<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาวิกา ศรีจันทร์  ปรับวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่วงการอาหารมีความคึกคักและตื่นตัวกันอย่างมาก ผู้บริโภคได้เห็นแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเป็นทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นด้านรสชาติใหม่ๆ หรือด้านบริการทางการส่ง โดยหนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการอาหารแบบฟาสต์ฟู้ดก็คือ กูร์กูร์ ชิกเก้น (GUGU Chicken) ร้านไก่ทอดสัญชาติเกาหลีที่เริ่มเปิดธุรกิจในเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2563 และแม้จะมีสาขาไม่กี่สาขา แต่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการทำการตลาดออนไลน์และการเป็นพาร์ตเนอร์กับ GET แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีที่ต่อมาได้เปลี่ยนแบรนด์เป็น Gojek จนได้เห็นปรากฏการณ์พาร์ตเนอร์คนขับดังกล่าวต่อคิวเต็มหน้าร้าน GUGU แน่นขนัดอยู่บ่อยครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดาวิกา ศรีจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด GUGU Chicken เล่าว่า ทางแบรนด์ของเราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่แม้จะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่หวัง แต่ถือว่าทุกอย่างคือการเรียนรู้และประสบการณ์ที่นำมาสู่ความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ โดยธุรกิจของเราเริ่มจากคุณจอห์น เจ้าของของเราที่เป็นเกาหลีมีธุรกิจครอบครัวที่เป็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Sorabol เป็นร้านอาหารเกาหลีที่เปิดมากว่า 20 ปี ที่สุขุมวิท ด้วยความที่คุณจอห์นเป็นคนเกาหลีแท้ๆ นอกจากอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมแล้ว จึงอยากจะแนะนำไก่ทอดเกาหลี ที่เป็นไก่ทอดเกาหลีแบบดั้งเดิม ให้คนไทยได้ลองทานได้ในราคาที่ไม่แพงมาก ตอนปี 2560 จึงได้ลองนำเข้าแฟรนไชส์ไก่ทอดเกาหลี ซึ่งทำมา 3 ปี ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่ได้ท้อ ได้เก็บบทเรียนจากครั้งนั้น ว่าตลาดไก่ทอดเกาหลีในเมืองไทยเป็นอย่างไร กลุ่มลูกค้าต้องการอะไร จนมาเป็นตัวผลักดันให้เกิดเป็นแบรนด์ใหม่ ชื่อว่า GUGU Chicken ในเริ่มแรกเรามีเพียง 3 สาขา มีพนักงานเพียง 15 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติด้านการทำงานของเธอนั้น เรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากนั้นได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา โดยในระหว่างเรียนนั้นได้ทำงานที่ร้านอาหาร ทั้งไทยและเกาหลี จึงทำให้สนใจด้านนี้เป็นพิเศษ พอกลับมาเมืองไทยได้มีโอกาสไปเทรนด้านการตลาดและธุกิจแฟรนไชส์ที่ประเทศเกาหลี ก่อนจะมาทำแบรนด์กูร์กูร์ ชิกเก้น ก็ได้ประสบการณ์ด้านการตลาดของธุรกิจอาหารมากว่า 4 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เราไม่ได้มีสาขาเยอะ เลยมองหาเดลิเวอรีพาร์ตเนอร์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และได้เข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ Gojek โดยโปรโมชั่นและแคมเปญที่เข้าร่วม มีผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง และยังมีแอป GoBiz ที่ใช้งานง่าย ทำให้ดูแลร้านออนไลน์ได้สะดวก จากโปรโมชั่นของ Gojek ทำให้ทอดไก่กันไม่ทันกันเลยทีเดียว ในตอนนั้นทำให้ได้เรียนรู้วิธีการทำงานอย่างไรให้รวดเร็ว ให้รับมือกับคนขับและลูกค้าได้อย่างดีที่สุด ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับแบรนด์มากๆ รวมไปถึงทำให้เราเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์มากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เธอเล่าว่า นับเป็นวิกฤติสำหรับหลายๆ แบรนด์ ในส่วนของแบรนด์ก็ต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมาก หันไปโฟกัสกับการเดลิเวอรีมากยิ่งขึ้นอีก เพื่อปรับวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยทีเดียว จากการเข้าร่วมแคมเปญต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่งปัจจุบันยอดขายของเรามาจากออนไลน์ถึง 70%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันกูร์กูร์ ชิกเก้น มีถึง 20 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ให้คนที่ชอบไก่ทอดเกาหลีสูตรเกาหลีแท้ๆ ได้ลิ้มลองความอร่อยกัน มีเป้าหมายเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ให้ได้ 30 สาขาในปีนี้ และเพิ่มเป็น 50 สาขาในปีหน้า ซึ่งที่ผ่านมาเน้นทำการตลาดกับทางแอปพลิเคชันมากมาย เพราะเห็นความสำคัญของการสั่งเดลิเวอรี ในยุคที่โทรศัพท์และเทคโนโลยีมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งการเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดคงหนีไม่พ้นอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงใช้ช่องทางสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็เพิ่มสาขามากขึ้น เพื่อกระจายความแออัดในแต่ละพื้นที่ โดยได้เพิ่มสาขาออกไปในรัศมีที่พอเหมาะกับร้านเดิม และจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งนอกจากกรุงเทพฯ แล้ว การเจาะกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวในเมืองไทยเป็นอีกเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องบอกว่า Better Together คือคำที่เราใช้เป็นหลักในการทำงาน ซึ่งพนักงานในองค์กรในทุกระดับจะต้องมีการพัฒนาตนเองในทุกๆ ด้าน มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในองค์กร เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ในขณะเดียวกันยังคำนึงถึงความสำคัญของลูกค้าเป็นอย่างมาก จะจัดสรรและคิดต้นทุนในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานในราคาที่ย่อมเยา ในช่วงโควิด-19 ระบาดเช่นนี้ มีการจัดโปรโมชั่นกับทางแอปพลิเคชันมากมาย เพื่อเป็นการคืนความสุขให้กับลูกค้าที่อาจกำลังเครียดกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือกำลังเวิร์กฟรอมโฮม ซึ่งจะได้รับประทานอาหารที่ดีในราคาประหยัด เราใส่ใจและอยากให้กำลังใจลูกค้าทุกท่านผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวดาวิกากล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กูร์กูร์ ชิกเก้น ไม่เคยหยุดนิ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์มา มีการคิดค้นและนำคำติชมของลูกค้ามาพัฒนาอยู่เสมอในทุกไตรมาส จะมีการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงเมนูและสตรีทฟู้ดของเกาหลีเป็นที่น่าสนใจอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกำลังพัฒนาและเพิ่มเข้ามาในเมนู เพื่อให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อการทำงานเป็นไปได้อย่างดี พนักงานมีความสุข องค์กรก็เกิดการพัฒนา ผลที่ได้คือสินค้าและการบริการที่ดี ซึ่งทำให้ลูกค้ามีความสุข หากในองค์กรทำงานกันอย่างมีความสุข ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือลูกค้ามีความสุขด้วยเช่นกัน เป็นอีกหนึ่งคำที่ยึดมั่นไว้เสมอนั่นคือ &amp;ldquo;Always Happy Always GUGU&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106129</URL_LINK>
                <HASHTAG>GUGU Chicken, กูร์กูร์ ชิกเก้น, ดาวิกา ศรีจันทร์, ไก่ทอดเกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4502981ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
