<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่บรรยินให้ปากคำ-ตร.ยังไม่ตั้งข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พี่ชาย &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; เข้าให้ปากคำกองปราบฯ รับยืมรถจากนายตำรวจคนหนึ่งมาใช้งาน แต่ไม่รู้เรื่องน้องชายนำไปเป็นพาหนะอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ยังไม่ตั้งข้อหา รอสอบเมีย &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; อีกรายในฐานะเจ้าของที่ดินที่เผานั่งยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มีนาคมนี้ เรืออากาศเอกจักรวาล ตั้งภากรณ์ พี่ชาย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกับพวกอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำตามหมายเรียกในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นซักถามในเรื่องที่มาของรถโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ที่ พ.ต.ท.บรรยินนำมาใช้อุ้มตัวนายวีรชัย ซึ่งเรืออากาศเอกจักรวาลไปขอยืมรถยนต์คันดังกล่าวมาจาก พ.ต.ท.ประเสริฐ ผลประสาร นายตำรวจในพื้นที่ จ.พิจิตร ก่อนที่ พ.ต.ท.บรรยินนำไปใช้งาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรืออากาศเอกจักรวาลกล่าวก่อนให้ปากคำพนักงานสอบสวนว่า การเข้าพบตำรวจครั้งนี้ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เชื่อว่าสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ยอมรับว่ารถโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ดังกล่าว เป็นรถที่ตนเคยนำไปใช้งานจริง ซึ่งรถคันนี้เป็นของตำรวจนายหนึ่งใน จ.พิจิตร ที่ตนรู้จักส่วนตัวเป็นผู้ครอบครอง และรถคันนี้ก็ถูกนำไปใช้ในการหาเสียงลงสมัครเลือกตั้งเมื่อหลายปีก่อน หาก พ.ต.ท.บรรยินนำไปใช้จริง ก็น่าจะไปหยิบยืมมาจากทีมหาเสียงของตน ยืนยันว่าตนไม่ทราบเรื่องที่ พ.ต.ท.บรรยินนำรถคันนี้ไปใช้ก่อเหตุ ขอยืนยันว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า จากการสืบสวนเส้นทางที่มาที่ไปของรถ มีหลักฐานชัดเจนว่าเรืออากาศเอกจักรวาลเป็นผู้ยืมรถคันนี้ด้วยตนเองก่อนวันเกิดเหตุ ซึ่งการสอบสวนจะมุ่งเน้นไปที่เหตุผลและความจำเป็นในการนำรถคันนี้ไปใช้งาน ก่อนจะพิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับเรืออากาศเอกจักรวาลด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีนางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยิน ที่พนักงานสอบสวนนัดหมายให้มาพบในวันที่ 9 มีนาคมนี้ เพื่อซักถามความเกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดที่เผาอำพรางศพนายวีรชัยอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. ภายหลังเสร็จการเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว เรืออากาศเอกจักรวาลก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนยังคงยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ส่วนรถคันดังกล่าวยืมมาตั้งแต่เมื่อปี 2561 เพื่อนำมาใช้ในการหาเสียงของตนเองและลูกชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ซึ่งมีการหมุนเวียนกันใช้ในทีมหาเสียง เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ไม่รู้ว่าทีมงานนำรถคันนี้ไปให้ใครใช้บ้าง พร้อมขอความเป็นธรรมให้สังคมเข้าใจว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และขอให้เชื่อมั่นในการสอบสวนของกองปราบปราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ แก่เรืออากาศเอกจักรวาล เพราะเป็นการเรียกมาให้ปากคำในฐานะพยาน ส่วนที่ให้การอ้างว่ารถโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ คันที่ใช้ก่อเหตุ มีการหมุนเวียนใช้กันในกลุ่มทีมงานหาเสียง ก็เป็นสิทธิ์ที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะนำคำให้การนั้นไปตรวจสอบ โดยจะเริ่มจากคนที่เรืออากาศเอกจักรวาล จำได้ว่าเป็นคนใช้งานรถคนสุดท้าย ก็เชื่อว่าจะสามารถคลี่คลายประเด็นนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า เรื่องการสอบสวนพยานบุคคล คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 แล้ว เหลืออีกไม่กี่คนก็จะสอบสวนครบทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้ก็รวมถึงนางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยิน ที่พนักงานสอบสวนนัดหมายให้มาพบ เพื่อซักถามในประเด็นความเกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่มีการอำพรางศพพี่ชายผู้พิพากษาโดยการเผานั่งยาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58983</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรยิน ตั้งภากรณ์, พี่ชายบรรยิน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ให้ปากคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e56854ab660c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภรรยาอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค ให้ปากคำนานกว่า 3 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางรอสมะห์ มันซอร์ ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ถูกเรียกเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการปราบปรามการคอร์รัปชันนานกว่า 3 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร เกี่ยวโยงกับเรื่องอื้อฉาวยักยอกเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบีที่นาจิบเป็นผู้ก่อตั้งและกำกับดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางรอสมะห์ มันซอร์ (กลาง) ภริยาของอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค ออกจากสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการคอร์รัปชันหลังเสร็จสิ้นการให้ปากคำเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2561 ว่านางรอสมะห์ มันซอร์ ภริยาวัย 66&amp;nbsp; ปีของนาจิบ กลายเป็นจุดสนใจภายหลังการตรวจค้นคอนโดมิเนียม 2 แห่งที่เกี่ยวโยงกับนาจิบและครอบครัวของเขาในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนที่แล้ว ตำรวจยึดกระเป๋าบรรจุเงินสดหลายล้านดอลลาร์,&amp;nbsp; เครื่องเพชรพลอย และกระเป๋าหรูหราราคาแพงอีกหลายร้อยใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นของตำรวจซึ่งมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เกี่ยวโยงกับนาจิบ เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีทุจริตยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่นาจิบเป็นผู้ก่อตั้ง ผ่านการฉ้อโกงอย่างซับซ้อนที่โยงใยไปหลายประเทศตั้งแต่สิงคโปร์จนถึงสวิตเซอร์แลนด์ โดยเงินเหล่านี้ถูกนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของหลากหลาย อาทิ&amp;nbsp; ภาพวาดของปิกัสโซและอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนาจิบและวันเอ็มดีบีต่างยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาให้ปากคำต่อคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (MACC) เมื่อวันอังคาร&amp;nbsp; คณะของนางรอสมะห์ ผู้โปรดปรานเสื้อผ้าและกระเป๋าหรูหราราคาแพง เดินทางมาด้วยรถยนต์ 3 คัน&amp;nbsp; นางรอสมะห์อยู่ในอาคารสำนักงาน MACC นานเกือบ 5 ชั่วโมง หลังเสร็จสิ้นการให้ปากคำ นางก็ขึ้นรถเมอร์เซเดส-เบนซ์สีเงินเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของนางกล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนทุจริตบันทึกคำให้การของนางไว้ทั้งหมดแล้ว หลังจากให้ปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมงซึ่งนางรอสมะห์ให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการให้ปากคำ แต่อับดุล ราซัค ไอดริส อดีตผู้อำนวยการด้านสอบสวนและการข่าวของ MACC กล่าวไว้กับเอเอฟพีก่อนหน้านี้ว่า นางรอสมะห์น่าจะถูกขอให้แสดงบัญชีธนาคาร และอธิบายถึงที่มาของเงินสดและอัญมณีที่ตำรวจพบในคอนโดมิเนียม 2 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถูกเรียกเข้าให้ปากคำครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสามีของนางพ่ายแพ้เลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้วอย่างไม่คาดคิด และนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้สั่งรื้อฟื้นการสอบสวนทุจริตวันเอ็มดีบีทันที และสั่งห้ามนาจิบและนางรอสมะห์เดินทางออกนอกประเทศ ตัวนาจิบนั้นเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตด้วยตนเองมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรอสมะห์มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับนางอีเมลดา มาร์กอส ภริยาของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ภายหลังมาร์กอสถูกโค่นอำนาจและหนีออกนอกประเทศเมื่อปี 2529&amp;nbsp; นางอีเมลดาทิ้งรองเท้าที่สะสมไว้มากกว่า 1,000 คู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10761</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, นาจิบ ราซัค, มาเลเซีย, รอสมะห์ มันซอร์, วันเอ็มดีบี, ให้ปากคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16955ed8572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.มาเลเซียสอบปากคำ &#039;นาจิบ&#039; โยงทุจริต 1MDB</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค เข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชันของมาเลเซียนาน 5 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร เชื่อพัวพันทุจริตบริษัทพลังงานในเครือกองทุนวันเอ็มดีบีที่พบเงินถูกยักยอกเข้าบัญชีส่วนตัวของนาจิบเกือบ 340 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ออกจากสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการคอร์รัปชันภายหลังให้ปากคำนาน 5 ชั่วโมง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่กลุ่มแนวร่วมฝ่ายค้านที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด เป็นแกนนำชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 โค่นรัฐบาลผสมภายใต้การนำของพรรคอัมโนลงได้ นายกฯ มหาเธร์วัย 92 ปีได้เดินหน้าสอบสวนการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนวันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ตามที่เขาให้คำมั่นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 22 พฤษภาคม กล่าวว่า คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของมาเลเซีย (เอ็มเอซีซี) ได้เรียกตัวนาจิบเข้าให้ปากคำที่สำนักงานใหญ่ในกรุงปุตราจายา ท่ามกลางกองทัพผู้สื่อข่าวที่รอเฝ้า ภายหลังเข้าให้ปากคำประมาณ 5 ชั่วโมง นาจิบจึงปรากฏตัวออกมาและกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รออยู่ว่า เจ้าหน้าที่รับฟังถ้อยคำของเขาอย่างมืออาชีพ การสอบปากคำจะดำเนินต่อในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า การเรียกนาจิบเข้าให้ปากคำในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทพลังงาน เอสอาร์ซีอินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเคยเป็นบริษัทลูกของวันเอ็มดีบี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ตามการสืบสวนของวอลล์สตรีทเจอร์นัล พบว่าเงิน 42 ล้านริงกิต (เกือบ 340 ล้านบาท) ถูกโยกย้ายจากบริษัทนี้เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนาจิบ เงินจำนวนนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของเงินที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกจากกองทุนวันเอ็มดีบีซึ่งนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งและกำกับดูแลเอง และหลายประเทศกำลังสอบสวนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาระบุว่ามีเงินหลายพันล้านดอลลาร์ถูกยักย้ายถ่ายเทเข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชีของอดีตนายกฯ ผู้นี้ แต่ตัวเขาและวันเอ็มดีบีปฏิเสธว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการสอบสวนภายในโดยอัยการสูงสุดที่นาจิบแต่งตั้งเองก็สรุปว่าไม่มีการทำผิด แต่เมื่อวันจันทร์ มหาเธร์ได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและอดีตอัยการสูงสุดเป็นกรรมการด้วย ทำหน้าที่รื้อฟื้นการสอบสวนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบและนางรอสมะห์ มันซอร์ ภริยาของเขา โดนมหาเธร์สั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศแล้วก่อนหน้านี้ และตำรวจยังได้ตรวจค้นบ้านและสถานที่ที่เกี่ยวโยงกับครอบครัวนี้ โดยสามารถยึดกล่องบรรจุกระเป๋าหรูราคาแพงของดีไซเนอร์ชื่อดัง 284 กล่อง และกระเป๋าอีกกว่า 70 ใบที่บรรจุเงินสดและเครื่องประดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ มหาเธร์ได้พบกับฮาเวียร์ จัสโต อดีตผู้บริหารของบริษัท เปโตรซาอุดี บริษัทพลังงานที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการทำข้อตกลงทุจริตกับวันเอ็มดีบี ว่ากันว่านักธุรกิจชาวสวิสรายนี้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวนี้ต่อสื่อ เขาเคยติดคุกในไทยฐานพยายามแบล็กเมล์อดีตนายจ้าง แต่ได้รับอิสรภาพเมื่อปี 2559.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9757</URL_LINK>
                <HASHTAG>1MDB, คอร์รัปชัน, นาจิบ, มหาเธร์, มาเลเซีย, รอสมะห์ มันซอร์, วันเอ็มดีบี, เอสอาร์ซีอินเตอร์เนชันแนล, ให้ปากคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b041cd44f3b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
