย รักษาหาย 88 ราย ยังรักษาอยู่ 378 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 12 ราย ทำให้จำนวนยอดผู้ป่วยสะสมรวม 325 ราย รักษาหายขาดแล้ว 44 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง 26 อำเภอมี 281 ราย และได้รับข่าวดีเมื่อรัฐบาลได้พิจารณาให้ขอนแก่นได้รับวัคซีนซิโนแวครอบพิเศษที่จะส่งมายังจังหวัดในช่วงปลายเดือนนี้ โดยยังคงรอข้อสรุปว่าจะได้จัดสรรมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 7 ราย รวมยอดสะสม 84 ราย แต่ที่จังหวัดกังวลคือการป้องกันกลุ่มคนที่หนีจากพื้นที่เสี่ยง เช่น กทม.มารักษาที่นครพนม เพราะมีรายงานข่าวว่าเตียงสนามไม่เพียงพอ และล่าสุดพบแล้ว 2 เคส คือสาวไปทำงานที่ จ.ปัตตานี และชายชาวจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.หนองคาย พบมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 10 ราย ยอดสะสม 40 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 6 ราย ขณะที่ จ.อำนาจเจริญนั้น รายงานว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย ผู้ป่วยยืนยันระลอก 3 สะสม 32 ราย ส่วน จ.บุรีรัมย์ได้ออกมาตรการเข้ม โดยหากมีครอบครัวมาจากพื้นที่สีแดงจะกักตัว 14 วัน และครอบครัวสีเหลืองจะมีป้ายแยกในรายครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพื้นที่ในภาคใต้นั้น จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 24 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 239 ราย รักษาหายแล้ว 13 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 226 ราย เช่นเดียวกับที่ จ.ปัตตานี ที่พบผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก 4 ราย ยอดรวมพุ่งเป็น 50 ราย ไม่ต่างจากที่ จ.พัทลุง ที่มีพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก 7 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 115 ราย โดยได้มีการหารือและอาจมีการล็อกดาวน์หมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อสูงด้วย ส่วนที่ จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1-26 เม.ย. รวม 492 ราย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100836</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปรับบิ๊กตู่, ปิดสถานที่เสี่ยง, มาตรการไม่สวมใส่หน้ากาก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ใส่หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086cdb1d06a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
