<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา พ.ร.บ.ไซเบอร์ ฉบับแก้ไข ผู้พิพากษาระบุ ยังให้อำนาจเต็มล้วงข้อมูลเหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้พิพากษา &amp;ldquo;ศรีอัมพร&amp;rdquo; เผยร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไซเบอร์แล้ว สรุปดีอีแก้เพียงเล็กน้อย แจงยังคงอำนาจเต็มล้วงข้อมูลเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18 พ.ย. นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ให้สัมภาษณ์ความเห็นถึงร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เคยสั่งการฝ่ายกฎหมายไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งในเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงควรพิจารณาว่าจะมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันอย่างไร ว่า ทราบว่าร่างดังกล่าวที่มีการแก้ไขแล้วจะถูกนำเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ซึ่งจากการที่ตนได้อ่านร่างที่มีการแก้ไขไปแล้วพบว่า ร่างดังกล่าวซึ่งเสนอโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการทบทวนแก้ไขเพียงเล็กน้อยในส่วนของนิยาม แต่ยังคงหลักการเดิมในส่วนเนื้อหาที่เคยโดนทักท้วงไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีอัมพร กล่าวต่อไปว่า ยังให้อำนาจคณะกรรมการเพื่อความมั่นคงทางไซเบอร์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจเยอะ จะสามารถตรวจค้น จับกุม ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ หน่วยบันทึกความจำ บังคับบอกรหัสเพื่อเปิดข้อมูลได้หมด โดยไม่ต้องมีหมายจับหมายค้น ซึ่งคดียังไม่เกิด แต่แค่สงสัย ก็สามารถเข้าไปตรวจค้นยึดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเอกชน บริษัท ประชาชนทั่วไป ถือเป็นการเข้าไปยึดเพื่อตรวจสอบแจ้งข้อหาทีหลัง ยึดแล้วเอาข้อมูลไป ซึ่งกฎหมายนี้ไม่ใช่ระบบสากล เพราะไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลโดยฝ่ายตุลาการ ตนเห็นว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ทราบมาว่าทางหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องก็มีความเป็นห่วงว่า ถ้าออกกฎหมายลักษณะแบบนี้มามันจะเกิดความเสียหาย จนประเทศอื่นๆ เขาไม่กล้าคบหาสมาคมด้วยเลย เพราะประเทศอื่นไม่มีกฎหมายลักษณะแบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีอัมพร กล่าวอีกว่า อย่างประเทศจีน ซึ่งมีระบอบการปกครองที่แตกต่างจากเราเขายังไม่กล้าทำเลย ตรงนี้ถือเป็นหลักการที่ใช้ไม่ได้ อาจจะส่งผลให้การค้าการลงทุนของประเทศได้รับความเสียหาย เพราะว่าข้อมูลทางการค้าของแต่ละบริษัทนั้นมีมูลค่าเป็นแสนล้านดอลล่าห์ การที่เราจะออกกฎหมาย เอาข้อมูลหรือตัวเซฟเวอร์เขาไป มันอาจจะเกิดข้อมูลรั่วไหลจนเกิดคดีความและถูกครหาว่ามีการยึดเอาข้อมูลไปขายที่อื่นได้อีก ตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว มันโยงถึงความลับทางการค้า ความน่าเชื่อถือของประเทศเราด้วย โดยในวันที่ 19 พ.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ที่ห้อง 607 อาคารศาลอุทธรณ์โดย ตนจะเปิดแถลงสรุปเนื้อหาเป็นข้อๆ ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่นายกฯ เคยให้ถอนร่างไปดูก่อน ไปดูมาแล้วหรือยัง ได้ทำประชาพิจารณ์แล้วหรือไม่ เรื่องนี้มันอาจกระทบทำให้โครงสร้างประเทศเปลี่ยนได้เลย สื่อมวลชนเองต่อไปก็อาจเกิดผลกระทบได้ หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่าน อาจจะโดนค้นยึดข้อมูลที่เป็นเทปเนื้อหาก็เป็นได้&amp;rdquo; นายศรีอัมพร ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22218</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., ฉบับแก้ไข, พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, ศรีอัมพร ศาลิคุปต์, หวั่นกระทบประเทศ, ให้อำนาจล้วงข้อมูลเต็มที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181118/image_big_5bf1635ae6de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
