<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามให้สัตยาบันความตกลงแปซิฟิกฉบับปลอดอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เวียดนามเจริญรอยตามออสเตรเลีย ด้วยการเป็นชาติที่ 7 ที่ให้สัตยาบันความตกลงการค้าเสรีแปซิฟิก &amp;quot;ซีพีทีพีพี&amp;quot; หรือทีพีพีเดิม ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศนำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่เดิมมี 12 ชาติ โดยประณามว่าความตกลงการค้าเสรีฉบับนี้คือตัวทำลายการจ้างงานชาวอเมริกัน แต่อีก 11 ประเทศที่เหลือตัดสินใจเดินหน้าสานต่อเอฟทีเอฉบับนี้ต่อไปแม้ไม่มีสหรัฐ แล้วได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ 6 ที่รัฐสภาให้สัตยาบันความตกลงฉบับนี้ เท่ากับมีประเทศสมาชิกให้การรับรองอย่างเป็นทางการเกินครึ่งหนึ่ง เปิดทางให้ความตกลงฉบับนี้มีผลในทางปฏิบัติตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 ว่าวันเดียวกันนี้ สมัชชาแห่งชาติของเวียดนาม ซึ่งเป็นเพียงสภาตรายาง ได้ให้การรับรองความตกลงนี้อย่างเป็นเอกฉันท์แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหวียน วัน เซา ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสมัชชาแห่งชาติ กล่าวว่า การลงมติของสมาชิกสภาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญที่ยืนยันบทบาทของเวียดนามในการเข้าร่วมกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงฉบับนี้ริเริ่มผลักดันโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งเคยประโคมว่าความตกลงที่ครอบคลุมฉบับนี้เป็น &amp;quot;มาตรฐานทองคำ&amp;quot; สำหรับกฎกติกาการค้าในศตวรรษที่ 21 และจะเป็นกลไกที่ใช้ทัดทานอำนาจทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นของจีนในเวทีโลก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ที่เป็นนักปกป้องทางการค้าระบุว่า ความตกลงทีพีพีทำลายภาคอุตสาหกรรมของอเมริกา และเคยพาดพิงถึงเวียดนามโดยเฉพาะเจาะจงว่าแย่งงานของคนอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นภาคเศรษฐกิจการส่งออกที่เติบโตรวดเร็วของเวียดนามจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการสามารถเข้าถึงตลาดสหรัฐ ที่เป็นตลาดสำคัญสำหรับระบายสินค้าโรงงานราคาถูก เช่น รองเท้าอาดิดาส, เสื้อยืดแก๊ป และโทรศัพท์มือถือซัมซุง แต่อีกทางหนึ่ง ความตกลงนี้ก็มีผลผูกมัดชาติสมาชิกให้อยู่ในกรอบฎหมายที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการค้า, ภาษีศุลกากรต่ำลง และการเปิดตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีพีทีพีพียังได้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้านแรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นขวากหนามสำหรับเวียดนามที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์และสหภาพแรงงานทุกแห่งอยู่ภายใต้การควบคุมโดยรัฐบาลพรรคเดียว เซายอมรับว่า การจัดตั้งสหภาพแรงงานอิสระอาจก่อให้เกิดปัญหาท้าทายกับเวียดนาม แต่รัฐบาลก็เปิดรับการปฏิรูปที่จำเป็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21852</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความตกลงแปซิฟิก, ซีพีทีพีพี, ทีพีพี, ออสเตรเลีย, เวียดนาม, ให้สัตยาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be990c2e5040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
