<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสินจำคุก40เดือน คนสนิท&#039;ทรัมป์&#039;โกหกคองเกรสคดีรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลสหรัฐตัดสินลงโทษจำคุก 40 เดือน โรเจอร์ สโตน เพื่อนเก่าแก่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฐานขัดขวางการสอบสวนของสภาคองเกรสกรณีรัสเซียแทรกแซงเพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งปี 2559 ทรัมป์ยังรอดูการพิจารณาคดีใหม่ ไม่รีบอภัยโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเจอร์ สโตน ได้รับการคุ้มกันออกจากศาลแขวงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายหลังถูกตัดสินจำคุก 40 เดือน เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเจอร์ สโตน สมาชิกพรรครีพับลิกันรุ่นเก๋าที่เป็นเพื่อนเก่าแก่ที่ทรัมป์ไว้วางใจมากที่สุด ถูกคณะลูกขุนตัดสินเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่ามีความผิด 7 กระทง อาทิ ให้การเท็จต่อสภาคองเกรส, ยุ่งเหยิงกับพยาน และขัดขวางการสอบสวนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กรณีข้อกล่าวหาว่าคณะหาเสียงของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียโกงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอมี เบอร์แมน แจ็กสัน ผู้พิพากษาศาลแขวงของสหรัฐ กล่าวขณะอ่านคำพิพากษาโทษจำคุก 40 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ว่า ความจริงยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แม้สโตนจะยืนกรานว่าไม่ใช่ ความก้าวร้าวความถือดีในคำโกหกของเขาเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันรากฐานที่สุดของสหรัฐนั่นคือประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สโตนจะยังเป็นอิสระระหว่างรอการพิจารณาว่าศาลจะเปิดการพิจารณาคดีของเขาใหม่หรือไม่ ภายหลังคำพิพากษา ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นทันทีว่าสโตนมีโอกาสดีมากที่จะพ้นจากความผิด และกล่าวโจมตีคณะลูกขุนโดยไม่มีหลักฐานว่า &amp;quot;ด่างพร้อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้ทรัมป์เพิ่งสร้างประเด็นถกเถียงเมื่อเขาอภัยโทษความผิดให้อาชญากรเกือบ 12 คนที่มีความเกี่ยวข้องกับเพื่อนและพันธมิตรทางการเมืองของเขา ซึ่งรวมถึงนักการเมืองคอร์รัปชันและอดีตนายตำรวจที่เลี่ยงภาษี แต่กรณีของสโตน ทรัมป์แสดงท่าทีว่าเขาจะยังไม่อภัยโทษให้ แต่จะรอให้กระบวนการเดินหน้าต่อไปก่อน เมื่อถึงเวลาหนึ่งเขาจะตกลงใจเอง รอคอยไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐเคยฉุนเฉียวที่อัยการเสนอให้ศาลลงโทษจำคุกสโตนถึง 9 ปีตามแนวทางการกำหนดโทษของรัฐบาลกลาง และยังโจมตีคณะลูกขุน รวมถึงผู้พิพากษาแจ็กสัน ซึ่งปีที่แล้วเพิ่งตัดสินจำคุกพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานหาเสียงของเขาฐานล็อบบี้อย่างผิดกฎหมายและยุ่งเหยิงพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาเดียวกับที่ทรัมป์ทวีตแสดงความไม่พอใจกับการเสนอโทษหนัก บิล บาร์ รัฐมนตรียุติธรรม ก็เข้าแทรกแซงโดยลงความเห็นว่าโทษดังกล่าวสุดโต่งและหนักเกินเหตุ ส่งผลให้อัยการคดีนี้ทั้ง 4 คนลาออกจากการทำคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57827</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนสนิททรัมป์, รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเจอร์ สโตน, ให้การเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4ff0aa35307.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอเว้นโทษจำคุก &#039;ไมเคิล ฟลินน์&#039; อดีตกุนซือทรัมป์ขี้ปด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการพิเศษสหรัฐสหรัฐทำหนังสือถึงศาลวอชิงตัน เสนอให้ละเว้นการลงโทษจำคุก &amp;quot;ไมเคิล ฟลินน์&amp;quot; อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่รับสารภาพให้การเท็จต่อเอฟบีไอ ระบุฟลินน์ให้ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์มากต่อการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 สิงหาคม 2556 โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) แถลงอำลาตำแหน่งที่กระทรวงยุติธรรม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้สอบสวนข้อกล่าวหารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 ที่เสนอแนะต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีขึ้นก่อนหน้าที่ศาลแขวงดิสตริกต์ออฟโคลัมเบียจะมีคำพิพากษาวันที่ 18 ธันวาคมนี้ หลังจากที่ถูกเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้งใน 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ด้วยว่า อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวที่โดนบีบให้ลาออกหลังเข้ารับตำแหน่งไม่กี่สัปดาห์ อาจเป็นพยานคนสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า ฟลินน์รับสารภาพเมื่อปีที่แล้วว่าเขาโกหกเกี่ยวกับการติดต่อกับคนของรัสเซียภายหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 แต่บันทึกช่วยจำที่มุลเลอร์ยื่นต่อศาลเพื่อเสนอแนะให้ละเว้นโทษจำคุกนั้น เขาระบุว่า ฟลินน์ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนของเขา และการสอบสวนคดีอาญาของหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่นที่ไม่เปิดเผย ซึ่งรวมถึงการเข้าให้ปากคำ 19 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์กล่าวว่า ถึงแม้ฟลินน์จะทำผิด &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; แต่อดีตนายพล 3 ดาวและอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารของเพนตากอนรายนี้ มีประวัติที่ดีในการทำงานให้กองทัพและงานบริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลินน์เป็นบุคคลแรกที่ยอมรับสารภาพผิด ในการสอบสวนโดยคณะของมุลเลอร์เกี่ยวกับคำกล่าวหาว่าคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้ง เขาเป็นบุคคลระดับสูงที่คลุกวงในและติดตามทรัมป์ออกงานสำคัญๆ รวมถึงการปราศรัยสำคัญต่อที่ประชุมพรรครีพับลิกันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 แล้วต่อมาทรัมป์แต่งตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเข้ารับตำแหน่ง สถานะของฟลินน์ทำให้เขามีโอกาสเป็นพยานปากสำคัญอย่างที่สุด แต่การที่ฟลินน์เคยให้การเท็จหลายครั้ง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าน่าจะลดค่าความสำคัญในฐานะพยานปากเอกของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 ธันวาคม 2560 พลเอกไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดินออกจากศาลในกรุงวอชิงตัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลินน์เคยให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 หรือ 4 วันหลังทรัมป์สาบานตนรับตำแหน่ง โดยโกหกเกี่ยวกับคำสนทนาระหว่างเขากับเซอร์เกย์ คิสล์ยัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ระหว่างการพบกันเมื่อเดือนธันวาคม 2559 หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งแล้ว ครั้งนั้นมีบันทึกดักฟังคำสนทนาโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ที่เปิดโปงว่าฟลินน์พยายามบ่อนทำลายนโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียตอบโต้การแทรกแซงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำสนทนาครั้งนั้น ดูเหมือนฟลินน์พยายามทำความตกลงทางการเมืองกับรัสเซีย โดยบอกให้รัสเซียอดรนไว้ก่อน อย่าเพิ่งตอบโต้ เพราะทรัมป์จะยกเลิกการคว่ำบาตรนี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนจับได้ว่าเขาโกหกรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เรื่องการนัดพบกับทูตรัสเซียครั้งนี้ ฟลินน์ก็ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเดือนมีนาคม 2561 ในการให้ปากคำครั้งที่ 2 กับสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ฟลินน์ก็โกหกอีกครั้งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงก่อนและหลังเลือกตั้ง ที่เขาทำสัญญาวิ่งเต้นมูลค่า 530,000 ดอลลาร์ในนามตัวแทนล็อบบี้ของตุรกี ซึ่งเขาไม่ได้รายงานเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของมุลเลอร์กล่าวว่า ในเวลานั้น จำเลยเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และทำหน้าที่ตัวแทนหาเสียงของทรัมป์ โดยได้แสดงทัศนะอย่างเปิดเผยในประเด็นความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้บันทึกนี้จะเสนอโทษสถานเบา แต่มุลเลอร์ก็ไม่ได้แย้มว่าฟลินน์ได้ให้การที่เป็นประโยชน์อะไรไว้ อย่างไรก็ดี ในภาคผนวกมีการปิดบังข้อความหลายช่วงหลายตอนที่บ่งบอกว่า ฟลินน์อาจกำลังช่วยเหลือการสอบสวนของหน่วยงานอื่นที่นอกเหนือจากคณะของมุลเลอร์ด้วย ซึ่งอาจรวมถึงความสัมพันธ์ด้านการเงินระหว่างทรัมป์กับรัสเซียผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23591</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, อดีตกุนซือ, เว้นโทษจำคุก, แทรกแซงเลือกตั้ง, โกหกเอฟบีไอ, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ให้การเท็จ, ไมเคิล ฟลินน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181205/image_mid_5c07de7feb322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก4 ปี&#039;สับ วาปี&#039;กุญแจดอกสำคัญคดีครูจอมทรัพย์ ส่วนเมียโดนไป3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.61- คดีนางจอมทรัพย์ &amp;nbsp;แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ที่ถูกพนักงานอัยการจังหวัดนครพนมเป็นโจทก์ฟ้องในคดีอาญาเลขที่ 295/60 ข้อหาซ่องโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสารฯลฯ มีจำเลยร่วมอีกจำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนคนสนิท &amp;nbsp;2.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ 3.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานที่นั่งซ้อนท้าย จยย.มากับนางทัศนีย์ &amp;nbsp;4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์ 5.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนสนิทอีกคนของนางจอมทรัพย์ 6.นางรจนา จันทรัตน์ เจ้าของฉายานักสืบโซเซียล &amp;nbsp;7.น.ส.วาสนา เพ็ชรทอง หลานสาวผู้วิ่งเต้นด้านเอกสารระหว่างนางจอมทรัพย์ต้องโทษ &amp;nbsp;8.นายสับ วาปี ผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถ และ 9.นางจันทร์ วาปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสับกับนางจันทร์สองผัวเมีย รับสภาพในข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จ ศาลฯจึงแยกสำนวนออกมาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 290/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ 4645/2561 โดยอัยการจังหวัดฯเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสองผัวเมียในข้อหา ซ่องโจร ความผิดต่อเจ้าพนักงาน และความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งศาลฯได้นัดจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษา ในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดนครพนมออกนั่งบัลลังก์แล้ว มีคำพิพากษาว่า นายสับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด กฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนฯ และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันยเป็นลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก 3 ปี ฐานซ่องโจร 1 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เฉพาะฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีคดีอาญาต่อศาล เป็นจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ &amp;nbsp;ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกกำหนด 2 ปี 10 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172(เดิม) และ 267(เดิม) ประกอบมาตรา 93,177 วรรคสอง(เดิม) มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวน จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 9 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 2 ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตามพฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก หลังสิ้นคำพิพากษานายสับและนางจันทร์ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เพื่อจะขอความเมตตาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19476</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีครูจอมทรัพย์, จำคุก, สับ วาปี, ให้การเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbc9477aaadc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
