<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 22:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 22:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไวรัสหวัดนกระบาดซ้ำ อินเดียสอบกรณีเด็กสังเวยชีวิตรายแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกเสียชีวิตเป็นรายแรกของประเทศหรือไม่ ภายหลังได้รับรายงานเด็กชายวัย 11 ปีเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่รัฐบาลโยนซากไก่ที่ตายลงบ่อกลบ ในฟาร์มเลี้ยงแห่งหนึ่งในอำเภอนาวาปุระ รัฐมหาราษฏระ เมื่อกุมภาพันธ์ 2549 (Vikas Khot/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า เด็กชายคนนี้อยู่ที่เมืองคุร์เคาน์นอกกรุงนิวเดลี มีอาการป่วยเป็นโรคลูคีเมียและปอดอักเสบด้วย เขาถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่กรุงนิวเดลีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม และเสียชีวิตเพราะอวัยวะหลายอย่างล้มเหลวในอีก 10 วันต่อมา คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันพุธกล่าวว่า กระบวนการลำดับจีโนมและการเพาะแยกเชื้อไวรัสกำลังดำเนินอยู่ และได้เริ่มการสอบสวนทางระบาดวิทยาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไข้หวัดนกเกิดกับนกและสัตว์ปีกเป็นส่วนใหญ่ การแพร่เชื้อติดมนุษย์พบได้น้อยมาก เมื่อปี 2540 พบไวรัสไข้หวันนกสายพันธุ์เอช5เอ็น1 ครั้งแรก แล้วมีการระบาดระหว่างปี 2546-2554 ส่วนสายพันธุ์เอช7เอ็น9 พบครั้งแรกเมื่อปี 2556 ทั้งสองสายพันธุ์นี้เคยแพร่เชื้อสู่มนุษย์ในเอเชียผ่านสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเผยว่า นับแต่ปี 2556 มีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช7เอ็น9 ทั้งสิ้น 1,668 คน เสียชีวิต 616 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของอินเดีย กระทรวงกล่าวว่า ไวรัสนี้เป็นสายพันธุ์ย่อย เอช5เอ็นเอ็กซ์ (H5Nx) ที่ถือว่าน่าวิตกกังวลเพราะเป็นไวรัสที่วิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์ที่อันตรายมาก แพทย์และพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยรายนี้ถูกเฝ้าสังเกตมาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม และยังไม่มีใครแสดงอาการ ส่วนการติดตามผู้สัมผัสในหมู่สมาชิกครอบครัว ผู้สัมผัสใกล้ชิดและบุคลากรด้านสาธารณสุขไม่พบว่ามีใครแสดงอาการป่วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว จีนเปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกรายแรก และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ รัสเซียตรวจพบคนงานในโรงงานสัตว์ปีติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียเคยพบไข้หวัดนกระบาดในสัตว์ปีกหลายครั้งในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ ครั้งร้ายแรงที่สุดในปี 2551 มีสัตว์ปีกโดนฆ่าทิ้งหลายล้านตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลกแห่งนี้กำลังรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 31.26 ล้านคน เสียชีวิตเกิน 419,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110780</URL_LINK>
                <HASHTAG>H5Nx, พบผู้เสียชีวิตรายแรก, อินเดีย, เอช5เอ็นเอ็กซ์, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f98fb90add1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพบไวรัสไข้หวัดนกH10N3แพร่ติดมนุษย์ครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (เอ็นเอชซี) ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า พบชายอายุ 41 ปีจากมณฑลเจียงซูในภาคตะวันออกของประเทศ ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช10เอ็น3 เป็นรายแรกของประเทศและน่าจะเป็นของโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน อ้างคำแถลงของเอ็นเอชซีว่า ชายคนนี้ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองเจิ้นเจียง เข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 28 เมษายน ภายหลังมีไข้และอาการอื่นๆ เขาได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช10เอ็น 3 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นเอชซีไม่ได้ให้รายละเอียดว่าชายคนนี้ติดเชื้อไวรัสนี้ได้อย่างไร แต่บอกว่าเอช10เอ็น3 เป็นสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการก่อโรคต่ำและไม่ค่อยรุนแรง ความเสี่ยงที่มันจะแพร่กระจายในวงกว้างจึงมีต่ำมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไข้รายนี้มีอาการทรงตัวและพร้อมออกจากโรงพยาบาลแล้ว การสังเกตทางการแพทย์บุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับเขาไม่พบว่ามีใครติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนพบไวรัสไข้หวัดนกในประเทศหลายสายพันธุ์ มีบางสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อติดมนุษย์เป็นครั้งครา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ทำงานกับสัตว์ปีก จีนยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสนกในมนุษย์ระดับที่มีนัยสำคัญนับตั้งแต่ไข้หวัดนกเอช7เอ็น9 ระบาดช่วงปี 2559-2560 ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตราว 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นเอชซีกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีรายงานว่ามีมนุษย์ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช10เอ็น3 มาก่อนในโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104913</URL_LINK>
                <HASHTAG>H10N3, จีน, เอช10เอ็น3, แพร่ติดมนุษย์, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียพบไวรัสหวัดนกH5N8 แพร่ติดมนุษย์ครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียแจ้งต่อดับเบิลยูเอชโอว่า นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบการแพร่เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช5เอ็น8 จากสัตว์ปีกติดมนุษย์เป็นครั้งแรก แต่ผู้ติดเชื้อเหล่านี้ไม่แสดงอาการป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงทางโทรทัศน์ของอันนา โปโปวา ผู้อำนวยการสถาบันรอสปอตเรียบนัดซอร์ องค์กรเฝ้าตรวจด้านสุขภาพของรัสเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการทดลองของศูนย์ไวรัสวิทยาและเทคโนโนโลยีชีวภาพเวคตอร์ได้แยกสารพันธุกรรมจากคนงาน 7 คนที่ทำงานในฟาร์มสัตว์ปีกแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของรัสเซีย ที่พบการระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ปีกเมื่อเดือนธันวาคม เชื่อว่าคนงานกลุ่มนี้ติดเชื้อจากสัตว์ปีกในฟาร์มและไม่พบว่ามีใครมีปัญหาด้านสุขภาพร้ายแรงจากการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่เชื้อไข้หวัดนก (เอช5เอ็น8) ครั้งแรกสู่มนุษย์ได้ถูกส่งไปยังองค์การอนามัยโลกแล้ว&amp;quot; โปโปวากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไวรัสไข้หวัดนกมีชนิดพันธุ์ย่อยต่างๆ กัน แม้สายพันธุ์เอช5เอ็น8 จะแพร่กระจายได้ง่ายในสัตว์ปีก แต่ไม่เคยมีรายงานพบการแพร่เชื้อติดมนุษย์มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปโปวายกย่องการค้นพบครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ และว่า เวลาจะบอกได้ว่าไวรัสนี้สามารถกลายพันธุ์อีกหรือไม่ การค้นพบการกลายพันธุ์ในช่วงเวลาที่ไวรัสยังไม่มีศักยภาพที่จะแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์จะเปิดโอกาสให้โลกของเรามีเวลาเตรียมตัวสำหรับการกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ และตอบสนองอย่างเหมาะสมและทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกดับเบิลยูเอชโอยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่าได้รับแจ้งจากรัสเซียเกี่ยวกับพัฒนาการดังกล่าวแล้ว และได้หารือกับเจ้าหน้าที่ของรัสเซียเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน หากการติดเชื้อนี้ได้รับการยืนยัน ก็จะเป็นการติดเชื้อเอช5เอ็น8 ในมนุษย์ครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอย้ำว่า คนงานรัสเซียกลุ่มนี้ &amp;quot;ไม่มีอาการ&amp;quot; และไม่พบการแพร่เชื้อจากคนสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสไข้หวัดนกและไข้หวัดหมูสามารถแพร่เชื้อติดมนุษย์ได้ เช่นไข้หวัดนกชนิดย่อยเอ (เอช5เอ็น1) และ เอ (เอช7เอ็น9) และไข้หวัดหมู่ชนิดย่อย เอ (เอช1เอ็น1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรีนัต มัคสยูตอฟ ผู้อำนวยการเวคตอร์ กล่าวว่า ห้องแล็บแห่งนี้ได้เริ่มพัฒนาชุดตรวจที่จะช่วยในการตรวจจับกรณีการติดเชื้อเอช5เอ็น8 ในมนุษย์แล้ว และจะเริ่มทำงานเพื่อพัฒนาวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93762</URL_LINK>
                <HASHTAG>H5N8, รัสเซีย, เอช5เอ็น8, แพร่เชื้อติดมนุษย์, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; เผยหลักการกำหนด &#039;เขตปลอดโรคโควิด-19&#039; ต้องไม่มีการแพร่ระบาด 28 วัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; การกำหนดว่าเป็นเขตปลอดโรค โดยหลักการของโรคระบาด ตั้งแต่ SARS ไข้หวัดนก MERS ที่ระบาดในเกาหลี และ Ebola การจะบอกว่าพื้นที่ใดเป็นเขตปลอดโรค หรือไม่มีโรคจริงๆ จะถือเอาเวลาเป็น 2 เท่า ของระยะฟักตัวเช่นสมัย SARS ระยะฟักตัวให้ 10 วัน ก็จะต้องไม่มีโรคในพื้นที่นั้น 20 วัน จึงจะถือว่าเป็นเขตปลอดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช่นเดียวกัน โควิด-19 ถ้าเราให้ระยะฟักตัวเป็น 14 วัน เราจะถือเขตปลอดภัยโรคของพื้นที่ใด จะต้องไม่มีโรคนั้นเป็นระยะเวลา 2 เท่า ของระยะเวลาฟักตัว คือ 28 วัน จึงจะมั่นใจว่าในพื้นที่นั้นไม่มีโรคนี้จริงๆ&amp;quot;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63992</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, MERS, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, ระยะฟักตัว, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, อีโบลา, เขตปลอดโรค, โรคระบาด SARS, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1045000bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ที่เคยสู้กับไข้หวัดนก 17ปีที่แล้ว เล่าประสบการณ์ เชื่อ&quot;ไทยต้องชนะสงครามโควิด-19 &quot;แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มี.ค.63-ในเพจ &amp;quot;ศูนย์ข้อมูลโควิด 19&amp;quot; ได้ลง ช้อความหัวข้อ &amp;nbsp;สู้โว้ย...ประเทศไทยต้องชนะโควิด 19&amp;rdquo; เนื้อหาเล่าประสบการณ์ของแพทย์คนหนึ่งที่เคยต่อสู้กับไข้หวัดนกเมื่อ 17ปีที่แล้ว พร้อมกับระบุการทำสงครามกับไข้หวัดนกหนักกว่า โควิด-19 &amp;nbsp;เพราะมีอัตราการตายสูงกว่ามาก &amp;nbsp;จึงเชื่อว่าน่าจะชนะในสงครามโควิด ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อ 17 ปี ที่แล้ว ผมเป็นส่วนหนึ่งของนักรบ ในสงครามสู้กับ &amp;ldquo;ไข้หวัดนก&amp;rdquo; ที่ระบาดอย่างน่ากลัวมากๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้น &amp;ldquo;สงครามเชื่อโรคไข้หวัดนกหนักหนาสาหัสกว่านี้ คนกลัวไข้หวัดนกมากๆ เพราะตาย ~ 70 % และอาจกลายพันธุ์ ระบาดใหญ่ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นหนึ่งในทีม &amp;ldquo;ผ่าศพ&amp;rdquo; ผู้เสียชีวิตที่สงสัยว่าเป็น &amp;ldquo;ไข้หวัดนก&amp;rdquo; ที่น่าจะเป็นผู้ป่วยติดต่อจากคนสู่คนเป็นครั้งแรกของโลก (บอกครอบครัวว่า ไปทำธุระนอกบ้าน เดี๋ยวกลับมา และก็ไปผ่าศพ ...
ยุคนั้นไม่มี Negative Prsssure Room และเป็นผู้เสียชีวิตที่เชื้อกลายพันธุ์ ติดต่อจากคนสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้เราสามารถเปลี่ยนนโยบายรัฐบาล ให้ควบคุมโรคอย่างเข้มข้น และในที่สุด &amp;ldquo;ไข้หวัดนก&amp;rdquo; ก็หมดไปจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังรบชนะไข้หวัดนก แต่วันนี้ ต้องขอความรัก ความสามัคคี ทุกพลังความร่วมมือ ร่วมรบ..ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาโควิด 19 ในวันนี้ กลับเป็นการรบกับการสร้างความเข้าใจ และพลังความร่วมือ เราต้องไม่มีพวก เราคือ &amp;ldquo;Thailand Team&amp;rdquo; ครับ....&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเพจอ่้ข้อมูลศูนย์โควิด 19 ระบะว่าได้อ้างอิงจาก Probable Person-To-Person Transmission of Avian Influenza A (H5N1) N Engl J Med, 352 (4), 333-40&amp;nbsp;
โดยมีผู้แต่งที่ประกอบด้วย &amp;nbsp;Kumnuan Ungchusak 1 , Prasert Auewarakul, Scott F Dowell, Rungrueng Kitphati, Wattana Auwanit, Pilaipan Puthavathana, Mongkol Uiprasertkul, Kobporn Boonnak, Chakrarat Pittayawonganon, Nancy J Cox, Sherif R Zaki, Pranee Thawatsupha, Malinee Chittaganpitch, Rotjana Khontong, James M Simmerman, Supamit Chunsutthiwat
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60155</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71c24badc4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพบหวัดนก H5N1 ระบาดซ้ำที่หูหนาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนแถลงยืนยันพบการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดนก เอช5เอ็น1 ที่ฟาร์มไก่แห่งหนึ่งในมณฑลหูหนานเมื่อวันเสาร์ ต้องฆ่าไก่ทิ้งแล้วกว่า 17,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์อ้างคำแถลงของกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ว่า ฟาร์มในเมืองเซาหยาง มณฑลหูหนาน ภาคใต้ของจีน ที่พบการแพร่ระบาดไวรัสเอช5เอ็น1 มีไก่ตายไป 4,500 ตัว จากทั้งหมด 7,850 ตัว แต่เจ้าหน้าที่ได้กำจัดสัตว์ปีกแล้ว 17,828 ตัวเพื่อป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว อินเดียก็พบการระบาดของไวรัสไข้หวัดนก เอช5เอ็น1 เช่นกัน และทางการได้กำจัดไก่และทำลายไข่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่วนในยุโรปตะวันออกก็พบการระบาดของไข้หวัดนกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เป็นสายพันธุ์ เอช5เอ็น8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า จีนเคยเกิดการระบาดของไข้หวัดนกเมื่อปี 2556 ที่สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 6,500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56068</URL_LINK>
                <HASHTAG>H5N1, จีน, หวัดนกระบาด, หูหนาน, เอช5เอ็น1, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพนกยึดพื้นที่ ชาวบ้านผวาไข้หวัดนกแถมกลิ่นเหม็นสุดทนจนหอบลูกหนี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62-ชาวบ้านคลองคเชน หมู่ 5 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;นกกาน้ำ นกกาขาว จำนวนกว่าหมื่นตัวยึดพื้นที่อยู่บนต้นไม้กลางหมู่บ้าน ส่งเหม็นกลิ่นมูลนกและยังผวาโรคที่มากับนก ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ไปแล้ว1ต้น แต่ยังมีอีกต้นไม่ในบริเวณโดยรอบหมู่บ้านอีกหลายต้นที่นกยังคงอาศัยอยู่ต่อ &amp;nbsp; สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นจากการถ่ายมูลและยังผวาโรคที่มากับนก ซึ่งชาวบ้านแก้ไขโดยจุดประทัดลูกก้องเพื่อทำการขับไล่แต่ไม่เป็นผล นกก็ยังอาศัยอยู่บนต้นไม้เหมือนเดิม จำต้องทนมานานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชิน วรรณทอง อายุ 46ปี บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 ตำบลสายทอง ระบุว่าตนเองมีบ้านอยู่ติดกับพื้นที่นกทำรังได้รับความเดือดร้อนทั้งเหม็นกลิ่นจากขี้นกและหวาดกลัวโรคที่มากับแต่ทำอะไรไม่ได้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีหน่วยราชการเข้ามาตัดต้นไม้ใหญ่ไปเพียง1ต้นเท่านั้น แต่นกก็ยังอาศัยอยู่ในต้นใหญ่ใหญ่อีกหลายต้นแต่เป็นพื้นที่ของชาวบ้าน &amp;nbsp; ตนเองหวาดกลัวเชื้อโรคมาเนื่องจากมีลูกที่ยังเล็กจะติดเชื้อไข้หวัดนก จึงต้องส่งไปเลี้ยงดูอยู่อาศัยที่บ้านพ่อตาแม่ยายในเมืองอ่างทองเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นและเชื้อโรค &amp;nbsp;อยากให้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมและทำหาวิธีไล่นกที่ก่อความรำคาญเดือดร้อน ให้ออกไปในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นางทวีป &amp;nbsp;ฉิมพลี &amp;nbsp;อายุ 67ปี &amp;nbsp;บ้านเลขที่ 50/1 หมู่ 5 ตำบลสายทอง ระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงเย็นจะมีนกกาน้ำ นกกาขาวกาดำ &amp;nbsp;เข้ามาอยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ดังกล่าว นับหมื่นตัวส่งเสียงดังรวมทั้งขับถ่ายเหม็นคาวไปทั่ว &amp;nbsp;และจะออกไปหากินในช่วงเช้า &amp;nbsp;ส่วนกลางวันก็จะมีหลงเหลืออยู่และลูกนกที่อยู่บนรังต้นไม้ &amp;nbsp; สร้างความผวาหวาดกลัวแก่ชาวบ้านหลายหลังคาเรือนที่อยู่ใกล้พื้นที่ดังกล่าว หวั่นติดเชื้อหวัดนก &amp;nbsp;และในช่วงที่ฝนตกก็จะมีกลิ่นเหม็นคาวอย่างรุนแรงมาก &amp;nbsp;จึงอยากให้หน่วยงานเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเพื่อให้นกหมดไปในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่มีมาอย่างยาวนานต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพนก, ขี้นก, อ่างทอง, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4e9e7e8e037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
