<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุย้อน‘ปู’หนี‘ว.5’ ยัน‘บิ๊กตู่’เข้าสภาฯตอบถวายสัตย์สองสามประโยคแล้วให้ผู้รู้แจงแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องไปสภาตอบคำถามปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบสองสามประโยคแล้วให้คนอื่นชี้แจงต่อ เพราะคนที่รู้มีเยอะ ตอกเพื่อไทยหน้าหงาย &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; เคยหนีกระทู้ถาม ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ให้รัฐมนตรีคนอื่นตอบแทน &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; เผยญัตติซักฟอกแบบไม่ลงมตินายกฯ อยู่ระหว่างขั้นตอนกลั่นกรองของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ยันไม่มีใครอยากจองล้างจองผลาญ แต่นายกฯ จุดไฟขึ้นมาเอง ด้าน &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; อาการหนักอ้างต่อให้ศาล รธน.วินิจฉัยว่า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ไม่ผิด ฝ่ายค้านก็ซักฟอกต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะให้ทางเลขาธิการสภาฯ ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อแจ้งเหตุผลที่ไม่มาตอบกระทู้ว่า หากเขาส่งหนังสือถามมา จำเป็นต้องชี้แจง แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่าหนังสือมาแล้วหรือยัง และที่ผ่านมาถ้ามีการส่งมา ทางรัฐบาลไม่เคยไม่ตอบ ส่วนกรณีฝ่ายค้านยื่นอภิปรายโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 นั้น นายกฯ ไม่จำเป็นต้องตอบด้วยตัวเอง อยู่ที่ว่าเขาตั้งคำถามถามใคร เพราะมาตรา 152 ไม่ใช่การถามตัวบุคคล เป็นการถามรัฐบาลเพื่อจะให้รัฐบาลตอบ หากใครเกี่ยวข้องก็ไปตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากถามเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ มอบคนอื่นไปตอบได้หรือไม่ รองนายกฯ แจงว่า ถึงอย่างไรนายกฯ ก็ต้องไปอยู่ดี เพราะเขาถามรัฐบาล นายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ถ้าว่างก็ต้องไป และเชื่อว่าท่านจะไป เพียงแต่ว่านายกฯ อาจจะตอบสองสามประโยค แล้วให้คนอื่นตอบ เพราะคนที่รู้มีเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 นั้น เป็นการอภิปรายเฉพาะตัว แต่สามารถให้คนอื่นลุกขึ้นชี้แจงได้ ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่อง สปก. 4-01 ต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ซึ่งเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ รู้เรื่องก็ตอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนายกฯ หนีสภา นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหา เพราะถ้านายกฯ ติดภารกิจก็ไปไม่ได้อยู่ดี ในอดีตมีมาตลอด คราวที่แล้ว สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ เมื่อมีการถามเรื่องโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ก็ให้คนอื่นไปตอบ พอไปชี้แจงฝ่ายค้านเขาก็ถามคนมาชี้แจงแทนว่าเคยไปโรงแรมดังกล่าวหรือ ซึ่งคนมาชี้แจงไม่เคยไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ จึงถูกฝ่ายค้านถามกลับว่าแล้วมาทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตที่รัฐบาลยังไม่มีมติ ครม.เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการต่างๆ มีแต่การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง เพราะหวั่นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า นโยบายออกมาแล้วตั้งหลายเรื่อง ทั้งภัยแล้ง การรับมือสถานการณ์ฮ่องกง การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุระเบิดใน กทม. มีการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว และเรื่องต่างๆ หากเป็นโครงการอะไรต้องสอบถามหน่วยงานต่างๆ ก่อน ซึ่งวันที่ 20 ส.ค.จะมีเรื่องเกี่ยวกับนโยบายออกมามาก เพราะหน่วยงานเริ่มชี้แจงกลับมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงกรอบการพิจารณาบรรจุญัตติของ 214 ส.ส.ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า ขณะนี้ญัตติดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิจารณากลั่นกรองของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าเป็นญัตติที่มีองค์ประกอบครบถ้วนตามระเบียบของบังคับการประชุม อาทิ มีจำนวนครบถูกต้อง ลายเซ็นชื่อท้ายญัตติของสมาชิกแต่ละคนถูกต้อง รวมถึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่จะทำความเห็นเสนอมาถึงตน ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องกระทู้และญัตติ โดยในสัปดาห์หน้า อย่างช้าที่สุด วันที่ 20-21 สิงหาคมนี้ ญัตติก็จะถึงมือตน เพื่อวินิจฉัยบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป&amp;nbsp;
เตรียมบรรจุญัตติซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากญัตติมีองค์ประชุมครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ก็บรรจุได้ทันที แต่หากพิจารณาตามความเห็นของฝ่ายกฎหมายแล้ว ยังมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์เพื่อไม่ให้มีการติฉินนินทา ก็ต้องปรึกษาหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ รวมไปถึงนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ระดมสมองกันเต็มที่ที่สุด แต่ถ้าผลออกมาเป็นญัตติที่ไม่ครบถ้วนจริงๆ ก็ต้องแจ้งเหตุผลกลับไปยัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ในฐานะผู้เสนอญัตติให้นำกลับไปแก้ไขต่อไป ส่วนเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว จะกำหนดให้วันประชุมได้เมื่อไหร่นั้น ก็ต้องประสานสอบถามไปยังรัฐบาลด้วยว่าจะสะดวกมาชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไปได้เมื่อไหร่ โดยสภาจะยึดเอาความพร้อมของทุกฝ่ายประกอบด้วย&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เป็นการตรวจสอบปกติตามกระบวนการของรัฐสภา และเป็นเพียงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เราไม่มีปัญหาอะไรถ้าเป็นการทำตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะใช้สิทธิ์ดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกฝ่ายกำลังใช้ช่องทางของสภาแก้ปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชน รวมถึงปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากเห็นการเมืองเข้าสู่ระบบ มากกว่าการเมืองนอกระบบ หรือการเมืองบนท้องถนน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ จะเกิดผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวคือฝ่ายค้านก็จะใช้เวทีที่ประชุมสภาอภิปรายซักถามข้อสงสัยให้จบสิ้นกระบวนความ ดีกว่าการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ เพราะเป็นการพูดฝ่ายเดียว พูดกันไปกันมาคนละครั้ง คนละเวลา ไม่สามารถหาข้อยุติอะไรได้ ส่วนฝ่ายของนายกรัฐมนตรีก็จะได้ตอบคำถามค้างคาใจของฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อม และการพูดในที่ประชุมสภายังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองด้วย ซึ่งเป็นผลดีกับทุกฝ่ายในการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับประชาชนทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เพื่อน ส.ส.ทุกคนก็สามารถรับฟังทั้งสองฝ่ายเพื่อสามารถใช้ดุลพินิจว่าฝ่ายใดมีเหตุมีผลที่ดีกว่ากัน ตนสนับสนุนการใช้กระบวนการทางรัฐสภาแก้ปัญหาในทุกด้าน จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและเคารพกับการประชุมสภา เพราะ ส.ส.ทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เคารพกติกาในระบอบประชาธิปไตยโดยการใช้เหตุผลแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อยุติเพื่อให้บ้านเมืองของเราเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นอีก
ยันนายกฯ ชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้ตามกลไกระบบรัฐสภา ที่สำคัญเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาแล้ว ทางที่ดีพรรคฝ่ายค้านน่าจะรอการพิจารณาของกระบวนการตรวจสอบก่อน ดีกว่ามายื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะฝ่ายค้านก็ไม่สามารถตัดสินเรื่องนี้ได้ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย และแทนที่รัฐบาลจะได้เอาเวลาไปทำงานให้กับประชาชน แต่กลับต้องมาสาละวนอยู่กับเกมการเมืองในสภาของฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยืนยันแล้วว่ามีขั้นตอนแก้ปัญหาอยู่แล้ว และมีฝ่ายกฎหมายดูแลอยู่ ไม่เข้าใจพรรคฝ่ายค้านที่พยายามเอาเป็นเอาตายกับเรื่องนี้มาก ทั้งที่สุดท้ายแล้วก็ทราบแก่ใจดีว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า น่าเห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมดในสายตาฝ่ายค้าน แต่ท่านก็ไม่ท้อถอย ยังคงมุ่งมั่นทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ต้องเรียกร้อง แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ วันนี้สิ่งที่ต้องพูดคือเหตุใดเราต้องพูดถึงการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ในเมื่อรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด รัฐธรรมนูญนี้นายกฯ ผลักดันและร่างขึ้นมาเอง เพื่ออำนวยให้กลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกครั้ง แต่กลับไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่ตนเองร่างเองเขียนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การทำผิดไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากการใช้รัฐธรรมนูญมา 2-3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำในสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ในอดีตเป็นหัวหน้า คสช. มีมาตรา 44 ที่ใช้ยกเว้นมาตราต่างๆ ของรัฐธรรมนูญได้ เดินตามเส้นทางของประชาธิปไตย และไม่มี ม.44 แต่ยังทำผิดรัฐธรรมนูญได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรทำในสิ่งที่ถูกต้องในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การกระทำดังกล่าวเหมือนกลัดกระดุม ถ้าเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด ซึ่งการเสนอครั้งนี้ให้เคลียร์ปัญหา เป็นความหวังดีของฝ่ายค้าน เพราะกลัวว่าการทำงานของรัฐบาลจะเป็นโมฆะ หากเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา เช่นการอนุมัติงบประมาณ 5 หมื่นล้านไปช่วยเกษตรกร หากเกิดมีคนไม่เห็นด้วย และมีการร้องเรียนว่าโครงการนี้ถูกการอนุมัติจาก ครม.ไม่มีความสมบูรณ์ ตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากในอนาคตศาลตัดสินว่าผิดรัฐธรรมนูญจริง เมื่อเงินแจกลงไปถึงพื้นที่แล้วจะไม่สามารถเอาคืนได้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านหวังดี เมื่อรู้ว่าตนเองทำผิดและสารภาพว่าตนเองทำผิดก็ควรจะแก้ไขด้วยตนเอง แต่กลับปล่อยเวลามาเป็นเดือนไม่ทำอะไรเลย และจะบริหารงานต่อทั้งที่กระดุมเม็ดอื่นยังผิดอยู่ ซึ่งการแก้ไขจะเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา เสียโอกาสชาวบ้าน
ไม่มีเจตนาทำร้ายนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเปิดการอภิปรายทั่วไปไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายนายกฯ เพียงแต่คิดว่าเมื่อนายกฯ ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ก็เอาเข้าสภา ให้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ นายกฯ คิดอย่างไร สภามีความเห็นอย่างไรก็ปรึกษากัน ให้ถูกต้อง และจะได้แก้ในสิ่งที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าพยายามพูดว่าเหมือนจะจองล้างจองผลาญไม่จบ ซึ่งไม่มีใครอยากจองล้างจองผลาญ แต่สิ่งที่ทำเป็นไฟที่ตัวนายกฯ จุดขึ้นมาเอง และก็เผาไหม้ตัวเอง พรรคฝ่ายค้านก็เพียงแค่จะไปช่วยดับให้ จะได้มาช่วยทำงานให้กับประชาชน ยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นอย่ากลัวสภา นายกฯ ต้องไปทำความเข้าใจกับระบอบประชาธิปไตย และการทำงานในระบบรัฐสภาใหม่ นายกฯ จะกลัวการเข้าสภาเหมือนเด็กกลัวเข้าบ้านผีสิงอย่างที่สื่อมวลชนเขียนไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ ย้ำว่าจำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เรื่องดังกล่าวมีระบบอยู่แล้ว ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ทำไป ทางสภาก็ดำเนินการไป รัฐธรรมนูญที่นายกฯ คนนี้ ผลักดันให้ออกมาเองก็มีมาตรา 152 ให้มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วทำไมจึงไม่ใช้สภาแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ นายกฯ มาจากวิถีประชาธิปไตย ต้องไม่กลัวสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน หากไม่ดำเนินการอาจถูกมองว่าปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่ผ่านมาดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์กำลังหลบเลี่ยง หนีปัญหา การกระทำสวนทางกับคำพูด บอกว่าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ก็รับผิดชอบได้เพียงแค่การไม่พูดถึงเรื่องถวายสัตย์ฯ อีก บอกว่าไม่กลัวสภา พร้อมมาชี้แจง แต่ที่ผ่านมาก็หนีสภาตลอด ขนาดประธานสภาฯ ยังแฉเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์หนีสภา ไม่เคยแจ้งเหตุผล ไม่ลาให้ถูกต้อง พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องหยิบเรื่องนี้มาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมืองกับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล แต่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ เสนอแนะรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา อะไรที่ผิดถ้าแก้ได้ก็กลับไปแก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถหนีปัญหาและหนีสภาได้ตลอด ทางที่ดีหันกลับมาแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งใดทำผิด ก็กลับไปดำเนินการให้ถูกต้อง อย่าประวิงเวลา โดยเฉพาะหากไม่แก้ไขก่อนที่จะมีการพิจารณา &amp;nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 หากเกิดปัญหาขึ้นมา จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมมาชี้แจงต่อสภาถึงสองสัปดาห์ติดต่อกันแล้ว ในสัปดาห์แรกก็อาจพอฟังได้ว่าติดภารกิจจำเป็น แต่พอมาสัปดาห์นี้ ข้ออ้างอะไรก็ฟังไม่ขึ้น สาเหตุก็คงไม่มีอะไร นอกจากกลัวว่าจะจนกลางสภา เพราะไม่สามารถชี้แจงได้ แต่เมื่อไม่มาชี้แจงในเรื่องสำคัญอย่างนี้ต่อเนื่องกัน ก็มีปัญหาว่าแล้วต่อๆไปจะทำงานกับสภาอย่างไร จะมาชี้แจงเรื่องอื่นๆ หรือไม่ จะมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
ชี้นำศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุด ดูเหมือนพลเอกประยุทธ์และเนติบริกรคู่ใจจะเตรียมหาทางออกเรื่องนี้ไว้ ด้วยการอ้างว่าเรื่องนี้จะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ และในระหว่างที่มีการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พวกเขาก็คงอ้างว่าสภาไม่ควรอภิปราย หรือพูดถึงเรื่องการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบอีกต่อไป มิฉะนั้นจะเป็นการไปชี้นำศาลรัฐธรรมนูญ พลเอกประยุทธ์ก็ไม่ต้องไปชี้แจงต่อสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ความจริงเรื่องการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบนี้ ไม่จำเป็นต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญที่เดียว หากมีคนร้องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช.เห็นว่าผิดพ.ร.ป.ป.ป.ช. ป.ป.ช.อาจฟ้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้ แต่ไม่ว่าเรื่องจะไปที่ศาลใด สภาผู้แทนราษฎรก็ยังสามารถพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบนี้ได้อยู่ดีมีการอธิบายเรื่องสภาไม่ควรพูดถึงเรื่องใดๆ ที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่คราวที่มีการพูดเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ดูเหมือนประธานสภาฯ ก็วินิจฉัยไปทำนองนั้น แต่เข้าใจว่าเนื่องจากเรื่องนั้นมีการอภิปรายไปแล้วพอสมควรก่อนที่เรื่องจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ส.ส.ทั้งหลายจึงไม่ได้ติดใจที่จะพูดถึงเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีอีกเท่าไรนัก ซึ่งก็เลยทำให้ไม่ได้มีการพูดกันว่าสภาไม่ควรพูดถึงเรื่องที่กำลังมีการพิจารณาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า จากที่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องทำนองนี้มาบ้าง มีความเห็นว่าความเห็นที่ว่า &amp;ldquo;เมื่อเรื่องใดที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณากันอยู่เกิดไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎรไม่ควรอภิปรายเรื่องนั้นอีกต่อไป&amp;rdquo; นั้น เป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับหลักของการแบ่งแยกอำนาจและการจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พูดให้เฉพาะเจาะจงมากๆ คือกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของพลเอกประยุทธ์นี้ ขณะนี้มีคนเสนอเรื่องไปให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ซึ่งต่อไปผู้ตรวจการแผ่นดินอาจส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ถึงแม้เรื่องไปถึงขั้นนั้นแล้ว สภาผู้แทนฯ ก็ยังสามารถพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบนี้ได้ เพราะเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งสามารถพิจารณาได้ในหลายแง่มุม โดยไม่มีปัญหาเรื่องการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดทั้งสิ้น หากแต่เป็นการทำหน้าที่คนละทางคนละส่วนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งคำถามง่ายๆ ว่าถ้าเรื่องถวายสัตย์ฯ นี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ส.ส.ยังจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ ครม.ด้วยเรื่องนี้ได้หรือไม่คำตอบก็คือต้องได้แน่นอน
แนะสวนศาล รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ส.ส.อาจตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เพื่อจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรีจะยืนยันได้หรือไม่ว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส. จะเสนอญัตติอภิปรายทั่วไปที่ไม่ต้องมีการลงมติก็ได้ หรือต่อไปจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ด้วยก็ได้ สิ่งที่อภิปรายในสภาไม่ใช่การชี้นำและย่อมไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญอาจนำเอาไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีหรือไม่ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของพลเอกประยุทธ์ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ สภาก็อาจยังไม่ไว้ใจพลเอกประยุทธ์และยังคงอภิปรายไม่ไว้วางใจกันต่อไป กระทั่งอาจจะลงมติไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ไปเลยก็ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่จะถือว่าสภาจะไปขัดแย้งอะไรกับศาลรัฐธรรมนูญ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรกติองค์กรอิสระเช่น ป.ป.ช.หรือศาล เช่นศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนใดมีมูลว่าทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าจะกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ ก็อาจสั่งให้นักการเมืองคนนั้นหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนได้ แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดที่บัญญัติว่า หากมีการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนใดกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วให้สภาผู้แทนราษฎรหยุดการปฏิบัติหน้าที่หน้าที่ในเรื่องนั้นไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูดเรื่องทำนองนี้กันในสภา และที่ได้ยินแว่วๆมาจากทำเนียบรัฐบาลนั้น ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการอะไรรองรับ อย่างหนึ่งก็เป็นเพียงการช่วยหาทางให้พลเอกประยุทธ์ไม่ต้องจนแต้มตกม้ากลางสภา แต่ที่เขาเล็งผลเลิศมากกว่านั้น ก็คือจะได้ทำให้พลเอกประยุทธ์ไม่ต้องถูกตรวจสอบใดๆ จากทั้งสภาผู้แทนราษฎร สื่อมวลชนและประชาชนอีกเลย ไม่ว่าวิถีทางใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาอยู่กับการไม่ต้องถูกตรวจสอบมาจนเคยตัวกันหมดแล้ว ก็หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ปล่อยให้พลเอกประยุทธ์เอาตัวรอดจากการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนไปได้ด้วยการบิดเบือนหลักการอย่างที่เขาพยายามทำกันอยู่นะครับ&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, วิษณุ เครืองาม, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์, ให้คนอื่นชี้แจง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d5818e46c85e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
