<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039;บอกเมียเป็นเพื่อน&#039;จตุพร&#039;เลยไกล่เกลี่ยถอนฟ้องหมิ่นประมาทกันไปมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3910/2553 ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตแนวร่วม นปช. และอดีตดารานักแสดงชื่อดัง และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2553 นายเมธีแถลงข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำนองว่านายจตุพรอมเงินบริจาคของคนเสื้อแดงจำนวน 68 ล้านบาท รวมทั้งกล่าวหาว่านายจตุพรโทรศัพท์ขู่ฆ่าจำเลย ต่อมานายวัชระได้นำคำแถลงและคำสัมภาษณ์ไปเผยแพร่ ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดีและเบียดบังเงินบริจาคไปเป็นของตนเอง โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความซึ่งนายเมธี จำเลยที่ 1 กล่าวหาทำให้โจทก์เสียหายว่าอมเงินบริจาค การกระทำของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้จึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษาให้จำคุกนายเมธี 2 ปี และปรับ 100,000 บาท คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน และปรับ 66,666 บาท ขณะที่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-7 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอว่าได้ร่วมกันกระทำผิดกับจำเลยที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายจตุพร โจทก์ และนายเมธี จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2559 ว่าการกระทำของ นายเมธี จำเลยที่ 1 เป็นความผิด แต่ก็มีเหตุอันควรปรานี เมื่อไม่ปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงเห็นสมควรให้โอกาสนายเมธี จำเลยที่ 1 ได้กลับตัว การใช้ดุลพินิจกำหนดโทษของศาลชั้นต้นโดยรอการลงโทษจึงเหมาะสมแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงปรากฏตามทางนำสืบว่า นายวัชระ จำเลยที่ 4 ได้คัดลอกคำให้สัมภาษณ์ของนายเมธี จำเลยที่ 1 มาใส่ในบทความโดยมีข้อความที่นายเมธีกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์รวมอยู่ด้วย โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่นอนเสียก่อน และมิได้คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ มิใช่การติชมด้วยความเป็นธรรมโดยสุจริต จึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า นายเมธี จำเลยที่ 1 และนายวัชระ จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 1 แสนบาท คำเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 66,666 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 และ 4 ร่วมกันลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ เป็นเวลา 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายวัชระ จำเลยที่ 4 ยื่นฎีกาเพียงคนเดียว ส่วนนายเมธี จำเลยที่ 1ไม่ได้ยื่นฎีกา โดยยอมรับผลตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทั้งนายจตุพรและนายวัชระได้มีการไกล่เกลี่ยตกลงขอยื่นถอนฟ้องคดีนี้ต่อศาลแล้ว โดยในวันนี้ (9 ก.ย.) นายวัชระเดินทางมาฟังคำสั่งศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดส่วนตัว โจทก์มีสิทธิถอนฟ้องก่อนจะมีคำพิพากษาฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรสอง ซึ่งศาลได้สอบถามนายวัชระ จำเลยที่ 4 แล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ และจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 4 ออกจากสารบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง นายวัชระ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้นายจตุพรโจทก์ถอนฟ้อง ศาลจึงอนุญาตให้ถอนฟ้อง เนื่องจากเป็นความผิดส่วนตัวจึงมีสิทธิถอนฟ้องได้ โดยก่อนหน้านี้ตนก็ได้ถอนฟ้องคดีที่นายจตุพรเป็นจำเลย กรณีหมิ่นประมาทกล่าวหาตนเองว่า พิมพ์หนังสือ &amp;ldquo;สมัคร ทักษิณ จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินี&amp;rdquo; ขึ้นมาใหม่หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีถึงแก่อสัญกรรม สำหรับเหตุผลที่ตนเองถอนฟ้องคดีนั้น เพราะภรรยาเป็นเพื่อนกับโจทก์ จึงต้องถอนฟ้องให้ ความจริงแล้วตนเองก็อยากจะสู้คดีให้ถึงที่สุด แต่เมื่อคิดอีกทีก็เห็นว่าคดีหมิ่นประมาทควรจะพูดคุยทำความเข้าใจกัน น่าจะเป็นผลดีมากกว่าจะต้องติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายจตุพร โจทก์ได้ยื่นถอนฟ้อง โดยระบุเหตุผลในเอกสารขอถอนฟ้องว่า ด้วยโจทก์และจำเลยที่ 4 มีคดีพิพาทกันหลายคดีและได้ตกลงที่จะยุติคดีซึ่งกันและกัน ไม่ติดใจเอาความกันอีกต่อไป โดยจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ได้ถอนฟ้องโจทก์ที่เป็นจำเลยในคดีอื่นแล้ว จึงเป็นประโยชน์ต่อคู่ความทั้งสองฝ่าย ทั้งคดีนี้ยังเป็นความผิดอันยอมความกันได้ โจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ในคดีตามที่ได้ตกลงกันไว้ โจทก์จึงไม่ติดใจที่ดำเนินคดีจำเลยที่ 4 อีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ออกจากสารบบความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายวัชระก็ได้ถอนฟ้องคดีที่นายจตุพรตกเป็นจำเลย คดีหมายเลขดำที่ อ.4977/2555 ที่นายวัชระเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ หรือวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร ประธาน นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 และเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท กรณีจัดรายการความจริงวันนี้ ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวีของคนเสื้อแดง กล่าวหาว่าโจทก์พิมพ์หนังสือชื่อ &amp;ldquo;สมัคร ทักษิณ จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินี&amp;rdquo; ขึ้นมาใหม่หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีถึงแก่อสัญกรรม ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี &amp;nbsp;โดยคดีนี้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45321</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นประมาท, จตุพร พรหมพันธุ์, วัชระ เพชรทอง, ศาล, ไกลเกลี่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d75de304adae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
