<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาลัย &#039;ไกรเสริม โตทับเที่ยง&#039; ทายาทปลากระป๋องปุ้มปุ้ย เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรเสริม โตทับเที่ยง อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และอดีตเลขานุการรมว.ศึกษาธิการของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้เสียชีวิตอย่างสงบจากโรคมะเร็ง ช่วงดึกวันที่5 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเข้ารับการรักษาตัวที่รพ.ศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไกรเสริม เกิดวันที่29 ส.ค.2521 อายุ 43 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีธุรกิจและนวัตกรรมการจัดการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นทายาทนักธุรกิจดัง (ปุ้มปุ้ย) โดยในปี 2562 ได้ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 24 ทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ พรรคพลังประชารัฐ และได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรมว.ศึกษาธิการ และล่าสุดเป็นที่ปรึกษา รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำหนดสวดพระอภิธรรมตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 1 วัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหาร โดยวันที่ 6 ก.ค.เวลา 16.30 น.มีพิธีรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมศพ และสวดพระอภิธรรมวันที่ 7-8 เวลา18.00 น.และพิธีฌาปนกิจในวันที่10 ก.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปุ้มปุ้ย, พรรคพลังประชารัฐ, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e40721095b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ณัฏฐพล” แจง“ไกรเสริม” ลาออกไม่มีปัญหา ส่งรายชื่อ “เลขานุการ รมว.ศธ.” คนใหม่ให้ครม.พิจารณาแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ต.ค.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.ศธ.ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อประมาณปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งตนได้มีการพูดคุยกับนายไกรเสริม ถึงบทบาทความต้องการในการปฏิบัติงาน รวมถึงความถนัดด้วย ดังนั้นจึงไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยสำหรับตนเองก็จะต้องคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.ศธ. คนใหม่ต่อไป ทั้งนี้ตนได้มีการส่งรายชื่อเลขานุการ รมว.ศธ.เสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะได้รับการพิจารณาพร้อมกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ระดับ 10 ของ ศธ. ในการประชุม ครม.วันที่ 22 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวลเพราะเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว รวมถึงไม่มีปัญหาทางการเมืองด้วย เพราะนายไกรเสริมเองก็ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในเขตเดิมของผม ฉะนั้นจึงไม่มีเรื่องอะไรที่น่ากังวล&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เลขารมว.ศธ., ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da6ba6d8c9e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งแก้ฝุ่นท่วมกรุง ขึ้นภาษีรถควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นควันใน กทม.และปริมณฑลยังน่าห่วง ช่วงเช้าพบฝุ่นจิ๋วครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ตกบ่ายได้เฮมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง ศธ.สั่งอาชีวะทำเครื่องฟอกอากาศติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ บิ๊กแดงสั่งกำลังพลช่วยฉีดน้ำ เตือนธันวา.-มกรา.เจอหนักอีกรอบ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; สั่งตรวจรถควันดำถี่ยิบ เผยอาจถึงขั้นเพิ่มภาษีรถที่ก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบส่วนใหญ่เกินเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.-ลบ.ม. เกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นเขตพญาไท และเขตบางนา ในพื้นที่ จ.นนทบุรี บริเวณ อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ บริเวณ อ.บางเสาธง และ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร บริเวณ อ.เมือง, จ.นครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อม โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลา 08.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;ตรวจวัดได้ 55-81 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 24 พื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีค่าสูง ได้แก่ เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ &amp;nbsp;69 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 78 มคก./ลบ.ม., เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 64 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 64 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 67 มคก./ลบ.ม., เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม 66 มคก./ลบ.ม. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 78 มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 75 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน ตรวจวัดได้ 67 มคก./ลบ.ม., เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจวัดได้ 65 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 81 มคก./ลบ.ม., เขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี ตรวจวัดได้ 70 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายได้เกิดฝนตกในหลายเขต คาดว่าจะสามารถชะล้างฝุ่นละอองทำให้ เบาบางลงได้&amp;nbsp;
ครม.งัด 3 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่จะมีแนวทางแก้ปัญหาใน 3 มาตรการ คือมาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤติ) มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกําเนิด) การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้มีการดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ขณะนี้อยู่ในระยะก่อนเกิดวิกฤติ เพราะตัวเลขยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ต้องร่วมกันรับผิดชอบและต้องปฏิบัติตามเมื่อเข้าสู่มาตรการขั้นต่างๆ
คมนาคมเล็งขึ้นภาษีรถก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือ รถ งานก่อสร้าง และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยในส่วนของรถ ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบสภาพและควันดำของรถโดยสารสาธารณะเข้มงวดมากขึ้น หากพบว่ารถคันใดไม่ผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสภาพต้องสั่งห้ามวิ่งให้บริการเด็ดขาด จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานแล้วจึงนำกลับมาให้บริการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโครงการก่อสร้าง ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งจัดสเปรย์น้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีนโยบายให้ข้าราชการและพนักงานที่จำเป็นต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ โดยให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เช่น รถไฟ รถทัวร์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ เตรียมหารือเกี่ยวกับการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้กับรถที่ก่อมลพิษ เช่น รถที่ปล่อยควันดำหรือมีเกณฑ์ควันดำเกินมาตรฐาน จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่ารถปกติที่ไม่ก่อมลพิษ ขณะเดียวกันก็จะลดภาษีหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบสภาพรถและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารบนถนนสายหลักและสายรองใน กทม.และปริมณฑล เดือนละไม่น้อยกว่า 16 วัน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก บก.จร. กทม. กรมควบคุมมลพิษ และผู้ประกอบการ ตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร และอาจมีการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเข้าเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน โดยจะสามารถเดินรถได้หลังเวลา 24.00-04.00 น.&amp;nbsp;
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศใน รร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมแถลงข่าวการแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศฝุ่นละออง หมอกควัน PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรเสริมกล่าวว่า เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่สูงในช่วงสัปดาห์นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้อาชีวะดำเนินการจัดทำเครื่องกรองอากาศ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ โดยจะเริ่มนำร่องโรงเรียนใน กทม.สังกัด สพฐ.ทั้ง 37 โรงเรียนก่อน จำนวน 1,000 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ลดปริมาณฝุ่นในห้องเรียน โดยสามารถลดปริมาณฝุ่นได้เกินครึ่ง อนาคตจะขยายให้บริการในชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่เซฟโซน และเตรียมผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับเปิดเทอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประลอง ดำรงไทย อธิบดี คพ. กล่าวว่า วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดลง เนื่องจากมีฝนตกและอิทธิพลจากลมมรสุมจากฟิลิปปินส์ แต่ทุกภาคส่วนยังต้องหามาตรการรับมือต่อไป เนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ จะกลับมาเผชิญกับฝุ่นละออง PM 2.5 อีกครั้ง ซึ่งต้นเหตุเกิดจากควันรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หากทุกคนช่วยกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อุตุฯ บอกว่าจะมีฝนตกโดยมรสุมจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยหอบฝุ่นขึ้นชั้นบรรยากาศ อากาศเย็นจางลง ฝุ่นที่สะสมจะลอยขึ้นไป ถ้าเป็นไปตามสถานการณ์ที่กรมอุตุฯ รายงาน ตัวเลขฝุ่นก็จะลดลงจนกลับสู่ปกติ แต่จะกลับมาเจออีกในช่วงธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันนี้ด้วย&amp;rdquo; นายประลองกล่าว
กทม.ทดลองหอฟอกอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์คุณภาพอากาศของระดับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เมื่อหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง เช่น ปอด หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทางกรุงเทพมหานครได้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและมีมาตรการเชิงรุก โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่หมั่นบำรุงรักษาและตรวจสภาพรถ ควบคุมการเผาในที่โล่ง ไม่เผาขยะ ส่งเสริมการใช้เตาลดมลพิษในการประกอบการอาหารปิ้งย่าง ปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอการติดตั้งหอฟอกอากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เบื้องต้นจะติดตั้ง 1 เครื่องเร็วๆ นี้บริเวณใต้สถานี BTS สยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หากได้ผลดีจะขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารสูง, ห้างสรรพสินค้า และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ติดตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทําจากสเตนเลส หนักประมาณ 200 กก. ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ราคาประมาณ 5.3 ล้านบาทต่อเครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่าจะติดตั้งหอฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก จำนวน 24 หอ เช่น สถานีรถไฟฟ้าซอยอารีย์ แยกราชประสงค์ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากนี้ กทม.เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ จำนวน 6 คัน กระจายตามกลุ่มเขตละ 1 คัน ราคาคันละ 9 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทบ.ช่วยฉีดน้ำลดฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก ประสานกับจังหวัดและส่วนราชการที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาตามแนวทางของรัฐบาลโดยด่วน นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังได้สั่งการให้หน่วยทหารจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพ แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละออง ในขณะเดียวกันกองทัพบกจะสนับสนุนรถบรรทุกน้ำและกำลังพลเพื่อออกปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในการล้างทำความสะอาดพื้นที่และฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดฝุ่นละอองในอากาศ รวมทั้งจะใช้สื่อในเครือข่ายกองทัพบกประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทันต่อข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ฝุ่นละออง คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมถึงจุดบริการของภาครัฐต่างๆ ด้วย จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เช่น ในเดือนพฤศจิกายนที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว จะต้องมีมาตรการในการจัดเก็บ แปรรูป และนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งฟางข้าว อ้อย ข้าวโพด เพราะหากนำไปเผาจะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้นอีก นอกจากนี้ ผวจ.จะต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาตรี วัฒนเขจร, ประลอง ดำรงค์ไทย, ประลอง ดำรงไทย, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d935299989ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ศธ.ห่วงเด็กใกล้สอบ สั่งรวบรวมข้อมูลรร.น้ำท่วม หาทางช่วยเหลือด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11ก.ย.62-นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (เลขาฯ รมว.ศธ.) ได้รับมอบรองเท้าแตะจากบริษัท นันยาง มาร์เกตติ้ง จำกัด จำนวน 1,008 คู่ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนายไกรเสริม กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะรับสิ่งของเหล่านี้และนำจัดส่งให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อไป โดยขณะนี้ ศธ.มีศูนย์ซ่อมสร้าง Fix it center ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไว้คอยบริการประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว ทั้งนี้สำหรับแผนการขับเคลื่อนงานเมื่อน้ำลดลงแล้วนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ได้สั่งการให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รวบรวมข้อมูลโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยจะจัดสรรงบประมาณลงไปเพิ่มเติมในการซ่อมบำรุงให้ ส่วนโรงเรียนไหนที่น้ำยังไม่ลดและยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ ศธ.มอบให้ สพท.จัดหาสถานที่ที่ปลอดภัย เช่น วัด หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นต้น เพื่อใช้จัดการเรียนการสอนชดเชยให้นักเรียนไปก่อน เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงที่จะใกล้ปิดภาคเรียนที่ 1/2562 แล้ว อีกทั้งโรงเรียนบางแห่งอยู่ในช่วงสอบปลายภาคเรียนด้วย อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ศธ.ได้รับข้อมูลขณะนี้มีนักเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคอีสานและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 4,000 คนใน 9 จังหวัดแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รร.น้ำท่วม, รองเท้าแตะนันยาง, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78bd94c6b07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไกรเสริม&#039;แนะโซเชียลทำโพลที่สร้างสรรค์ เน้นปัญหาบ้านเมืองควรแก้อะไรก่อนหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62 - ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;และทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จัก คือ ปลากระป๋องตรา &amp;quot;ปุ้มปุ้ย&amp;quot; &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;nbsp;Dr.Kraiserm Tohtubtiang - ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอตอบคำถามแฟนเพจที่อินบ็อกซ์มานะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าจริงๆแล้ว อยากเห็นโพลโซเชียลที่สร้างสรรค์กว่านี้!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลเป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ก็มาพร้อมกับการใช้เครื่องมือทางโซเชียลเพื่อวัตถุประสงค์ของแต่ละกลุ่มบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมจึงมีความเห็นว่า โพลโซเชียลไม่สร้างสรรค์ โพลที่ไล่ถามแต่ว่า อยากให้ใครเป็นผู้นำ สุดท้ายก็ไม่ได้วัดอะไรหรือสร้างให้เกิดประโยชน์อะไร การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้ว คะแนนเสียงจากประชาชนได้ถูกเปิดเผยแล้ว และเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองแล้ว จะทำโพลเพื่ออะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทำโพลแค่เอาสนุก สะใจ ได้แสดงออกทางความเห็นแล้วจบไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเสนอให้ช่วยกันคิดทำโพลไหมว่า #นโยบายใดเร่งด่วน #ควรลงมือทำก่อน #โพลเรื่องปัญหาบ้านเมืองว่าเรื่องอะไรควรแก้ไขก่อน ผู้บริหารประเทศและผู้เกี่ยวข้องจะได้มาสร้างลำดับความสำคัญกันได้ แล้วประชาชนที่มาร่วมออกความคิดเห็นก็ย่อมได้รับประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จึงต้องยอมรับว่า เรากำลังเดินหน้าประเทศภายใต้กติกาเดียวกัน และถึงแม้ว่าผมเองไม่ได้อยู่ในสภา แต่ก็ยืนยันว่าสนับสนุนท่าน พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลที่ว่า..&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ประการที่หนึ่ง เนื่องด้วยท่านเองได้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนเกินกว่า 25 เสียง ซึ่งมีสิทธิเสนอชื่อผู้จะมาเป็นนายกได้อย่างชอบธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ประการที่สอง ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง เราต้องการผู้นำที่พร้อมเสียสละ และสามารถใช้ประสบการณ์เข้ามาเพื่อนำพารัฐบาลนี้ให้ไปต่อได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ประการสุดท้าย ผมเชื่อในพรรคการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขว่า มีการคัดสรรและเสนอบุคคลที่มีศักยภาพ มีความรู้ ความสามารถ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประชาชนก็ทราบในระหว่างการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกสิ่งที่สำคัญคือ คะแนนเสียงที่มาจากประชาชนมากอันดับหนึ่ง ที่เลือกให้พรรคพลังประชารัฐเข้ามาบริหารประเทศและมีนายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
@KraisermOfficial&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความนิยมต่อนโยบาย, ผลโพล, พปชร., พลังประชารัฐ, โซเชียล, โซเชียลทำโพล, โพล, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8c4e355b5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้งไฟลุก!เผาป้ายหาเสียง&#039;ทายาทปุ้มปุ้ย&#039;พลังประชารัฐเขต24กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.62 - เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 1 ก.พ. &amp;nbsp;พ.ต.ท.วีรวุฒิ มโนรส รอง ผกก.(สอบสวน) ​สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีมีมือดีเผาป้ายหาเสียงริมถนนราษฎร์บูรณะ &amp;nbsp;แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ของ &amp;nbsp;นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 24 พื้นที่ทุ่งครุ - ราษฎร์บูรณะ โดยมีพลเมืองดีดับไฟไว้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายไกรเสริม โตทับเที่ยง อายุ 40 ปี &amp;nbsp;เป็นผู้บริหารบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันดีจากชื่อผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง &amp;ldquo;ปุ้มปุ้ย&amp;rdquo; เปิดตัวสมัครส.ส.คนรุ่นใหม่พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาเคยสนทนากับไทยโพสต์ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลที่มาร่วมงานการเมืองเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส ความเหมาะสมด้านเวลา ประเทศเราจะมีการเลือกตั้งในระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีเป็นครั้งแรก หลังจากที่ความสงบเรียบร้อยเข้ามาแล้วก็พร้อมที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่าเป็นโอกาสของประเทศในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชน ในการทำงานด้านการเมือง ถ้าเราไม่เคยได้ประสบการณ์การทำงานสมควรเพียงพอก็ไม่คิดว่าจะเข้ามาเหมือนกัน แต่วันนี้ด้วยการทำงาน อายุ หลายๆ อย่างเราทำมาหลากหลาย ก็รู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมอยู่ ไม่ได้มาก ไม่ได้น้อย พร้อมที่จะหาต่อ จะใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ไกรเสริม โตทับเที่ยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สมัครส.ส.เขต24กรุงเทพ, พรรคพลังประชารัฐ, เผาป้ายผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ, เผาป้ายหาเสียง, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c54f6b677331.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
