<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืนโฉนดแล้ว! พร้อมเซ็นคำสั่ง &#039;ให้ออกจากราชการ&#039; ตร.ใช้โฉนดประกันตัวญาติไปกู้ 5 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองตราด พ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ รองผบก.ภ.จว.ตราด พร้อม พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองตราด นายวศิน พงษ์ศิริ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ร.ต.อ.กัณตพล สักขาพรม พนังานสอบสวนสภ.เมืองตราด พร้อมด้วยนายจเร เศษนิยม อายุ 74 ปี เจ้าของโฉนดที่ดิน นางสาวอังสิริน เศษนิยม และญาติเดินทางมาร่วมรับมอบโฉนดที่ดิน ที่ ร.ต.อ.กัณตพล สักขาพรม นำไปจำนำกับนายพิชัย วิสุทธิแพทย์ อดีตนายกเทศบาลตำบลหนองเสม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.นาวิน กล่าวว่า หลังจากทราบจากสื่อมวลชนว่า ร.ต.อ.กัณตพล นำโฉนดที่ดินของนายจเรที่นำมาเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวนายสุพัฒน์ วงษ์ทอง ที่เป็นหลาน ซึ่งถูกคดีบุกรุกและอนาจาร แต่มาทราบภายหลังว่า นำไปจำนองไว้กับนายทุนเงินกู้ ซึ่งเป็นการร่วมกันฉ้อโกง เป็นคดีความที่ยอมความกันได้ จึงได้ตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงและพบว่าเป็นความจริง จึงได้ดำเนินการให้ ร.ต.อ.กัณตพล ดำเนินการนำเงินมาไถ่ถอนโฉนดคืนให้ในวันนี้ ส่วนการดำเนินคดีอาญานั้นอยู่ที่นายจเรว่าจะดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;แต่การดำเนินการทางวินัยนั้นทางสภ.เมืองตราดจะได้ตั้งกรรมการสอบทางวินัย ซึ่งมีโทษถึงไล่ออก อย่างไรก็ตาม ในบ่ายวันนี้ ทางผู้บังคับบัญชาจะเซ็นให้ออกจากราชการไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.กัณตพล กล่าวว่า เรื่องที่เกิดปัญหาขึ้นนั้น ทางนายสุพัฒน์ วงษ์ทอง ไปนำโฉนดของก๋งมาประกันตัว แต่ได้ร่วมกันนำไปจำนองกับนายพิชัย วิสุทธิแพทย์ วงเงิน 500,000 บาท และนายสุพัฒน์นำเงินไป 300,000 บาท และตนเองนำมา 200,000 บาท ต่อมาได้ได้ทราบเรื่องการฟ้องร้องจึงได้เดินทางมาพบนายจเร เศษนิยม และรับว่าจะนำโฉนดมาคืนให้ ซึ่งไม่ได้มีเจตนากระทำความผิดดังกล่าว ขณะที่นายสุพัฒน์นั้นหลบหนีไป จะได้ติดตามต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจเร กล่าวว่า ไม่อยากจะกล่าวอะไรแล้วเพราะดีใจที่ได้รับโฉนดคืนมา และต้องขอบคุณตำรวจและวศิน พงษ์ศิริ และสื่อมวลชนที่ได้ติดตามเรื่องราวและสามารถได้รับที่ดินมาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนางสาวอังสิริน กล่าวว่า หลังโฉนดที่ดินถูกนำไปจำนองและถูกฟ้องทางก๋งและครอบครัวเป็นทุกข์และต้องติดตามซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปมามาก ซึ่งจะมีการเยียวยาอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายวศิน พงษ์ศิริ ที่ปรึกษารมต. กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่ายโดยเฉพาะตำรวจที่เมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมดได้เข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถนำโฉนดที่ดินมาให้ได้ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92371</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, สภ.เมืองตราด, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_6020f11005c08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบช.ภ.2 สั่งให้ออกจากราชการ &#039;ร.ต.อ.-ส.ต.ท.&#039; สภ.เมืองจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.บช.ภ.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.บช.ภ.2 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี (รรท.ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) ได้มี คำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีที่ 14/2564 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน คำสั่งดังกล่าวระบุว่า ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้&amp;nbsp;

ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ ตำแหน่ง รองสารวัตรสายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รับเงินเดือน (ระดับ ส.1 ) ขั้น 3.5 ยย จำนวน 43,300 บาท และ ส.ต.ท.ณัชนน แนวตัน ตำแหน่ง ผู้บังหมู่งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รับเงินเดือน (ระดับ ป.1 ) ชั้น 25.5 จำนวน 13,820 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 23.00 น. ว่าที่ ร้อยตรีชยุต พรมเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝาย&amp;nbsp;ร่วมกันจับกุม ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ ส.ต.ท.ณัฐชนน แนวตัน กับพวกในความผิดฐานลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดจันทบุรี ที่ 4222/2553 ลงวันที่ 28 ธีนวาคม 2563 เรื่อง ปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นการชั่วคราวฝ้าฝืนข้อกำหนดออกตามความใน มาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 7) ข้อ 3 การปราบปรามและการลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค เหตุเกิดที่ร้านขายอาหารตามสั่ง เลขที่ 10/56 ตรอกเมตตา ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีเหตุให้พักราชการได้ตมกฎ กตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ข้อ 3(1 ) คือ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาคดีอาญาในเรื่องเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติกรณ์อันไม่ไว้วาใจ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชกรจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 95 แห่พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ, 2547 ประกอบกับกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ข้อ 8 จึงให้ ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ และ ส.ต.ท.ณัชน แนวตัน ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย&amp;nbsp; ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.ได้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรืคำวินิฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พันกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผล การวินิจฉัยอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รัดษาราชการแทน ผบช.ภ.2&amp;nbsp; เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามมาตราการทางปกครอง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรัฐบาล พร้อมทั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้ให้นโยบายใว้จัดเจนว่าให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น ซึ่งทาง ตร.ก็ได้มีคำสั่งให้เข้มงวด มาตลอด แต่ยังพบว่ามีผู้ฝ่าฝืน ท้าทายคำสั่งผู้บังคับบัญชา ท้าทายกฏหมายนโยบายนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ทั้งที่ได้ประชุมกำชับไปแล้ว ถ้าหากไม่จัดการขั้นเด็ดขาด ตนก็จะต้องเป็นผู้ที่ถูกลงโทษในการปล่อยปละละเลย จึงได้มีมาตราการดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป แต่เพื่อความเป็นธรรมผู้ถูกลงโทษให้ออกจากราชการใว้ทั้งสองรายก็มีสิทธิ์ใช้ช่องทางของกฏระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อุทธรณ์ ชี้แจ้งต่อ ก.ตร.ตามกรอบเวลาที่มีใว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดัง มีรายงานว่า เหตุเกิดวันที่ 13 ม.ค.64 เวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 กองปราบปราม บช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจันทบุรี ได้ร่วมกันจับกุมการลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบ จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน ประกอบด้วย 1.นายอำพัน บุญค้ำ&amp;nbsp; 2.นายนิทัศน์ เลิศนาวีพร&amp;nbsp; 3.นายไพสิฐ จิตตภานันท์ 4.น.ส.กรองแก้ว นาคฤทธิ์&amp;nbsp; 5.นายอนิวัฒน์ ถิ่นวงษ์เมือง&amp;nbsp; 6.น.ส.ภรทิพย์ รอดพ้นภัย และ&amp;nbsp; 7.นายณัฐชนน แนวตัน พร้อมด้วยของกลาง 1.ไพ่อยู่บนโต๊ะ จำนวน 4 ตลับ&amp;nbsp; 2.ถ้วยไฮโล 1 ชุด 3.โจ๋ไฮโล 1 ผืน 4.วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง&amp;nbsp; 5.ธนบัตรใบละ 500,100, 20 รวม 3,140 บาท&amp;nbsp; 6.โต๊ะสำหรับเล่นการพนัน 1 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบ พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดจันทบุรี เรื่องการปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีชั่วคราว, ฝ่าฝืนข้อกำหนดการออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ข้อ 3 การปราบปรามและการลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต่อมาภายหลัง จากการสอบสวนแล้วทราบว่า มีข้าราชการตำรวจ จำนวน 2 นาย เป็นผู้ถูกจับกุมด้วย ในข้อหาดังกล่าว ได้แก่&amp;nbsp; 1.ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ รอง สว.(ป) สภ.เมืองจันทบุรี&amp;nbsp; 2.ส.ต.ท.ณัฐชนน แนวตัน ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89842</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภ.เมืองจันทบุรี, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60001d7247136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกสว.วัดตรีฯสตช.ฟันข้อหาเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ออกจากราชการ สารวัตรวัดตรีฯ ยักยอกเงินค่าทำศพ 2 ตำรวจอรินทราช พร้อมเดินหน้าคดีอาญาฟันข้อหาหนัก โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต เจ้าตัวก้มหน้ารับกรรมยอมรับสภาพ เผยครอบครัวพยายามขายที่ใช้หนี้ แต่พิษโควิดทำเศรษฐกิจฝืดไม่มีคนซื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เมษายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี &amp;nbsp;พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์ พันธ์สนิท สารวัตรฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ กองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ดูแลรับผิดชอบวัดตรีทศเทพวรวิหาร) ยักยอกเงินฌาปนกิจศพ 2 นายตำรวจอรินทราช 26 เหยื่อจ่าคลั่งกราดยิงที่โคราช ว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สน.ชนะสงคราม จากการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ทราบว่ามีมูลค่าความเสียหายทั้งหมดโดยประมาณ &amp;nbsp;324,450 บาท โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย.63 พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียก พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 พ.ค.63 เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า วันเดียวกันกองสวัสดิการ สตช.จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง &amp;nbsp;พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน อีกทั้งผู้แทนของกองสวัสดิการจะไปแจ้งความร้องทุกข์ในข้อหา &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย&amp;quot; โทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งกรณีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสียหาย ไม่เกี่ยวข้องกับที่มีผู้ประกอบการ 3 รายเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงครามก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหมายเรียกหรือได้รับการติดต่อจาก สน.ชนะสงคราม &amp;nbsp;เพื่อเข้าให้การและรับทราบข้อหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ครอบครัวของตนก็เป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ได้พยายามช่วยเหลือด้วยการนำที่ดินไปแบ่งขาย แต่ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดขณะนี้ทำให้ยากที่จะมีคนมาซื้อ ส่วนหน่วยงานต้นสังกัดของตนนั้น ขณะนี้ก็รอผู้บังคับบัญชาตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ รวมถึงการสอบวินัย และหากตนต้องออกจากราชการก็ยอมรับสภาพ ตอนนี้ก็ยังทำงานปกติแต่ใช้สิทธิ์ลาเพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.นี้ &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ซึ่งระหว่างนี้ก็จะเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงยอดเงินการจัดงานที่ประสานกับ พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์ &amp;nbsp;ว่าแต่ละงานมียอดเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามตอนนี้หน่วยงานต้นสังกัดของ พ.ต.ต.ธีร์ธดลว์ยังไม่ได้ประสานเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจอรินทราช, พร้อมเดินหน้าคดีอาญา, ยักยอกเงินค่าทำศพ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea9749f79ff0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกจากราชการ!ตำรวจโกงเงินตำรวจ 229 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; พล.ต.ท.ธณัท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) เปิดเผยกรณีที่&amp;nbsp; พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย( ผบก.ภ.จ.เลย) ถูกดำเนินคดีอาญาและตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย&amp;nbsp; จากกรณีถูกกล่าวหาทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย โดยมีผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.เลย ทั้งหมด 192 นาย มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท&amp;nbsp; ว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้ารายงานตัวต้องคดีอาญาที่สำนักงานกำลังพล หลังจากพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4(บช.ภ.4) ดำเนินคดีร่วมกันฐานฉ้อโกงประชาชน จากกรณีดังกล่าว

&amp;nbsp;ผบช.สกพ. กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องสำนักงานกำลังพล ในฐานะต้นสังกัดในปัจจุบัน ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการพิจารณาเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัย พล.ต.ต.สุทิพย์ ดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย ขณะเดียวกันทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ก็ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ด้วย จึงให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีอาญาจากทาง บช.ภ.4 ออกมาเสียก่อน กระทั่งผลการตรวจสอบฯของภ.4 ออกมาและมีการดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา ทางกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงประมวลเรื่องเสนอให้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว โดยทราบว่า พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ด้านบริหาร ได้ลงนามคำสั่งให้ออกจากราชการไปแล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ทั้งนี้ก่อนมีคำสั่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ ก็มาปฏิบัติราชการตามปกติ แต่ตนก็ไม่ได้มอบหมายงานอะไรมาก โดยพล.ต.ต.สุทิพย์แจ้งตลอดว่าพยายามจะหาเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย กระทั่งทางบช.ภ.4 ดำเนินคดี ทางกองวินัยจึงประมวลเรื่อง ตามกระบวนการและคำสั่งมีผลแล้ว ขณะนี้พล.ต.ต.สุทิพย์ ไม่ได้มาทำงานแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา กองวินัยประมวลเรื่องเสนอ ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.&amp;nbsp; ให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ และ พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผู้กำกับการอำนวยการ กองบังคับการอำนวยการ ภ.จว.หนองบัวลำภู ที่ถูกกล่าวหาร่วมกันก่อเหตุและถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อความสะดวกให้การสืบสวนสอบสวนทางคดีและทางวินัย พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สอบสวนข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย โดยพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ ลงนามคำสั่งตามเสนอและมีผลในวันเดียวกัน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อ พล.ต.ต.สุทิพย์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15784</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท, สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a90304938f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ให้ออก&quot;ผอ.ขนมจีนน้ำปลา ศธจ.สุราษฎร์ฟันฉับ!สอบทุจริต5ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12มิ.ย.61-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ให้เด็กนักเรียนกินเส้นขนมจีนเปล่าคลุกกับน้ำปลา เป็นอาหารกลางวัน ว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบว่าศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว ซึ่งหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยฯ แล้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 2 สุราษฎร์ธานี จะทำเรื่องเสนอให้ ศธจ.สุราษฎร์ธานี พิจารณาว่าจะให้ผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่พักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นดุลพินิจของ ศธจ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน นายชุมพล ศรีสังข์ ศภจ.สุราษฎร์ธานี ได้นำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง จากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 พร้อมเอกสารรวมกว่า 600 หน้า &amp;nbsp;เข้าหารือกับนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่ากราชการจ.สุราษฎร์ธานี หลังเซ็นคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และให้นายสมเชาว์ ผอ.รร.บ้านท่าใหม่ พร้อมมีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการสอบวินัย มี 5ประเด็น ได้แก่ ทุจริตงบประมาณซ่อมแซมไฟฟ้า &amp;nbsp;2.ทุจริตโครงการอาหารกลางวัน 3.การขายผลปาล็มดิบของรร.และไม่นำเงินเข้าบัญชี รร.4. ทุจริตโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตในรร.มีการใช้งบฯซ้ำซ้อน 3ปสนบาท และ 5. ให้มีการขายเครื่องดื่มน้ำอัดลมในรร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.ขนมจีนน้ำปลา, ผอ.รร.ท่า่ใหม่, ศจธ.สุราษฎร์, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a976c5a94365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกจากราชการตำรวจเรียกรับเงิน - ลวนลามสาวบนโรงพัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาวชัยภูมิ แจ้งความถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจเรียกรับเงินเมาแล้วขับ-หอมแก้มบนโรงพัก ยื่นข้อเสนอเรียกเงิน 2 หมื่นเจ้าตัวยอมจ่าย ก่อนถูกลวนลาม เร่งตรวจวงจรปิดหาตัว&amp;rdquo; นั้น ได้รับรายงานจาก สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2571 เวลาประมาณ 03.30 น. ผู้แจ้งได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กอ 1340 กรุงเทพฯ มาตามถนนพัทยาสายสอง เมื่อมาถึงซอย 3 ได้เลี้ยวรถขับย้อนศรเข้าไป และเกิดเฉี่ยวรถคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางถูกบริเวณประตูรถด้านคนขับและยังเฉี่ยวชนประชาชน ที่ยืนอยู่บริเวณรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ(ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล) พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุและออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบ ผู้แจ้งและรถยนต์คู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;จึงได้เชิญตัวผู้แจ้งและญาติคู่กรณีมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการสอบสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทดสอบแอลกอฮอล์ของคู่กรณีและแจ้งว่าผลตรวจของผู้แจ้ง &amp;nbsp;มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจึงนำตัวผู้แจ้งเข้าไว้ในห้องควบคุมตัว &amp;nbsp; จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าห้องควบคุมมาเรียกรับเงินจากผู้แจ้ง จำนวน 20,000 บาท เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี และยังได้กอดและหอมแก้มผู้แจ้งด้วย &amp;nbsp;ผู้แจ้งจึงให้บัตร เอทีเอ็ม พร้อม รหัส ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกดเงินจำนวน 20,000 บาท และมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไป &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวผู้แจ้งออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.61 &amp;nbsp;เวลาประมาณ 13.00 น. &amp;nbsp;ผู้แจ้งได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp;เพื่อตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี &amp;nbsp;ซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงกันได้แต่ฝ่ายกันของผู้แจ้งนั้นไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ เนื่องจากอ้างว่าผู้แจ้งนั้นขับรถขณะเมาสุรา &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนจึงได้ไกล่เกลี่ยและเจรจาให้ผู้แจ้ง ไปทำการซ่อมรถด้วยตนเอง &amp;nbsp;ผู้แจ้งรู้สึกเครียด &amp;nbsp;จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ของวันเดียวกันในเวลาประมาณ 14.00 น. &amp;nbsp; เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับกรณีปล่อยตัวผู้แจ้งออกจากห้องควบคุมตัวและมีการกระทำอนาจารกับผู้แจ้ง &amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp;จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว &amp;nbsp; โดยขณะนี้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp; ได้มีคำสั่ง สภ.เมืองพัทยา ที่ 205/2561 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2561 &amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น และทำการตรวจสอบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 1 นาย ตามที่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกรับผลประโยชน์ให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย &amp;nbsp; เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงและสามารถตอบคำถามสังคมได้ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนและกระทำความผิด ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษกตร.เผยต่อว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าในยุคปฏิรูปตำรวจจะต้องไม่มีข้าราชการตำรวจนายใดประพฤติตนทุจริต &amp;nbsp; ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างๆ จะต้องปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเป็นธรรมบริการประชาชนด้วยใจ โดยให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 หากพบตำรวจนายใดมีพฤติกรรม เรียกรับผลประโยชน์ ประพฤติมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น จะดำเนินการตามกฏหมาย และระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และให้ช่วยกันร้องเรียนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจรีดเงิน, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, สภ.เมืองพัทยา, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b120fcea35a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดชั้น&#039;ปลัดคลัง&#039;ออก &#039;สมชัย&#039;บอมบ์รัฐบาลคสช.ฟัน3บิ๊กพม.โกงเงินคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติ ครม.โยก &amp;quot;ปรเมธี&amp;quot; นั่งปลัดพัฒนาสังคมฯ หลัง &amp;quot;บิ๊กโยง&amp;quot; เซ็นให้ &amp;quot;3 บิ๊ก พม.&amp;quot; ออกจากราชการไว้ก่อน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; การันตีเก่ง มีความสามารถ และไว้ใจในการทำงาน พร้อมสั่งเดินหน้าสาวปมโกงเงินคนจนต่อ &amp;quot;ปลัดคลัง&amp;quot; อึ้ง! โดนลดชั้นเป็น &amp;quot;เลขาฯ สภาพัฒน์&amp;quot; ยื่นหนังสือลาออกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ คือ น.ส.นงพงา บุญเปี่ยม ผู้อำนวยการกองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมสรรพากร ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้ง พล.อ.เกษม ยุกตวีระ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคมในคณะกรรมการผังเมือง แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่ลาออก ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2561 เป็นต้นไป และเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอแต่งตั้งนางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติตามที่ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เสนอให้มีการโอนและรับโอนข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนโดยได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว 1.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอรับโอนนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอรับโอนนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สืบเนื่องจากการประพฤติทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ยากจน รมว.การพัฒนาสังคมฯ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการ 3 คน คือ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ, รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ออกจากราชการไว้ก่อน ทำให้ตำแหน่งว่างลง จึงมีการแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่แทน โดย ครม.ให้ความเห็นชอบที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ รับโอนนายปรเมธีไปปฏิบัติหน้าที่เป็นปลัดพัฒนาสังคมฯ และรับโอนนายสมชัยเป็นเลขาธิการ สศช. ส่วนนายพุฒิพัฒน์ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ถ้าวันข้างหน้าตรวจสอบแล้วไม่มีมูล ก็สามารถกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่เหมาะสมได้&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เหตุผลที่ให้นายปรเมธีมาเป็นปลัดพัฒนาสังคมฯ คืออะไร โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้มีการอธิบายรายละเอียดเรื่องนี้ แต่คงเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด ทั้งนายปรเมธีและนายสมชัย ซึ่งตรงนี้เป็นการเสนอของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ส่วนตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังที่ว่างอยู่ ทางกระทรวงการคลังคงพิจารณาอีกครั้ง ยังไม่มีการเสนอเข้า ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า รมว.การพัฒนาสังคมฯ ได้รายงานเรื่องการทุจริตในที่ประชุม ครม.หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากที่มีข้อมูลข่าวสารในเบื้องต้นทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ก็ตรวจสอบ และได้ประสานงานกับ ป.ป.ท. สตง. เพื่อตรวจสอบข้อมูล ซึ่ง ณ เวลานี้ทราบข้อมูลจาก ป.ป.ท. พบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 95 คน ส่วน พม.พบมีผู้เกี่ยวข้อง 171 คน ซึ่งข้อมูลยังไม่ตรงกัน แต่จะเอาข้อมูลจาก ป.ป.ท.เป็นหลักก่อน ซึ่งจากการตรวจสอบของทั้งสองหน่วยงาน พบว่ามีทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และบุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลานี้ให้ออกจากราชการแล้ว 3 คน ส่วนที่เหลืออยู่ในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัย และอะไรที่ดำเนินคดีอาญาได้ ก็จะดำเนินคดีทางอาญา ส่วนเหตุผลที่นายพุฒิพัฒน์ไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น ทางนั้น รมว.การพัฒนาสังคมฯ ไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ในที่ประชุม ขณะที่นายกฯ ได้สั่งทุกกระทรวงให้อธิบายกับประชาชนว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่มาจากรัฐบาลนี้แล้วโกง &amp;nbsp; แต่เรื่องราวทั้งหลายเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะมา จะมีคนร้องเรียนก็ดี หรือเราตรวจสอบพบเองก็ดี เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมต้องฉุกคิด ฉะนั้นประชาชนถ้ามีข้อมูลเรื่องนี้ต้องช่วยกัน ไม่ใช่แค่เพียงว่าวันนี้เราไม่โกง แต่เราต้องไม่ยอมให้คนอื่นโกงด้วย ซึ่งใครมีข้อมูลข่าวสารเรื่องการทุจริต สามารถส่งเรื่องมาที่สายด่วนของนายกฯ ได้&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการโยกย้ายนายปรเมธีไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เสนอมา โดยให้นายพุฒิพัฒน์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายณรงค์ คงคำ รองปลัดพัฒนาสังคมฯ และผู้ตรวจราชการอีกคนหนึ่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่มีเงินเดือน และหากวันข้างหน้าเขาไม่ผิดก็กลับมาได้ โดยสามารถเรียกร้องสิทธิเหล่านี้คืนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกที่ยังค้างๆ อยู่จำนวนหนึ่งก็จะต้องสอบต่อ ไม่ใช่ลงโทษแค่นี้นะ ยังมีอีกเยอะ ทุกอย่างบางทีก็อยู่ที่กลไกในการบริหารเหมือนกัน เรื่องการจ่ายเงินจ่ายทอง ระเบียบเก่าเป็นอย่างไร ก็ต้องมาแก้ไขกันหมด บางทีก็หวังดี ตั้งโน่นตั้งนี่ขึ้นมา และจะทำให้เร็วขึ้น แต่ปรากฏว่ามีการทุจริตขึ้นมา ก็ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นในทุกกระทรวง และอาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเสริมด้วย เช่น ป.ป.ท. เพราะมีอำนาจอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาให้ตนใช้ ม.44 ใช้อำนาจปกติไป ม.44 จะใช้ให้น้อยลง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เหตุผลที่ตั้งนายปรเมธีมาเป็นปลัดพัฒนาสังคมฯ เพราะอะไร คนในกระทรวงไม่มีหรือ เหตุใดต้องตั้งข้ามห้วยมา นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;เขาเก่งไง ผมไว้ใจเขา ทำไม เขามีความสามารถ ทางกระทรวง พม.เขาเสนอมา ผมก็พิจารณาหาคนที่เหมาะสมไว้วางใจได้ไปทำข้ามห้วยอะไร ก็ข้าราชการด้วยกันทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายชื่อผู้เกี่ยวกับการทุจริตให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จำนวน 96 รายว่า เราแต่งตั้งคณะกรรมการสอบรายชื่อที่ซ้ำกัน 14 คน ส่วนที่เหลือให้ ป.ป.ท.ตั้งคณะกรรมการสอบ หากมีมูลส่งมาให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ แล้วจะดำเนินการลงโทษได้เลย แม้มีข่าวการทุจริตจำนวนมาก แต่มีการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 5 คนก่อนหน้านี้ เพราะระเบียบราชการสามารถอุทธรณ์ได้ และการดำเนินการขณะนี้ถือว่าเร็วกว่าในอดีตที่มีกรอบเวลา 180 วัน เพราะตอนนี้มีกรอบระยะเวลาการพิจาณา 30 วัน และสามารถขอขยายเวลาได้อีก 30 วัน ถือว่าเร็วกว่าที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้เร็วเท่านี้ วันที่ 5 ก.พ.ปลายเดือน มี.ค. รู้ผลแล้ว ทุกอย่างมีหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตรวจสอบข้าราชการระดับสูงในกระทรวงนั้น ทางคณะกรรมการฯ ได้ประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง และสงกรานต์จะประชุมอีก ไม่มีหยุด ขณะนี้ชี้แล้วว่าผิดอย่างไร และจะดำเนินการอย่างไร หลังสงกรานต์จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ถึงเส้นทางทางการเงิน เพราะหลักฐานการโอนเงินมีน้อย ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่ทาง พม.และ ป.ป.ท.สามารถประสานขอข้อมูลไปได้ และเมื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนี้เสร็จ อาจจะมีการตรวจสอบย้อนกลับไปยังปีงบประมาณก่อนหน้านี้อีกด้วย&amp;quot; รมว.การพัฒนาสังคมฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังทางไลน์ เนื่องจากนายสมชัยอยู่ระหว่างลาไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ หลัง ครม.มีมติให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาฯสคช. โดยนายสมชัยระบุว่า &amp;quot;ขอบคุณผู้สื่อข่าวที่ช่วยประคับประคองและสนับสนุนผมมาตลอดชีวิตราชการ โดยตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการเป็นที่เรียบร้อย เป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ว่าได้รับหนังสือลาออกแล้วหรือไม่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า การลาออกของนายสมชัย จะมีผลก็ต่อเมื่อ รมว.การคลังเห็นชอบ ซึ่งคาดว่า รมว.การคลังจะมีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงการคลังให้อยู่รับราชการต่อ อย่างไรก็ตาม หากนายสมชัยยืนยันที่จะลาออก เชื่อว่า รมว.การคลังก็ไม่สามารถห้ามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมชัยยังเหลืออายุราชการเป็นเวลา 3 ปี &amp;nbsp;โดยนายสมชัยรับตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังตั้งแต่อายุ 53 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปลัดในกระทรวงการคลังหรือกระทรวงอื่นๆ ก่อนหน้านี้ โดยการก้าวขึ้นในตำแหน่งดังกล่าว ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นเพราะการเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.รุ่น 50 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6890</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้, น.ส.นงพงา บุญเปี่ยม, บิ๊กโยง, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สาวปมโกงเงินคนจน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใช้อำนาจม.44, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc603df1bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
