<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ! นครศรีธรรมราช ครอบครัวเดียวติดเชื้อโควิด 18 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด เมื่อวานนี้ โดย นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 21 คน ทำให้มีผู้ป่วยสะสม ระลอกใหม่ เม.ย. 99 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสืบสวนโรคพบว่า นอกจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงแล้ว จ.นครศรีธรรมราช พบการระบาดที่เกิดจากการเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยที่ประชุมรายงานการตรวจพบผู้ป่วยในครอบครัวเดียวกันจากอำเภอหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ที่มีผู้ติดเชื้ออายุ 12 ปี เดินทางมาจาก จ.นครปฐม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และร่วมงานเลี้ยงฉลองในครอบครัวเดียวกัน ลักษณะมีบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน 3 หลังคาเรือน มีสมาชิกในเครือญาติ 32 คน ขณะนี้พบการติดเชื้อ COVID-19 แล้ว 18 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมวงการติดเชื้อได้ในครอบครัวเดียว ไม่พบว่ามีการกระจายสร้างวงแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไกรศร &amp;nbsp;กล่าวว่า ได้ยกระดับมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 โดยเฉพาะการกักกันอย่างจริงจัง ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ในด่านตรวจ ออกใบสั่งให้กักตัวผู้ที่ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ กลุ่มที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่สีแดง เพื่อสะดวกต่อการติดตาม หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค มีทั้งโทษปรับและจำคุกตามกฎหมาย, การปิดบางพื้นที่ หรือสถานที่ รวมทั้งจัดชุดเจ้าหน้าที่สายตรวจ เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงของพื้นที่ต่าง ๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100272</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, โควิด19, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080bc47754f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานเงินสมทบทุนซื้อที่ดิน &#039;มัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 10.00 น. ที่ศาลาประชาคม โรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทาน จำนวน 4,500,000 บาท เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้อที่ดินของมัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่มเติมเป็นเนื้อที่จำนวน 7 ไร่ 53.5 ตารางวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับมอบ มีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้นำศาสนาอิสลาม มุสลิมะห์ร่วมในพิธี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับพระราชทานเงินสมทบทุนในการจัดซื้อที่ดิน อันยังประโยชน์ในการประกอบศาสนกิจของพสกนิกรผู้นับถือศาสนาอิสลาม และศาสนิกชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยผู้นำศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดูอาร์ขอพรถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการปกครอง เป็นเงิน 104,450,000 บาท ในการก่อสร้างอาคารมัสยิดกลาง บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 บนเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา การก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2560 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารกิจการศาสนาอิสลาม เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิมในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89949</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, มัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช, ในหลวง รัชกาลที่ 10, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60017ff6468e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ลงนครศรีฯ/ฝ่ายค้านบี้เยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสถานการณ์น้ำ 7 ธ.ค. สั่ง สทนช.จัดทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน เผย 5 จังหวัดภาคใต้ยังจมบาดาล ชาวบ้าน 290,997 ครัวเรือนเดือดร้อน &amp;quot;ปภ.&amp;quot; สำรวจความเสียหายก่อนฟื้นฟู &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; จี้รัฐบาลใช้กลไกสภาเร่งเยียวยาน้ำท่วม &amp;quot;นครศรีธรรมราช&amp;quot; ดับเพิ่ม 2 ราย ทำยอดเสียชีวิตพุ่งเป็น 22 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ จะเดินทางไปศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อและเยี่ยมเยียนและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า ได้รับทราบรายงานเบื้องต้นสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ในหลายจังหวัดระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง เพราะฝนจะลดลงต่อเนื่องไป 1 สัปดาห์ และจากอิทธิพลน้ำทะเลหนุนที่ไม่กระทบต่อการระบายน้ำเช่นกัน ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมเครื่องจักรเครื่องมือเร่งระบายน้ำให้ลดลงโดยเร็วที่สุด ก่อนจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 12-14 ธ.ค.นี้ และมอบให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติติดตามประเมินปริมาณฝนในช่วงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัยคงเหลืออีก 5 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง, พัทลุง และสงขลา รวมทั้งสิ้น 51 อำเภอ และมีประชาชนได้รับผลกระทบ 290,997 ครัวเรือน โดยนายกฯ กำชับหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ &amp;nbsp;รวมทั้งสั่งให้การช่วยเหลือประชาชนต้องเป็นไปในรูปแบบบูรณาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สั่งการให้กระทรวงกลาโหมเร่งช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างสาธารณะ ถนน สะพานที่ได้รับความเสียหาย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงสาธารณสุข ดูแลกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย เพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพจิตใจ รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งสำรวจจำนวนครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรและปศุสัตว์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเร่งชดเชย เยียวยา ตามระเบียบหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังและสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ และติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้อย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกระจายกันลงพื้นที่ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีการแจ้งเตือนและประสานไปยังจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ระยะยาว โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้มอบให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จัดทำแผนงานในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน เพื่อให้มีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก ทั้งการเร่งแผนงานโครงการที่ได้เริ่มดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้วทั้งสิ้น 66 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 30 แห่ง และตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 19 แห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) จะสำรวจความเสียหายและผู้ที่ได้รับผลกระทบ และพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พรรคร่วมฝ่ายค้าน​ นำโดยนายประเสริฐ​ จันทรรวงทอง​ เลขาธิการ​พรรค​เพื่อ​ไทย, นายธีรัจชัย​ พันธุมาศ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค​ก้าวไกล,​ พ.ต.อ.​ทวี​ สอดส่อง​ เลขาธิการ​พรรค​ประชาชาติ​, ​นายนิคม​ บุญ​วิเศษ​ หัวหน้า​พรรค​พลัง​ปวงชน​ไทย,​ นายอารี ไกรนรา​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ​ และนายชวลิต​ วิชยสุทธิ์​ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เยี่ยม​ให้กำลังใจ​และมอบถุง​ยังชีพ​ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ​รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ออกกฎหมายและเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล พบว่าในพื้นที่มีโครงการเพื่อป้องกันภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันพบว่าโครงการไม่คืบหน้า พรรคฝ่ายค้านจะติดตามและตรวจสอบรัฐบาลเพื่อให้ดำเนินการ โดยจะเอาปัญหาของพี่น้องไปช่วยผลักดันว่าควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก หรือถ้าเกิดเหตุการณ์แล้วทำอย่างไรถึงจะไม่ให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หรือจะมีวิธีป้องกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนใน 3 ระดับ คือ 1.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเร่งด่วน รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคเอกชน จัดตั้งโรงครัวปรุงอาหารพร้อมรับประทาน แจกจ่ายให้กับประชาชน 2.การแก้ไขปัญหาภายหลังน้ำลดแล้ว รัฐบาลต้องจัดงบประมาณช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ 3.การแก้ปัญหาระยะยาว รัฐบาลจะต้องเร่งรัดการก่อสร้างโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราชตามแนวทางพระราชดำริ ที่ใช้งบประมาณ 9,580 ล้านบาท ของกรมชลประทาน ซึ่งมีการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช สรุปสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีพื้นที่ประสบภัย 23 อำเภอ 165 ตำบล 1,545 หมู่บ้าน 120 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 919,003 คน 323,536 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 19 ราย บ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์ พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ปัจจุบันมีพื้นที่น้ำท่วมขัง รวม 18 อำเภอ รวม 91 ตำบล 704 หมู่บ้าน 92 ชุมชน พื้นที่คลี่คลายอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายจำนวน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ลานสกา อ.นบพิตำ อ.สิชล อ.ขนอม และ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผู้ที่จมน้ำเสียชีวิตมีเพิ่มอีก 2 ราย คือเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ธ.ค. ชื่อนายวราวุฒิ วรสิงห์ อายุ 38 ปี จมน้ำเสียชีวิตริมถนนที่ถูกน้ำท่วมสูง บ้านนายเอื้อน หมู่ 6 ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง อีก 1 รายชื่อนายสมจิตร ทองศรีจันทร์ อายุ 54 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เสียหลักตกลงข้างทางจมน้ำเสียชีวิต ที่บ้านแสงวิมาน-ท่าพระ หมู่ 6 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง เมื่อช่วงเย็น 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ล่าสุดอยู่ที่ 22 ราย&amp;quot; ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง บริเวณคลองช้าง ริมถนนสายตรัง-สิเกา เจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้นำเอาเครื่องจักรกลหนัก รวมทั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มาทำการสูบน้ำเพื่อผลักดันให้น้ำจากแม่น้ำตรังไหลออกสู่ปากน้ำทะเลกันตังได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น หลังมวลน้ำจำนวนมาก จากพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชไหลบ่าลงมา ทำให้พื้นที่ด้านเหนือคลองช้าง ซึ่งได้แก่ ต.หนองตรุด, ต.นาตาล่วง และ ต.นาโต๊ะหมิง ขณะเดียวกันน้ำจากแม่น้ำได้ไหลเข้าท่วมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง ซึ่งอยู่บริเวณริมแม่น้ำตรัง ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 20-50 เซนติเมตร และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น โดยขณะนี้ จ.ตรัง น้ำท่วม 6 อำเภอ 29 ตำบล 4 ชุมชน 141 หมู่บ้าน 5,602 ครัวเรือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86136</URL_LINK>
                <HASHTAG>วราวุฒิ วรสิงห์, สมจิตร ทองศรีจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fccdff4753fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครศรีฯจ่อตัดไฟ น้ำท่วมตาย8ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ สั่งทุกฝ่ายช่วยเหลือชาวใต้เผชิญอุทกภัย นครศรีธรรมราชยังจมน้ำ ผู้ว่าฯ แจ้งเตือนชาวบ้านเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างรับถูกตัดไฟ &amp;quot;นิพนธ์&amp;quot; ลงพื้นที่ รับรุนแรงสุดในรอบ 50 ปี เดือดร้อนกว่า 5 แสนคน เสียชีวิตแล้ว 8 ราย สงขลาทยอยประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 10 อำเภอ ขณะที่สุราษฎร์ธานีประกาศ 9 อำเภอ เยียวยาชาวสวนยางรายละ 3 พันบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา นราธิวาส และสุราษฎร์ธานี โดยสั่งการให้ส่วนราชการในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง กำชับให้เร่งช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งแจ้งให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมพร้อมบรรเทาความเดือดร้อน อพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย และขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือน รวมถึงข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนเองลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมนำความห่วงใยจากรัฐบาลไปมอบให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคไหน เชื่อว่าความรักความสามัคคีของคนไทยจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัย และก้าวผ่านสถานการณ์ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นายกฯ มีความเป็นห่วงถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในการระดมพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร สาธารณภัยจากทุกหน่วยงาน และจากทั้งหน่วยงานทหาร ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ มูลนิธิ อาสาสมัคร ประชาชน จิตอาสา เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ และให้ความสำคัญกับการจัดลำดับในการดูแลประชาชนเกี่ยวกับสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ และจัดตั้งโรงครัวพระราชทานในการประกอบอาหารเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเองจะยังไม่เดินทางไปดูสถานการณ์ในช่วงนี้ เพราะจะต้องไปภาคเหนือก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;เตือนชาวนครฯ รับมือไฟดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านสถานการณ์ในพื้นที่เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมนี้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำฝนและน้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างความสูญเสียและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รถขนาดใหญ่ของหน่วยงานต่างๆ เข้าพื้นที่อพยพผู้ประสบภัย ขณะที่นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ส่งข้อความเสียงเตือนประชาชนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชให้ยกของขึ้นที่สูงเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 20-30 เซนติเมตร พร้อมชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์ให้แสงสว่างให้พร้อม เพราะหากระดับน้ำเพิ่มสูงถึง 140 เซนติเมตร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราชจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครศรีธรรมราชสรุปตัวเลขความเสียหายเบื้องต้น มีพื้นที่ประสบภัย 19 อำเภอ รวม 133 ตำบล 942 หมู่บ้าน 114 ชุมชน มียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รวม 5 ราย ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ 1 ราย, อำเภอพระพรหม 2 ราย, เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย และอำเภอฉวาง 1 ราย, บ้านพักเสียหายบางส่วน จำนวน 8 หลัง สถานศึกษา/ศาสนสถาน/ส่วนราชการ ได้รับผลกระทบและอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ความเสียหายด้านการเกษตร มีพื้นที่การเกษตรประสบภัย 475,306 ไร่, ด้านประมงมีพื้นที่ประมงประสบภัย แบ่งเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 12,437 ไร่ กระชังปลา 7,851 ตารางเมตร (สัตว์น้ำที่เลี้ยงกระชัง/บ่อซีเมนต์) และด้านปศุสัตว์ มีรายงานสัตว์ตาย/สูญหาย 1 ตัว สัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบ 122,812 ตัว แปลงหญ้า 433 ไร่ และสถานีชลประทานเสียหาย 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งจากกองทัพภาคที่ 4 และหน่วยขึ้นตรง/ตำรวจภูธร/ตำรวจตระเวนชายแดน/อาสาสมัคร/หน่วยกู้ชีพกู้ภัย ตลอดจนประชาชนจิตอาสาเข้าสนับสนุนขนย้ายผู้ประสบภัย พร้อมนำอาหารและน้ำเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยที่ยังคงมีระดับน้ำท่วมขังสูงในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และในพื้นที่อำเภอต่างๆ อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;อุทกภัยร้ายแรงรอบ 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย ผวจ.นครศรีธรรมราช และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ศูนย์อพยพวัดโทเอก อ.พรหมคีรี และศูนย์อพยพโรงเรียนวัดเสมาเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนิพนธ์กล่าวว่า อุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 50 ปี ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าประจำยังจุดเสี่ยงและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบูรณาการจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาดูแลอยู่แล้ว ซึ่งจากข้อมูล ขณะนี้น้ำท่วมทั้ง 23 อำเภอของจังหวัด ที่หนักสุดได้แก่ อ.เมือง พระพรหม เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ ลานสกา นบพิตำ ท่าศาลา และทุ่งสง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 184,750 ครัวเรือน หรือประมาณ 5 แสนคน บ้านเรือนพังเสียหายหลายหลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรายงานว่า บริเวณทางเข้าท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชถูกกระแสน้ำป่าจากต้นน้ำตกพรหมโลก และน้ำตกอ้ายเขียว ใน อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช หลากเข้าท่วมรอบสนามบิน สูง 80 เซนติเมตร ถึง 1.5 เมตร โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักเข้าสู่สนามบิน ริมถนนบางปู-เบญจมะ ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ส่วนตารางการบินยังเป็นไปตามปกติ เนื่องจากตัวรันเวย์ แท็กซี่เวย์ ลานจอด รวมทั้งอาคารผู้โดยสารยังไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกองพันทหารสื่อสาร 24 กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดรถขนาดใหญ่รับส่งผู้โดยสารเข้าออกสนามบินไปส่งยังจุดปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;สงขลาประกาศเขตภัยพิบัติ 10 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงขลา ขณะนี้น้ำท่วมได้ขยายวงเป็น 12 อำเภอ โดยจังหวัดประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินเพิ่มเป็น 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.รัตภูมิ ควนเนียง บางกล่ำ สทิงพระ สิงหนคร ระโนด กระแสสินธุ์ เมืองสงขลา หาดใหญ่ และจะนะ และพื้นที่ประสบภัยอีก 2 อำเภอ คือสะเดา และนาหม่อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าห่วงที่สุดคือ ในพื้นที่ปลายน้ำของ อ.ควนเนียง โดยเฉพาะที่บ้านปากบาง หมู่ 3 ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำสุดท้ายที่ไหลมาจาก อ.รัตภูมิ บางกล่ำ และ อ.ควนเนียง ก่อนที่จะลงสู่ทะเลสาบสงขลา ขณะนี้มวลน้ำเริ่มไหลลงมารวมกัน และเกิดน้ำหนุนท่วมบ้านเรือนที่อยู่ปลายคลองภูมี และติดทะเลสาบสงขลา บางหลังมีเด็กเล็กต้องใช้เรือเข้าออก และน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งยังมีภาวะน้ำทะเลหนุน ที่สำคัญถูกน้ำท่วมซ้ำมาแล้ว 2 รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวได้ล่องเรือตรวจสอบสภาพพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา พบว่ามีน้ำทะเลหนุนสูง และพบกับชาวบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในสภาพติดเกาะ ถูกน้ำทะเลสาบสงขลาหนุนท่วมสะพานเข้าบ้านจนออกจากบ้านไม่ได้มา 5 วัน เป็นสองผัวเมียชื่อ นายมนัส จำปา อายุ 63 ปี และนางธัญรัตน์ จำปา อายุ 58 ปี มีอาชีพเลี้ยงปลากะพงในกระชัง อาศัยอยู่ริมทะเลสาบสงขลาพื้นที่หมู่ 5 บ้านปากจ่า ต.ควนโส อ.ควนเนียง ทั้งสองคนบอกว่าต้องกินข้าวกับปลาเค็มเพราะออกไปไม่ได้ ซึ่งครั้งนี้ถูกน้ำหนุนสูงที่สุดในรอบ 3 ปีไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบี่ ฝนตกต่อเนื่อง 2 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำจากคลองสินปุน อ.เขาพนม ซึ่งเป็นคลองเชื่อมต่อจาก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เริ่มเอ่อท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ 6 และหมู่ 10 ต.สินปุน อ.เขาพนม ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร ชาวบ้านเตรียมขนย้ายทรัพย์สินไว้ที่ปลอดภัย นอกจากนี้น้ำที่เอ่มท่วมถนนยังไหลหลากพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันและยางพาราอีกหลายสิบไร่ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง รวมทั้งจัดเตรียมกำลังและอุปกรณ์ เตรียมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ประกอบการเรือหางยาวนำเที่ยวและเรือสปีดโบต ที่จอดหน้าหาดอ่าวนางและหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ กว่า 400 ลำ งดออกให้บริการนักท่องเที่ยวชั่วคราว และนำเรือไปจอดหลบคลื่นในลำคลองอ่าวต้นสน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;สุราษฎร์ฯ ก็ประกาศ 9 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุราษฎร์ธานี ฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอดอนสัก กาญจนดิษฐ์ เมืองสุราษฎร์ธานี บ้านนาสาร บ้านนาเดิม เวียงสระ พระแสง คีรีรัฐนิคม วิภาวดี ไชยา ท่าฉาง และพุนพิน ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 ซม.จนถึงกว่า 2 เมตรในที่ลุ่ม เจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชน เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ ออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายพื้นที่เป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 9 อำเภอ ส่วนที่เหลือจะได้ทยอยออกประกาศให้ครบทุกอำเภอที่ประสบภัย ขณะนี้ทางจังหวัดได้เร่งส่งถุงยังชีพให้แต่ละอำเภอ เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง ล่าสุดได้ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดินถล่ม และวาตภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัทลุง ฝนยังตกหนักเป็นช่วงๆ ทำให้หลายพื้นที่ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะที่ลุ่มริมทะเลสาบสงขลา ใน อ.ควนขนุน เมือง เขาชัยสน บางแก้ว และปากพะยูน เนื่องจากน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดหลากลงมาท่วมก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบ ขณะที่มีน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำระบายลงสู่ทะเลไม่ได้ จึงเอ่อท่วมหนักในพื้นที่ 5 อำเภอดังกล่าว นอกจากนี้ในพื้นที่ ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน น้ำป่าจาก อ.ศรีบรรพต และควนขนุน ไหลหลากลงมาสมทบ และมีถนนรถไฟขวางกั้น ทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 1,000 ครอบครัว มีน้ำท่วมสูง 1.5-2 เมตร กรมเจ้าท่าได้นำเรือท้องแบนบริการรับส่ง ขนย้ายสิ่งของให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมพร ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเกิดฝนตกเกือบทั้งวัน ทำให้มีน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองชุมพร โดยเฉพาะถนนประชาอุทิศ ถนนพิศิษฐ์พยาบาล ซึ่งเป็นย่านร้านค้า ตลาดสด และสถานศึกษาคือ โรงเรียนศรียาภาย โรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา วิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร และโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีระดับน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ของนักเรียน นักศึกษา ที่จอดเรียงแถวอยู่ริมถนนหน้าสถานศึกษาจมน้ำเสียหายหลายคัน นอกจากนี้ฝนที่ตกหนักในเขตเทศบาลเมืองชุมพร ทำให้ดินอิ่มตัวจนรั้วบ้านพังทลายทับบ้านและโรงจอดรถของเพื่อนบ้านพังเสียหายไปด้วย 1 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;ช่วยชาวสวนยางรายละ 3 พัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งว่า ตามที่การรถไฟฯ ได้ปรับเปลี่ยนการเดินรถสถานีต้นทางปลายทาง และงดเดินขบวนรถบางขบวนในเส้นทางสายใต้ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.63 ต่อมาวันที่ 3 ธ.ค. สถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย การรถไฟฯ จึงได้ประกาศปรับเปลี่ยนการเดินรถสถานีต้นทางปลายทาง และงดเดินขบวนรถบางขบวนในเส้นทางสายใต้ในวันนี้อีก 1 วัน โดยให้ขบวนรถที่มีปลายทางสถานีตรัง กันตัง และนครศรีธรรมราช เดินรถถึงสถานีชุมทางทุ่งสงและสถานีคลองจันดี และทำการขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ไปยังสถานีปลายทางต่อไป สำหรับประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารเดินทางกับขบวนรถดังกล่าวข้างต้น หากไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วสถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.ทั้งหมดประมาณ 5,274,333 ไร่ เป็นเกษตรกร จำนวน 478,760 ราย ขณะนี้ได้สั่งการให้ กยท.เขต และ กยท.จังหวัดในภาคใต้เร่งสำรวจสวนยางที่เกิดความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่ง กยท.มีมาตรการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบอุทกภัยผ่านกองทุนพัฒนายางพารา โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ ต้องเป็นสวนยางที่ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน หรือได้รับความเสียหายในคราวเดียวกันไม่น้อยกว่า 20 ต้นต่อไร่ เกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ธ.ค.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 03 ธันวาคม 2563 ความว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนปกคลุมช่องแคบมะละกา ทำให้บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่างๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค.63.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณกรณ์ ตรรกวิรพัท, นิพนธ์ บุญญามณี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิชวุทย์ จินโต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา นาคาศัย, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8cb7a16797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครศรีฯอ่วมหนัก ฝนถล่มจมบาดาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนถล่มภาคใต้ข้ามวันข้ามคืน นครศรีธรรมราชอ่วมหนัก 15 อำเภอเจิ่งน้ำ หลายพื้นที่ถูกตัดขาด ผู้ว่าฯ สั่งทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือประชาชน เผยหนักสุดในรอบ 10 ปี พัทลุง สงขลา นราธิวาส สุราษฎร์ธานี ตรัง ปัตตานี ก็ยังไม่คลี่คลาย นายกฯ เป็นห่วงผู้ประสบภัย อุตุฯ เตือนยังคงมีฝนหนักถึง 4 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้เข้าสู่ระดับวิกฤติในหลายจังหวัด เมื่อวันพุธที่ผ่านมายังเกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยน้ำจากเทือกเขาหลวงใน อ.ลานสกา ไหลลงมาถึงเมืองนครศรีธรรมราช จนประชาชนต้องรีบขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันวุ่นวายโกลาหล โดยเฉพาะตัวหมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ถนนริมคลองป่ามะพร้าวทางเข้าหมู่บ้านทั้งด้านหน้าและหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยปริยาย นอกจากนี้ บริเวณสี่แยกศาลาหมูปาน หน้า อบจ.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำท่วมสูง 50 ซม. ส่วนถนนเลียบทางรถไฟ น้ำท่วมสูงกว่า 60 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถนนกะโรม ย่านตลาดหัวอิฐ และ บขส.นครศรีธรรมราช น้ำท่วมสูง 30-50 ซม. ทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะฝั่งขาออกเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้ามืดวันเดียวกัน ร.ต.อ.อมร มาศชู รอง สวป.สภ.ทุ่งใหญ่ รับแจ้งเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำ มีผู้โดยสารเต็มคันและได้รับบาดเจ็บหลายคน &amp;nbsp;บนถนนสายเอเชีย บ้านควนลำภู หมู่ 7 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ขาล่องใต้ ไปตรวจสอบพบรถ บขส. ทะเบียน 15-5617 กรุงเทพฯ ตกลงไปในร่องน้ำกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน นำส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ สาเหตุจากถนนลื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งกำชับ ปภ.จังหวัด และ ปภ.สาขา ติดตามสถานการณ์ ประสานงานในพื้นที่และเข้าช่วยเหลือผู้ประชาชนทันทีที่มีการร้องขอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัย 15 อำเภอ รวม 78 ตำบล 351 หมู่บ้าน 7 ชุมชน ประกอบด้วย พื้นที่อำเภอชะอวด, จุฬาภรณ์,ทุ่งสง, เมืองนครศรีธรรมราช, พระพรหม, ร่อนพิบูลย์, ท่าศาลา, พิปูน, นาบอน, ลานสกา, สิชล, เฉลิมพระเกียรติ, เชียรใหญ่, นบพิตำ และอำเภอขนอม ประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 47,939 คน 16,709 ครัวเรือน บ้านพักเสียหายบางส่วน จำนวน 8 หลัง (อ.นาบอน 1 หลัง, อ.ท่าศาลา 7 หลัง) สถานศึกษาได้รับผลกระทบ 15 แห่ง ประกาศหยุดการเรียนการสอน 6 แห่ง วัด/มัสยิด/โบสถ์อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย พื้นที่การเกษตรประสบภัย 291,156 ไร่ แบ่งเป็น นาข้าว 28,278 ไร่ พืชไร่ 9,415 ไร่ (ข้าวโพดหวาน พริกขี้หนู มะเขือ ฟักเขียว มันแกว ถั่วลิงสง ถั่วฝักยาว) และพืชสวน 253,463 ไร่ (ปาล์มน้ำมัน ยางพารา) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีผู้เผยแพร่เฟซบุ๊กโพสต์คลิปมวลน้ำป่าเทือกเขาหลวง คีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ที่ไหลทะลักอย่างบ้าคลั่งลงสู่เบื้องล่าง โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดอยู่ในหมู่บ้านคีรีวง และคาดภายใน 6-8 ชม. น้ำจะบ่าเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นสถานการณ์หนักสุดในรอบ 10 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งสง ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมทุกตำบล นอกจากนี้ยังไหลเข้าท่วมย่านการค้าตลาด อ.ทุ่งสง ความสูงไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ทำให้บ้านเรือนและตลาด อ.ทุ่งสง จมอยู่ใต้บาดาลในพริบตา ขณะที่โรงเรียนในเขต อ.ทุ่งสง และใกล้เคียง ประกาศปิดการเรียนจนถึงวันที่ 3 ธ.ค.&amp;nbsp;นอกจากนี้ ถนนสายเอเชีย 41 ช่วง อ.ทุ่งสง-สุราษฎร์ธานี ถูกน้ำท่วมหลายจุด รถไม่สามารถผ่านไปมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เครื่องบินยังขึ้นลงได้ปกติ แม้จะมีภาพแชร์ทางโซเชียลมีเดียว่ามีน้ำท่วมขังสนามบิน ล่าสุดตนได้สั่งการรายงานสถานการณ์ทุกชั่วโมง โดยได้รับรายงานว่า ตอนนี้เครื่องสูบน้ำ 2 ชุด 8 เครื่อง เดินเครื่องภายในสนามบิน ส่วนที่ลานจอดเครื่องบินกับอาคารมีน้ำระบายไม่ทันเพราะฝนตกหนักมาก&amp;nbsp;
สงขลาเฝ้าระวัง 4 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พัทลุง แม้ฝนจะเบาบางลงบ้าง แต่น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดก็ได้หลากเข้าท่วมอำเภอเมือง เขาชัยสน บางแก้ว ควนขนุน และอำเภอปากพะยูน โดยเฉพาะอำเภอเมือง บ้านควนกุฏิ หมู่ที่ 15 ต.ควนมะพร้าว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 150 ซม. ชาวบ้าน 80 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนต้องอพยพไปพักชั่วคราวที่โรงเรียนบ้านควนกุฏิ และค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ 343 พัทลุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วมที่บ้านควนกุฏิ พบว่า ระดับน้ำท่วมสูง ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องอพยพทั้งสิ่งของและสัตว์เลี้ยง เบื้องต้นได้สั่งให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำลงสู่คลองลำเบ็ด พร้อมกันนั้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวในจุดดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงขลา พื้นที่ ต.คูขุด อ.สทิงพระ ทั้ง 9 หมู่บ้านที่อยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา ถูกน้ำในทะเลสาบสงขลาเอ่อล้นเข้าท่วมทั้งถนนในหมู่บ้านและบ้านเรือนของชาวบ้าน บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้เรือเข้าออก ส่วนภาพรวมพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก เพราะเสี่ยงถูกน้ำท่วมทั้ง 4 อำเภอ ตั้งแต่ อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พันโทพีรวัจน์ จันทร์แก้ว ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 ได้สั่งการให้จัดกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ และกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย เดินทางเข้าพื้นที่ ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับบริเวณทะเลสาบสงขลา หลังได้รับการร้องขอ เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกลงมาสะสมเป็นจำนวนมาก และสภาพพื้นที่อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอ โดยเฉพาะใน 5 อำเภอที่น้ำท่วมหนักอย่าง อ.เมือง สิงหนคร รัตภูมิ ควนเนียง หาดใหญ่ ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย ส่วนการช่วยเหลือระยะต่อไปต้องมีการสำรวจความเสียหายอีกครั้ง &amp;nbsp;
สุราษฎร์ฯ อพยพประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี ฝนยังตกหนักเกือบทุกพื้นที่ เกิดน้ำท่วมพื้นที่ ต.ท่าอุแท ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ต.ชลคราม ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก เป็นพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีมวลน้ำป่าจำนวนมากจากเทือกเขาในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดไหลหลากลงมา บางจุดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี สั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัย อพยพจากพื้นที่เสี่ยงไปอยู่ที่ปลอดภัยเป็นการด่วน นอกจากนั้นยังมีพื้นที่เสี่ยงอีกหลายอำเภอที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อ.บ้านนาเดิม บ้านนาสาร พุนพิน เคียนซา พระแสง เวียงสระ ท่าชนะ ไชยา ชัยบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ลงพื้นที่ประสบอุทกภัยที่หมู่ 7 ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง หลังมีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน &amp;nbsp;เนื่องจากท่อของกรมทางหลวงไปชนกับที่เอกชน และทางเอกชนมีการปิดปากท่อสนิทเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าสวนปาล์มน้ำมัน น้ำจึงออกไม่ได้ โดยได้หารือกับหัวหน้าส่วนราชการทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด 58 อำเภอ 240 ตำบล 1,480 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 67,070 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา นราธิวาส สุราษฎร์ธานี ตรัง และปัตตานี&amp;nbsp;
นายกฯ ติดตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้สั่งให้หน่วยงานสนธิกำลังให้ความช่วยเหลือ บรรเทาสถานการณ์ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และกระทรวงต่างๆ ตามแนวปฏิบัติที่ได้ดำเนินการมาในหลายพื้นที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่น้ำท่วมขัง 7 จังหวัด ยกเว้นสตูลและยะลา ที่สถานการณ์ผ่อนคลายลงแล้ว อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังคงเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สั่งทุกฝ่าย ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และหน่วยแพทย์ดูแล ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ส่วนประชาชนหากต้องการความช่วยเหลือให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งให้กำลังใจประชาชนที่กำลังประสบปัญหาจากอุทกภัยในครั้งนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังให้หน่วยงานเร่งเตือนประชาชนให้ได้รับรู้ข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และการรับมือในสถานการณ์ รวมทั้งรายงานผลการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกระยะด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ธ.ค.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 02 ธันวาคม 2563 ความว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่ทะเลอันดามันต่อไป (วันที่ 3 ธ.ค. 63) ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่างๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ภาคใต้:&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค.63.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85775</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจรศักดิ์ เจริญโสภา, ถาวร เสนเนียม, ร.ต.อ.อมร มาศชู, วิชวุทย์ จินโต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc78848f3af0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้มรับ&#039;กลุ่มต้มยำกุ้ง&#039; ภูเก็ตยิ้มติดเพิ่ม1ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายแดนใต้เตรียมมาตรการเข้มพร้อมรับคนไทยกลับจากมาเลย์ ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 1 รายพื้นที่บางเทา ภาคประชาชนเมืองเพชรบี้ มท.ทบทวนคำสั่งย้ายพ่อเมือง ผู้ว่าฯพิษณุโลกหักเงินเดือน 50% 3 เดือนช่วยผู้ประสบภัยโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สำหรับผู้ที่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทยนั้น จะมีนักเรียนเอเอฟเอสกลับมาจากสหรัฐอเมริกาในวันที่ 17 เม.ย. จำนวน 132 คน วันที่ 18 เม.ย. 131 คน วันที่ 19 เม.ย. จำนวน 161 คน โดยสองวันแรกมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และวันที่ 19 เม.ย. มาลงที่สนามบินอู่ตะเภา คนที่มาเหล่านี้จะไปกักตัวที่โรงแรมซึ่งเป็นสถานที่ที่รัฐจัดไว้ โดยการดูแลคนไทยที่กลับมานั้น กระทรวงการต่างประเทศต้องจัดคิว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยต้องดูเที่ยวบินเข้า-ออก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุขจะคอยดูแลที่พักและแพทย์ เราจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารแสนเมือง โรงเรียนการบิน จ.นครปฐม พล.อ.ต.ไวพจน์ เกิงฝาก ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน พร้อมด้วย พล.อ.ต.ธนวิตต สกุลแสงประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจันทรุเบกษา และ นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครปฐม ร่วมส่งคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 75 คน (ผู้ชาย 33 คน ผู้หญิง 42 คน) ซึ่งเข้าพักใน State Quarantine โรงเรียนการบิน ครบกำหนด 14 วัน กลับภูมิลำเนา โดยผลตรวจทุกคนอาการปกติ ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือคนไทยจากประเทศมาเลเซียเดินทางกลับในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ว่ามีอยู่ 2 วิธี ประกอบด้วย 1.วิธีการคัดกรอง 2.วิธี Local Quarantine หรือการกักกัน 14 วัน โดยการคัดกรองจะต้องมีการสอบถามว่าผู้ที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย เดินทางมาจากรัฐไหนบ้าง ทำงานที่ไหน และพักอยู่กับใคร เพื่อที่จะทราบว่าบุคคลเหล่านี้มาจากแหล่งที่มีการแพร่ระบาดหรือไม่ หากมาจากแหล่งหรือรัฐที่มีความเสี่ยง จะได้เตรียมความพร้อมและติดตามบุคคลเหล่านี้เป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายบุญพาศ รักนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยการจัดเตรียมสถานที่บุคลากรในการคัดกรองแรงงานไทยที่ตกค้างในประเทศมาเลเซีย ซึ่งอนุญาตให้เดินทางผ่านข้ามแดนเพียงวันละ 100 คน โดยตั้งทีมคัดกรองขึ้น 3 จุด คือ 1.จุดคัดกรองด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีการวัดอุณหภูมิ, จุดที่ 2 เป็นการสอบสวนโรคจากทีมสาธารณสุข อ.สุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และจุดที่ 3 ลงทะเบียนประวัติเพื่อส่งศูนย์ Local Quarantine เพื่อกักตัวดูอาการ 14 วัน ตามภูมิลำเนาของแต่ละบุคคล โดยเจ้าหน้าที่จะประสานให้เจ้าหน้าที่แต่ละจังหวัดนำรถยนต์มารับตัวไปกักตามสถานที่แต่ละจังหวัดจัดเตรียมไว้ ส่วนบุคคลที่เสี่่่ยงติดเชื้อจะแยกส่งตัวไปโรงพยาบาลสนาม 4 แห่ง ทั้งนี้ มีคนไทยลงทะเบียนเดินทางผ่านด่านพรมแดนสุไหงโก-ลกในวันที่ 18 เม.ย. จำนวน 90 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงการเตรียมพร้อมการคัดกรองคนที่จะเดินทางกลับจากมาเลเซียว่า มีบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2 คน โดยเป็นประชากรของอำเภอเมืองฯ &amp;nbsp;1 คน และอำเภอทุ่งสง 1 คน ซึ่งจะใช้มาตรการ/ขั้นตอนและแนวทางการปฏิบัติของ ศบค. ทั้งนี้ ขอทำความเข้าใจว่าทุกคนที่กลับมาล้วนแต่เป็นลูกหลานชาวนครศรีธรรมราช จึงอยากให้ทุกคนได้เห็นใจ เข้าใจ และไม่แสดงความรังเกียจ หากกักตัวแล้วมีอาการป่วยก็จะได้รับการรักษาจากทีมแพทย์-พยาบาล ณ โรงพยาบาลที่จัดเตรียมไว้
ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม1รายวัย83ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย จำนวน 10,000 ชิ้น, หน้ากากเลนส์ใส จำนวน 120 ชิ้น และ COVER ALL จำนวน 50 ชิ้น เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 192 ราย มีรายใหม่ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 83 ปี อาชีพแม่บ้าน อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 189 ในพื้นที่บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ในภูเก็ตยังอยู่ในพื้นที่จำกัดและในกลุ่มผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและมอบอุปกรณ์ป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ PIPO ภูเก็ต ที่ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาภูเก็ต โดยกำชับเจ้าหน้าที่ในการตรวจเรือประมง ต้องระมัดระวังให้มีอุปกรณ์ในการป้องกัน เนื่องจากปัจจุบันมีเรือประมงเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต วันละประมาณ 240 ลำ มีการตรวจเรือวันละ 90 ลำ มีเรือกลุ่มเสี่ยงต้องตรวจวันละ 1-2 ลำ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต่อเนื่อง โดยรักษาระยะห่างใช้เทคโนโลยีแอปพลิเคชันไลน์ร่วมในการตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มอบให้กับทางโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรเชษฐ์กล่าวถึงกรณีประชาชนไปแออัดร่วมรับสิ่งของบริจาคที่บริเวณสถานีรถไฟเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ให้เข้าพบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำตำบล หรือหมู่บ้าน เพื่อทำการตรวจสุขภาพ และบันทึกประวัติไทม์ไลน์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงกรณีมีคนไทยกลับจากมาเลเซีย ซึ่งนอกเหนือที่ลงทะเบียนผ่านทางสถานทูตไทยแล้ว มีบางส่วนอาจหลบหนีเข้ามาว่า เรามี 2 แผนรองรับไว้แล้ว ต้องนำเข้ากระบวนการคัดกรองทั้งหมด ได้ตรึงแนวชายแดนในช่วงที่ผ่านมา พบว่าบางคนหนีว่ายข้ามน้ำมา มาทางเรือ เราจับได้หมด ให้กำลังพลคุมตลอดแนวชายแดน เพื่อไม่ให้หลุดรอดมา &amp;nbsp;หากหลุดไปโรคก็เยอะ ทั้งนี้ หากสถานที่จังหวัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอ ทางกองทัพได้เตรียมในส่วนนี้ไว้แล้ว โดยได้เตรียม รพ.สนามไว้รองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเชิญชวนคนพิษณุโลกร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19 โดยระบุว่า ขอบริจาคเงินเดือน 50% 3 เดือน พร้อมโชว์สลิปเดือนแรกจำนวน 38,400 บาท โอนเมื่อเวลา 08.10 น. เข้าบัญชี &amp;quot;เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;quot; ธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนที่ยังพอมีกำลังทรัพย์และไม่เดือดร้อน ร่วมบริจาคคนละเล็กละน้อย ส่งเข้าบัญชีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตั้งด่านคัดกรองของเจ้าหน้าที่และช่วยเหลือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจากโควิด-19 สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ที่ 644 0 105 18 3 ธนาคารกรุงไทยชื่อบัญชี &amp;quot;เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;quot; หรือจะร่วมบริจาคสิ่งของได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางชั้น 3 โทรศัพท์ 0-5523-0398
บี้มท.ทบทวนย้ายผู้ว่าฯเพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถนนคนเดินเพชรบุรี (ริมแม่น้ำเพชรบุรี) อ.เมืองฯ จ.เพชรบุรี เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี 28 เครือข่าย ร่วมลงนามพร้อมแถลงการณ์ ประกาศเจตนารมณ์เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี เรื่องการโยกย้ายนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ไปเป็นผู้ว่าฯ ชัยภูมิ ว่าในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกที่มาดำรงตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน นายกอบชัยเป็นผู้ว่าฯ ที่อุทิศตนและเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อปฏิบัติราชการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ชาวจังหวัดเพชรบุรี ตลอด 365 วัน และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้สถานการณ์วิกฤติไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดเพชรบุรีอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และพร้อมเข้าสู่สภาวะปกติในเร็ววัน จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาชะลอการแต่งตั้งโยกย้ายตามมติคณะรัฐมนตรีออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย และอยู่ในสภาวะปกติ และอยากให้นายกอบชัยอยู่ปฏิบัติราชการที่เพชรบุรีจนถึงวันเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชัยนาท นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท ออกคำสั่งจังหวัดชัยนาท ฉบับที่ 6 และประกาศจังหวัดชัยนาท ฉบับที่ 3 ให้ปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นการชั่วคราว เพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง ต.กะบกเตี้ย อ.เนินขาม และหาดทรายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในพื้นที่ อ.สรรพยา &amp;nbsp;ได้แก่ หาดเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดกำแพง และหาดทรายสะแกงาม บริเวณหน้าวัดสะแก เพื่อป้องกันกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะวัยรุ่น เข้าไปจับกลุ่ม รวมตัวทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในบริเวณสถานที่ดังกล่าว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย.2563 หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ จะมีความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาทยังคงเป็นพื้นที่สีขาวที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ โดยมีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสมตรวจไม่พบเชื้อ จำนวน 28 ราย อยู่ระหว่างติดตามเฝ้าระวัง 14 วัน จำนวน 5 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ออกประกาศให้กิจการของร้านอาหาร รถเข็น แผงลอย ร้านเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ โรงอาหารในสถานที่ราชการ/เอกชน ดำเนินการได้ตามปกติ แต่ต้องไม่ปล่อยให้ผู้ใช้บริการรวมกลุ่มใช้เป็นสถานที่จัดงานฉลอง เลี้ยงสังสรรค์ หรือจัดงานรื่นเริงทุกประเภทโดยเด็ดขาด และต้องปฏิบัติการตามมาตรการตามที่กำหนด รวมทั้งขอความร่วมมือให้ประชาชนงดหรือเลื่อนการจัดงาน ทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อ ดังต่อไปนี้ งานบรรพชา สามเณรภาคฤดูร้อน และงานบวช งานจารีตประเพณีประจำท้องถิ่น งานทอดผ้าป่า งานขึ้นบ้านใหม่ งานพิธีเปิดอาคารสถานที่ ทุกประเภท งานพิธีปลุกเสกตางๆ งานกิจกรรมอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ฯลฯ ตั้งแต่วันที่ 18 &amp;nbsp;เม.ย.2563 ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยติดเชื้อยังคงมี 2 ราย รักษาหาย 1 ราย (ป้าขาเลาะ) ส่วนสาวพริตตี้ผับดังหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต คงรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสงคราม อาการล่าสุดดีขึ้นตามลำดับ อุณหภูมิร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ ผวจ.นครพนมกล่าวในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดว่า รู้สึกเห็นใจผู้ปฏิบัติงานจุดตรวจ จุดคัดกรอง ขอให้เข้มงวดต่อไป ถ้าไม่มีการติดเชื้อเพิ่ม ประมาณวันที่ 30 เม.ย.นี้ เตรียมบิ๊กคลีนนิงใหญ่ทั้งจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องรับรองจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้เชิญแอลกอฮอล์เจล ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานแก่ 6 จังหวัดภาคตะวันออก เป็นแอลกอฮอล์เจลด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง สูตรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พระราชทานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการป้องกันแก้ไขโรคไวรัสโคโรนา 2019 สร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63477</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.สามารถ ถิระศักดิ์, พล.อ.ต.ธนวิตต สกุลแสงประภา, พล.อ.ต.ไวพจน์ เกิงฝาก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99a6644153c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อรับคนไทยจากมาเลย์ พระยะลางดบิณฑบาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หลายจังหวัดปรับตัวสู้โควิด-19 &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; เตรียมมาตรการรับคนไทยกลับจากมาเลเซีย &amp;nbsp;18 เม.ย.นี้ &amp;quot;ยะลา&amp;quot; ให้พระ-สามเณรงดออกบิณฑบาตตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย. &amp;quot;นครสวรรค์&amp;quot; 10 ตำบลดันธรรมนูญสุขภาพดูแลชุมชน &amp;quot;ภูเก็ต&amp;quot; ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;quot;กระบี่&amp;quot; ผู้ป่วย 2 รายหายแล้ว &amp;quot;ขอนแก่น&amp;quot; พบติดเชื้อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา หลายจังหวัดทั่วประเทศต่างปรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อลดการติดเชื้อในพื้นที่ ตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี แถลงถึงมาตรการรับคนไทยที่จะเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียในวันที่ 18 เม.ย.นี้ว่า ทุกฝ่ายได้เตรียมการวางแผนแล้วอย่างเต็มที่ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนที่จะเดินทางเข้ามา ซึ่งปัตตานีถือเป็นจังหวัดหน้าด่านที่จะเข้าสู่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกคนที่จะเดินทางมาก่อนหน้านั้นต้องมีการการคัดกรอง มีการลงทะเบียน และมีใบรับรองแพทย์มาจากต้นทาง และเมื่อมาถึงต้องทำความเข้าใจในหลักการปฏิบัติตัวป้องกันภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทุกคนต้องผ่านการคัดกรองให้ชัดเจน จัดระบบให้เรียบร้อยจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาปกติ จังหวัดปัตตานีมีความพร้อมเต็มที่ให้แก่ทุกคนที่เดินทางกลับมา เพราะปัตตานีถือเป็นศูนย์ในการผ่านแดนแต่ละจังหวัด คือยะลาและนราธิวาส ซึ่งต้องผ่านจุดคัดกรองทุกคนอย่างละเอียดที่สุด โดยได้จัดสถานที่รับผู้ที่จะเดินทางกลับมาได้วันละ 300 คน เตรียมสถานีไว้ 3 จุด &amp;nbsp;คือ 1.นำไปยังจุดคัดกรองที่จะมีการสอบสวนโรค สอบประวัติการเดินทางของแต่ละช่องทาง 2.ถ้าพบไข้ก็จะนำไป รพ.สนาม กักตัวคัดกรอง 14 วัน ถ้าพบกลุ่มเป้าหมายมีอาการก็จะทำการรักษา และ 3.แนวทางประกอบศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนที่จะถึงปลายเดือนเมษายนนี้&amp;quot; นายไกรศรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา ได้มีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ &amp;nbsp;41/2563 เพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องจากคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ 34/2563 ลงวันที่ 10 เม.ย.63 เรื่องมาตรการเร่งด่วนในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กำหนดให้เจ้าอาวาส พระภิกษุ และสามเณรงดพิธีกรรมหรือกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาทุกประเภท และงดเดินทางหรือเลื่อนการเดินทางไปยังประเทศอื่น หรือออกนอกพื้นที่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงอาศัยอำนาจตามข้อกำหนดแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ประกอบกับมติคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จึงให้พระภิกษุและสามเณรงดการออกรับบิณฑบาตในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย.63&amp;quot;
ดันธรรมนูญสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านกว่า 10 ตำบลร่วมพูดคุยจัดทำธรรมนูญสุขภาพในพื้นที่ &amp;nbsp;วางกติกาการอยู่ร่วมกัน การป้องกันและการช่วยเหลือกันในช่วงการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต รองผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 3 &amp;nbsp;และประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า งานด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่ทำเพียงลำพังไม่ได้ แต่ต้องจับมือกับเครือข่ายอื่นๆ โดยใช้เครื่องมือสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) &amp;nbsp;คือกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการสานพลังของภาควิชาการ ภาคการเมือง &amp;nbsp;และภาคประชาสังคมให้มาทำงานร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสุทธิกล่าวว่า ที่นครสวรรค์เราทำงานร่วมกัน 5 หน่วยงาน คือ สช., สปสช., สาธารณสุขจังหวัด, อำเภอ ลงไปถึงตำบล โดยมี รพ.สต.(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) และ อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน) เป็นกลไกขับเคลื่อน อีกส่วนคือ สสส.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ที่มีการจัดตั้งหน่วยจัดการ สสส.ระดับจังหวัด และยังมี พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;องค์การมหาชน) ที่มีกลไกในพื้นที่ 2 ส่วนคือ สภาองค์กรชุมชนกับกองทุนสวัสดิการชุมชน เข้ามาทำงานร่วมกันผ่านแนวคิดการสานพลังบูรณาการร่วมกัน ในระดับจังหวัดมี Think Tank คุยกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนกันว่าจะเสริม สาน และสร้างอะไรต่อ ซึ่งจริงๆ เราทำงานในลักษณะนี้มาหลายปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยต้นทุนในพื้นที่ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว การเชื่อมประสานให้เกิดการพูดคุยจึงเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว จนขณะนี้มีกว่า 10 ตำบลในจังหวัดนครสวรรค์ที่นำแนวคิดธรรมนูญสุขภาพไปใช้ เพื่อวางกติกาของชุมชน ช่วยให้ชาวบ้าน แกนนำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น มีความเข้าใจตรงกันถึงแนวปฏิบัติในการรับมือโควิด-19 และในบางพื้นก็มีการร่างธรรมนูญสุขภาพลงไปถึงระดับหมู่บ้าน&amp;quot; ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดพัทลุง นายพัน อ่อนเกลี้ยง นายกสมาคมอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานจังหวัดพัทลุง (อสม.) กล่าวว่า อสม.พัทลุงได้ร่วมมือกับจังหวัดพัทลุงและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งการที่บรรดา อสม.จังหวัดพัทลุงได้ผ่านการอบรมการควบคุมการแพร่ระบาดจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด รวมทั้งได้มีประสบการณ์จากการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนกจนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานรัฐ จนทำให้ทุกคนมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;(โควิด-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 16 เม.ย. ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-15 เม.ย.63 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 191 ราย (ไม่พบรายใหม่) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน &amp;nbsp;85 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 8 ราย) จำหน่าย 1 ราย เนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 105 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,574 ราย (รายใหม่ 103 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 162 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 57 ราย กลับบ้านแล้ว 2,412 ราย&amp;nbsp;
ขอนแก่นติดเชื้อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดกระบี่ นพ.ณัฐพงษ์ ดูงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลายพระยา รายงานผลการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยืนยันทั้ง 2 รายที่รักษาตัวอยู่หายเป็นปกติแล้ว แต่ขอความร่วมมือให้ทั้งสองรายเสียสละพักต่อที่ รพ.อีก 14 วัน เพื่อให้แน่ใจ 100% ว่าจะไม่แพร่เชื้อรอบสอง และคนในหมู่บ้านจะได้สบายใจ เมื่อครบ 28 วันทั้งสองจะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนในหมู่บ้านได้โดยปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น แถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นรายที่ 6 โดยเป็นสามีของผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 5 ซึ่งพบเชื้อเมื่อวันที่ &amp;nbsp;13 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยรายที่ 6 นี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ไปรับตัวจากที่บ้านพักในเขต อ.น้ำพอง &amp;nbsp;มารับการรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวนโรคของผู้ป่วยรายที่ 6 พบติดเชื้อมาจากภรรยาคือผู้ป่วยรายที่ 5 เนื่องจากเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งจากข้อมูลยืนยันผู้ป่วยรายนี้ทั้งครอบครัวมีทั้งหมด 7 คน มีลูกชายที่เดินทางกลับจากพัทยาอาศัยอยู่ร่วมกับพ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 5 และ 6 ภายในบ้านหลังเดียวกัน และยังมีพี่สาวซึ่งอยู่บ้านอีกหลังคอยมาดูแล ขณะที่ลูกชายอีกคนกับลูกสะใภ้และหลานอยู่บ้านอีกหลังรวมเป็น 3 หลัง ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้ทำการส่งตรวจ และผลปรากฏว่ามีเพียงสามีของผู้ป่วยรายที่ 5 เท่านั้นที่พบเชื้อ ส่วนรายอื่นๆ ผลยังเป็นลบ แต่ทั้งหมดจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันอยู่ที่โรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อความมั่นใจว่าปลอดการติดเชื้ออย่าง 100% ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ของทั้ง 2 โรงพยาบาล คือ รพ.น้ำพองและ รพ.ขอนแก่น รวมทั้งหมด 88 คน เบื้องต้นผลการตรวจเป็นลบ&amp;quot; นายแพทย์ สธ.ขอนแก่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชาญชัยกล่าวว่า ขณะนี้อาการของผู้ป่วยรายที่ 5 นั้นยังถือว่าหนักและน่าเป็นห่วง เนื่องจากตัวผู้ป่วยเองมีความเสี่ยงหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของอายุ เรื่องของโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน ต้องใช้ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ และยังมีอาการของปอดอักเสบ ซึ่งแพทย์ได้ให้ยารักษาผู้ป่วยรายที่ 5 นี้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการติดเชื้อในผู้ป่วยรายที่ 5 และ 6 นี้ไม่สามารถชี้ชัดได้ 100% ว่าติดจากลูกชาย แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะติดจากลูกชาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจหาแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันของลูกชายคนป่วย ว่ามีภูมิคุ้มกันใดที่ทำให้ไม่ติดเชื้อเพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คาดว่าจะได้ผลตรวจที่ชัดเจนภายใน 2-3 วันนี้&amp;quot; ผอ.รพ.ขอนแก่นกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, นพ.ณัฐพงษ์ ดูงาม, วิสุทธิ บุญญะโสภิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e984b24c3027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
