<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบขาวขวาง &#039;โบลตัน&#039; ให้การซัด &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทีมทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดขวางความพยายามของพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้เรียก &amp;quot;จอห์น โบลตัน&amp;quot; อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าให้การในการไต่สวนข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ในวุฒิสภา รีพับลิกันเร่งโหวตศุกร์นี้โดยไม่เรียกพยานให้การแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอห์น โบลตัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าของกระบวนการไต่สวนในวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม เกิดขึ้นควบคู่กับการเปิดเผยว่าทำเนียบขาวส่งจดหมายเตือนไปยังทนายความของจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวที่โดนทรัมป์ปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ว่าหนังสือบันทึกความทรงจำ &amp;quot;The Room Where it Happened&amp;quot; ของเขามีเนื้อหาละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ และห้ามตีพิมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายเตือนฉบับนี้ส่งถึงทนายความของโบลตันเมื่อวันที่ 23 มกราคม แต่เพิ่งเป็นข่าวเมื่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสซี) แถลงในวันพุธว่า หลังการตรวจทานร่างเบื้องต้น ตามระเบียบขั้นตอนเมื่อลูกจ้างของทำเนียบขาวประพันธ์หนังสือ ก็พบว่าหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลลับจำนวนมาก &amp;quot;ข้อมูลบางอย่างจัดอยู่ในระดับลับสุดยอด&amp;quot; เอ็นเอสซีกล่าวเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หนังสือของโบลตันเปิดโปงว่าประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับเขาด้วยตนเองเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่า การระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนนั้นเกี่ยวโยงโดยตรงกับข้อเรียกร้องให้ยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของทรัมป์ ด้วยข้อกล่าวหาคอร์รัปชันที่ไม่มีมูล คำกล่าวอ้างนี้สอดคล้องกับข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตโจมตีโบลตันเมื่อวันพุธว่า อดีตผู้ช่วยของเขารายนี้จะเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อกล่าวหาที่สร้างความเสียหายแก่ตัวเขาในหนังสือที่ไม่เป็นความจริงและน่ารังเกียจ สาเหตุเป็นเพราะโบลตันโดนเขาปลดจากตำแหน่ง และยังอ้างด้วยว่า หากเขาฟังคำแนะนำของโบลตัน สหรัฐคงเผชิญสงครามโลกครั้งที่ 6 ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การงัดข้อกันในวุฒิสภาระหว่าง ส.ว.เดโมแครตและรีพับลิกันเกี่ยวกับการเรียกโบลตันเข้าให้การนั้นดุเดือดยิ่งขึ้นเมื่อสมาชิกสลับกันตั้งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรต่อฝ่ายกฎหมายของเดโมแครต 7 คนจากสภาล่าง และทนายความของทำเนียบขาว โดยมีผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานอ่านคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มีกำหนดประชุมกันอีกทีเวลา 13.00 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครต ยอมรับว่า การระดมเสียงสนับสนุนให้มากพอเพื่อเรียกโบลตันเข้าให้การนั้นเป็นการต่อสู้ที่ยากเย็นยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภานี้ด้วยจำนวน ส.ว. 53 คน ส่วนเดโมแครตมี 47 คน พวกเขาต้องการเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.รีพับลิกัน 4 คน จึงจะเรียกโบลตันซึ่งประกาศว่าเขาพร้อมเข้าให้การต่อคองเกรส มาให้การได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้ ส.ว.รีพับลิกันคัดค้านการเรียกพยานเข้าให้การในการไต่สวนเพื่อถอดถอนเขา ซึ่งวางแผนจะลงมติกันในวันศุกร์นี้ โดยไม่ได้เรียกพยานเข้าให้การแม้แต่รายเดียว และเสียงข้างมากจะลงคะแนนสนับสนุนทรัมป์อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเปิดทางสะดวกให้ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปีอย่างสบายใจในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น บาร์ราสโซ ส.ว.รีพับลิกันจากไวโอมิง ตอกย้ำจุดยืนของพรรคที่คัดค้านการเรียกพยานเข้าให้การ โดยบอกว่าอเมริการับฟังมามากพอแล้ว ส่วนทำเนียบขาวยืนยันว่าจะคัดค้านการให้การแน่นอนและการต่อสู้ก็จะต้องไปจบในชั้นศาล ซึ่งจะเสียเวลาอีกหลายเดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55919</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ถอดถอน, ทำเนียบขาว, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e23e6b896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;ทรัมป์&#039; ส่งอดีตที่ปรึกษาเข้าให้การคองเกรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถอ้างเอกสิทธิ์คุ้มครองเพื่อห้ามไม่ให้อดีตที่ปรึกษาเข้าให้การต่อ กมธ.สภาคองเกรส ระบุ &amp;quot;ประธานาธิบดีไม่ใช่กษัตริย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดอน แม็กแกห์น ขณะนั่งฟังกรรมาธิการการตุลาการ วุฒิสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า คำพิพากษาคดีนี้เกี่ยวข้องกับดอน แม็กแกห์น อดีตที่ปรึกษาของทำเนียบขาว ซึ่งถูกคณะกรรมาธิการการตุลาการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เรียกเข้าให้การเมื่อเดือนพฤษภาคม เกี่ยวกับการสอบสวนคำกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559 แต่ทำเนียบขาวไม่ยอมให้เขาเข้าให้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาเคทานจี แจ็กสัน มีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลไม่สามารถอ้างเอกสิทธิ์เด็ดขาดเพื่อปฏิเสธการเข้าให้การโดยอ้างเหตุผลความใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐ คำตัดสินคดีนี้แม้จะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับกรณีของแม็กแกห์น แต่ก็ยังสามารถใช้ได้กับผู้ช่วยของประธานาธิบดีทั้งในอดีตและปัจจุบันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีไม่ใช่กษัตริย์&amp;quot; แจ็กสันเขียนในคำตัดสิน &amp;quot;ไม่มีผู้ใด แม้แต่ผู้นำของฝ่ายบริหาร ที่อยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาหญิงท่านนี้กล่าวด้วยว่า คองเกรสมีอำนาจเรียกที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทุกคนเข้าให้การ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องกับนโยบายภายในหรือประเด็นความมั่นคงแห่งชาติที่อ่อนไหวหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษานี้กรุยทางให้คณะกรรมาธิการการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังไต่สวนเพื่อตั้งข้อกล่าวหาถอดถอนทรัมป์ สามารถบังคับพยานระดับสูง 3 คนเข้าให้การได้ บุคคลเหล่านี้ประกอบด้วย จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ, มิค มัลวานีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เชื่อกันว่าทั้ง 3 คนรับรู้โดยตรงเรื่องที่ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าต้องการให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา เพื่อแลกกับการพบกับทรัมป์และความช่วยเหลือทางทหารหลายร้อยล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวจะยังไม่ยอมให้แม็กแกห์นเข้าให้การทันทีทันใด โดยเคอร์รี คูเพ็ก โฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า กระทรวงมีแผนจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของแจ็กสัน และคดีนี้อาจไปจบลงที่ศาลฎีกา และระหว่างนี้กระทรวงอาจขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้แม็กแกห์นเข้าให้การ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51188</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการตุลาการ, ดอน แม็กแกห์น, ศาลสหรัฐ, สภาคองเกรส, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd32d15701c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตทนายให้การ ซัด &#039;ทรัมป์&#039; เหยียดผิว-หลอกลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวและมือขวาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อวันพุธ โจมตีผู้นำสหรัฐรายนี้ว่าเป็นจอมหลอกลวง เหยียดผิว และขี้โกง แต่ยอมรับไม่มีหลักฐานมัดทรัมป์สมคบกับรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาให้การต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบและปฏิรูป สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า โคเฮนเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยาวนาน 5 ชั่วโมง เมื่อวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เปิดโปงพฤติกรรมของอดีตเจ้านายเขาหลายเรื่องด้วยกัน เช่น การสั่งให้เขาจ่ายเงินปิดปากดาราหนังโป๊เมื่อปีที่แล้วเพื่อไม่ให้เปิดเผยสัมพันธ์สวาทระหว่างเธอกับทรัมป์ หรือกรณีที่วิกีลีกส์เผยแพร่อีเมลของทีมงานนางฮิลลารี คลินตัน ที่ได้จากแฮ็กเกอร์ชาวรัสเซีย ซึ่งเขาบอกว่าทรัมป์รู้เรื่องนี้ล่วงหน้าตั้งแต่กลางปีเลือกตั้ง 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคเฮนอ้างด้วยว่า ทนายความส่วนตัวของทรัมป์และครอบครัวทรัมป์หลายคนได้ตรวจสอบและดัดแปลงคำให้การเป็นลายลักษณ์ของเขาที่ยื่นต่อคองเกรสเมื่อปี 2560 ซึ่งโคเฮนโกหกเกี่ยวกับข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์ในกรุงมอสโก ที่บริษัทของทรัมป์เจรจาต่อรองระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะให้การซัดทอดทรัมป์ด้วยถ้อยคำรุนแรงด้วยความโกรธและสะเทือนอารมณ์เป็นระยะ แต่อดีตทนายของทรัมป์ผู้นี้ไม่ได้แสดงหลักฐานใหม่ที่จะพิสูจน์ว่าทีมงานหาเสียงของทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย หรือแสดงหลักฐานว่าทรัมป์และบริษัททรัมป์ออร์แกไนเซชัน ทำผิดกฎหมายทางการเงิน อันเป็นประเด็นที่คณะสอบสวนหลายชุดของรัฐบาลกลางและคองเกรสกำลังตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่โคเฮนให้การต่อสภาโดยมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ด้วย กลับเป็นการบรรยายบุคลิกลักษณะของทรัมป์ที่เขาทำงานให้นานกว่า 10 ปี ว่าเป็นบุคคลศีลธรรมบกพร่องที่บังคับให้ลูกน้องโกหก และสนใจแต่เรื่องของตนเองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับนายทรัมป์ เขาเป็นคนเหยียดผิว เขาเป็นคนหลอกลวง และเป็นคนขี้โกง&amp;quot; โคเฮนบรรยายถึงทรัมป์ ผู้ที่เขาระบุด้วยว่า เป็นเผด็จการอำนาจนิยมที่พร้อมจะใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตทนายผู้นี้โดนศาลตัดสินจำคุก 3 ปี เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จากการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกรณีการจ่ายเงินปิดปากดาวโป๊แทนทรัมป์และให้การเท็จต่อสภา ทั้งสองข้อหานี้โคเฮนอ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องทรัมป์ กับความผิดฐานเลี่ยงภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบขาวและรีพับลิกันพยายามลดความน่าเชื่อถือของคำให้การครั้งนี้ โดยชี้ว่าเขามีประวัติให้การเท็จมาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30188</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหลอกลวง, เหยียดผิว, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้การ, ไมเคิล โคเฮน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77e67778584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.รีพับลิกันดันโหวต &#039;คาวานอห์&#039; ขึ้นบัลลังก์ศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.รีพับลิกันผลักดันให้คณะกรรมาธิการตุลาการเดินหน้าจัดการลงมติรับหรือไม่รับผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ประธานาธิบดีเสนอชื่อในวันศุกร์ หนึ่งวันหลังจากผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ และอาจารย์หญิงที่กล่าวหาเขาพยายามข่มขืน เข้าให้การต่อ กมธ.นานหลายชั่วโมง ทรัมป์ประกาศเชื่อถ้อยคำของผู้พิพากษาหัวอนุรักษนิยมรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูป้ายต่อต้านผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ ขณะชุมนุมบนถนนด้านนอกอาคารรัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวในรัฐสภาสหรัฐครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคนอเมริกันอย่างใจจดใจจ่อ เนื่องจากการแต่งตั้งตุลาการศาลฎีกาคนใหม่ครั้งนี้จะส่งผลต่อดุลของศาลสูงสุดของสหรัฐที่จะทำหน้าที่ชี้ขาดข้อกฎหมายในทุกเรื่องราวที่กระทบต่อคนอเมริกันต่อไปอีกหลายปี หากคาวานอห์ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ได้ เขาจะเป็นตุลาการศาลฎีกาคนที่ 9 แทนที่ผู้พิพากษาแอนโธนี เคนเนดี ผู้ไม่ยึดติดฝ่ายอนุรักษนิยมหรือเสรีนิยม ซึ่งขอเกษียณตัวเองในวัย 82 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐที่เหลือ 8 ท่าน แบ่งเป็นอนุรักษนิยมและเสรีนิยมอย่างละครึ่ง ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อคาวานอห์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์วัยเพียง 53 ปีขึ้นรับตำแหน่งที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอดชีวิตนี้ ด้วยเป้าหมายที่หวังให้ศาลแห่งนี้โน้มเอียงไปทางอนุรักษนิยมอีกหลายปีนับจากนี้ ทว่าการเสนอชื่อคาวานอห์ให้วุฒิสภารับรองเกิดความไม่แน่นอนขึ้น แม้รีพับลิกันจะมีเสียงข้างมากในสภาสูงนี้ด้วยคะแนน 51 ต่อ 49 คนของเดโมแครต เมื่อมีสตรี 3 คนออกมากล่าวหาพฤติกรรมอื้อฉาวทางเพศของเขา โดยรายแรกคือ ดร.คริสตีน, บลาซีย์ ฟอร์ด อาจารย์มหาวิทยาลัยวัย 51 ปี ขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายนที่ผ่านมานานหลายชั่วโมง ก่อนที่คาวานอห์จะเข้าให้การตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 กล่าวว่า การให้การของทั้งคู่เปี่ยมด้วยอารมณ์ โดยเฉพาะคาวานอห์นั้นมีทั้งความโกรธ เสียใจระคนคับแค้น เขายืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหาของฟอร์ดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 36 ปีก่อน ขณะนั้นเขาอายุ 17 และฟอร์ดอายุ 15 แม้เขาจะบอกว่าไม่ได้ฟังการไต่สวนเธอก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพชุดแสดงสีหน้าจากอารมณ์ต่างๆ ของผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ ขณะให้การต่อคณะกรรมาธิการตุลาการ วุฒิสภา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์ดซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูก 2 คน อ้างระหว่างให้การนาน 4 ชั่วโมงว่า คาวานอห์และเพื่อนอีกคนคือมาร์ก จัดจ์ พยายามข่มขืนเธอด้วยความมึนเมา ระหว่างปาร์ตี้เด็กมัธยมปลายที่แมริแลนด์เมื่อปี 2525 เธอมั่นใจว่าจำไม่ผิดคน เธอรอดมาได้ระหว่างช่วงชุลมุนที่ชายทั้งสองพยายามยื้อแย่งกันปลุกปล้ำเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคาวานอห์ยืนกรานว่า เหตุการณ์ที่ฟอร์ดกล่าวหานั้นไม่เคยเกิดขึ้น เขายังกล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่าพยายามทำลายชื่อเสียงของเขา และว่าการต่อสู้กันในกระบวนการยืนยันการแต่งตั้งเขาครั้งนี้ถือเป็นความอัปยศแห่งชาติ คาวานอห์ประกาศด้วยว่าเขาจะไม่ยอมถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสตีน, บลาซีย์ ฟอร์ด ตอบการซักถามของคณะกรรมาธิการตุลาการ ที่รัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่ายังเปิดโอกาสสำหรับการเปลี่ยนใจ รีบทวีตทันทีภายหลังการไต่สวนจบลงได้ไม่กี่นาทีว่า คำให้การของคาวานอห์นั้นทรงพลัง ซื่อสัตย์และตราตรึงใจ เขาเชื่อมั่นในตัวผู้พิพากษาคนนี้ เดโมแครตใช้กลยุทธ์น่าเกลียดเพื่อถ่วงเวลาและขัดขวาง วุฒิสภาต้องลงมติกันได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มิตช์ แม็คคอนเนล ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากพรรครีพับลิกัน ตอบรับทันทีว่าทรัมป์จะได้รับตามความประสงค์ และคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งมีรีพับลิกัน 11 คน เดโมแครต 10 คน จะลงมติกันทันทีในวันศุกร์ และคาดว่าจะส่งให้วุฒิสภาเต็มคณะลงมติได้ภายในไม่กี่วันหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง สมาคมนักกฎหมายอเมริกันได้ทำจดหมายส่งถึง ส.ว.ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ เรียกร้องให้เลื่อนการลงมติออกไปจนกว่าตำรวจสอบสวนกลางสหรัฐหรือเอฟบีไอจะสอบสวนคำกล่าวหานี้ โดยชี้ว่าการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกานั้นมีความสำคัญมากเกินกว่าการเร่งรีบลงคะแนน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18649</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการตุลาการ, คริสตีน บลาซีย์ ฟอร์ด, ผู้พิพากษาศาลสูงสุด, วุฒิสภาสหรัฐ, ศาลฎีกาสหรัฐ, เบรตต์ คาวานอห์, ให้การ, ไต่สวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180928/image_big_5bae3196891e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตจี้คองเกรสเรียกล่าม &#039;ทรัมป์&#039; ให้การ หวั่นแอบตกลงกับ &#039;ปูติน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้คองเกรสเรียกล่ามที่ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เข้าให้การ เพื่อคลายความสงสัยว่าทรัมป์แอบไปตกลงอะไรไว้กับปูตินหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารินา กรอสส์ (ซ้าย) ทำหน้าที่ล่ามให้โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างพบกับวลาดิมีร์ ปูติน ที่กรุงเฮลซิงกิ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเรียกร้องของสมาชิกพรรคเดโมแครต เมื่อวันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2561 เกิดขึ้นภายหลังมีความห่วงกังวลมากขึ้นในสหรัฐเกี่ยวกับการเจรจาเป็นการส่วนตัวระหว่างทรัมป์กับปูตินที่กรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหลังการประชุมสุดยอด ทรัมป์ได้แถลงข่าวปกป้องรัสเซียทำนองว่าเขาเชื่อถ้อยคำยืนยันของปูตินที่ว่ารัสเซียไม่ได้แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ ท่าทีของทรัมป์ถูกประณามทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครต หลังจากนั้นทรัมป์จึงแก้ตัวว่าเขาพูดผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ทรัมป์และปูตินปิดห้องเจรจาความกันนานถึง 2 ชั่วโมง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นอยู่ด้วย เว้นแต่ล่ามของแต่ละคน สมาชิกพรรคเดโมแครตกล่าวว่า มารินา กรอสส์ ล่ามหญิงที่ทำหน้าที่แปลภาษาให้ทรัมป์และจดบันทึกการสนทนา น่าจะมีข้อมูลที่สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเบิร์ต เมเนนเดซ ส.ว.เดโมแครตในคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ วุฒิสภา กล่าวกับสถานีเอ็มเอสเอ็นบีซีว่า พวกตนต้องการให้ล่ามคนนี้มาให้การต่อคณะกรรมาธิการ และต้องการเห็นสิ่งที่จดบันทึกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ริชาร์ด บลูเมนธาล และจีน ชาฮีน ก็เรียกร้องให้เชิญล่ามคนนี้มาให้การ เช่นเดียวกับ ส.ส.โจ เคนเนดี และบิล พาสเครล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาฮีนกล่าวว่า การไต่สวนล่ามคนนี้จะช่วยให้ผู้แทนในคองเกรสและประชาชนอเมริกันตัดสินใจได้ว่าทรัมป์ได้หารือและทำความตกลงอะไรไว้ในฐานะตัวแทนของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบ็อบ คอร์เกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ วุฒิสภา กล่าวว่า เขาจะพิจารณาข้อเสนอนี้ แต่ก็ออกตัวว่า ล่ามไม่ได้เป็นนักการเมือง พวกเขามีสัญญาว่าจ้าง และในอนาคตคงไม่มีใครจดบันทึก หากต้องถูกเรียกให้การหรือส่งมอบย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเป็นไปได้สูงที่ทำเนียบขาวจะปฏิเสธคำร้องและอ้างเอกสิทธิ์ของประธานาธิบดี โดยโต้แย้งว่าไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนต้องเปิดเผยถ้อยคำจากการสนทนาเป็นการส่วนตัว และผู้ช่วย เช่น นักแปล ก็ไม่ควรถูกบังคับให้เปิดเผยด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ปฏิเสธว่า เธอไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อเรียกร้องนี้ และขอให้สอบถามที่กระทรวงการต่างประเทศ ส่วนเฮทเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงก็บอกว่า ยังไม่มีคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้กรอสเข้าให้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอร์เกอร์กล่าวด้วยว่า ยังมีทางเลือกที่ดีกว่าคือ การไต่สวนไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งอยู่ที่เฮลซิงกิกับทรัมป์ด้วย และมีความเป็นไปได้มากว่าทรัมป์จะสรุปเนื้อหาการเจรจาให้เขาฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอมีกำหนดเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการชุดของคอร์เกอร์ ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินซีย์ แกรห์ม ส.ว.รีพับลิกัน กล่าวว่า มีแนวโน้มที่เขาจะไม่สนับสนุนการเรียกล่ามมาให้การต่อคองเกรส สิ่งที่เขาอยากรู้จากปอมเปโอคือ ทรัมป์และปูตินได้ทำความตกลงอะไรกันไว้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13738</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองเกรส, ซัมมิต, ทรัมป์, ปูติน, มารินา กรอสส์, ล่าม, เดโมแครต, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b50a7d76ff87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; ให้การคองเกรส ขอโทษเฟซบุ๊กทำข้อมูลผู้ใช้รั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊กให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวขอโทษกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 80 ล้านคนรั่วไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก ใส่สูทผูกเนคไทเข้าให้การต่อสภาคองเกรส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 10 เมษายน 2561 มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊กเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐโดยใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง จากกรณีที่บริษัท เคมบริดจ์อนาลิติกา ของอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้ทีมหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 ถูกเปิดโปงว่านำข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กถึง 87 ล้านคนไปใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของเขาและเขาขอโทษ เขาเป็นผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กและเป็นผู้ดำเนินกิจการ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นความรับผิดชอบของเขา นอกจากนี้เขายังบอกด้วยว่าเฟซบุ๊กล้มเหลวในการปกป้องแพลตฟอร์มนี้ จากการเผยแพร่ข่าวปลอม, การแทรกแซงของต่างชาติในการเลือกตั้ง, เฮตสปีช รวมถึงเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก เตรียมให้การต่อคณะกรรมาธิการการพาณิชย์, วิทยาศาสตร์และคมนาคม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการตุลาการ วุฒิสภา&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีอีโอวัย 33 ปีกล่าวด้วยว่า มีบางคนในรัสเซียที่พยายามจะหาประโยชน์จากระบบของเฟซบุ๊กและระบบอินเทอร์เน็ตอื่นๆ นี่เป็นการแข่งขันในทางอาวุธ ซึ่งพวกเขากำลังทำได้ดีขึ้น พวกเราก็จะต้องลงทุนเพื่อทำให้ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัคเคอร์เบิร์กเผยว่า เฟซบุ๊กให้ความร่วมมือกับ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่สอบสวนเรื่องที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 โดยมีการสอบถามพนักงานเฟซบุ๊กบางคน แต่เขาไม่ได้โดยเรียกสอบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความลับที่เขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในที่สาธารณะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษ, ข้อมูลรั่ว, คองเกรส, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, วุฒิสภาสหรัฐ, เฟซบุ๊ก, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace112a5433f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
