<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลาดซื้อสุ่มตรวจไขมันทรานส์เครื่องดื่ม3 in 1 พบเกินมาตรฐาน1ยี่ห้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มี.ค.-มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 3 in &amp;nbsp;1 15 ยี่ห้อ 22 ตัวอย่าง พบ 1 ตัวอย่างมีปริมาณไขมันทรานส์เกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เตือนประชาชนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหลังเดือน เม.ย. หลังอย.ประกาศใช้ข้อกำหนดไขมันทราส์ในอาหาร และต่อไปจะมีการตรวจสอบในผลิตภัณฑ์กาแฟ คาดจะพบเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค &amp;nbsp;มีการแถลงข่าวเผยผลทดสอบ &amp;ldquo;ไขมันทรานส์ ในเครื่องดื่ม 3 in 1&amp;rdquo; โดย รศ.ดร.จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์ ประธานมุลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหารนิตยสารฉลาดซื้อ ร่วมกันแถลงข่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.สาลี กล่าวว่า ไขมันทรานส์เป็นภัยร้าย &amp;nbsp;ที่องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าห้ามมีในอาหารเกิน 2.2 กรัม ต่อ 100 กรัม และหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศอเมริกาห้ามไม่ให้มีการผสมลงไปในอาหารโดยเด็ดขาด และขณะนี้ประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ก็อยู่ในกระบวนการที่จะออกกฏหมายห้ามไม่ให้มีการผสมลงไปในอาหารเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะสามารถออกประกาศบังคับใช้ได้ในเดือน เม.ย.นี้ จึงเป็นที่มาที่ทำให้ นิตยสารฉลาดซื้อ โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมีการสุ่มตรวจผลิตเครื่องดื่ม 3 in 1 จำนวน 15 ยี่ห้อ 22 ตัวอย่าง ดังนี้ 1) โกเด้นท์ เครื่องดื่มข้าวกล้องงอก ผสมธัญพืช 7 ชนิด สูตรไม่ผสมน้ำตาล &amp;nbsp;2) โอวัลติน เครื่องดื่มมอลต์ผสมนม ปรุงสำเร็จ เนเจอร์ซีเล็คท์ ไวท์ มอลต์สูตรไขมันต่ำ &amp;nbsp; ผสมคอลลาเจน &amp;nbsp;3) Royal Myanmar Teamix &amp;nbsp;4) เรนอง ที ชาไทย ปรุงสำเร็จชนิดผง &amp;nbsp;5) บลูมูส เครื่องดื่มรสช็อกโกแลตปรุงสำเร็จชนิดผง &amp;nbsp; 6) มัช ชานมปรุงสำเร็จชนิดผง &amp;nbsp; 7) โกโก้ดัทช์ เครื่องดื่มดัทช์โกโก้ปรุงสำเร็จชนิดผง &amp;nbsp; 8) ตราเนสที ชานมไทยปรุงสำเร็จชนิดผง &amp;nbsp;9) ไมโล เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ปรุงสำเร็จชนิดผง แอคทีฟโก สูตรน้ำตาลน้อยกว่า 10) เนสวิต้า เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป รสดั้งเดิม &amp;nbsp;11) โอวัลติน เครื่องดื่มมอลต์สกัด 3 อิน 1 เย็น ครั้นช์ชี่ ช็อกโกรสช็อกโกแลต ปรุงสำเร็จ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;12) โอวัลติน นมถั่วเหลือง ปรุงสำเร็จ ชนิดผง (น้ำเต้าหู้ผง) เนเจอร์ซีเล็คท์ ซอยย์ &amp;nbsp;13) ซองเดอร์ เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป ผสมงาดำ หวานน้อย &amp;nbsp;14) เอ็ก ซอง ชาปรุงสำเร็จ รสนม ชนิดซอง &amp;nbsp;15) เนสวิต้า เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป รสมัทฉะ ลาเต้ &amp;nbsp;16) โอวัลติน นมถั่วเหลือง ปรุงสำเร็จ ชนิดผง (น้ำเต้าหู้ผง) เนเจอร์ซีเล็คท์ ซอยย์ สูตรผสมงาดำและงาขาว &amp;nbsp;17) คำฉันท์ น้ำนมถั่วเหลืองสำเร็จรูป ผสมข้าวกล้องงอก 5 ชนิด &amp;nbsp;18) ซองเดอร์ เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป ผสมงาดำ รสจืด &amp;nbsp;19) คำฉันท์ น้ำนมถั่วเหลืองสำเร็จรูป รสต้นตำรับ &amp;nbsp;20) ดีมอลต์ เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ปรุงสำเร็จ 3 อิน 1 สูตรมอลต์ พลัส &amp;nbsp;21) เนสวิต้า เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป สูตรถั่วเหลืองและเมล็ดเชีย &amp;nbsp;และ 22) ซุปเปอร์ ชานมปรุงสำเร็จ &amp;nbsp; โดยผลปรากฏว่า พบ 1 ยี่ห้อ มีปริมาณกรดไขมันดังกล่าวสูงกว่าองค์การอนามัยโลกกำหนด คือ เครื่องดื่มข้าวกล้องงอก ผสมธัญพืช &amp;nbsp;7 ชนิด สูตรไม่ผสมน้ำตาล ยี่ห้อ โกเด้นท์ ที่มีปริมาณไขมันทรานส์ 2.43 กรัม / 100 กรัม &amp;nbsp;(0.7 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสาลีกล่าวต่อว่า ในประเทศอเมริกา จะมีการห้ามเติมไฮโดรเจนลงไปในอาหารเด็ดขาดพร้อมระบุปริมาณไขมันทรานส์ในฉลากชัดเจน &amp;nbsp;แต่ในประเทศไทยนั้นจะเพิ่งมี จะดูที่ปริมาณในฉลากไม่ได้เลย เพราะไม่มีการระบุจำเพาะไว้ในฉลาก จะมีเพียงการระบุไขมันทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งหลังจากเดือนเมษายน ที่ จะประกาศกฏหมายห้ามไม่ให้มีการเติมสารดังกล่าวลงไปในอาหาร อย.มีอำนาจตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ว่าด้วยเรื่องฉลากอาหาร ที่จะผลักดันในการแก้ฉลากอาหาร แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องยากเพราะตามกฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามเติมโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;ดังนั้นก็ต้องอาศัยการสุ่มตรวจเช่นนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้สำหรับข้อกังวลที่จะแนะนำประชาชนในเบื้องต้นก็คือให้เลือกบริโภคสินค้าที่ผลิตหลังเดือน เม.ษ. เพราะ แม้ว่าจะมีการประกาศในเดือนเม.ย. แต่อย.ก็จะมีเวลาในการเคลียร์ของเก่าแก่ผู้ประกอบการพอสมควร ทำให้ยังมีสินค้าที่ผลิตก่อนหน้าอยู่ในตลาดอยู่&amp;rdquo; น.ส.สาลี กล่าว. โดยต่อไปจะได้มีการตรวจในผลิตภัณฑ์กาแฟเพื่อให้ครอบคลุมการคุ้มครองผู้บริโภคอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะเจอเกินค่ามาตรฐานไม่น้อย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.จันทร์เพ็ญ กล่าวว่า การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์เข้าไปในปริมาณมากๆ ร่างกายจะสะสมไขมันเลว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยอายุน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้แม้ว่าผลิตส่วนใหญ่จะไม่เกินมาตรฐาน แต่อย่าลืมว่าหากกินทุกวันหรือบางคนกินวันละหลายๆซองติดต่อกันก็สามารถทำให้สะสมในร่างกายได้ &amp;nbsp;ซึ่งไขมันชนิดนี้ไม่สามารถเอาออกได้ด้วยการออกกำลังกาย เนื่องจากร่างกายไม่มีเอนไซร์ช่วยย่อยไขมันทรานส์เพราะเป็นสารสังเคราะห์ชนิดใหม่ แต่การออกกำลังกายจะไปช่วยฟื้นฟูในส่วนอื่นมากกว่า อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ประกอบการแบเกอรี่หรือขนมต่างๆที่ต้องผสมกรดไฮโดรเจนเพื่อให้ไขมันอิ่มตัวก็ไม่ต้องกังวลเพราะในอนาคตคิดว่านักโภชนาการก็ต้องมีการคิดค้นสารเพื่อใช้ทดแทนและทำให้อาหารอร่อยได้แน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6073</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายควบคุมไขมันทรานส์, กาแฟ3in1จ่อคิวตรวจต่อไป, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, ไขมันทรานส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abccd1137c9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โดนัททอด-พัฟ-เพรสตรี้&quot; ไขมันทรานส์อื้อ !         </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พบโดนัททอด พัฟ เพรสตรี้ พบไขมันทรานส์อื้อ ประมาณ 3 กรัมและ2กรัม ต่อหน่วยบริโภคตามลำดับ นักโภชนาการชี้ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันทรานส์เกิน 2.2 กรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค ชี้ร่างกม.ควบคุมอาหารมีไขมันทรานส์ ผ่านประชาพิจารณ์แล้ว หลังจากนี้เสนอคกก.อาหารอย.และรมว.สธ.เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุม &amp;quot;ประเทศไทยปลอดไขมันทรานส์&amp;quot; โดย ศ.วิสิฐ จะวะสิต อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว ว่า &amp;nbsp;ไขมันทรานส์ เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีโครงสร้างทางเคมีแตกต่างไปจากเดิม จากสาเหตุทางธรรมชาติ และการเติมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อิ่มตัว เพื่อเปลี่ยนสภาพน้ำมันที่เป็นของเหลวให้แข็งขึ้น หรือมีสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลว ซึ่งผลการตรวจสอบปริมาณในอาหาร มีทั้งโดนัททอด พาย &amp;nbsp;ชีส &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;อย่างโดนัททอด พบไขมันทรานส์อยู่ประมาณ 3 กรัมต่อหน่วยบริโภค รองลงมาได้แก่อาหารประเทศพัฟและเพสตรี้ ประมาณ 2 กรัมต่อหน่วยบริโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทแฟรนไชด์หลายแห่งไม่พบการปนเปื้อนกรดไขมันทรานส์ เพราะมีการปรับปรุงกระบวนการผลิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า &amp;nbsp;การกินอาหารที่มีไขมันทรานส์จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ 23 &amp;nbsp;ซึ่งข้อแนะนำคือ ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันทรานส์เกินร้อยละ 1 ของพลังงาน ซึ่งพลังงานเฉลี่ยที่ควรได้รับอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวันในเพศชาย ก็ควรรับอาหารที่มีไขมันทรานส์ไม่ควรเกิน 2.2 กรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มยุรี ดิษย์เมธาโรจน์ &amp;nbsp;นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการ สำนักอาหาร อย. กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่&amp;hellip; พ.ศ&amp;hellip; เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ได้ผ่านการประชาพิจารณาแล้ว โดยมี เนื้อหาสาระจะควบคุมการผลิตอาหารที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ที่ก่อให้เกิดกรดไขมันทรานส์ &amp;nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามความในม.5 วรรคหนึ่งและม.6 (8) แห่งพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ 1.ให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเพิ่มเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย และ 2. ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยหลังจากนี้จะได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอาหาร และเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เบื้องต้นคาดว่ากระบวนการต่างๆน่าแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน ซึ่งหากประกาศในราชกิจจาฯ ตามกำหนดจะมีผลในอีก 1 ปี &amp;nbsp;นอกจากนี้ อย.กำลังปรับปรุงฉลากโภชนาการอันใหม่ให้มีการระบุปริมาณไขมันทรานส์ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายควบคุมไขมันทรานส์, อย., อาหารซ่อนพิษ, เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ, โดนัททอด พัฟ เพรสตรี้, ไขมันทรานส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa6c30406ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
