<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหน้ากาก-เจลผิดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พาณิชย์&amp;quot; ลุยจับ &amp;quot;หน้ากากอนามัย-เจล&amp;quot; ผิด พ.ร.บ.ราคาสินค้าทั่ว ปท. 260 ราย ฟุ้งไร้ปัญหาไข่ไก่ขาดแคลนแล้ว &amp;quot;ปชป.&amp;quot; อัด &amp;quot;สมชัย&amp;quot; โพสต์การส่งออกหน้ากากแบบไร้ข้อมูลทำสังคมสับสน &amp;nbsp;&amp;quot;เหยื่อ&amp;quot; ถูกโกงซื้อหน้ากากร้องกองปราบฯ ช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลปฏิบัติการตรวจยึดหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ยังคงออกตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดตามนโยบายรัฐบาล โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือได้อีก 6 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลลิดากล่าวว่า สำหรับการจับกุมแบ่งเป็นใน กทม. 5 ราย คือแผงจำหน่ายที่เขตหลักสี่ ไม่ติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายเจลล้างมือ 2 ราย จับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางเฟซบุ๊ก จำนวน 50 &amp;nbsp;กล่อง ราคากล่องละ 700 บาท หรือเฉลี่ยชิ้นละ 14 บาท ที่เขตวัฒนา 1 ราย ซึ่งได้ส่งดำเนินคดีความผิดตามมาตรา 29 จับกุมผู้ไม่แจ้งสต๊อก 1 ราย มีจำนวนสินค้า 18,000 ชิ้น ส่งดำเนินคดีตามมาตรา 25 (5) &amp;nbsp;และจับแผงจำหน่ายที่รัชดาภิเษก 1 ราย จำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาชิ้นละ &amp;nbsp;22 บาท ส่งดำเนินคดีตามมาตรา 29 ส่วนในต่างจังหวัดจับกุมได้เพิ่ม 1 รายที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้ส่งดำเนินคดีในข้อหาขายเกินราคา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้สถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็น 260 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 129 ราย และต่างจังหวัด 131 ราย&amp;quot; นางลลิดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ในส่วนปัญหาไข่ไก่ขณะนี้ปริมาณไข่ไก่ได้เข้าสู่ตลาดมากขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะการกระจายจากฟาร์มไปยังผู้ค้าส่งและจากผู้ค้าส่งไปยังผู้ค้าปลีก รวมถึงผู้จำหน่ายรายใหญ่ ทั้งซีพี, เบทาโกร ที่ได้เร่งกระจายเข้าสู่ห้างโมเดิร์นเทรด ทำให้สินค้ามีปริมาณเพิ่มขึ้น และในส่วนของผู้บริโภคพบว่ามีการซื้อสินค้าลดลง เนื่องจากได้ซื้อเก็บไว้ก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร &amp;nbsp;อดีต กกต.โพสต์แสดงความเห็นเรื่องการส่งออกหน้ากากอนามัยว่า ข้อมูลที่นายสมชัยโพสต์ล้วนเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ตัวเลขการส่งออกควรถามข้อมูลจากกรมศุลกากรเป็นที่ตั้ง ซึ่งมีการยืนยันมาโดยตลอดจากสถิติการส่งออก ว่าไม่ได้มีจำนวนมากตามที่นายสมชัยระบุถึงการตั้งประเด็นว่ามีข้อมูลราชการรั่วไหลไปสู่เอกชน เป็นการตั้งใจเอื้อประโยชน์กันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายสมชัยอยู่ในวงราชการมาพอสมควรก็จะทราบดีว่า ในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวต้องเป็นการทำงานที่รัดกุมที่สุด เพราะการส่งออกก่อนวันที่ 4 ก.พ.นำมาพูดสนุกปาก ทำให้สังคมสับสนใครเอื้อประโยชน์ ใครได้ประโยชน์ ก็ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่มาพูดลอยๆ เพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือกัน จึงอยากบอกนายสมชัยว่า ทุกเรื่องที่มีใครพูดจาให้เกิดความเสียหายได้ถูกบันทึกไว้ทำงานต่อเช่นกัน&amp;quot; โฆษก ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ตัวแทนผู้เสียหาย 2 รายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังโอนเงินซื้อหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊กให้หญิงสาวรายหนึ่งแล้วไม่ได้สินค้าตามที่ตกลงไว้ รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งได้ไปแจ้งความตามท้องที่ต่างๆ แต่คดียังไม่คืบหน้า จึงมาแจ้งความที่กองปราบปราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62223</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, พ.ร.บ.ราคาสินค้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย, โควิด 19, โควิด-19, ไข่ไก่ขาดแคลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89e511d36dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; สั่งห้ามส่งออกไข่ไก่แล้ว มีผลบังคับใช้ 7 วัน ยันเอาผิดผู้ค้ากำไรเกินควร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์ไข่ไก่ขาดแคลนในขณะนี้ ว่าประเทศไทยผลิตไข่ได้ประมาณวันละ 40 ล้านฟอง ถือว่าเพียงพอต่อการบริโภค บางช่วงถึงขั้นไข่ไก่ล้นตลาด จนรัฐบาลต้องอุดหนุน แต่สถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนกังวลเรื่องไวรัสโควิด-19 ทำให้มีความต้องการสูงขึ้นใน 2-3 วันนี้ถึง 3 เท่า ทำให้ขาดตลาดบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่าขณะนี้กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดู เพื่อไม่ให้เกิดการขายเกินราคาที่ควรจะเป็น เพราะจะกลายเป็นค้ากำไรเกินควร มีความผิดสามารถดำเนินคดีได้ โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรณีขายหน้ากากอนามัยเกินราคาเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าถูกจำคุกไปแล้ว เราจะประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ดำเนินการปราบปรามการค้ากำไรเกินควร ช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ก็มีการจับกุมผู้ขายไข่เกินราคาแล้วที่ จ.พิษณุโลก ยืนยันว่าจะดำเนินคดีทุกราย อยากขอความร่วมมือว่าในช่วงวิกฤติเช่นนี้ ถ้ามาค้ากำไรเกินควรอีก ก็จะเป็นการซ้ำเติมประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไข่ไก่ขาดตลาด ตนจะออกประกาศ ห้ามส่งไข่ไก่ออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยเบื้องต้นให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นเวลา 7 วัน ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นก็จะขยายเวลาต่อไป รวมถึงประสานกรมปศุสัตว์ ไม่ให้อนุญาตการส่งออกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเรื่องไข่แล้ว เรายังเคร่งครัดการจับกุมการขายเวชภัณฑ์เกินราคา ล่าสุดเพิ่งจับกุมร้านค้าที่ขายเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ จ.ภูเก็ตไป ส่วนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ดำเนินการ ประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการผลิต และดูแลเรื่องการนำเข้า ขณะที่หน้ากากอนามัย กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ดูแล ขณะนี้ผลิตได้ 2.3-2.4 ล้านชิ้นต่อวัน โดยส่งให้กระทรวงสาธารณสุข แจกจ่ายให้บุคลากรทางการแพทย์ 1.3-1.5 ล้านชิ้นต่อวัน ส่วนที่เหลือมอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ เพราะมีศูนย์บัญชาการจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เนื่องจากมีอำนาจเบ็ดเสร็จในทุกเรื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61001</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ไข่ไก่ขาดตลาด, ไข่ไก่ขาดแคลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c4eb86bfb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
